พบผมเหรอ?
คำตอบนี้ทำให้จางหยวนชิงตั้งตัวไม่ติด เดิมทีเขาคิดว่าวิธีที่เจ้าวังหยุดสังหารจะติดต่อเขาคือการคุยผ่านโทรศัพท์มือถือ
ขนาดแค่คุยโทรศัพท์ จางหยวนชิงยังหวาดระแวงไม่น้อย นับประสาอะไรกับการพบหน้า
คนของวังหยุดสังหารล้วนเป็นพวกหัวรุนแรง... เจ้าวังเป็นคนบ้าคลั่งขั้นนักบุญจุดสูงสุด... ระหว่างที่ความคิดแล่นผ่าน จางหยวนชิงก็โพล่งออกไปว่า
"ไม่ นี่มันผิดกฎ!
"ผมไม่อยากพบกับเจ้าวังของพวกคุณ การรักษาระยะห่างไว้เป็นผลดีต่อทุกคน"
คนบ้าคืออะไร? ก็คือคนที่วินาทีแรกบอกว่า "ชอบพี่ชายที่สุดเลย" แต่วินาทีต่อมากลับหยิบมีดพร้ามาสับหัวพี่ชาย แล้วลอยออกทะเลไปด้วยกันไงล่ะ
จางหยวนชิงมั่นใจว่าตัวเองเก่งเรื่องการเข้าสังคม แต่เขารับมือกับพวกยันเดเระและคนบ้าไม่ได้ สัญชาตญาณจึงไม่อยากข้องแวะกับคนประเภทนี้
ฉิงเตี้ยนต้าเซิ่งลังเลเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า
"เจ้าวังบอกว่า หากคุณอยากรู้ความลับของตระกูลเซี่ยโหว ก็ต้องมาพบหน้ากัน เธอจะไม่พูดสาย และยิ่งไม่ส่งข้อความไปหา นอกจากนี้ คุณต้องไปคนเดียวเท่านั้น"
ความลับที่เกี่ยวกับตระกูลเซี่ยโหว แถมยังต้องคุยต่อหน้า แสดงว่าต้องสำคัญระดับหนึ่ง! จางหยวนชิงนิ่งเงียบใช้ความคิด
เมื่อเห็นเทพบรรพกาลตกอยู่ในความเงียบ ฉิงเตี้ยนต้าเซิ่งจึงเสริมว่า
"เจ้าวังของพวกเราได้ยินวีรกรรมของคุณแล้ว และชื่นชมคุณมาก"
การถูกคนบ้าชื่นชมไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด... จางหยวนชิงแอบนินทาในใจ
เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "ตกลง เมื่อไหร่ ที่ไหน"
ฉิงเตี้ยนต้าเซิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วรีบพูดว่า "เจ้าวังบอกว่า สถานที่คือร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามกรมรักษาความสงบเขตคังหยาง"
นี่กำลังแสดงเจตนาดีต่อผม! จางหยวนชิงตอบ "ไม่มีปัญหา"
ตอนนี้เขากำลังต้องการข้อต่อรองเพื่อคานอำนาจกับตระกูลเซี่ยโหวอย่างเร่งด่วน หากพลาดไปคงน่าเสียดายแย่
แม้จะแอบด่าเจ้าวังหยุดสังหารว่าเป็นคนบ้า แต่จางหยวนชิงก็มองว่า ณ ตอนนี้ วังหยุดสังหารคือมิตรไม่ใช่ศัตรู ในเหตุการณ์ของหวังเชียน เขายังมีบุญคุณต่อวังหยุดสังหารด้วย
ตีสี่ครึ่ง ถนนหนทางว่างเปล่าและหนาวเหน็บ แสงไฟสีเหลืองนวลจากไฟถนนสาดส่องทอดยาวไปตามเส้นทาง
เมื่อใกล้ถึงกรมรักษาความสงบเขตคังหยาง จางหยวนชิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาใช้หน้าจอแทนกระจกเพื่อสำรวจใบหน้าตัวเองใต้แสงไฟถนน
หน้าตาธรรมดา ดูทื่อๆ เล็กน้อย
เขาปลอมตัวเป็นหวังไท่
หน้าตาแบบหวังไท่ให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่าจริงๆ หน้าตาของผมหล่อเหลาและสะดุดตาเกินไป... จางหยวนชิงเก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังกรมรักษาความสงบ
