หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 129
บทที่ 129 การนั่งแทะเม็ดแตงดูอยู่ริมสนาม สู้การลงไปลุยในสนามเองไม่ได้หรอก มันเร้าใจกกว่าเยอะ
“นี่แหละที่เรียกว่าแสร้งอ่อนให้ศัตรูชะล่าใจ!”
“อืมๆ!”
“นี่ล่ะที่เรียกว่าบุกด้วยกระแสสาธารณะ โอ้ ท่านก็ทำเป็นเหมือนกันนะ”
“Hehe พอรู้บ้างๆ!”
“แต่นี่มันเพิ่งเริ่มเอง เสี่ยวหม่าเกอก็ไม่ใช่สายบุญ เขาฟ้อง 360 กลับทันที แล้วโจวหงอีก็สวนฟ้องกลับ กลายเป็นวุ่นวายตีกันเละ”
“เดือดขนาดนี้? ได้วิชาเลยจริงๆ!”
“แต่จำไว้อย่ารอแบบโง่ๆ ฝั่งตลาดห้ามหยุดขยับ เดี๋ยวถึงคดีชนะ เค้กก็ถูกไอ้พวกหมาเวรแทะเกลี้ยงแล้ว”
“โห~ มีอย่างนี้ด้วย? หน้าด้านสุดๆ เลยนะ”
“แน่นอน ฉันก็คิดเหมือนกัน”
ในออฟฟิศ เหลยจวินกำลังวิเคราะห์ให้เฉินโม่ฟังถึงสถานการณ์ของศึก 3Q ตอนนี้และแนวโน้มต่อจากนี้
ในฐานะชาวเน็ตอาวุโส เหลยจวินจะไม่สนใจศึก 3Q ที่ร้อนแรงที่สุดอยู่ได้ยังไง ยิ่งอีกฝ่ายเป็นศัตรูคู่แค้นเก่าของเขาด้วย เขายิ่งดูไปสะใจไป โดยเฉพาะพอเห็นโจวหงอีหน้าแตก เขาก็ยิ่งคิ้วเต้นตาเป็นประกาย กฎแห่งกรรมเวียนวน วันนี้เอ็งก็มีวันนี้!
แต่นั่งดูคนเดียวมันไม่สะใจ พอดีเฉินโม่โผล่มาหาเหมือนมีธุระ ก็มาได้จังหวะพอดี สุขคนเดียวสู้สุขกันหลายๆ คนไม่ได้ เรื่องงานวางไว้ก่อน เหลยจวินลากเขามานั่งเมาท์ยาว
ท้ายที่สุดตอนนี้ Xiaomi รุ่นที่ 1 ก็เริ่มประกอบผลิตที่อิงวาดาแล้ว วีแชตก็ออนไลน์แล้ว ต่อไปคือเดินหน้าหาทุนต่อ ทำให้ใหญ่และแกร่งขึ้น
หลังจากล้มลุกคลุกคลานมาครึ่งปี ในที่สุดทั้งสองคนก็พอจะปลีกเวลามานั่งแทะเม็ดแตงดูดราม่าของคู่แข่งทางการค้าได้อย่างสบายอกสบายใจ
แถมเจ้าเฉินโม่คนนี้ต้องยอมรับว่าเป็นผู้ฟังที่ดีมาก ตอบรับและแทรกคำพูดได้ถูกจังหวะราวกับรู้จังหวะหายใจของเขา ทำเอาเขาพูดได้อย่างเพลิดเพลิน
เหลยจวินหัวเราะหึๆ “เดี๋ยวดูไปยาวๆ ฉันว่าน่าจะลากยาวอีกพักใหญ่ ศึก 3Q รอบนี้ ต่อไปนี่แหละของมันจริง”
เฉินโม่เกาศีรษะ หัวเราะแหะๆ “ถ้าถามผมนะ แทนที่จะเก็งทางไกล สู้ส่งหน่วยกล้าตายไปหน้าออฟฟิศอีกฝ่าย ต้มน้ำร้อนราดต้นไม้เงินทองของมัน ทุบตู้ปลา ดึงสายแลน คลุมกระสอบ ริบตราประทับบริษัท หรือไม่ก็ยืนหน้าประตูทำท่าเบ่งอึ จัดนักข่าวมาสักโขยงให้เขารายงาน ผลลัพธ์โคตรจะตรงไปตรงมาและได้ผลไว”
คำพูดนี้เล่นพังทลายกรอบความคิดเรื่องสงครามธุรกิจของเหลยจวินโดยสิ้นเชิง ถึงกับเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งรู้จักเฉินโม่เป็นครั้งแรก ทุกวันนี้เด็กๆ เล่นกันแรงขนาดนี้แล้วเรอะ?
