วันต่อมา
สำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทตำนานได้ออกประกาศสั้นๆ ว่า: 【กลุ่มบริษัทตำนานตัดสินใจยุติความร่วมมือทุกประการกับฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป】
ประกาศฉบับนี้ เป็นเพียงแค่ประกาศจริงๆ
ไม่มีการระบุชื่อของแม่ม่ายดำอย่างซีเหมินเยี่ยน และยิ่งไม่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์หรือสาเหตุที่แน่ชัดใดๆ เป็นเพียงประกาศที่เย็นชา แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนการทิ้งระเบิดน้ำลึกใส่ทั้งวงการบันเทิง
ตู้ม!
คนในวงการต่างสั่นสะเทือน!
ทุกคนต่างรู้ดีว่ากลุ่มบริษัทตำนานคือพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดของฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ธุรกิจระหว่างสองบริษัทครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ ดนตรี การจัดการศิลปิน การเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา และอีกหลายแวดวง มูลค่าความร่วมมือต่อปีสูงถึงหมื่นล้าน การยุติความร่วมมือหมายความว่าห่วงโซ่ธุรกิจของฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะขาดสะบั้นลงไปกว่าครึ่งในทันที
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ:
หลังจากกลุ่มบริษัทตำนานเป็นผู้เปิดฉาก บริษัทอื่นๆ ก็จะทำตาม
ไม่มีใครอยากทำธุรกิจกับบริษัทที่ถูกกลุ่มบริษัทตำนานทอดทิ้ง เพราะนั่นหมายถึงการล่วงเกินตำนาน ล่วงเกินซ่งเฉาตู้ และล่วงเกินยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลครอบงำวงการบันเทิงของซีโจว!
และก็เป็นไปตามคาด
ในช่วงสามวันต่อมา มีบริษัทกว่าสิบแห่งทยอยประกาศยุติความร่วมมือกับฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์
บางแห่งถูกบีบบังคับด้วยแรงกดดัน บางแห่งก็จับทิศทางลมได้ และบางแห่งก็อยากหลุดพ้นจากการควบคุมของซีเหมินเยี่ยนมานานแล้ว จึงฉวยโอกาสนี้ผสมโรง
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผลลัพธ์ก็ล้วนเหมือนกัน
ธุรกิจของฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์หดตัวลงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์
ซีเหมินเยี่ยนนั่งอยู่ในห้องทำงานของเธอซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในใจกลางเมือง นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตรงหน้าคือเส้นขอบฟ้าของทั้งเมือง ทิวทัศน์งดงามตระการตา ทว่าในตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะชมวิว เพราะโทรศัพท์ของเธอดังไม่หยุดตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ และล้วนเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น
"ประธานซีเหมิน คนของสุยมู่บอกว่า ยกเลิกความตั้งใจที่จะร่วมมือกันก่อนหน้านี้แล้วครับ"
"ประธานซีเหมิน ทางซิงหมางตัดขาดกับศิลปินของเราแล้ว บอกว่าจะไม่ร่วมงานกันอีกค่ะ"
"ประธานซีเหมิน คนจากกรมสรรพากรมาครับ บอกว่าจะมาตรวจสอบบัญชี..."
ใบหน้าของซีเหมินเยี่ยนซีดเผือดลงเรื่อยๆ แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบนิ่ง นิ่งเสียจนเหมือนสวมหน้ากากเอาไว้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง แล้วกดโทรออก
สัญญาณดังอยู่ห้าครั้ง ในที่สุดก็มีคนรับสาย
ซีเหมินเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พี่ชาย ฉันไปล่วงเกินซ่งเฉาตู้ตรงไหน ทำไมเขาถึงต้องเจาะจงเล่นงานฉันขนาดนี้?"
"ไม่ใช่ความต้องการของประธานซ่งหรอก"
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างหนัก "ถ้าประธานซ่งอยากจะจัดการเธอ เขาไม่รอมาจนถึงวันนี้หรอก เป็นองค์หญิงนั่วต่างหากที่ต้องการจะจัดการเธอ"
"องค์หญิงนั่ว... หลินนั่ว!?"
ใบหน้าของซีเหมินเยี่ยนหม่นหมองลง เธอกัดฟันกรอด "ทำไมล่ะ? ฉันเคารพเธอมาตลอด! แทบจะคุกเข่าเลียรองเท้าหนังคู่เล็กของเธออยู่แล้ว!"
"คนที่มีใจอยากจะคุกเข่าให้เธอมีเยอะแยะไป เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครล่ะ?"