เสียงฝีเท้าดังกึกก้องไปตามท้องถนนที่ว่างเปล่า สามนาทีต่อมา เขาก็มองเห็นร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามกรมรักษาความสงบแต่ไกล ประตูร้านเปิดกว้าง แสงไฟสลัวนวลตา
จางหยวนชิงลังเลอยู่ที่หน้าร้านครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านกาแฟ
ภายในร้านว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
คนล่ะ? ยังมาไม่ถึงเหรอ? จางหยวนชิงมองไปรอบๆ แล้วสุ่มเลือกที่นั่ง
เขาเพิ่งนั่งลง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ใสกังวานดังมาจากด้านข้างไม่ไกลนัก
"หวังเชียนบอกว่าคุณหน้าตาดี ฉันว่าก็งั้นๆ เขาหลอกฉัน กลับไปต้องจับเขาแขวนคอแล้วเฆี่ยนซะหน่อย"
แผ่นหลังของจางหยวนชิงเกร็งขึ้นมาทันที ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง เขาหันหน้าไปมอง
ห่างออกไปสองโต๊ะ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีร่างอรชรในชุดสีแดงสดนั่งอยู่ เธอสวมชุดกระโปรงหรูหราแบบราชสำนักยุคราชวงศ์ฮั่น โดยมีสีแดงสดเป็นสีพื้น บริเวณหน้าอก ชายกระโปรง และแขนเสื้อที่กว้างขวางนั้น ปักลายเมฆและลายมังกรด้วยดิ้นทอง
ชายกระโปรงสีแดงลากยาวไปกับพื้น ผ่าข้างตรงน่อง เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน นั่งไขว่ห้าง ไม่ได้สวมรองเท้า เท้าเปลือยเปล่าขาวราวหิมะ ข้อเท้าเล็กเรียวงดงามสวมกำไลทองคำ
เธอสวมหน้ากากสีเงิน ดวงตากลมโตมีชีวิตชีวาภายใต้หน้ากากกำลังพิจารณาจางหยวนชิง
ยั่วยวน ตามใจชอบ สูงศักดิ์ สง่างาม... เพียงแค่แวบเดียว จางหยวนชิงก็มองเห็นบุคลิกมากมายในตัวเธอ
ขานี่สวยดีแฮะ! จางหยวนชิงแอบมองสองสามที ไม่กล้ามองนาน จึงลองหยั่งเชิงดู
"เจ้าวัง?"
ดวงตาคู่สวยภายใต้หน้ากากโค้งลงเล็กน้อย ถือเป็นการตอบรับ
"ฉันได้ยินเรื่องของคุณแล้ว ขอบคุณที่ช่วยเหลือวังหยุดสังหาร ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมและอยู่ในขอบเขตที่พอทำได้ ฉันสามารถรับปากคำขอของคุณได้หนึ่งข้อ" เธอเท้าคาง หัวเราะคิกคัก
สามข้อได้ไหม... จางหยวนชิงพยักหน้าอย่างสุขุม "ขอบคุณครับ! ฟังจากฉิงเตี้ยนต้าเซิ่งบอกว่า สองวันนี้เจ้าวังลงดันเจี้ยน ก็เลยไม่ได้จัดการกับตระกูลเซี่ยโหวเหรอครับ?"
เจ้าวังชุดแดงพยักหน้าเล็กน้อย "ฉันเลื่อนระดับเป็นขั้นผู้ปกครองแล้ว"
เชี่ย ผู้ปกครอง? จางหยวนชิงรีบแสดงความประจบประแจงทันที "ต้องการให้ผมตะโกนว่า 'เจ้าวังอายุยืนหมื่นปี รวมยุทธภพเป็นหนึ่ง' ไหมครับ?"
หญิงสาวชุดแดงหัวเราะคิกคัก "ฉันอยากถลกหนังหน้าคุณออกมาดูมากกว่า ว่าคุณหน้าตาเป็นยังไง"
เธอดูออกว่าผมปลอมตัวมา? ถลกหนังหน้า สมกับเป็นคนบ้าจริงๆ...
ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงจะพูดว่า: นี่เป็นเกียรติของผม
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าพูด กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะลงมือจริงๆ
จางหยวนชิงปั้นหน้าขรึม "เซี่ยโหวเทียนหยวนจบเห่แล้ว แต่เซี่ยโหวซินกับเซี่ยโหวฉือยังอยู่ ผมทำอะไรให้เจ้าวังได้บ้างครับ?"
การพูดเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง
เจ้าวังหยุดสังหารนิ่งคิดไปไม่กี่วินาที ก่อนจะค่อยๆ พูดขึ้น "คุณสนิทกับยัยหนูเซี่ยหลิงซี น่าจะรู้ตัวตนของฉันแล้วใช่ไหม"
จางหยวนชิงพยักหน้า
เจ้าวังหยุดสังหารยกมุมปากขึ้น "หึ ที่แท้เธอก็เอาเรื่องชาติกำเนิดของฉันไปเล่าให้คนนอกฟังจริงๆ ฉันจะจับเธอแก้ผ้าแล้วแขวนคอเฆี่ยนซะ"
เอ๊ะ นี่ผมเผลอทำเซี่ยหลิงซีซวยหรือเปล่าเนี่ย? จางหยวนชิงชะงักไป นึกไม่ถึงเลยว่าหัวข้อสนทนาจะวกมาตรงนี้
เขาตามความคิดของเจ้าวังคนนี้ไม่ค่อยทัน
น้ำเสียงไพเราะราวกับกระดิ่งเงินของเจ้าวังหยุดสังหารดังขึ้นต่อ
"ยี่สิบเอ็ดปีก่อน ตระกูลฉู่ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูล 'นักดนตรี' ถูก 'ศาสนาเทพสงคราม' ลอบโจมตี สมาชิกหลักถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น มีเพียงคนในตระกูลธรรมดาที่หนีรอดไปได้ ตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังไม่ได้เป็นผู้ท่องแดนวิญญาณ โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ภายใต้การปกป้องของคนในตระกูล
"สาเหตุที่ตระกูลฉู่ล่มสลายในปีนั้นซับซ้อนมาก ฉันจะไม่อธิบายรายละเอียดก็แล้วกัน ฉันถูกคนในตระกูลพามาตั้งรกรากที่ซงไห่ พอโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ได้รับการ์ดตัวละครและกลายเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณ
"ฉันเริ่มสืบหาความจริงเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลฉู่ในปีนั้นอย่างลับๆ หลังจากพยายามมาหลายปี ในที่สุดก็สืบรู้อะไรบางอย่าง ฉันพบว่าในเหตุการณ์ปีนั้น มีขุมกำลังหนึ่งคอยบงการอยู่เบื้องหลัง"
"ขุมกำลังอะไรครับ?" จางหยวนชิงถามด้วยความอยากรู้
"คุณเคยได้ยินกุหลาบรัตติกาลไหม"
กุหลาบรัตติกาล?! จางหยวนชิงใจกระตุก "เคยได้ยินครับ"
ดวงตาคู่สวยภายใต้หน้ากากสีเงินฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา
"คุณรู้มากเกินไป ไม่เหมือนหน้าใหม่เลยนะ"
อัจฉริยะมักจะพิเศษเสมอ! จางหยวนชิงแอบชื่นชมตัวเองในใจ แต่ไม่กล้าต่อบทสนทนาส่งเดช ขืนเธอพูดว่า: ฉันชอบอัจฉริยะ เพราะงั้นตัดสินใจจะถลกหน้าคุณออกมา!
เจ้าวังหยุดสังหารหุบรอยยิ้ม สายตามองไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน น้ำเสียงราบเรียบกล่าวว่า
"กุหลาบรัตติกาลเป็นองค์กรลับ ผู้ที่รู้เรื่องนี้มีน้อยมาก แต่จากการสืบสวนของฉัน พบว่าพวกมันแทรกซึมเข้าไปในตระกูลแดนวิญญาณใหญ่ๆ และองค์กรทางการอย่างล้ำลึก ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรทางการหลายคน เบื้องหลังล้วนเป็นคนของ 'กุหลาบรัตติกาล'
"ซึ่งรวมถึงสายของเซี่ยโหวฉือด้วย สิ่งที่ฉันสืบได้มีแค่ถึงเซี่ยโหวฉือเท่านั้น ส่วนสภาผู้อาวุโสเผ่าของตระกูลเซี่ยโหวจะเกี่ยวข้องกับกุหลาบรัตติกาลหรือไม่นั้น ฉันก็ไม่รู้แล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในหัวของจางหยวนชิงก็มีประกายความคิดสว่างวาบ ในที่สุดก็ปะติดปะต่อเรื่องราวและเชื่อมโยงเหตุและผลทั้งหมดเข้าด้วยกันได้
"ที่คุณเกือบจะฆ่าเซี่ยโหวเทียนเวิ่น ก็เพื่อสืบเรื่องกุหลาบรัตติกาล ส่วนที่เซี่ยโหวฉือเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาซงไห่ ฉากหน้าคือมาแก้แค้นให้หลานชาย แต่ความจริงแล้วต้องการจะฆ่าปิดปากคุณ?"