จากนั้นเขารีบส่ายหัว ปัดไล่ความคิดสกปรกทิ้ง ยิ้มด่า “เพ้อเจ้อสิ้นดี นี่มันศึกธุรกิจระดับสูงนะ คิดว่าเป็นตลาดสดที่มาด่ากัน หรือเล่นขายของรึไง? ยังจะคลุมกระสอบ ริบตราประทับ นายนี่พูดได้ไหลลื่น คิดว่ายังอยู่ยุคโฉดเถื่อนสมัยศตวรรษก่อนเรอะ? นายนี่มันความคิดเข้าข่ายผิดกฎหมายชัดๆ!
นายตั้งใจดู ตั้งใจเรียน นี่มันองค์ความรู้! วันหน้ามีโอกาสได้ใช้แน่”
เฉินโม่กลอกตาในใจ แสดงความดูแคลน เดี๋ยวคอยดูไปเหอะ ท้ายที่สุดเสี่ยวหม่าเกอโกรธจนควันออกหู ก็ยังต้องออก “ประกาศตามล่าเสื้อแดง” ไล่ล่าข้ามพันลี้อยู่ดี จะสูงส่งไปได้สักแค่ไหนกันเชียว
พูดมาถึงตรงนี้ เหลยจวินถึงนึกขึ้นได้ “ว่าแต่ นายมาหาฉันทำอะไรนะ?”
เฉินโม่แทบร้องไห้ ในใจบ่นว่า ผมนั่งอยู่จนจะชั่วโมงแล้ว พี่ถึงเพิ่งนึกเรื่องงานได้สักที?
“สมาร์ทโฟน Xiaomi ทางอิงวาดาให้ไทม์ไลน์ไว้ยัง?”
“พฤศจิกายนได้เครื่องต้นแบบ ธันวาคมเริ่มผลิตจำนวนมาก ตามเป้า 3 แสนเครื่อง ตอนหลังตรุษจีนก็น่าจะพอดี”
“สามแสนเครื่องพอไหม?”
พอได้ยิน เหลยจวินก็มีอารมณ์แบบ “หนุ่มเอ๋ย อย่าฝันลมๆ แล้งๆ ต้องติดดินหน่อย สามแสนยังจะไม่พออีกเรอะ? ขายออกได้ Xiaomi ก็มีสิทธิ์รอดแล้ว ไม่พอ? ฉันก็อยากได้สามล้านเครื่องเหมือนกัน ต้นทุนหลายร้อยล้าน จะให้ไปปล้นธนาคารเหรอ? คงมีแต่ธนาคารนรกเท่านั้นแหละที่กล้าปล่อยให้ตามที่เราต้องการ!”
เฉินโม่คิดๆ ดูก็จริง ตอนนี้สามแสนเครื่อง Xiaomi ยังชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่เลย ไว้ค่อยว่ากัน แล้วก็ถามต่อว่า
“งั้นงานเปิดตัวจัดเมื่อไหร่? ก่อนตรุษจีนไหม?”
“วันปีใหม่! 1 มกราคม!”
“เร็วขนาดนั้นเลย?”
“เพราะผมได้ข่าวว่า Meizu จะวางขายเครื่องรุ่นใหม่วันนั้นพอดี!”
ผมนี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แสดงว่าไอ้นี่แทรกซึมเข้าไปฝั่งศัตรูแล้วสินะ? เฉินโม่เหลือบมองเหลยจวินอย่างประหลาดใจ นึกถึงเส้นสายระหว่างทั้งสองฝ่าย ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงล็อกวันที่นี้
“สุดท้าย คือผมอยากขออนุมัติงบก้อนหนึ่ง”
“งบอะไร? ใช้ทำอะไร?”
