ฟู่ชิงหยางมาแล้ว?
ผู้ดูแลผางคิ้วกระตุก ลุกพรวดขึ้นทันที
เซี่ยโหวเทียนหยวนครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า
"ฟู่ชิงหยางคนนี้เป็นคนแบบไหน?"
ตระกูลฟู่เป็นตระกูลแดนวิญญาณ เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจหลักของกองกำลังพยัคฆ์ขาว ในพันธมิตรห้าธาตุทั้งหมดถือเป็นตัวตนระดับเสาหลักที่มีอยู่
จริง
ตระกูลฟู่ยังครอบครองทรัพย์สินมหาศาลในต่างประเทศ เป็นนายทุนรายใหญ่ที่ชั่วร้าย
หากพูดถึงแค่อำนาจของตระกูลและกำลังทรัพย์ ตระกูลเซี่ยโหวด้อยกว่าตระกูลฟู่อยู่ไม่น้อย
ผู้ดูแลผางครุ่นคิดแล้วกล่าว
"คนผู้นี้เย่อหยิ่งอย่างยิ่ง พรสวรรค์โดดเด่น ฉันได้ยินมาว่าตอนที่เขาอยู่ขั้นเหนือมนุษย์ เคยเผชิญหน้ากับอาชีพสายชั่วร้ายขั้นนักบุญ
สู้ถวายหัวไม่ยอมถอย และสามารถยืนหยัดต่อกรกับนักบุญได้นานถึงหนึ่งก้านธูป นับว่าเป็นปาฏิหาริย์
"ฟู่ชิงหยางถูกส่งตัวมาที่ซงไห่ยังไม่ถึงหนึ่งปี ฉันกับเขาไม่ค่อยได้ข้องเกี่ยวกันนัก แต่จากการติดต่อกันไม่กี่ครั้ง แม้เขาจะ
เย่อหยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่พวกบุ่มบ่ามไร้สมอง"
เซี่ยโหวเทียนหยวนวางใจลงทันที หัวเราะพลางกล่าวว่า
"ไม่ใช่พวกบุ่มบ่ามก็ดี ตระกูลฟู่และกองกำลังพยัคฆ์ขาวของเขา มี
ธุรกิจไปมาหาสู่กับตระกูลเซี่ยโหวอยู่ไม่น้อย เพื่อคนธรรมดาเพียงคนเดียว คิดว่าเขาคงไม่แตกหักกับฉันหรอก"
ผู้ดูแลผางไม่ได้พูดอะไร เขาได้ยินเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายกำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องทำงาน จำนวนคนไม่น้อยเลย
เซี่ยโหวเทียนหยวนตีหน้าขรึม มองไปยังประตูห้องทำงานที่เปิดอ้าอยู่
คนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตา ผู้นำสวมชุดสูทสีขาวเรียบกริบ หล่อเหลาบาดใจ มัดผมหางม้าสั้น
อย่างมีสไตล์
ด้านซ้ายของเขาคือชายผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อผ้าสบายๆ และมีตาหยี ส่วนด้านขวาคือคนที่ขัดขวางแผนการและเป็นศัตรูกับเขา เทพบรรพกาล
ตอนนี้เทพบรรพกาลกำลังประจบสอพลอเดินตามฟู่ชิงหยางราวกับลูกน้อง
(แกได้ใจไปได้ไม่นานหรอก...) เซี่ยโหวเทียนหยวนหน้าเครียด
"ผู้กองร้อยฟู่!" ผู้ดูแลผางเดินเข้าไปต้อนรับ ยิ้มพลางกล่าวว่า
"ยกขบวนมาที่นี่ใหญ่โต มีธุระอะไรหรือ?"
ฟู่ชิงหยางปรายตามองเซี่ยโหวเทียนหยวนแวบหนึ่ง
"มาจับคน!"
ผู้ดูแลผางยังคงรอยยิ้มไว้
"ใคร?"
ฟู่ชิงหยางไม่อยากพูดมาก จางหยวนชิงผู้เป็นลูกน้องจึงพูดขึ้นมาให้ถูกจังหวะ
, หลักฐานมัดตัวแน่นหนา พวกเราต้องควบคุมตัวเขาตามกฎหมาย"
"เซี่ยโหวเทียนหยวนต้องสงสัยคดีลักพาตัว เป็นภัยต่อความมั่นคงของสังคม
ผู้ดูแลผางหน้าสลดลง แคะเสียงเย็นชา
"ที่นี่มีที่ให้แกพูดด้วยหรือ?"