มิน่าล่ะ ตระกูลเซี่ยโหวถึงได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวและบีบบังคับในเหตุการณ์ของวังหยุดสังหารขนาดนี้
เจ้าวังหยุดสังหารส่งเสียง "อืม" หนึ่งคำ "ฉลาดดีนี่"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่รายงานเรื่องนี้ให้พันธมิตรห้าธาตุล่ะครับ?"
"ฉันไม่เชื่อใจองค์กรทางการ" เธอส่ายหน้า
"คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่คุณเชื่อใจ ไม่ใช่คนของกุหลาบรัตติกาล? เว้นแต่จะได้พบกับผู้อาวุโสทั้งห้าแห่งซงไห่โดยตรง แต่ฉันเข้าไม่ถึงตัวพวกเขา เซี่ยโหวฉือไม่น่าหนักใจเท่าไหร่ แต่ฉันยังต้องระวังไม่ให้กุหลาบรัตติกาลเข้ามาแทรกแซงและฆ่าปิดปาก"
จางหยวนชิงนิ่งคิดไปไม่กี่วินาที "ที่คุณบอกเรื่องนี้กับผมตอนนี้ คืออยากให้ผมเป็นคนรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปให้เบื้องบนเหรอครับ?"
เจ้าวังหยุดสังหารหัวเราะออกมา
"คุณเป็นหน้าใหม่ ประวัติขาวสะอาด ฉันถึงบอกเรื่องนี้ให้คุณรู้ ส่วนคุณได้ข้อมูลไปแล้วจะทำยังไงต่อ นั่นก็เป็นเรื่องของคุณ ฉันไม่จำเป็นต้องยืมมือคุณมากำจัดตระกูลเซี่ยโหว สำหรับเซี่ยโหวฉือในตอนนี้ ฉันดีดนิ้วทีเดียวก็จัดการได้แล้ว"
จางหยวนชิงหยั่งเชิงถาม "คุณรู้จักฟู่ชิงหยางไหมครับ"
"ไม่สนิท" ดวงตาภายใต้หน้ากากสีเงินมองมา "คุณอยากเอาข่าวนี้ไปบอกเขาเหรอ?"
เธอครุ่นคิดอยู่ไม่กี่วินาที แล้วพูดว่า "คนของตระกูลฟู่ครึ่งหนึ่งอยู่ต่างประเทศ ฟู่ชิงหยางเองก็โตเมืองนอกเหมือนกัน"
เธอค่อนข้างเชื่อใจฟู่ชิงหยาง... จางหยวนชิงพยักหน้า จากนั้นก็คิดต่อ: เจ้าวังหยุดสังหารก็กำลังสืบเรื่องกุหลาบรัตติกาล ส่วนกุหลาบรัตติกาลกับยมทูตดำก็กำลังเตรียมจะติดต่อกัน
ถ้าสามารถดึงตัวเจ้าวังคนนี้มาเป็นสายข่าวได้ แผนการตามหายมทูตดำและเอาสมุดรายชื่อของผมก็คงจะราบรื่นขึ้น
ผ่านไปสิบกว่าวินาที เขาก็พูดขึ้น
"ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับกุหลาบรัตติกาล คุณสนใจไหมครับ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าวังหยุดสังหารก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันที เธอจ้องมองจางหยวนชิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ข้อมูลอะไร?"
"เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เข้าร่วมในคดีล้อมจับลูกน้องของยมทูตดำ อืม คุณรู้เรื่องยมทูตดำใช่ไหมครับ..."