“งบโปรโมตวีแชต ผมเตรียมทำการโปรโมตออฟไลน์ช่วงแรก ช่องทางที่ผมจะใช้เคยร่วมงานกันมาก่อน ผลลัพธ์คือดียืนหนึ่ง”
“ตั้งใจจะเอาเท่าไหร่?”
“สามล้าน!”
เมื่อกี้ยังอากาศแจ่มใสอยู่ เหลยจวินก็ทำหน้ามึนทันที เหลือบตามองเฉินโม่แล้วบ่นหงุดหงิด “สามล้าน? หน้าตาฉันเหมือนมีสามล้านรึไง?”
ช่วงก่อนคุยดีลกับซัพพลายเออร์สารพัด จ่ายออกไปก็เงินสดล้วนๆ โดยเฉพาะฝั่งควอลคอมม์ ต้นทุนชิปกินสัดส่วนเกือบหนึ่งในสี่
เงินที่เตรียมมาจากรอบ Angel Round ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง ตอนนี้เขายังปวดหัวเรื่องช่องทางระดมทุนถัดไป
รู้สึกว่าปัญหาตอนนี้มันต่อคิวกันอยู่ แก้อันหนึ่ง อีกอันก็โผล่มาทันที
แล้วไอ้นี่อ้าปากก็สามล้าน เหลยจวินจะทำหน้ายังไงไหว
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็นโรคแพ้ตัวเลขสามล้านไปแล้ว
“งั้นสักหนึ่งล้านก็น่าจะไหวนะ?” เฉินโม่ทำหน้าแบบ เฮ้ย ไม่จริงน่า เจ้านายใหญ่อย่างพี่เหลย เงินแค่นี้ยังควักไม่ได้?
คราวนี้เหลยจวินไม่รับก็ไม่ปฏิเสธ แค่ฮึหนึ่งที “งั้นบอกมาก่อนว่าแผนต่อไปของวีแชตจะทำยังไง”
“ง่ายมาก แทรกเงียบเข้าหมู่บ้าน อย่ายิงปืนให้ดัง เพราะงั้นตอนนี้ขอเงินไปทำโปรโมตออฟไลน์ก่อน ออนไลน์ลงทุน 0 ก่อน ปูพรมวีแชตให้กว้างเพื่อชิงเวลา แถมข้างหน้ามีศึก 3Q คอยดึงไฟไป นี่แหละโล่ชั้นดี
แต่ผมว่าเราน่าจะทำอะไรสักอย่างตรงกลาง ให้ไฟกองนี้ลุกแรงขึ้นอีกหน่อยไหม?”
เฉินโม่กลอกตานิดหนึ่ง พอผ่านการวิเคราะห์แบบถึงพริกถึงขิงของเหลยจวินเมื่อกี้ ก็พอจะปิ๊งไอเดียขึ้นมา
อืม? เหลยจวินได้ยินก็สนใจ ร่างเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จากเจ้านายบริษัทเปลี่ยนโหมดเป็นนักเผือกติดสายฟ้าในพริบตา “ยังไง ลองว่ามาฟังหน่อย”
“ถ้าให้พี่จวินลงไปยุ่งในเรื่องนี้ พี่จะเลือกหนุนฝ่ายไหน?”
เหลยจวินไม่ลังเลแม้แต่นิด “ก็ต้องเสี่ยวหม่าสิ ไอ้เฒ่าโจวก็หัวหน้าอันธพาลชัดๆ!”
“ใช่ นี่แหละคือภาพจำของคนส่วนใหญ่ต่อพี่ เพราะพี่เคยมีปัญหากับ 360 แต่คำแนะนำของผมคือ ไม่ใช่แค่ช่วยเทนเซ็นต์ ต้องช่วย 360 ด้วย”
“อะไรวะหมายความว่าไง?” เหลยจวินขมวดคิ้ว CPU เริ่มควันกรุ่น
เฉินโม่แย่งคีย์บอร์ดกับเมาส์คอมของเหลยจวินมา ตะบันพิมพ์ค้นข้อมูลป้าบๆ “ดูข่าวเดือนพฤษภาคมปีนี้ อดีตผอ.ความปลอดภัยของ 360 ฟู่เซิ่งลาออก ไปก่อตั้งซอฟต์แวร์ความปลอดภัย ‘เคอนิ่ว’ ถึงจะไม่รู้สาเหตุ แต่ชัดว่าเขากับโจวหงอีมีแค้นต่อกัน
พี่จวิน ผมจำได้ว่าพี่เคยเอ่ยว่าไปลงทุนเคอนิ่วใช่ไหม?”
