ณ คลับเฮาส์แห่งหนึ่ง
ภายในห้องส่วนตัว
กงซุนเหยียนวางโทรศัพท์มือถือลง
ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถามขึ้น "ใครโทรมาหรือ"
กงซุนเหยียนเงยหน้ามองซ่งเฉาตู้ ประธานบริษัทผู้ชอบเรียกตัวเองว่า "พ่อบ้านใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทตำนาน" ที่อยู่ตรงข้าม
"นั่วนั่วโทรมาน่ะ"
ซ่งเฉาตู้อึ้งไปเล็กน้อย "เรื่องงานแต่งงานหรือเปล่า"
กงซุนเหยียนส่ายหน้า "เธอบอกว่า เธออยากจัดการซีเหมินเยี่ยน"
ซ่งเฉาตู้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เวลานี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว แสงไฟของเมืองส่องแสงระยิบระยับในยามค่ำคืนราวกับท้องฟ้าจำลองที่คว่ำปกคลุมผืนดินไว้
"กู้สิงต่างหากที่อยากจัดการซีเหมินเยี่ยน"
สีหน้าของซ่งเฉาตู้ดูไม่ค่อยดีนัก ที่ไกลออกไปยังมีตึกสูงหลายตึกกำลังก่อสร้าง แสงไฟบนทาวเวอร์เครนกะพริบวิบวับราวกับประภาคารบอกทาง น้ำเสียงของเขาแฝงแววโกรธเคือง
"ตอนนั้นซีเหมินเยี่ยนอยากได้ตัวกู้สิง แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว มาตอนนี้กู้สิงเอาชนะใจนั่วนั่วได้ โดยเฉพาะหลังจากที่ทั้งสองคนแอบหมั้นหมายกัน เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะยืมอำนาจของนั่วนั่วไปจัดการกับแม่ม่ายดำที่เขาเกลียดชัง เหมือนกับที่นั่วนั่วทยอยช่วยเขาจัดการพวกซ่งหย่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กู้สิงคนนี้มีจุดประสงค์แอบแฝง!"
สำหรับกู้สิง ซ่งเฉาตู้ได้สืบประวัติมาอย่างละเอียดแล้ว
และเมื่อสืบเรื่องกู้สิง ก็ย่อมรู้ว่าเขามีความเกี่ยวพันกับซ่งหย่าและซีเหมินเยี่ยนลึกซึ้งเพียงใด
ช่วงนี้หลินนั่วลงมือจัดการพวกของซ่งหย่าจนพังพินาศไปทั้งแถบอย่างกะทันหัน ซ่งเฉาตู้ไม่ต้องถามก็รู้ว่า นี่ต้องเป็นเพราะหลินนั่วทำเพื่อกู้สิงแน่!
แม้จะไม่รู้รายละเอียด แต่ซ่งเฉาตู้ก็คาดเดาว่า
อาจเป็นกู้สิงที่ไปเป่าหูหลินนั่ว บอกว่าตัวเองเคยถูกซ่งหย่าและซีเหมินเยี่ยนกลั่นแกล้งรังแกมามากแค่ไหน จนสุดท้ายก็กระตุ้นความสงสารและความโกรธของหลินนั่วได้ ดังนั้นเริ่มจากซ่งหย่า และตอนนี้ก็ถึงคิวของแม่ม่ายดำ...