คนปลายสายกล่าวว่า "ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก จะโทษก็ต้องโทษที่ช่วงหลายปีมานี้เธอทำตัวบ้าอำนาจและวางอำนาจบาตรใหญ่มากขึ้นทุกที ทำไมไม่ใช้ผลประโยชน์เข้าล่อเหมือนเมื่อก่อน ทำไมถึงต้องบีบบังคับคนอื่นให้จนตรอกด้วยล่ะ?"
"จนตรอก?"
ซีเหมินเยี่ยนหายใจหอบถี่ "พี่ชายหมายความว่ายังไง?"
คนปลายสายมีชื่อว่าเสิ่นหลิวซู เขาเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทตำนาน เป็นมือซ้ายมือขวาของประธานกรรมการอย่างซ่งเฉาตู้ และในขณะเดียวกันก็เป็นญาติผู้พี่ของซีเหมินเยี่ยนด้วย
เมื่อเผชิญกับคำถามของญาติผู้น้องห่างๆ คนนี้
เสิ่นหลิวซูจึงถอนหายใจ "กู้สิง... เธอยังจำได้ไหม?"
สีหน้าของซีเหมินเยี่ยนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน "กู้สิงจะไปมีอิทธิพลแบบนั้นได้ยังไง!"
กู้สิง?
ดาราโนเนมที่ถูกเธอกดหัวมาถึงสองปีคนนั้นน่ะเหรอ?
ศิลปินตัวเล็กๆ ที่ถูกเธอบีบจนต้องกินยานอนหลับฆ่าตัวตายคนนั้นน่ะเหรอ?
ไอ้สวะที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ ไอ้สวะที่เธอเคยพยายามจะใช้กฎแฝงในวงการบังคับ แต่พอถูกปฏิเสธก็เลยเล่นงานจนปางตายคนนั้นน่ะนะ... เป็นเขาไปได้ยังไง?
เขาจะไปมีปัญญาขนาดนั้นได้ยังไง?
น้ำเสียงของเสิ่นหลิวซูแฝงไปด้วยความทอดถอนใจ "กู้สิงน่ะไม่มีอิทธิพลขนาดนั้นหรอก แต่ความสามารถในการเกาะผู้หญิงกินของไอ้หมอนี่มันน่ากลัวเกินไป ถึงกับทำให้องค์หญิงนั่วถูกใจได้ ตอนนี้องค์หญิงนั่วกำลังวางแผนจะแต่งงานกับเขา การแต่งกับองค์หญิงนั่วก็เท่ากับได้กลายเป็นลูกเขยของกลุ่มบริษัทตำนาน ถึงประธานซ่งจะไม่อยากจัดการเธอ แต่เพื่อเห็นแก่หน้าของราชบุตรเขยขององค์หญิงนั่ว เขาก็ต้องลงมืออยู่ดี พูดแค่นี้เธอเข้าใจหรือยัง?"
อิทธิพลที่ได้มาจากการเกาะผู้หญิงกินเนี่ยนะ?
ซีเหมินเยี่ยนตัวสั่นเทิ้ม มือเท้าเย็นเฉียบ
เธอคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่ามดปลวกที่เมื่อก่อนเธอสามารถบีบให้ตายคามือได้ง่ายๆ จะปีนขึ้นไปบนเตียงมังกรขององค์หญิงนั่วได้!
มิน่าล่ะ ตอนนั้นไม่ว่าเธอจะใช้กฎแฝงบังคับยังไง หมอนั่นถึงได้ยอมตายแต่ไม่ยอมจำนน!
ที่แท้ก็ทะเยอทะยานสูงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเกาะผู้หญิงกิน แต่รังเกียจว่าเธอไม่ถูกปากเขาสินะ?
ต้องระดับองค์หญิงนั่วเท่านั้น เขาถึงจะยอมเกาะงั้นสินะ!?
เดี๋ยวก่อน!
"กู้สิงคนนี้... ไม่ใช่ว่ามีแฟนอยู่แล้วสองคนหรอกเหรอ! ต่อให้องค์หญิงนั่วจะคลั่งคนหน้าตาดีระยะสุดท้าย ก็ควรจะรู้สิว่าหมอนี่มันผู้ชายเฮงซวย!"
ซีเหมินเยี่ยนตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวังและสติแตก
น้ำเสียงของเสิ่นหลิวซูฟังไม่ออกถึงอารมณ์ใดๆ มากนัก "เธอพูดถูก แต่องค์หญิงนั่วก็เลือกผู้ชายเฮงซวยคนนี้ไปแล้ว เธอจะทำอะไรได้ล่ะ? บนโลกใบนี้ ไม่มีใครอ่านความคิดขององค์หญิงนั่วออกหรอก เธอเองก็เหมือนกับพี่ชายของเธออย่างหลินโม่นั่นแหละ เป็นปีศาจ ความคิดของปีศาจ มนุษย์จะไปเข้าใจได้ยังไง"
"โรคจิตชัดๆ!"