พอได้พยักหน้าจากเหลยจวิน เขาก็พูดตามตรงว่า “ผมเคยลงทุนในเคอนิ่ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนเป็นดีลที่ล้มเหลว”
เฉินโม่กลับส่ายหน้า “นั่นไม่แน่ ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร แม้ตอนนี้เคอนิ่วจะร่อแร่ แต่ฟู่เซิ่งคือคนลงมือสร้าง 360 เซฟการ์ด นั่นโคตรมีมูลค่า
ทั้งเคอนิ่วและ KingSoft พี่มีอิทธิพลพอตัว ลองเชื่อมสาย ทำสะพาน สร้างพันธมิตร แล้วค่อยไปคุยกับเสี่ยวหม่าเกอ”
พอโดนเฉินโม่สะกิด เหลยจวินก็เริ่มเห็นเส้นเรื่องชัดขึ้น “นายหมายถึง ให้เทนเซ็นต์ลงเงิน ให้ KingSoft กับเคอนิ่วลงแรง จับมือกันต้านการบุกของ 360”
“นั่นเป็นแค่ฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งคือเราต้องปั้นกระแสให้ 360 หน่อย ทำให้ภาพออกมาดูสมน้ำสมเนื้อ จะได้เปลี่ยนศึกกวาดล้างให้กลายเป็นศึกยืดเยื้อยาวนาน!”
“แค่เราปั้นกระแสให้ 360 คงไม่พอหรอก นายมั่นใจเหรอว่าโจวหงอีจะทนหมัดเหล็กของเสี่ยวหม่าเกอไหว?”
“อย่าดูถูกคู่ต่อสู้หน้าไม่อายเด็ดขาด! เฒ่าโจวอาจจะอึดกว่าที่เราคิดก็ได้”
เหลยจวินนึกภาพฉากสุดท้ายที่อาจเกิดขึ้นแล้วตาวาวด้วยความตื่นเต้น “ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ เราจะหาคุณชายกระเป๋าหนักมารับช่วงดีลลงทุนที่ล้มเหลวของเคอนิ่วได้ แถมยังเติมเลือดให้ KingSoft ที่กำลังจะขาดทุนต่ออีก และยังทำให้เทนเซ็นต์ไม่มีเวลามาสนใจวีแชต ไหนจะ YY กับเบราว์เซอร์ UC ที่เคยลงทุนไปก่อนหน้านี้ก็จะได้หายใจหายคอสะดวกขึ้น”
“บิงโก! นั่นแหละ! ยิงนัดเดียวได้นกสามตัว! ปล่อยให้บรรดาเจ้าพ่อทั้งหลายไปเปิดกะโหลกตีกันข้างหน้า ส่วนพวกเราก็ยืนหลังแนว ตั้งหลักนิ่งๆ ไม่ไปสุ่มสี่สุ่มห้า บ่มกำลังให้โตแบบเนียนๆ!”
ไม่สิ จริงๆ แล้วมันคือยิงนัดเดียวได้นกสี่ตัว ตัวที่สี่ก็คือเปิดทางให้ “ไท่ซางหวง” ของ KingSoft อย่างชิวป๋อจวินได้เทขายหุ้น แล้วตัวเองก็ได้ขึ้นบัลลังก์ตามน้ำ!
แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องบอกเฉินโม่
เหลยจวินรู้ดีว่าเฉินโม่ทำทั้งหมดก็เพื่อการเติบโตของวีแชต เขาโบกมือฉับ “เอาเลย งบโปรโมตออฟไลน์หนึ่งล้านสำหรับวีแชต ฉัน เหลยจวิน อนุมัติ!”
“เจ้านายใจกว้าง!” เฉินโม่ทำท่าค้อมมือเชิงแกล้งเป็นทางการ
ตอนนั้นเองเหลยจวินถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีจุดขัดแย้ง “ให้ตายสิเจ้าเด็กนี่ แกยังกล้าบอกว่าไม่เข้าใจศึก 3Q อีกเรอะ? แกล้งทำเนียนเข้าไปเถอะ!”