เมื่อเห็นเจ้าวังพยักหน้า เขาก็พูดต่อ "ผมสืบจากความทรงจำของผู้ใช้กู่คนนั้นได้ว่า สาเหตุที่ยมทูตดำกบดานอยู่ในซงไห่ ก็เพื่อรอหัวหน้าของกุหลาบรัตติกาล"
เมื่อพูดจบประโยคนี้ เขาก็สัมผัสได้ลางๆ ว่าลมหายใจของเจ้าวังหยุดสังหารถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
"หัวหน้าของกุหลาบรัตติกาลจะมาที่ซงไห่?" น้ำเสียงของเธอฟังไม่ออกว่าดีใจหรือโกรธเคือง
"ใช่ครับ" จางหยวนชิงตีเหล็กตอนร้อน "เราร่วมมือกันได้"
เจ้าวังหยุดสังหารสูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงกลับมาราบเรียบดังเดิม "ตกลง ฉันจะสืบเรื่องผู้ใช้กู่ของสมาคมพลังวิญญาณ มีข่าวคราวเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ ถ้าคุณสืบพบเบาะแสของกุหลาบรัตติกาล ก็ติดต่อหวังเชียนได้เลย"
"เข้าใจแล้วครับ" จางหยวนชิงเผยรอยยิ้ม
ผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าวังหยุดสังหารก็ทำลายความเงียบ "ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว วันนี้ก็พอแค่นี้แหละ"
จางหยวนชิงลุกขึ้นบอกลา
เขาเดินออกจากร้านกาแฟ ก้าวไปข้างหน้าได้ไม่กี่ก้าว ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง
ประตูร้านกาแฟถูกล็อคอย่างแน่นหนา ภายในหน้าต่างกระจกบานใหญ่มีแต่ความมืดมิด เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้เปิดให้บริการ
เรื่องทั้งหมดเมื่อครู่นี้ ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา
สถานการณ์แบบนี้ ถ้าอยู่ในนิยายสยองขวัญ ก็คือเจอผีชัวร์ๆ... จางหยวนชิงบ่นพึมพำ
ยังดีที่แม้เจ้าวังคนนี้จะมีนิสัยแปลกประหลาดไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยันเดเระหรือบ้าคลั่งเหมือนในข่าวลือ อืม หวังว่าผมคงจะไม่โดนตบหน้าทีหลังนะ
เขาเดินต่อไปข้างหน้า พลางทบทวนบทสนทนาเมื่อครู่อย่างละเอียดอีกครั้ง
ที่แท้สายของเซี่ยโหวฉือก็แอบสมรู้ร่วมคิดกับกุหลาบรัตติกาลนี่เอง คราวนี้คงรุกฆาตสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยโหวได้แล้ว อีกอย่าง พวกเขาจะต้องรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับกุหลาบรัตติกาล สมาชิกองค์กร และอื่นๆ แน่นอน
ยมทูตดำหดหัวเป็นเต่าซ่อนตัวอยู่ในซงไห่ ตามหาตัวยาก แต่ถ้าสามารถคลำทางจากสายของกุหลาบรัตติกาลได้ ก็อาจจะพบช่องทางทะลวงฝ่า
ผมต้องรายงานข่าวนี้ให้ฟู่ชิงหยางทราบ
จางหยวนชิงค่อนข้างเชื่อใจเขาอยู่บ้าง ด้านหนึ่ง ในเหตุการณ์ของเฮิงสิงอู๋จี้ เขาได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของกุหลาบรัตติกาลแล้ว ถ้าฟู่ชิงหยางเป็นคนของกุหลาบรัตติกาล ก็คงไม่ช่วยเขาในเหตุการณ์ของเซี่ยโหวเทียนหยวน
น่าจะคอยโหมกระพือไฟ เพื่อกำจัดลูกน้องที่รู้เรื่องกุหลาบรัตติกาลคนนี้ทิ้งมากกว่า
อีกด้านหนึ่ง ผู้นำระดับสูงสุดที่เขาสามารถเข้าถึงได้ มีเพียงฟู่ชิงหยางที่เป็นนายร้อยคนนี้เท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จางหยวนชิงก็มองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเงียบๆ แล้วกดโทรหาฟู่ชิงหยาง







