ด้านนอก การเข่นฆ่ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ภายในโรงอาหาร
ซูอวี่และเฉินฮ่าวได้ยินเพียงเสียงดาบปะทะกัน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงอุทานด้วยความตกใจของเหล่านักเรียน... ทว่ากลับไม่กล้าชะโงกหน้าออกไปดู
เป็นต่อ หรือตกเป็นรอง?
แม้แต่ซูอวี่ที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าเหล่าอาจารย์จะชนะ เวลานี้ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร
"อาอวี่..."
ตรงมุมห้อง เฉินฮ่าวกำดาบในมือแน่น ใบหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำ อยากจะถามซูอวี่ว่าควรออกไปดีหรือไม่?
ซูอวี่ไม่สนใจเขา หูซ้ายของเขากระดิกเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา เขากำลังฟังเสียง
พลังต่อสู้ระดับขั้นไคหยวนที่สี่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ประสาทการได้ยินกลับเฉียบคมขึ้นมาก
"ชู่ว!"
ซูอวี่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เฉินฮ่าวเงียบ
ครู่ต่อมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากด้านนอกโดยไม่มีการปิดบังใดๆ
"รีบออกมาเร็ว ทางสถาบันเตรียมการอพยพให้พวกเธอแล้ว ไปรวมตัวกันที่ประตูใต้!"
น้ำเสียงร้อนรนดังขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน ชายวัยสามสิบกว่าปีถือดาบเดินเข้ามาในโรงอาหารพลางตะโกนเรียก "มีนักเรียนอยู่ที่นี่ไหม? เร็วเข้า พวกเราใกล้จะต้านไม่ไหวแล้ว คนของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์แข็งแกร่งเกินไป รีบอพยพออกจากสถาบันเร็ว!"
เสียงร้อนรนดังประสานกับเสียงฝีเท้า
เฉินฮ่าวขยับตัวเล็กน้อย มองซูอวี่อย่างร้อนใจ อาจารย์มาตามหาพวกเราแล้ว จะไปไหม?
ซูอวี่หรี่ตามองไปทางประตูเช่นกัน เขาเห็นเงาร่างคน ไม่คุ้นหน้า ทว่าสถาบันมีอาจารย์ผู้สอนกว่าสองร้อยคน เขาเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จักทั้งหมด
อาจารย์มาตามหาพวกเขาหรือ?
"มีใครอยู่ไหม? แนวหน้าต้านไม่ไหวแล้ว ต้องรีบอพยพเดี๋ยวนี้ เร็วเข้า!"
ผู้มาเยือนร้อนรนมาก โรงอาหารกว้างขวาง มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีพื้นที่อย่างน้อยหลายพันตารางเมตร หากค้นหาจนทั่วก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งนาทีขึ้นไป ซึ่งทำให้เสียเวลาเกินไป
ตรงมุมห้อง
เมื่อเฉินฮ่าวได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของอาจารย์ พอได้ยินว่าแนวหน้าต้านไม่ไหวแล้ว เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ครั้งนี้เขาไม่รอซูอวี่ รีบชะโงกหน้าออกไปถาม "อาจารย์ครับ ข้างนอกเป็นยังไงบ้างครับ?"
ชายคนนั้นกวาดสายตามองมา แววตาเผยความยินดีอย่างปิดไม่มิด
นักเรียนก็คือนักเรียนอยู่วันยังค่ำ อ่อนหัดเกินไป
ต่อให้สถาบันจะพร่ำสอนกฎเกณฑ์การเอาชีวิตรอดให้พวกเขาอยู่เสมอ แต่มันก็ยังไม่พอ
ก่อนหน้านี้ เขาใช้คำพูดแบบเดียวกันหลอกล่อนักเรียนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องฝึกซ้อมจริงออกมาได้สองคนอย่างรวดเร็ว ทั้งชั้นที่มีหลายห้อง เขาใช้เวลาเพียงสิบวินาทีก็หลอกล่อคนออกมาได้ถึงสองคน
หากให้เขาไปหาเอง อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงสองนาที
ไม่เคยเผชิญความยากลำบาก ไม่เคยลงสนามรบ แค่คำพูดหลอกลวงไม่กี่คำ เด็กพวกนี้ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะแล้ว
"ข้างนอกแย่มาก รีบมาเร็ว ตามฉันมา ขืนชักช้าจะไม่ทันการเอา..."