เขาหันไปมองฟู่ชิงหยาง แล้วยิ้มอีกครั้ง
"ผู้กองร้อยฟู่ เซี่ยโหวเทียนหยวนทำร้ายคนในเขตรับผิดชอบของฉัน และถูกจับกุมแล้ว ส่วนเรื่องลักพาตัว เขาก็รับสารภาพ
แต่โดยดี ตามกฎแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นคดีของเขตเฟิ่งหัวของฉัน"
ฟู่ชิงหยางกล่าวเสียงเรียบ
"คุณจะมาพูดเรื่องกฎกับผมหรือ? งั้นผมจะบอกคุณให้ ญาติของผู้เสียหายได้แจ้งความกับ
ทีมผู้ท่องแดนวิญญาณเขตคังหยางตั้งแต่เช้าวันนี้แล้ว คนของผมสังหารโจรลักพาตัวและช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ ถ้าว่ากันตามกฎแล้ว เหตุผลของผม
มีน้ำหนักมากกว่าคุณ"
ผู้ดูแลผางส่ายหน้า
"คน ฉันจับมาแล้ว ส่งให้คุณไม่ได้หรอก ต่อให้เรื่องถึงสภาผู้อาวุโส ฉันก็เป็นฝ่ายถูก"
แน่นอนว่าเขารู้ว่าฟู่ชิงหยางมีเหตุผลมากกว่า ดังนั้นเขาจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมา ใช้กฎมางัดกับกฎ แบบนี้ถึงจะ
ยื้อเวลาได้
การทำงานในองค์กรทางการ ต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากกฎระเบียบ
เซี่ยโหวเทียนหยวนที่อยู่ข้างๆ พูดเสริมว่า
"ผู้กองร้อยฟู่ ฉันมอบตัวแล้ว และยินดีรับโทษ การที่คุณบีบคั้นกันแบบนี้หมายความว่ายังไง?"
เมื่อเห็นฟู่ชิงหยางไม่ตอบ เขาก็ยิ้มพลางกล่าว
กัน ฉันยังต้องเรียกคุณว่าพี่ชายด้วยซ้ำ"
"ว่ากันตามตรง ตระกูลฟู่และตระกูลเซี่ยโหวมีธุรกิจร่วมกัน สองตระกูลเป็นมิตรเก่าแก่
ความหมายในคำพูดของเซี่ยโหวเทียนหยวนนั้นชัดเจนมาก คุณจะแตกหักกับตระกูลเซี่ยโหวของฉันเพื่อคนธรรมดาคนเดียวจริงๆ หรือ?
ฟู่ชิงหยางไม่แม้แต่จะมองเขา เอาแต่จ้องผู้ดูแลผาง แล้วกล่าวเสียงเรียบ
"ผมไม่ได้มาปรึกษาหารือกับคุณ"
ผู้ดูแลผางขมวดคิ้ว
"แล้วคุณมาทำอะไร?"
ฟู่ชิงหยางเปิดช่องเก็บของ เรียกธงคำสั่งสีดำออกมา สะบัดมือขว้างออกไป
"ปึก!"
เสียงปักลงบนโต๊ะ ปัก
อยู่ตรงหน้าเซี่ยโหวเทียนหยวนพอดี
เซี่ยโหวเทียนหยวนตัวสั่นเทิ้ม ทรุดฮวบลงบนโซฟา กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง สีหน้าของเขาโกรธจัด ทว่ากลับขยับตัวไม่ได้
"ฟู่ชิงหยาง!"
ผู้ดูแลผางโกรธจัด เอ่ยถามเสียงแข็ง
"คุณจะลงมือกับฉันหรือ?"
เขาวางมือทั้งสองทาบหน้าอก แสงสีเขียวเรืองรองแผ่ซ่านออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า กวาดผ่านห้องทำงานไปราวกับระลอกคลื่น
เสียง "แกรก" ดังขึ้นไม่ขาดสาย พื้นและผนังปริแตก เถาวัลย์เส้นหนาเติบโตขึ้น ปิดกั้นหน้าต่างและ
ประตู ชั่วพริบตาเดียวก็เปลี่ยนห้องทำงานให้กลายเป็นกรงไม้
ผู้ดูแลผางแค่นเสียงเย็น
"วันนี้ใครก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่..."