เห็นเฉินโม่หัวเราะแหะๆ ไม่เถียง เหลยจวินก็พลันนึกขึ้นได้ “รอบก่อนค่าโปรโมต MIOS ถึงแกจะไม่พูด แต่ฉันรู้ว่าแกควักเงินตัวเอง ฉันจำใส่ใจไว้ อย่างน้อยก็ห้ามไปถอนขนแกะจากแก เดี๋ยวจะดูเหมือนฉันไม่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”
“ไม่ต้องหรอกพี่จวิน หนึ่งแสนที่พี่บอกว่าไม่เอาก่อนหน้านั้น มันมีค่ามากกว่าค่าโปรโมต MIOS ครั้งนี้เยอะ”
เรื่องนี้ผมจำไปทั้งชีวิต เฉินโม่คิดในใจ
ก่อนออก เฉินโม่เอ่ยขึ้น “ไหนๆ บริษัทก็ขาดเงิน งั้นดันโครงการให้พนักงานถือหุ้นกันทั้งบริษัทต่อได้เลย ตอนนี้เป็นจังหวะสำคัญของการทำมือถือละ ช่วยฮึกเหิมกำลังใจ แถมเติมเลือดเข้าระบบอีกสักระลอก ชนะขาด!”
“ไม่ต้องให้แกย้ำก็ได้ อ้อ เตรียมใจไว้หน่อยนะ ฉันตั้งใจจะเลื่อนแกขึ้นเป็นรองประธานบริษัท”
หือ? “แล้วขึ้นเงินเดือนไหม?” เฉินโม่ยิ้มหน้าบานทันที
“คิดอะไรอยู่ ก็แค่เลื่อนตำแหน่ง สวัสดิการเหมือนเดิม!”
ดอกไม้ร่วงกราว
“ขอบคุณผู้บริหารที่เมตตาครับ!”
“ถือใบอนุมัติแล้วรีบไสหัวไปทำงานเลย แกน่ะนอกจากเรื่องงานที่ไว้ใจได้ ที่เหลืออย่างอื่นไม่น่าไว้ใจสักอย่าง!”
เห็นเฉินโม่ถือเอกสาร แถมยังถือวิสาสะฉกโคลากระป๋องหนึ่งของตัวเองติดมือออกไป เหลยจวินก็ถอนหายใจเงียบๆ ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเจ้านี่ เขามักรู้สึกเหมือนตัวเองหมดเรี่ยวแรง หรือว่าตัวเองแก่จริงๆ เข้าแล้ว?
จากนั้นเหลยจวินก็หยิบปากกาขึ้นมา ตามประเด็นที่คุยกันเมื่อครู่ เขียนๆ วาดๆ ลงกระดาษ ปรับแผนปฏิบัติการถัดไปให้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินโม่ออกมาจากห้องการเงิน แล้วไปหาห้องประชุมย่อยสักห้อง โทรหาจางจ่างฟา
“เหลาจาง ภารกิจใหม่มาแล้ว”
“ปฏิบัติการกองทัพบุก พร้อมลุยทุกเวลา คุณเฉิน ชี้ไปทางไหน พวกเราก็บุกไปทางนั้น!”
“อยากพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องดี คราวนี้เป็นซอฟต์แวร์แชตบนมือถือชื่อวีแชต รายละเอียดกับกลยุทธ์โปรโมต เดี๋ยวให้คนส่งเข้าอีเมลคุณ”
“โอเค ไม่มีปัญหา”
“แต่อีกรอบนี้ วิธีจ่ายเงินไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เดี๋ยวคุณส่งคนมาที่ Xiaomi เซ็นสัญญาก่อน แล้วค่อยโอนเงิน”
“Xiaomi? ไม่แปลกใจเลย คุณเฉิน เราเป็นเพื่อนเก่ากัน คุณบอกก่อนว่าจะทำยังไง ผมจะสั่งให้ลูกน้องลงมือก่อน เรื่องเงินค่อยว่ากัน~”
“เดี๋ยวให้คนติดต่อไป อ้อ ใช่ ลืมไม่ได้! เมืองเซินเจิ้นกับกว่างโจว สองเมืองนี้ห้ามโปรโมต!”