ชายคนนั้นพูดพลางเดินจ้ำอ้าวมาทางเฉินฮ่าวอย่างรวดเร็ว
3 คนแล้ว!
ใบหน้าของชายคนนั้นไม่อาจซ่อนความยินดี กองกำลังชั้นยอดสามร้อยคน สองร้อยคนไปรับมือกับพวกอาจารย์ กองกำลังรักษาเมือง หน่วยคุ้มกัน และหอจับลม
แม้จำนวนคนจะน้อยกว่า ทว่าก็ยังคงได้เปรียบ เพราะคนเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในขั้นเชียนจวินระดับต้นและระดับกลาง
คนที่เหลือ ไม่ไปบุกโจมตีห้องเรียน ก็แยกย้ายกันค้นหานักเรียนที่กระจัดกระจายอยู่ภายในสถาบัน
การบุกโจมตีห้องเรียน ยังมีพวกอาจารย์คอยปกป้องอย่างสุดชีวิต
แม้นักเรียนที่กระจัดกระจายจะมีไม่มาก แถมยังหายาก ทว่าเด็กพวกนี้ไม่มีใครคอยคุ้มครอง จึงสังหารได้ง่ายกว่า
นักเรียนหลายพันคน ต่อให้ฆ่าล้างบางทั้งหมด เฉลี่ยคนหนึ่งยังฆ่าได้ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ
แต่เขา เก็บเกี่ยวไปได้ 3 คนแล้ว!
ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า อาจจะได้ผลงานชิ้นใหญ่กว่านี้
"รีบมาเร็ว ออกไปจากสถาบัน..."
ชายคนนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ระหว่างที่พูดก็ไม่หยุดฝีเท้า พุ่งตรงมาหาเฉินฮ่าวอย่างรวดเร็ว
สำหรับพวกเขา นักเรียนก็แค่ดาบเดียวจอด ประเด็นสำคัญคือพวกที่กระจัดกระจายอยู่มันหายาก ถ้าหาเจอนั่นก็คือผลงาน!
เฉินฮ่าวลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกไป เขาปรายตามองไปทางซูอวี่ตามสัญชาตญาณ
ส่วนซูอวี่ เวลานี้ก็กำลังมอง 'อาจารย์' คนนี้อยู่เช่นกัน
ตอนที่ชายคนนั้นเริ่มพูด เขาก็คิดว่าเป็นอาจารย์มาตามหาคนเหมือนกัน แต่ทว่า... ไม่นานซูอวี่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ไม่ใช่ว่าเขามีประสบการณ์โชกโชนอะไรหรอก แต่เป็นเพราะเขาถูกไล่ล่าในความฝันมานับครั้งไม่ถ้วน น้ำเสียงร้อนรนของชายคนนี้ ช่างเหมือนกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายพวกนั้นที่ต้องการจะไล่ล่าเขาไม่มีผิด
ราวกับกำลังตะโกนว่า 'รีบมาให้ข้าฆ่าซะ ข้ารอไม่ไหวแล้ว'
แม้ความหมายตามตัวอักษรจะไม่ใช่อย่างนั้น แต่ความร้อนรนนั้น ความรู้สึกที่แทบจะทนรอฆ่าแกไม่ไหวแบบนั้น มันเหมือนกัน มันเป็นน้ำเสียงแบบเดียวกัน!
คราวนี้ ซูอวี่จึงอดไม่ได้ที่จะมองพินิจอีกหลายๆ ครั้ง
วินาทีต่อมา เหงื่อก็ผุดซึมขึ้นบนหน้าผากของซูอวี่
ตัวปลอม!
แม้เสื้อผ้าของอาจารย์อาจจะไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าอาจารย์จะใส่ชุดอะไร พวกเขาก็ต้องติดบัตรประจำตัว แต่หมอนี่ไม่มี!
ทำตกงั้นหรือ?
การต่อสู้ดุเดือดเกินไป เลยทำหล่นหายงั้นหรือ?
"ไม่..."
ซูอวี่เห็นแล้ว เห็นดาบยาวที่เงื้อขึ้นเล็กน้อย นั่นคือท่าเตรียมฟัน มันกำลังจะลงดาบ!
'บ้าเอ๊ย ฮ่าวจื่อไอ้โง่!'