บนผิวหนังของเขามีเถาวัลย์เรียวเล็กงอกออกมา หดและยืดหยุ่นราวกับหนวดปลาหมึก ถักทอกลายเป็นชุดเกราะเถาวัลย์
ฟู่ชิงหยางหยิบกระบี่สำริดออกมาจากช่องเก็บของ ยาวสามฟุตสองนิ้ว ตัวกระบี่แบ่งเป็นแปดเหลี่ยม ปกคลุมไปด้วยสนิมทองแดง
(นี่จะลงมือแล้วเหรอ? ผู้ใช้พลังในขั้นนักบุญ ลงมือในพื้นที่ปิดทึบแบบนี้ จะโดนพวกเรา
ไหม?) จางหยวนชิงใจหายวาบ
เขารีบหันไปมองกวนหย่า หลิงจวิน มังกรขาว และคนอื่นๆ แต่กลับพบว่าผู้ใช้พลังระดับอาวุโสเหล่านี้มีสีหน้าเรียบเฉย เยือกเย็นอย่างหาที่สุดไม่ได้
(จะนิ่งเกินไปแล้วมั้ง หรือว่าฉันประเมินพลังรบของขั้นนักบุญสูงเกินไป?) ขณะที่จางหยวนชิงกำลังสับสน แสงกระบี่อันคมกริบก็สว่างวาบขึ้นตรงหน้า
แทงตาจนเขาต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณ
ตามติดมาด้วยเสียงครางอู้อี้ดังขึ้นข้างหู
จางหยวนชิงลืมตาขึ้นมอง ผู้ดูแลผางที่สวมชุดเกราะเถาวัลย์ล้มพับลงกับพื้น เลือดกองใหญ่ทะลักออกมาจากท้องน้อย
"คุณจะไปฟ้องสภาผู้อาวุโสว่าผมลอบสังหารเพื่อนร่วมงานก็ได้ แน่นอนว่าผมก็จะฟ้องว่าคุณปกป้องอาชญากรและทุจริตคอร์รัปชัน"
, ฟู่ชิงหยางสะบัดเลือดที่ติดอยู่บนปลายกระบี่
"คุณยังอ่อนหัดไปหน่อย"
ฟึ่บ
น้ำเสียงของเขาเย็นชา สีหน้าไม่มีแม้แต่ความเหยียดหยาม นิ่งสงบราวกับกษัตริย์ผู้เย่อหยิ่งกำลังลงโทษ
ประชาชนผู้ต่ำต้อย
(เกิดอะไรขึ้น? ผู้ดูแลผางคนนี้เป็นนักบุญจริงๆ เหรอ? ฉันไม่ได้ประเมินนักบุญสูงไปหรอก แต่ฉันประเมินเขาไว้สูงไปต่างหาก?) จาง
หยวนชิงลอบประหลาดใจ
เขาเคยได้ยินหลี่ตงเจ๋อและกวนหย่าพูดมาก่อนหน้านี้ว่า ฟู่ชิงหยางมีพรสวรรค์โดดเด่น เป็นคนในรุ่นนี้ของพันธมิตรห้าธาตุที่มีความหวังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้
อาวุโสมากที่สุด
แต่สิ่งที่ได้ยินมานั้น ในใจกลับนึกภาพไม่ออก
ตอนนี้ จางหยวนชิงนึกภาพออกอย่างชัดเจนแล้ว
สมกับเป็นยอดอัจฉริยะจริงๆ
มิน่าล่ะ พวกหลิงจวินและกวนหย่าถึงได้เยือกเย็นขนาดนี้
เซี่ยโหวเทียนหยวนที่ทรุดตัวอยู่บนโซฟามองดูฉากนี้ด้วยใบหน้าซีดเผือด
ฟู่ชิงหยางไม่ได้มองผู้ดูแลผาง เขาเดินไปที่โต๊ะน้ำชา ดึงธงคำสั่งสีดำออก และเก็บกลับเข้าไปในช่องเก็บของ
เซี่ยโหวเทียนหยวนกระโดดขึ้นทันที ทำเป็นเก่งแต่ข้างในกลัวจัด
"ฟู่ชิงหยาง ฉันเป็นสายเลือดตรงของตระกูลเซี่ยโหว แกจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับ
ตระกูลเซี่ยโหวจริงๆ เหรอ"
ฟู่ชิงหยางยกด้ามกระบี่ขึ้น เคาะไปที่หัวของเขา
เซี่ยโหวเทียนหยวนเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบการโจมตี
ปัง!
หัวของเขาถูกทุบเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราด สติสัมปชัญญะแตกซ่านในพริบตา ก่อนจะหมดสติไป มีเพียงความคิดเดียวที่ดังก้อง
: ฉันหลบพ้นแล้วแท้ๆ...
ฟู่ชิงหยางหันหลังเดินจากไป
"พาตัวไป!"