หลินนั่วต้องการคิดบัญชีกับคนเหล่านี้ทีละคนแทนกู้สิง
สิ่งนี้ทำให้ซ่งเฉาตู้รู้สึกว่า การที่กู้สิงคบหากับหลินนั่ว มีจุดประสงค์แอบแฝง
เป็นไปได้อย่างมากว่าเขาหมายตาอำนาจบารมีอันล้นฟ้าของหลินนั่ว เลือกที่จะเกาะผู้หญิงกินอย่างหน้าด้านๆ หรือกระทั่งหลอกใช้หลินนั่วเพื่อช่วยแก้แค้นให้ตัวเอง
ซีเหมินเยี่ยนคนนั้น ซ่งเฉาตู้ย่อมรู้ดีว่าเป็นใคร
ในฐานะบุคคลสำคัญของวงการบันเทิงซีโจว ซ่งเฉาตู้เคยเจอซีเหมินเยี่ยนบ้างเป็นครั้งคราวตามงานสังคม
ในสายตาของซ่งเฉาตู้ ซีเหมินเยี่ยนก็เป็นแค่ไฮโซที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างเท่านั้น
เวลาเจอเขา เธอจะค้อมตัวลงและเรียก "ประธานซ่ง" อย่างนอบน้อม แววตาของเธอมีความเอาใจและประจบสอพลอ ไม่ต่างจากพวกไฮโซคนอื่นๆ
แต่ซ่งเฉาตู้ก็เข้าใจดีว่า
สำหรับกู้สิง ซีเหมินเยี่ยนคือบุคคลสำคัญที่เขาไม่มีโอกาสแก้แค้นได้ชั่วชีวิต
หนทางเดียวที่จะแก้แค้นได้ก็คือการยืมอำนาจบารมี และหลินนั่วก็คืออำนาจที่เขายืมมา สิ่งนี้ทำให้ซ่งเฉาตู้กังวลมากว่าหลินนั่วจะถูกกู้สิงหลอกลวงความรู้สึก
"จุดประสงค์แอบแฝงงั้นหรือ"
กงซุนเหยียนมองท่าทางร้อนรนจนทนไม่ไหวของซ่งเฉาตู้แล้วอดหัวเราะไม่ได้
"กู้สิงที่ผมรู้จักไม่ใช่คนแบบนั้น แน่นอนว่าประธานซ่งอาจจะไม่เชื่อการตัดสินใจของผม และอาจจะไม่เชื่อในตัวตนของกู้สิง แต่ทำไมคุณถึงไม่เชื่อแม้กระทั่งสายตาของนั่วนั่วล่ะ เธอคือคนที่ตอนรุ่นน้องยังมีชีวิตอยู่ยังต้องเอ่ยปากชมว่า 'ฉันยังสู้ไม่ได้' เชียวนะ จะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะถูกไอ้เด็กแสบที่มีเจตนาแอบแฝงหลอกใช้เอาได้"
"คุณไม่เข้าใจหรอก!"
ซ่งเฉาตู้พูดด้วยความเจ็บปวดใจ "ผู้ชายหรือผู้หญิงที่เก่งกาจแค่ไหน เวลาเจอความรักก็กลายเป็นคนตาบอดได้ทั้งนั้น จนสูญเสียวิจารณญาณที่ตัวเองภาคภูมิใจไป นั่วนั่วฉลาดหลักแหลมแน่นอน คุณกงซุนเหยียนก็ยิ่งเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจที่หาตัวจับยาก แต่ถ้ากู้สิงเก่งเรื่องการเสแสร้งและหลอกลวงนั่วนั่ว ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้"
"..."
กงซุนเหยียนยิ้มขื่น "ไม่ว่าจะพูดยังไง นั่วนั่วก็ลั่นวาจามาแล้ว แม่ม่ายดำคนนั้นก็สมควรกลายเป็นแม่ม่ายตายได้แล้วล่ะ"
"คุณตั้งใจจะทำยังไง"
ซ่งเฉาตู้ถาม "ผมต้องทำอะไรบ้าง"
กงซุนเหยียนหัวเราะ "เรื่องของซีเหมินเยี่ยน ผมวางแผนไว้สามขั้นตอน ขั้นตอนแรกก็คือตัดเครือข่ายเส้นสายของเธอ ไม่จำเป็นต้องให้นั่วนั่วออกหน้า แค่ให้คนภายนอกรู้ว่าเธอไปล่วงเกินเราสองคนก็พอแล้ว"
"ข่าวที่ซีเหมินเยี่ยนล่วงเกินคุณกับผมแพร่ออกไป สามารถตัดเครือข่ายเส้นสายของเธอได้จริงๆ"
ซ่งเฉาตู้พยักหน้า ภายนอกกงซุนเหยียนอาจดูเป็นนักร้อง แต่ความจริงแล้วธุรกิจของเขานั้นใหญ่โตมหาศาล เขาเป็นกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่ทำให้ซ่งเฉาตู้ต้องรับมืออย่างระมัดระวังมาตั้งนานแล้ว
แน่นอน
เพราะทุกคนต่างก็เป็น "ทหาร" ของหลินโม่ ดังนั้นในแง่ของความสัมพันธ์ พวกเขาจึงมีสถานะเป็นพันธมิตรกันมาโดยตลอด
"ขั้นตอนที่สอง รวบรวมหลักฐาน สิ่งที่ซีเหมินเยี่ยนทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลวร้ายกว่าซ่งหย่าเป็นร้อยเท่า ทั้งบังคับให้ศิลปินไปนั่งดริ้งค์และหลับนอนด้วย จัดหาการค้าประเวณี กรรโชกทรัพย์ หลีกเลี่ยงภาษี และฟอกเงิน เป็นต้น แต่ละข้อหาล้วนเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ผมให้คนไปสืบตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว เร็วสุดหนึ่งสัปดาห์ ช้าสุดครึ่งเดือน ก็จะรวบรวมหลักฐานได้ครบ"