ซูอวี่สบถในใจ เขาไม่มีเวลาคิดอะไรให้มากความ และไม่มีเวลามาเสียใจที่ตัวเองประมาทเกินไป เขาขาดประสบการณ์มากเกินไป ทั้งเขาและเฉินฮ่าวเป็นแค่นักเรียนจากสถาบันระดับกลาง ไม่เคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
พวกเขาคิดว่าศัตรูจะบุกเข้ามาเข่นฆ่าอย่างเปิดเผย คิดว่าศัตรูจะต้องดุร้ายหน้าตาน่ากลัว ใครจะไปคิดว่าศัตรูยังจะมาใช้วิธีหลอกล่อคนอ่อนแออย่างพวกเขาอีก
"อาจารย์ครับ!"
ซูอวี่ร้องเรียกเบาๆ ก่อนจะรีบกระโดดลงมา หัวใจเต้นรัวแรง
มือของชายคนนั้นชะงักไป ในใจลิงโลด!
ยังมีอีกคน!
4 คนแล้ว!
มือที่จับดาบของซูอวี่เวลานี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อราวกับน้ำ ทั้งตื่นเต้น หวาดกลัว ไม่สบายใจ...
ทว่า เขาก็ยังประคองสติตัวเองไว้ได้ เขาถูกฆ่าในความฝันมานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้กลัว นั่นก็เป็นเพียงเพราะนี่คือการเผชิญหน้าในชีวิตจริงครั้งแรก เขาจึงปรับตัวได้เร็วกว่าคนอื่น
"อาจารย์ครับ ข้างนอกกำลังจะแพ้จริงๆ หรือครับ? งั้นทางนี้พวกเรายังมีนักเรียนอีกสิบกว่าคน ผมเรียกพวกเขาไปด้วยกันได้ไหมครับ?"
ซูอวี่พูดอย่างร้อนรน พร้อมกับหันขวับไปมองด้านในสุดของโรงอาหาร "ไม่งั้นพวกเขาก็คงหนีไปไม่ได้เหมือนกัน"
ยังมีอีกสิบกว่าคนงั้นหรือ?
ชายคนนั้นดีใจจนแทบเนื้อเต้น!
ยังมีอีกสิบกว่าคน!
เขากำลังจะรวยแล้ว!
วันนี้เขาสามารถฆ่านักเรียนได้หลายสิบคน!
บางทียอดฝีมือขั้นว่านสือยังทำผลงานได้ไม่เท่าเขาในครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ เขาได้กำไรบานเบอะแล้ว
ชายคนนั้นอยากจะหัวเราะ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขั้นไคหยวนสิบกว่าคน มันก็แค่หมูมาอวย เขาฟันดาบเดียวก็ตายไปหนึ่งคนแล้ว อีกฝ่ายไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก
เดิมทีคิดจะรีบจัดการให้จบๆ ไป แต่ตอนนี้ชายคนนั้นรีบเปลี่ยนใจทันที เขาเอ่ยอย่างร้อนรนว่า "เร็วเข้า รีบเรียกพวกเขาออกมาด้วยกัน พวกเราต้องไปเดี๋ยวนี้แล้ว"
หัวใจของซูอวี่ยังคงเต้นแรง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับชายคนนั้น
เวลานี้ หากชายคนนั้นลงดาบเพียงครั้งเดียว ซูอวี่ก็จบเห่
ซูอวี่หันหลัง กลืนโลหิตแก่นแท้ลงไปทันที เขาหันหลังให้ชายคนนั้นพลางเดินเข้าไปด้านในสุดของโรงอาหาร เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจนัก "อาจารย์ครับ พาคนไปเพิ่มอีกได้ไหมครับ? ผมรู้ว่ายังมีนักเรียนอีกหลายคนซ่อนตัวอยู่ที่อื่น ไม่รู้ว่าพวกอาจารย์จะหาพวกเขาเจอไหม..."
"ยังมีอีกเรอะ?"
ชายคนนั้นดีใจจนแทบคลั่ง ยังมีอีกงั้นหรือเนี่ย!
ชายคนนั้นรีบเดินตามซูอวี่ไปทันที ส่วนเฉินฮ่าว... แค่คนคนเดียวเขาขี้เกียจจะสนใจแล้ว จะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้
เขาไม่ทันสังเกตว่า เวลานี้ใบหน้าของเฉินฮ่าวซีดเผือดลงในพริบตา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อ
รู้จักกับซูอวี่มาตั้งหลายปี มีหรือที่เขาจะไม่รู้จักเพื่อนซี้คนนี้เลย
จะไปมีนักเรียนอีกสิบกว่าคนมาจากไหน จะไปมีคนอื่นมาจากไหนกัน...