ฟอรัมทางการ
ส่งต่อ #【ช็อก! เซี่ยโหวเทียนหยวนต้องสงสัยคดีลักพาตัว เป็นภัยต่อความมั่นคงของสังคม ถูกผู้กองร้อยฟู่แห่งเขตคังหยางจับกุม】
ตกเย็น กระทู้หนึ่งที่ส่งต่อมาจากฟอรัมทางการของสำนักไท่อี ดึงดูดให้ผู้ใช้พลังของพันธมิตรห้าธาตุเข้ามาถกเถียงกันอย่างดุเดือด
เนื้อหาในกระทู้อธิบายเหตุการณ์อย่างละเอียด เทพบรรพกาล ผู้ใช้พลังทีมสองเขตคังหยาง ได้รับแจ้งความ ญาติผู้เสียหาย
อ้างว่าเซี่ยโหวเทียนหยวนลักพาตัวคนในครอบครัวไป ใช้วิธีการชั่วช้า
ทำตัวเหนือกฎหมาย
เทพบรรพกาลผู้เที่ยงธรรมโกรธจัดจนต้องลงมือ ผ่านความยากลำบากแสนสาหัส สังหารโจรลักพาตัวและช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ จากนั้น ฟู่ชิงหยางก็นำทีมจับกุมเซี่ยโหวเทียนหยวนอย่างรวดเร็ว
ที่น่าพูดถึงคือ คนตั้งกระทู้ชื่อหยวนถิง
"ลักพาตัว? ถุย ตระกูลเซี่ยโหวชักจะทำตัวเหนือกฎหมายขึ้นทุกวันแล้ว"
"ตระกูลเซี่ยโหวก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ ตระกูลแดนวิญญาณพวกนั้นมีตระกูลไหนบ้างที่เรียบร้อยอ่อนน้อม? แต่ครั้งนี้กล้ามาสร้างเรื่องใน
ซงไห่ของเรา ถือว่าเจอของแข็งแล้วล่ะ"
"ผู้กองร้อยฟู่ไม่ตามใจเขาหรอก สมควรโดนลงโทษตั้งนานแล้ว ตระกูลเซี่ยโหวอาศัยว่ามีผลประโยชน์ร่วมกับเบื้องบน เลยไม่
เห็นกฎระเบียบอยู่ในสายตามานานแล้ว"
"เมนต์บน พูดจาระวังหน่อย ระวังเพื่อนร่วมงานไปตรวจมิเตอร์น้ำที่บ้านตอนกลางคืนนะ"
"เทพบรรพกาลคนนี้น่าสนใจดี ฉันชอบ"
"คนหนุ่มสาวมักจะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเสมอ แต่ฉันกลัวว่าเขาจะถูกตระกูลเซี่ยโหวแก้แค้น แค่ลักพาตัวคนธรรมดา ก็พอให้ผู้ใช้พลัง
เถื่อนรับกรรมหนักแล้ว แต่คงทำอะไรเซี่ยโหวเทียนหยวนไม่ได้หรอกมั้ง"
"ถ้าตระกูลเซี่ยโหวกล้าแก้แค้นเทพบรรพกาล ก็เท่ากับประกาศสงครามกับพวกเราแล้วล่ะ กลัวแต่เขาจะเล่นตุกติก ไม่รู้ว่าเรื่องนี้
จะเป็นยังไงต่อไป"
"ตระกูลเซี่ยโหวเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ฉันได้ยินมาว่าผู้ดูแลหลายคนในซงไห่พากันไปร้องเรียนผู้กองร้อยฟู่ ขอให้ผู้อาวุโสเปิด
การประชุมเพื่อพิจารณาคดีเขา"
"พิจารณาคดีเขา? ด้วยเหตุผลอะไร"
"เรื่องนี้ฉันรู้ ผู้ดูแลผางเขตเราถูกผู้กองร้อยฟู่แทงบาดเจ็บ"
"นี่มัน..."
จางหยวนชิงกินข้าวเย็นเสร็จ ก็กวาดสายตาอ่านคอมเมนต์ในฟอรัมรอบหนึ่ง แล้วปิดหน้าจอเงียบๆ
โต๊ะอาหารคืนนี้เงียบเหงาเป็นพิเศษ น้าเล็กเข้าเวรดึก พี่ชายก็เข้าเวรดึก ในบ้านมีแค่คุณตาคุณยายและเขา
ก่อนอาหารเย็น น้าชายแวะมาหาทายาทผู้สืบทอดเพื่อดวลเต้น แต่ถูกคุณยายไล่กลับไป
คนดวลเต้นสองคนไม่รู้สึกอาย แต่คุณยายรู้สึกอายแทน
"ไม่รู้ว่าผู้กองร้อยฟู่จะจัดการเรื่องนี้ได้ไหม..."
จางหยวนชิงนอนอยู่บนเตียง รอคอยผลการประชุมอย่างเงียบๆ
หลังจากจับกุมเซี่ยโหวเทียนหยวน ความกดดันก็ถาโถมเข้ามา ภายใต้การจัดการของเซี่ยโหวซิน เจ้าหน้าที่ทางการที่มีผลประโยชน์ร่วมกับตระกูลเซี่ยโหว
เจ้าหน้าที่ทางการ ผู้ดูแลของพันธมิตรห้าธาตุ หัวหน้าทีมของสำนักไท่อี ต่างพากันโทรหาฟู่ชิงหยาง
ไม่ว่าจะเพื่อเกลี้ยกล่อม หรือขอความเห็นใจ
ฟังจากกวนหย่าบอกว่า คนของตระกูลฟู่ก็โทรหาฟู่ชิงหยางเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่สภาผู้อาวุโสของตระกูลฟู่ยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ
ความจริงแล้วคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ฟู่ชิงหยาง แต่เป็นเขา
แต่ผู้กองร้อยกลับแบกรับเรื่องทั้งหมดเอาไว้เอง
คำอธิบายที่กวนหย่าให้มาคือ: นายเป็นลูกน้องเขา เขาย่อมต้องคุ้มครองนายอยู่แล้ว!