ซีเหมินเยี่ยนไม่สามารถเข้าใจได้เลย "หลินนั่วคนนี้ เป็นโรคจิตหรือไง! ถึงได้ไปชอบผู้ชายเฮงซวย ตัวเองก็ออกจะสวย แถมยังมีอำนาจมีอิทธิพล ผู้ชายทั้งโลกมีให้เลือกตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงต้องไปเลือกไอ้สวะเจ้าชู้พรรค์นั้นด้วย!"
ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ซีเหมินเยี่ยนถึงกับรู้สึกไม่คุ้มค่าแทนหลินโม่ด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว ต่อให้รู้ว่าคนที่จัดการตัวเองคือหลินนั่ว ซีเหมินเยี่ยนก็เกลียดไม่ลง
หรือจะพูดให้ถูกคือ ความเคียดแค้นของซีเหมินเยี่ยนไปตกอยู่ที่กู้สิงทั้งหมด เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนๆ นี้ถึงยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้นานขนาดนี้ แถมยิ่งลอยก็ยิ่งสูง จนถึงขั้นลอยข้ามหัวเธอไป กลายเป็นบุคคลที่เธอต้องแหงนหน้ามอง
ราชบุตรเขยแห่งอาณาจักรตำนานงั้นเหรอ?
ซีเหมินเยี่ยนเคยเห็นคนเกาะผู้หญิงกินมาก็ไม่น้อย แต่คนที่สามารถเกาะได้ถึงระดับองค์หญิงนั่วนี่ เธอไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยจริงๆ!
กู้สิงคนนี้ แทบจะเทียบชั้นได้กับเล่าไอ่ในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว
ทว่าจุดจบของเล่าไอ่นั้นน่าสังเวชมาก ส่วนจุดจบของกู้สิงจะเป็นยังไงก็ไม่อาจรู้ได้
เสิ่นหลิวซูไม่พูดอะไรอีก แต่ก็ไม่ได้วางสาย
"ช่วยฉันด้วย พี่ชาย!"
ซีเหมินเยี่ยนอ้อนวอน "หลายปีมานี้ หลายๆ เรื่อง ฉันก็ทำแทนพี่นะ!"
"ฉันไปให้เธอทำเรื่องพวกนั้นแทนตั้งแต่เมื่อไหร่!"
น้ำเสียงของเสิ่นหลิวซูเปลี่ยนเป็นทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยวในทันที "ซีเหมินเยี่ยน ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าเธออวดดีเอาเรื่องของฉันไปพูดกับคนอื่นล่ะก็ อย่าหาว่าฉันพลิกหน้าไม่รับคนก็แล้วกัน!"
หากคนอื่นเป็นคนลงมือกับซีเหมินเยี่ยน เสิ่นหลิวซูก็ยังพอจะช่วยได้บ้าง
ต่อให้เป็นซ่งเฉาตู้ลงมือเอง เสิ่นหลิวซูก็ยังพอลองขอความเมตตาให้ได้
แต่คนคนนั้นคือหลินนั่ว!
หลินนั่วผู้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการบริหารของกลุ่มบริษัทตำนานเลย!
เรื่องที่จู่ๆ เธอต้องการจะเป็นผู้นำ คนทั้งบริษัทตั้งแต่บนลงล่างก็พร้อมจะสนับสนุน ต่อให้ประธานซ่งจะต้องทำเป็นแค่แกล้งสนับสนุนก็ยังต้องทำตาม
ยิ่งไปกว่านั้น ประธานซ่งยังรักและทะนุถนอมหลินนั่วจากใจจริง!
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลูกสาวของประธานซ่งถูกศิลปินเดินชน เธอจึงบังคับให้ศิลปินคนนั้นคุกเข่าขอโทษ
วันนั้นหลินนั่วอยู่ที่บริษัทและบังเอิญไปเห็นเข้าพอดี เธอจึงตบหน้าลูกสาวของประธานซ่งไปฉาดหนึ่ง
หลังจากที่ประธานซ่งรู้เรื่อง เขาก็ตบหน้าลูกสาวอีกข้างไปอีกฉาด
ตั้งแต่ตอนนั้นเสิ่นหลิวซูก็รู้ได้ทันทีว่า ในกลุ่มบริษัทตำนาน คนที่ไม่สมควรล่วงเกินมากที่สุด ไม่ใช่ซ่งเฉาตู้ แต่เป็นหลินนั่ว