นี่มัน... ตัวปลอม!
คนของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์!
เขาเกือบทำให้ซูอวี่ต้องตายซะแล้ว!
'ฉันมันโง่เกินไป ฉันมันทึ่มเกินไป ฉัน... ขอโทษนะอาอวี่ ขอโทษ...'
ขาทั้งสองข้างของเฉินฮ่าวอ่อนยวบ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทว่าวินาทีนี้ เขายังคงจำคำพูดก่อนหน้านี้ของซูอวี่ได้ เขาจึงรีบตะโกนออกไปอย่างลนลาน "อาจารย์ครับ ผม... ผมกลัว เดินไม่ค่อยไหวแล้ว ช่วยลากผมไปหน่อยได้ไหมครับ..."
เขากลัวจริงๆ เขาแทบจะเดินไม่ไหวจริงๆ ขาทั้งสองข้างสั่นระริก
ชายคนนั้นหันขวับมามองอย่างหงุดหงิด
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการหาคนที่เหลือให้เจออย่างราบรื่น ป่านนี้เขาฟันไอ้หมอนี่ขาดสะพายแล่งไปแล้ว เขาเกรงว่าถ้าฟันไอ้หมอนี่ตายตอนนี้ คนที่ซ่อนตัวอยู่จะตกใจกลัวจนแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ถึงตอนนั้นต่อให้ตามไล่ล่า ก็คงตามเก็บไม่หมดแน่
"ฉันพาเธอไปเอง!"
แม้จะรำคาญ แต่ชายคนนั้นก็ยอมหันหลังกลับ เอื้อมมือไปคว้าตัวเฉินฮ่าว เตรียมจะหนีบร่างเขาไปด้วย
"ฮ่าวจื่อ นายนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ เอาแต่สร้างความลำบากให้อาจารย์..."
ด้านหลัง ซูอวี่พูดพลางกำดาบแน่น มือของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ทำให้ด้ามดาบลื่นเล็กน้อย
ขณะที่พูด ซูอวี่ก็ขยับเข้าไปใกล้ชายคนนั้นอีกนิด จังหวะที่ชายคนนั้นเอื้อมมือไปคว้าเฉินฮ่าว แววตาของซูอวี่ก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม ตอนนี้แหละ!
"ฮ่าวจื่อ เดินเองสิ อย่ารบกวนอาจารย์..."
"ฟุ่บ!"
เสียงดาบยาวแหวกอากาศดังขึ้น ชายคนนั้นหันหน้าไปตามสัญชาตญาณ ในหัวยังคงมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา มันรู้ตัวแล้วงั้นหรือ?
รู้ตัวแล้วไงล่ะ ก็แค่ขั้นไคหยวน...
ขั้นไคหยวน... แค่นั้นงั้นเรอะ?
ขั้นไคหยวน!
ไม่ ไม่ใช่!
เดิมทีชายคนนั้นตั้งใจจะเบี่ยงหลบ แต่จู่ๆ กลับรู้สึกว่าแขนขาไม่ยอมทำตามคำสั่ง บริเวณลำคอที่ตอนแรกไม่รู้สึกอะไร ครู่ต่อมาก็มีความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราดเข้ามา!
'ดาบนี้ไม่แม่นเลย ฟันคอเขาไม่ฟันกันแบบนี้หรอก...'
จู่ๆ ชายคนนั้นก็มีความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด มันเจ็บปวดเหลือเกิน การฟันคอต้องรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด แต่เจ้านี่ฟันไม่แม่นพอ คอเขาเลยไม่ขาดกระเด็นในทันที เจ็บชะมัด!
ตุบ!
ศีรษะร่วงหล่นลงพื้น!
ร่างของชายคนนั้นยังคงยืนหยัด ยังคงอยู่ในท่าหันคอ เพียงแต่ไม่มีหัวแล้ว
ดาบยาวในมือยังอยู่ มืออีกข้างยังคงยื่นไปข้างหน้า นักเรียนสิบกว่าคนของเขา... หายวับไปแล้ว!
เงียบสงัด
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที...
ตึง!