จางหยวนชิงซาบซึ้งใจมาก พูดว่า: ผู้กองร้อยฟู่มีน้ำใจขนาดนี้เลยเหรอ?
กวนหย่าบอกว่า: เปล่าหรอก เขาก็แค่ขี้เก๊กเท่านั้นแหละ
ทาวน์โฮมหรู ชั้นสอง
ฟู่ชิงหยางถือแก้วไวน์ นั่งอยู่บนระเบียง รับลมเย็นที่พัดมาเอื่อยๆ
ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกลมคือหลิงจวินที่นั่งยองๆ อยู่บนโซฟาเดี่ยว
ไม่ไว้หน้าฉันเลยนะ"
ฟู่ชิงหยาง
"อ้อ ความหมายของนายคือ นายก็มีส่วนร่วมในการปกป้องเซี่ยโหวเทียนหยวนด้วยงั้นสิ"
หลิงจวินโกรธจัด
"ดีเลย ฉันนึกว่านายเป็นงักฮุย ที่แท้ก็เป็นฉินข้วย"
เขาใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเมลอนขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
กินไปพลาง
ถอนหายใจไปพลาง
บรรพกาลนั่น อนาคตก็คือลูกน้องของนายแล้วล่ะ"
"วิธีซื้อใจคนของนายก็ไม่เลวนะ หยวน
ฟู่ชิงหยางขมวดคิ้วกล่าว
"ฉันเรียกว่าใช้คุณธรรมสยบคนต่างหาก"
เขาไม่ชอบคำบรรยายที่ดูหวังผลประโยชน์อย่าง "ซื้อใจคน" แต่ก็คร้านที่จะอธิบาย
หลิงจวินนั่งยองๆ บนโซฟา ใช้สองนิ้วคีบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา
"อีกห้านาทีการประชุมจะเริ่ม นายคิดไว้หรือยังว่าจะรับมือพวกเขายังไง สภาผู้อาวุโสของตระกูลฟู่ไม่ได้เอาเรื่อง นี่ถือเป็นเรื่อง
ดี แต่ก็คงไม่น่าจะออกหน้าแทนนายหรอกนะ"
"พอไม่มีตระกูลฟู่ พวกนั้นก็ไม่เกรงใจนายแล้วล่ะ ยังไงซะนายก็เป็นแค่ผู้ดูแลนี่นา"
หลิงจวินขยิบตาหลิ่วตาพูด
"จะให้ฉันช่วยไหม? แค่นายเรียกฉันว่าลูกพี่คำเดียว"
ฟู่ชิงหยางกล่าวเสียงเย็น
"นายไม่ได้อยากช่วยฉันหรอก"
ด้วยนิสัยของเขา จะไปเรียกคนอื่นว่าลูกพี่ได้ยังไง หลิงจวินรู้เรื่องนี้ดี จึงเสนอไปอย่างไม่มีความจริงใจเลยสักนิด
หลิงจวินถอนหายใจ
หยวน ถ้าเขาไม่ล้ม เซี่ยโหวเทียนหยวนก็จะไม่เป็นอะไร"
"ข้อหาลักพาตัวเอาผิดเซี่ยโหวเทียนหยวนจนถึงตายไม่ได้หรอก เซี่ยโหวฉือยังอยู่ในซงไห่นะ เขาเป็นปู่ของเซี่ยโหวเทียน
เซี่ยโหวฉือก็คือคนที่ประมือกับเจ้าวังหยุดสังหารนั่นเอง
ฟู่ชิงหยางไม่ได้โต้แย้ง นี่คือความจริง
เขาชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องหนังสือ
"ฉันไปประชุมแล้ว"
ในห้องหนังสือ สาวหูกระต่ายร่างสูงโปร่งหุ่นดี ได้เปิดคอมพิวเตอร์และล็อกอินเข้าโปรแกรมการประชุมให้เขาแล้ว พันธมิตรห้าธาตุมีกฎอยู่ว่า การประชุมย่อยจัดแบบออฟไลน์ การประชุมใหญ่จัดผ่านคอมพิวเตอร์
การประชุมขนาดใหญ่มักมีข่าวรั่วไหลได้ง่าย หากพลาดพลั้งก็อาจถูกอาชีพสายชั่วร้ายโยน "ระเบิดนิวเคลียร์" ใส่ได้ แน่นอนว่าอย่างสำนักไท่
อีที่มีการประชุมรายงานผลประจำปี หรือการประชุมประมุขพันธมิตรของพันธมิตรห้าธาตุ ไม่นับรวมในกรณีนี้
พอถึงเวลา ผู้ดูแลก็พากันออนไลน์
หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงจำนวนคนเข้าร่วมประชุมยี่สิบสองคน ผู้ดูแลของสาขาซงไห่มากันถึงสองในสาม
การประชุมครั้งนี้เกิดจากการเข้าชื่อร่วมกันของผู้ดูแลบางส่วนในสาขาซงไห่ เพื่อยื่นเรื่องขอให้สภาผู้อาวุโสจัดการประชุมขึ้น การประชุมในลักษณะนี้จะจัดขึ้นที่ซงไห่ปีละ
หลายครั้ง
โดยปกติแล้วผู้อาวุโสจะเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุม หากเกิดเรื่องที่ยากจะตัดสินใจ ผู้ดูแลก็สามารถยื่นคำร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่
ได้เช่นกัน
หัวข้อการประชุมในครั้งนี้คือการจัดการกับสายเลือดตรงของตระกูลเซี่ยโหว รวมถึงเรื่องที่ผู้ดูแลผางกล่าวหาฟู่ชิงหยางว่าทำร้ายเพื่อนร่วมงานด้วยความมุ่งร้าย
และเรื่องที่ฟู่ชิงหยางร้องเรียนว่าผู้ดูแลผางให้การคุ้มครองอาชญากร ทุจริตคอร์รัปชัน และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ไมค์ของทุกคนถูกปิด
ผู้อาวุโสไท่ตี๋ที่เป็นประธานการประชุมกล่าวเสียงเข้ม
"ฉันให้เวลาพวกคุณแค่สิบห้านาที สิบห้านาทีหลังจากนี้ ฉันต้องการผลลัพธ์"
ระดับสูงสุดของสาขาซงไห่คือผู้อาวุโสทั้งห้า รองลงมาคือผู้ดูแลเขตต่างๆ และตามด้วยทีมผู้ท่องแดนวิญญาณทีมต่างๆ
ในฐานะหนึ่งในห้าผู้อาวุโสผู้มีอำนาจล้นมือ ผู้อาวุโสไท่ตี๋ไม่ได้สนใจความเป็นตายของสายเลือดตรงจากตระกูลแดนวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
และไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้มากเกินไป
"ผางอู๋ตี๋ นายพูดก่อน" ผู้อาวุโสไท่ตี๋เปิดไมค์ของผู้ดูแลผาง
"ผู้อาวุโส เซี่ยโหวเทียนหยวนทำร้ายคนในเขตของผม ผมจับกุมเขา ถือเป็นการทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ฟู่ชิงหยางนำทีมบุกเข้ามาในห้องทำงานของผม และเกือบจะฆ่าผม ตามกฎของพันธมิตรห้าธาตุ การทำร้ายเพื่อนร่วมงาน ต้องรับโทษประหาร
สถานเดียว"
ผู้ดูแลส่วนหนึ่งรีบพิมพ์ข้อความสนับสนุนทันที เรียกร้องให้ลงโทษฟู่ชิงหยางอย่างหนัก
ผู้อาวุโสไท่ตี๋จึงเปิดสิทธิ์การใช้เสียงของฟู่ชิงหยางทันที
"ฟู่ชิงหยาง นายมีอะไรจะพูดไหม?"
"สิ่งที่ผมจะพูด เขียนไว้ในรายงานหมดแล้ว"
ฟู่ชิงหยางกล่าวเสียงเรียบ
ผู้อาวุโสไท่ตี๋กล่าวเสียงเข้ม
นี่คือความจริง ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหม"
"นายรู้อยู่เต็มอกว่าเซี่ยโหวเทียนหยวนมอบตัวแล้ว แต่ก็ยังจะไปแย่งตัวคนมา เมินเฉยต่อกฎของพันธมิตรห้าธาตุ นี่
"ไม่มีครับ"
น้ำเสียงของฟู่ชิงหยางเย็นชา
ผู้อาวุโสไท่ตี๋ปิดไมค์ของเขา แล้วถามผู้ดูแลผางอีกครั้ง
"ผางอู๋ตี๋ นายบอกฉันมาก่อน เซี่ยโหวเทียนหยวนทำร้ายคนในเขตของ
นาย ทำไมถึงต้องยอมรับสารภาพคดีลักพาตัวด้วยตัวเอง? เป็นเพราะภาพลักษณ์ของนายผางอู๋ตี๋สง่างามเกินไป จนทำให้เขายอมจำนนจากใจจริงงั้นหรือ?"