กงซุนเหยียนพูดอย่างฉะฉาน
อันที่จริงเมื่อหลายเดือนก่อน หลินนั่วได้แจ้งกงซุนเหยียนให้รับผิดชอบรวบรวมหลักฐานเอาผิดแม่ม่ายดำแล้ว
นี่ต่างหากคือการวางหมากเตรียมการล่วงหน้าของหลินนั่ว
ส่วนทางด้านซ่งหย่าก็เป็นแค่แมลงที่ถูกบี้ตายอย่างง่ายดายเท่านั้น
ซ่งเฉาตู้หรี่ตาลง "งั้นก็เพิ่มอีกสักขั้นตอนสิ เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ให้คนภายนอกรับรู้ว่าซีเหมินเยี่ยนเป็นคนยังไง ให้คนที่เคยถูกเธอรังแกกล้าออกมายืนหยัด ให้กระแสสังคมตอกตรึงเธอไว้บนเสาแห่งความอัปยศอย่างสมบูรณ์ จากนั้นค่อยดำเนินคดีตามกฎหมายให้เธอไปนอนคุกจนตาย"
กงซุนเหยียนฟังจบก็นิ่งเงียบไปสองสามวินาที แล้วพูดขึ้นว่า "คุณพลาดไปขั้นตอนหนึ่ง"
"อะไร"
"ปกป้องผู้เสียหายเหล่านั้นให้ดี"
กงซุนเหยียนถอนหายใจ "หลังจากที่ซีเหมินเยี่ยนล่มสลาย คนที่ถูกเธอควบคุมจะสูญเสียการคุ้มครองในทันที และในขณะเดียวกันก็จะหลุดพ้นจากพันธนาการ บางคนอาจจะถูกร่างแหไปด้วย และยังมีบางคนที่อาจจะถูกแก้แค้น ผมต้องแน่ใจว่าพวกเขาจะปลอดภัย"
"จึ๊ๆ..."
ซ่งเฉาตู้มองกงซุนเหยียนแวบหนึ่ง "ผมมักจะไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมคนใจดีอย่างคุณถึงทำธุรกิจได้ใหญ่โตขนาดนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่หลินโม่ชอบคุณมากกว่าก็ได้"
"ชอบผมมากกว่าเหรอ"
กงซุนเหยียนพูด "แล้วทำไมถึงมอบหมายให้คุณดูแลตำนานแทนที่จะเป็นผมล่ะ"
ซ่งเฉาตู้ยิ้มขื่น "นั่นเป็นเพราะเขารู้ว่า ถ้าผมต้องการควบคุมตำนาน ผมจำเป็นต้องพึ่งบารมีของนั่วนั่ว นั่วนั่วเคารพผม พวกเขาก็ต้องยอมจำนน แต่คุณไม่ต้องทำแบบนั้น"
"พูดซะเหมือนว่ารุ่นน้องระแวงผมอย่างนั้นแหละ"
กงซุนเหยียนเบ้ปาก "อย่ามายุแยงตะแคงรั่วกันเลย"
ซ่งเฉาตู้ยักไหล่ "แล้วแต่คุณจะเข้าใจก็แล้วกัน งั้นเดี๋ยวผมจะช่วยคุณติดต่อศิลปินที่เคยถูกซีเหมินเยี่ยนรังแกให้สักสองสามคนก็แล้วกัน ถ้าผมเป็นคนออกปาก พวกเขาน่าจะยอมออกมาเป็นพยานให้ ในจำนวนนั้นมีอยู่คนหนึ่งที่คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ เธอชื่ออันซิน"
กงซุนเหยียนอึ้งไปเล็กน้อย
อันซิน ชื่อนี้เขาย่อมเคยได้ยินแน่นอน นักแสดงหญิงที่โด่งดังที่สุดเมื่อสิบปีก่อน เคยคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลก และเป็นเทพธิดาในดวงใจของคนนับไม่ถ้วน
ต่อมาเธอกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน
ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ไม่มีคำอธิบายใดๆ จู่ๆ ก็ระเหยหายไปจากวงการบันเทิงดื้อๆ
บางคนบอกว่าเธอแต่งงานเข้าครอบครัวเศรษฐี บางคนบอกว่าเธออพยพไปอยู่ต่างประเทศ บางคนบอกว่าเธอป่วย ที่แท้ก็ถูกซีเหมินเยี่ยนควบคุมตัวไว้นี่เอง
"อันซินยอมออกมาเหรอ"
"ยอมสิ เพราะยังไงเธอก็รอมาสิบปี ในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้"
กงซุนเหยียนหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองไปที่ซ่งเฉาตู้ "สิบปีที่ดีที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่ง ต้องถูกซีเหมินเยี่ยนทำลายลงอย่างนี้ และคุณก็รู้เรื่องทั้งหมดนี้ดี แต่กลับไม่คืนความยุติธรรมให้เธอ จนกระทั่งนั่วนั่วอยากจะจัดการซีเหมินเยี่ยน คุณถึงเดินหมากตานี้ สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่หมากตาหนึ่งที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่... ทั้งๆ ที่... ด้วยความสามารถของคุณ..."