ร่างไร้วิญญาณล้มตึงลงกับพื้น!
"แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจดังก้องราวกับเครื่องสูบลม ซูอวี่คอแห้งผาก สมองขาวโพลนไปหมด
ใบหน้าของเฉินฮ่าวถูกเลือดสาดกระเซ็นใส่ไม่น้อย สมองของเขาก็ขาวโพลนเช่นกัน
ฆ่าแล้ว!
อาอวี่ฟันไอ้หมอนั่นตายด้วยดาบเดียว!
"อา... อาอวี่..."
แขนขาของเฉินฮ่าวไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาทรุดฮวบลงกับพื้นในทันที ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหาซูอวี่ ไม่สนแล้วว่าจะน่าอายแค่ไหน เมื่อกี้เขาฉี่แทบราดรดกางเกงจริงๆ
"อาอวี่... อาอวี่... นาย... ฉัน... มันตายแล้ว มันตายแล้ว..."
"ตายแล้ว!"
ซูอวี่มองดูศพตรงหน้า มองดูเลือดบนพื้น ลำคอของเขาแหบพร่า แห้งผากเหลือเกิน "ใจเย็น! ตั้งสติหน่อย นี่คือศัตรู คือเดรัจฉานจากลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ นายไม่เคยเห็นการประหารชีวิตหรือไง!"
"ไป... เปลี่ยนที่... ซ่อนตัว... ไม่งั้นพวกมันอาจจะส่งคนมาอีก..."
เวลานี้ซูอวี่ไม่มีกะจิตกะใจจะมาจัดการศพแล้ว หนีดีกว่า
ดาบเมื่อครู่ ทำให้เขาปวดเมื่อยไปทั้งตัว ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่เป็นทางจิตใจ
"ใช่ ไป รีบไปกันเถอะ..."
เฉินฮ่าวพูดพลางเตรียมจะคลานหนี ทว่าจู่ๆ เขาก็กัดฟัน หลับตาปี๋ แล้วหันกลับไปเอื้อมมือคลำศพชายคนนั้น
หลับตาลง เขาไม่กล้าคิด ไม่กล้ามอง
แต่เขานึกขึ้นได้แล้ว เขาสามารถเข้าสถาบันสงครามได้แล้ว เขาสามารถไปสถาบันสงครามได้แล้ว!
เขาลูบคลำ คลำสะเปะสะปะไปทั่ว รู้สึกว่าบนมือมีของเหลวเหนียวเหนอะหนะติดมาด้วย เขาไม่กล้าคิด วินาทีต่อมา เขาก็คลำเจอถุงผ้าใบเล็ก เขาไม่แม้แต่จะคิด หรือชายตามอง รีบยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อ หันขวับไปดึงน่องของซูอวี่ไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วตะเกียกตะกายวิ่งตามไป
การกระทำของเขาทำให้ซูอวี่คลายความตื่นเต้นหวาดกลัวลงไปได้บ้าง อดไม่ได้ที่จะสบถเสียงต่ำ "เวลาแบบนี้ยังจะมาห่วงเรื่องพวกนี้อีก ไม่รักชีวิตแล้วหรือไง!"
"สามารถ... เข้าสถาบันสงครามได้นะ... อาอวี่... นายเป็นคนฆ่า นายเก่งเกินไปแล้ว..."
ซูอวี่ไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียง เขากึ่งลากกึ่งจูงเฉินฮ่าวออกจากโรงอาหารไปอย่างรวดเร็ว
เขาไม่กล้าเดินไปไกล เพราะกลัวจะเจอศัตรูเข้าอีก จึงไปหลบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดหลังกำแพงนอกโรงอาหาร
"ตึกตัก ตึกตัก..."
หัวใจยังคงเต้นระรัว ทว่าซูอวี่ก็ค่อยๆ ปรับตัวได้ ไม่นานเขาก็พ่นลมหายใจออกมา "ก็แค่นี้เอง!"
'ขนาดโดนฆ่าตายเองฉันยังชินแล้วเลย จะมีอะไรให้ไม่ชินอีกล่ะ!'
เขาหัวเราะเยาะตัวเองอย่างโง่งม ตัวฉันเองถูกฆ่าตายในความฝันตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ฉันชินแล้วไม่ใช่หรือไง?
ตัวเองยังตายได้ แล้วจะไปกลัวอะไรกับการฟันศัตรู?