ผู้ดูแลผางตอบว่า
"เซี่ยโหวเทียนหยวนรู้ตัวว่าทำผิด จึงได้มอบตัวครับ"
ฟู่ชิงหยางแค่นหัวเราะเยาะ
ผู้อาวุโสไท่ตี๋น้ำเสียงเย็นชาลง
"การประชุมภายใน ฉันก็ไม่อยากจะพูดไร้สาระกับพวกนาย เซี่ยโหวเทียนหยวนมอบตัวหลังจากที่ตัวประกันได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว เขามอบตัว
เพื่อปกป้องตัวเอง นี่คือการตัดสินใจของฉัน ฟู่ชิงหยางร้องเรียนว่านายรับสินบน ทุจริต และให้การคุ้มครองอาชญากร ผางอู๋ตี๋ นายควรจะให้
คำอธิบายกับฉันมา"
"ไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่นอนครับ"
ผางอู๋ตี๋กล่าวเสียงเข้ม
"นายทนการตรวจสอบได้ไหมล่ะ"
ผู้อาวุโสไท่ตี๋แค่นเสียง
ผางอู๋ตี๋เงียบไป
ความถี่ในการพิมพ์ข้อความของผู้ดูแลคนอื่นๆ ลดลงไปมาก
ผู้อาวุโสไท่ตี๋กล่าวต่อ
"ในเมื่อต่างก็มีความผิด ก็ลงโทษตีคนละห้าสิบไม้ คดีของยมทูตดำยังต้องสืบต่อ เรื่องของพวกนายสองคน ฉันจะค่อยมาคิดบัญชี
ทีหลัง เรื่องนี้ข้ามไปก่อน สำหรับการจัดการกับเซี่ยโหวเทียนหยวน ฉันอยากฟังความเห็นของพวกนาย"
ทันใดนั้นก็มีผู้ดูแลเจ็ดแปดคนขอเปิดไมค์
"ผู้อาวุโส เป้าหมายที่เซี่ยโหวเทียนหยวนลักพาตัวคือคนในครอบครัวของสมาชิกวังหยุดสังหาร แม้จะมีความผิด แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาทำร้าย
เพียงเพื่อล่อเป้าหมายออกมาเท่านั้น สามารถผ่อนปรนโทษได้ตามความเหมาะสมครับ"
"ผู้อาวุโส ยังไงซะเซี่ยโหวเทียนหยวนก็เป็นสายเลือดตรงของตระกูลเซี่ยโหว ในเมื่อไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรง การลงโทษสถานเบาก็
เป็นสิ่งจำเป็น ให้เขาชดเชยแก่ผู้เสียหายและได้รับการให้อภัย ขังไว้สักสิบวันครึ่งเดือนก็พอแล้วครับ"
"การลักพาตัวเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ สมควรถูกลงโทษ ขังไว้สักครึ่งเดือนเถอะครับ"
ผู้อาวุโสไท่ตี๋ครุ่นคิด แม้ผู้อาวุโสจะมีอำนาจตัดสินใจ แต่คนที่ลงมือทำงานจริงๆ คือผู้ดูแล เขาต้องพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ดูแล
ด้วย
นอกจากนี้ คนตระกูลฟู่สองสามคนที่อยู่นอกวงแกนนำของตระกูล ก็ได้ติดต่อเขาเป็นการส่วนตัว และแสดงความต้องการอย่างอ้อมๆ ว่าอยากให้จัดการเรื่องนี้อย่างเงียบๆ และ
ลงโทษสถานเบา
แต่ครึ่งเดือนนั้นน้อยเกินไป ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนยอมรับได้ ผู้อาวุโสไท่ตี๋จึงกล่าวเสียงเรียบ
"เซี่ยโหวเทียนหยวนละเมิดกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นผู้บงการลักพาตัว ให้จำคุกสองเดือน"
ขังสองเดือน... พวกผู้ดูแลที่มีผางอู๋ตี๋เป็นผู้นำไม่ได้คัดค้านอะไรอีก แม้จะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องการที่สุด แต่สอง
เดือนก็ไม่เป็นไร ถือเสียว่าเป็นการฝึกจิตใจก็แล้วกัน...
"ผู้อาวุโส ผมมีเรื่องจะพูดครับ!"
ฟู่ชิงหยางพิมพ์ตอบกลับ
ผู้อาวุโสไท่ตี๋เปิดไมค์ให้เขา
"นายยังมีเวลาอีกห้านาที"
เขายังอยากจะทำอะไรอีก? ผางอู๋ตี๋และผู้ดูแลคนอื่นๆ ลอบขมวดคิ้ว
น้ำเสียงของฟู่ชิงหยางราบเรียบ ไม่ช้าไม่เร็ว
"จากการสืบสวนของผม ได้รวบรวมข้อมูลการก่ออาชญากรรมของเซี่ยโหวเทียนหยวนมาไม่น้อย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เขาอาศัยอำนาจของตระกูล
ข่มขู่บริษัทหลายแห่งในมณฑลชายฝั่ง บังคับซื้อหุ้นในราคาต่ำ
"เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สมรู้ร่วมคิดกับผู้นำรัฐวิสาหกิจในพื้นที่ ยักยอกทรัพย์สินของรัฐ เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อคดีข่มขืนสามคดี
สองคดีใช้เงินปิดปาก อีกคดีผู้เสียหายไม่ยอมความ เขาก็ส่งผู้ท่องแดนวิญญาณที่เลี้ยงไว้ไปฆ่าปิดปาก
ซะ
"นอกจากนี้ มีหลายคนร้องเรียนว่าเขาลอบใช้ผลประโยชน์ล่อลวงผู้ท่องแดนวิญญาณเถื่อนให้มาเป็นลูกน้อง ทำเรื่องผิดกฎหมายแทนเขา
เลี้ยงดูเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไว้ให้เพื่อนฝูงในแวดวงเดียวกันหาความสำราญ...