"ผมไม่ได้เปิดโรงทานนะ"
ซ่งเฉาตู้ขัดจังหวะกงซุนเหยียน "หลินโม่มอบบริษัทให้ผมดูแล ผมกดดันมากนะ เพราะผมไม่ใช่เขา ไม่มีผลงานที่ออกมาไม่ขาดสายแบบนั้น ไม่มีไอเดียร้อยแปดพันเก้าพวกนั้น เขาเป็นคนอย่างกับเทพเซียน ส่วนผมมันก็แค่คนธรรมดา คนธรรมดาอย่างผม แค่ประคองการพัฒนาของกลุ่มบริษัทที่ใหญ่โตขนาดนี้เอาไว้ได้ก็ใช้กำลังไปจนหมดแล้ว จะเอาแรงที่ไหนไปเรียกร้องความยุติธรรมให้นักแสดงหญิงอะไรนั่นอีก"
"ผมรู้สึกว่า"
กงซุนเหยียนมองซ่งเฉาตู้ "ถ้ารุ่นน้องยังอยู่ เขาคงจะต้องผิดหวังในตัวคุณมากแน่ๆ ตำนานที่เขาสร้างขึ้นมา ไม่ควรเป็นแค่อาณาจักรทุนนิยมทางธุรกิจที่ไร้หัวใจและเย็นชา"
"ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว!"
จู่ๆ ซ่งเฉาตู้ก็มีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมา "ผมไม่ละอายแก่ใจ!"
กงซุนเหยียนส่ายหน้า "เอาข้อมูลติดต่อของอันซินมาให้ผมเถอะ ประธานซ่งอย่างคุณก็ไปทำธุรกิจเถอะ ผมจะเป็นคนเรียกร้องความยุติธรรมเอง"
"เดี๋ยวผมให้เลขาฯ ส่งไปให้"
ซ่งเฉาตู้ไม่สนใจคำประชดประชันของกงซุนเหยียน "กลับมาคุยเรื่องกู้สิงคนนี้ต่อดีกว่า ผมรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้นั่วนั่วแต่งงานกับเขาง่ายๆ แบบนี้"
"นั่วนั่วไม่สนหรอกว่าคุณจะคิดยังไง เธอเอาตามที่เธอคิดต่างหาก"
กงซุนเหยียนถอนหายใจ "ความจริงแล้ว ผมพอจะเข้าใจนะ ว่าทำไมตัวเลือกสุดท้ายของนั่วนั่วถึงต้องเป็นกู้สิง"
"ทำไมล่ะ"
"คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอ กู้สิงเหมือนรุ่นน้องมาก ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องพรสวรรค์อะไรพวกนั้นนะ ถึงแม้ว่าด้านนั้นจะเหมือนกันมากก็ตาม แต่ที่เหมือนกันยิ่งกว่าก็คือนิสัย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นบางครั้งก็ทำให้ผมรู้สึกเหม่อลอยจนบอกไม่ถูก"
ซ่งเฉาตู้นึกย้อนไปถึงวันที่ได้พบกับกู้สิง
ทุกรายละเอียดในการพบกันครั้งนั้นถูกฉายซ้ำในหัวราวกับการสาวไหมออกจากรัง ไม่รู้ว่านึกย้อนไปถึงช่วงเวลาไหน ที่ทำให้ซ่งเฉาตู้เบิกตากว้างขึ้นมาทันที
เหมือน... เหมือนมากจริงๆ!