ครืน!
ด้านนอก การเข่นฆ่ายังคงดำเนินต่อไป
ทุกอย่างดูเหมือนจะยาวนาน แต่ในความเป็นจริง ตั้งแต่ชายคนนั้นเดินเข้ามาจนถูกฆ่า และจนกระทั่งพวกเขาหนีออกมา เกรงว่าคงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ
"ฮ่าวจื่อ!"
"อืม"
"ฉี่ราดกางเกงหรือเปล่า?"
"มะ... ไม่ได้ราด นายอย่ามาพูดซี้ซั้วนะ ไม่ได้ราด!"
เฉินฮ่าวหน้าแดงก่ำ ไม่ได้ราดสักหน่อย!
ทว่าเฉินฮ่าวก็ยังรีบก้มมองเป้ากางเกงตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อกี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองหมดสติไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉี่ราดกางเกงไปหรือเปล่า
"อาอวี่... นายเก่งจัง!"
"เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว!"
ซูอวี่เงยหน้ามองไปรอบๆ ได้ยินเสียงตวาดกร้าวของเหล่าอาจารย์ และเห็นเหมือนมีคนกำลังค้นหาอยู่ไกลๆ
"ตกเป็นรองแล้ว!"
ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น พวกอาจารย์คงไม่ปล่อยให้คนของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์มาเดินค้นหานักเรียนในสถาบันหรอก
ต้องมีนักเรียนที่กระจัดกระจายอยู่แน่ๆ และดีไม่ดีอาจจะมีคนตายไปแล้วด้วย
ซูอวี่มองดูดาบในมือ รีบใช้ต้นหญ้าข้างๆ เช็ดคราบเลือดบนนั้นจนสะอาด กลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง เขากัดฟันถาม "ฮ่าวจื่อ กลัวตายไหม?"
"กลัว... ไม่กลัว!"
"ไป ไปดูซิว่ามีคนอยู่ไหม ถ้าเจอใครอยู่คนเดียว นายก็บอกไปว่าตรงนี้มีนักเรียนซ่อนตัวรอความช่วยเหลืออยู่สองสามคน ไปขอความช่วยเหลือสิ!"
"หา?"
ซูอวี่กัดฟันพูด "พวกอาจารย์รับมือไม่ไหวแล้ว ถ้าพวกมันหาคนอื่นเจอ คนอื่นต้องตายแน่! ไปล่อพวกมันมาสักคนสองคน ฉันจะฆ่าพวกมัน จะได้มีนักเรียนตายน้อยลงหน่อย!"
"อาอวี่!"
เฉินฮ่าวอุทานเบาๆ ไม่นานเขาก็นึกถึงตอนที่ซูอวี่ฟันไอ้หมอนั่นตายด้วยดาบเดียวเมื่อกี้ ดูเหมือน... ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นี่นา!
"ได้ ฉันไปเอง อาอวี่ นาย... นายจะฟันพวกมันตายได้อีกจริงๆ ใช่ไหม?"
"ได้สิ!"
"งั้นก็ดี ฟันให้ตายอีกสักคน คนเมื่อกี้เป็นของนาย คนต่อไป... คนต่อไปขอยกให้ฉันได้ไหม ฉัน... ฉันก็อยากเข้าสถาบันสงครามเหมือนกัน"
"ตกลง!"
เฉินฮ่าวราวกับลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ เขายิ้มกว้างอย่างโง่งม เขากำลังจะได้เข้าสถาบันสงครามแล้ว
แข้งขาไม่อ่อนแรงอีกต่อไป วินาทีต่อมา เฉินฮ่าวก็ค้อมตัวเดินไปข้างหน้า ชะโงกหน้าออกไปจากมุมกำแพง มองซ้ายมองขวา ไม่นานเขาก็พบคนของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ที่กำลังค้นหานักเรียนในสถาบันอยู่หลายคน
คนที่อยู่ใกล้ที่สุดห่างจากเขาไม่ถึงร้อยเมตร
ในใจของเฉินฮ่าวยังคงหวาดหวั่นอยู่บ้าง เขาพยายามข่มความกลัวเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อาจารย์... ใช่อาจารย์ไหมครับ?"
ไม่ไกลออกไป หูของคนผู้นั้นกระดิกเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับมามองเฉินฮ่าวในทันที
"ใช่อาจารย์ไหมครับ? พวกเรา... พวกเรากลัว อาจารย์พาพวกเราไปได้ไหมครับ?"
"อาจารย์?"
สาวกของลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ไม่ไกลแววตาวูบไหว นักเรียนพวกนี้คิดว่าพวกเขาเป็นอาจารย์งั้นหรือ?
ก็ใช่น่ะสิ ทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นคน ความจริงแล้วไม่ได้มีข้อแตกต่างอะไรเป็นพิเศษ นักเรียนกลุ่มหนึ่งจะไปแยกแยะออกได้ยังไง
คนที่มีประสบการณ์โชกโชน ย่อมมองออกถึงความแตกต่างได้ในปราดเดียว แต่นักเรียนกลุ่มนี้ที่ไม่เคยผ่านความยากลำบากอะไรมาเลยจะไปรู้อะไร
"อาจารย์ครับ ทางผมยังมีคนอยู่อีกสองสามคน พาพวกเราไปด้วยได้ไหมครับ? เมื่อกี้... เมื่อกี้มีคนจะไล่ฆ่าพวกเรา..."
"ยังมีอีกกี่คนนะ?"
คนที่อยู่ไม่ไกลรู้สึกหวั่นไหวในใจ เขาเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวของเฉินฮ่าว นี่ไม่ใช่การแสดง แต่เป็นการหวาดกลัวจริงๆ เขามองออก
วินาทีต่อมา ชายคนนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ส่วนเรื่องซุ่มโจมตี... เขาไม่ได้คิดถึงเลยสักนิด
พวกอาจารย์ในสถาบันมีเวลาซุ่มโจมตี มีเรี่ยวแรงซุ่มโจมตี ป่านนี้คงไปสู้รบกันอยู่แนวหน้าตั้งนานแล้ว
ตอนนี้สถาบันมีการต่อสู้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง แค่ปกป้องนักเรียนที่รวมตัวกันอยู่ก็ยังแทบจะรับมือไม่ไหว จะเอาเวลาและกำลังคนจากไหนมาซุ่มโจมตีพวกเขา
เฉินฮ่าวล้มลุกคลุกคลาน รีบมุดเข้าไปซ่อนตัวหลังกำแพง
หูของชายคนนั้นกระดิก แม้จะไม่กลัวการซุ่มโจมตี แต่เขาก็ยังเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกนิดตามสัญชาตญาณ สำเร็จขั้นไคหยวน หูตากว้างไกล เว้นแต่จะแข็งแกร่งกว่าเขามาก ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องได้ยินความเคลื่อนไหวบ้างแหละน่า
"มีนักเรียนอีกคนอยู่ข้างใน!"
เขาได้ยินเสียงหอบหายใจแผ่วเบา เสียงหอบหายใจที่เจือความตื่นเต้น เสียงลมหายใจหนักหน่วง นั่นไม่ใช่เสียงที่คนในขั้นเชียนจวินควรจะมี
'มันบอกว่าสองสามคน ยังมีคนซ่อนตัวอยู่ที่อื่นอีกเรอะ?'
ชายคนนั้นคิดในใจ พลางปรายตามองพวกที่กำลังค้นหาอยู่ไกลๆ อีกหลายคน เขาเพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกนิด นี่คือผลงานของเขา อย่าให้พวกนั้นจับได้เชียว
วินาทีต่อมา ชายคนนั้นก็เดินเข้าไปหลังกำแพง อย่างที่คิดไว้ ทางนี้ยังมีนักเรียนอีกคนจริงๆ
ใบหน้าซีดเผือดเช่นเดียวกัน
"อาจารย์มาแล้วหรือครับ? โจวเทากับคนอื่นๆ ยังรอพวกเราอยู่ อาจารย์ครับ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเดรัจฉานลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์บุกมาฆ่าพวกเราหรือครับ?"
ซูอวี่รีบพูดออกไปสองสามประโยคด้วยท่าทีดีใจ ราวกับกำลังหวาดกลัว เขาโยนดาบในมือทิ้ง แล้ววิ่งตรงไปหาชายคนนั้น
"อาจารย์ครับ ผมจะพาอาจารย์ไปหาพวกเขานะครับ..."
โยนดาบทิ้งไปแล้ว!
ชายคนนั้นลดความระแวดระวังลงในทันที ขั้นไคหยวนถือดาบยังพอเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขาอยู่บ้าง แต่มือเปล่า... ปล่อยให้โจมตีมาเลย ยังไงก็ฆ่าคนในขั้นเชียนจวินยากอยู่ดี
คิดว่าเขาเป็นอาจารย์ของพวกมันจริงๆ สินะ!
เจ้าพวกเด็กโง่เง่า!
"พวกเขาอยู่ที่ไหน?"
น้ำเสียงของชายคนนั้นเจือความยินดีอยู่เล็กน้อย เช่นเดียวกับคนก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าผลงานมาประเคนให้ถึงที่ จึงปิดบังความดีใจไว้ไม่อยู่
"อาจารย์ตามผมมาก็พอครับ..."
ซูอวี่ยื่นมือออกไปหาชายคนนั้น ราวกับจะคว้าแขนเขาไว้ เพื่อพาเขาเดินไปด้วยกัน
ชายคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย อยากจะเบี่ยงหลบ แต่ก็ต้องข่มความปรารถนาที่จะฟันให้ตายไว้ แล้วล้มเลิกความตั้งใจที่จะเบี่ยงหลบ ปล่อยให้ดึงไปสักพักก็แล้วกัน...
ฉัวะ!
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น มือข้างนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ราวกับกลายร่างเป็นกรงเล็บแหลมคมในพริบตา กรงเล็บตะปบทะลวงร่างของเขา ทะลวงขั้วหัวใจ ส่วนมืออีกข้างก็คว้าข้อมือที่ถือดาบของเขาไว้ เสียงกระดูกหักดังก๊อบ แขนขาดสะบั้น!
ชายคนนั้นอยากจะแผดเสียงร้อง ทว่าวินาทีต่อมา ลำคอกลับถูกตะปบจนฉีกขาด!
"อ่อก..."
เลือดคำโตพุ่งกระฉูดออกจากปาก ชายคนนั้นล้มลงกับพื้น แหงนหน้ามองซูอวี่ด้วยความงุนงง
ขั้นเชียนจวิน แถมยังเป็นขั้นเชียนจวินระดับสูงอีกด้วย!
เป็นไปได้ยังไง!
นี่คือหนานหยวน จะมีนักเรียนขั้นเชียนจวินได้ยังไง เป็นไปไม่ได้
ซูอวี่รีบคลำหาสิ่งของบนตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลากเฉินฮ่าวที่ไม่รู้จักความกลัวแล้วให้รีบหนีไป
ไอ้โง่นี่ คิดว่าตัวเองฆ่าใครก็ได้จริงๆ หรือไง ยังไม่รีบหนีอีก มาตื่นเต้นบ้าบออะไรอยู่ตรงนี้!
จังหวะที่กำลังหลบหนี จู่ๆ ซูอวี่ก็เห็นแสงสีทองสาดส่องลงมา เขาเงยหน้าขึ้นมอง
วินาทีนี้ ซูอวี่ถึงกับตะลึงงัน
กลางอากาศ ร่างที่คุ้นเคยกำลังลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั่วร่างเปล่งประกายสีทอง
"อาจารย์หลิว..."
เฉินฮ่าวก็เห็นเช่นกัน เขาตกตะลึงไปเช่นเดียวกัน
กลางอากาศ หลิวเหวินเยี่ยนเปล่งประกายแสงสีทองระยิบระยับ พลังปราณโดยรอบพากันหลั่งไหลเข้ามาหลอมรวมเข้าสู่ตัวเขา
เสียงของหลิวเหวินเยี่ยนไม่ดังนัก ทว่ากลับดังก้องไปไกล "การขึ้นสู่ขั้นเถิงคงมิใช่ความปรารถนาของข้า เพียงหวังให้หมื่นเผ่าพันธุ์สงบร่มเย็น..."
โคตรเจ๋ง!
โคตรปลอม!
วินาทีนี้ ในหัวของซูอวี่มีความคิดสองอย่างนี้แวบเข้ามา เจ๋งน่ะมันก็เจ๋งอยู่หรอก แต่ก็ปลอมมากเหมือนกัน อาจารย์หลิวอยากให้เจตจำนงก่อรูปเพื่อก้าวเข้าสู่ขั้นเถิงคงจะตายไป มาพูดว่าการขึ้นสู่ขั้นเถิงคงไม่ใช่ความปรารถนาของเขา หลอกลวงชัดๆ!