"ทางผมมีข้อมูลการก่ออาชญากรรม หลักฐานอย่างละเอียด รวมถึงการร้องเรียนโดยระบุชื่อจริงจากผู้เสียหายบางส่วน"
ในห้องประชุมเงียบกริบไปพักใหญ่
ผางอู๋ตี๋และผู้ดูแลคนอื่นๆ ใจหายวาบ ทั้งตกใจและโกรธจัด ฟู่ชิงหยางทำได้ยังไงถึงสืบข้อมูลมาได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น
แถมยังรวบรวมหลักฐานมาได้อีก?
วินาทีต่อมา คำตอบก็ผุดขึ้นมาในหัว: ตระกูลเซี่ยโหว!
เกลือเป็นหนอน ต้องเป็นคนในแน่นอน
คนนอกไม่มีทางรู้ข้อมูลการก่ออาชญากรรมที่ละเอียดขนาดนี้ของเซี่ยโหวเทียนหยวนได้
เขาคิดจะจัดการกับเซี่ยโหวเทียนหยวนมาตั้งนานแล้วงั้นเหรอ? แอบติดต่อกับกลุ่มอำนาจอื่นในตระกูลเซี่ยโหว และรวบรวมหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วงั้นสิ?
จบกัน...
"เดี๋ยวผมจะคัดลอกข้อมูลส่งให้คุณครับ"
ฟู่ชิงหยางกล่าวเสริม
สิ้นเสียง ผู้ดูแลที่เงียบมาตั้งแต่ต้นจนจบก็พากันออกความคิดเห็น เรียกร้องให้ลงโทษเซี่ยโหวเทียนหยวนอย่างหนัก ราวกับนัดแนะกันไว้
ล่วงหน้า
ผู้อาวุโสไท่ตี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถามว่า
"ยังมีใครจะพูดอะไรอีกไหม"
(คงต้องให้เซี่ยโหวฉือออกหน้าเองแล้วล่ะ...) พวกผางอู๋ตี๋รู้ดีว่าการประชุมครั้งนี้หมดหวังแล้ว จึงเลือกที่จะเงียบ
"ฉันจะตรวจสอบหลักฐาน ก่อนหน้านั้น ให้ฟู่ชิงหยางเป็นคนดูแลเซี่ยโหวเทียนหยวนไปก่อน เลิกประชุม!"
"ประชุมเสร็จแล้วเหรอ?"
ในห้อง จางหยวนชิงที่ได้รับข้อความจากฟู่ชิงหยาง ลุกพรวดขึ้นจากเตียง และตั้งใจอ่านเนื้อหาข้อความ
ฟู่ชิงหยางบอกในข้อความว่า ข้อมูลการก่ออาชญากรรมของเซี่ยโหวเทียนหยวนถูกส่งไปแล้ว ยังไม่ได้กำหนดโทษ แต่คงไม่ได้ออก
มาภายในสองสามปีนี้แน่
ทว่าผู้กองร้อยแอบกล่าวเป็นนัยว่า ปู่ของเซี่ยโหวเทียนหยวน เซี่ยโหวฉือ ตอนนี้อยู่ที่ซงไห่ แม้จะถูกพันธมิตรห้าธาตุ
ควบคุมตัวไว้ แต่ก็เป็นเหมือนระเบิดเวลา
ให้จางหยวนชิงระวังความปลอดภัยในช่วงนี้ อย่าเพิ่งไปทำงานที่สถานีตำรวจเขตคังหยาง ให้รอข่าวจากเขา
(นอกจากเซี่ยโหวฉือแล้ว ยังมีเซี่ยโหวซินอีกคน ลูกชายถูกฉันส่งเข้าคุก ถ้าเขาจนตรอกแล้วกลับมาแก้แค้น
ฉันก็คงตกอยู่ในอันตราย... ต้องติดต่อไปที่วังหยุดสังหาร เพื่อจัดการตระกูลเซี่ยโหวให้สิ้นซาก)
จางหยวนชิงคิดพลางกดโทรศัพท์หาหวังเชียน
คนรับสายคือฉิงเตี้ยนต้าเซิ่ง คำตอบที่ให้มาคือ: รออีกหน่อย...
เจ้าวังลงดันเจี้ยนยังไม่กลับ พวกเขาติดต่อไม่ได้
(ถ้าเธอไปตายในดันเจี้ยนล่ะก็ คงสนุกพิลึก...) จางหยวนชิงพึมพำ แล้วมุดหัวเข้านอน
ตอนตีสี่ เขาถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่น
หน้าจอแสดงชื่อหวังเชียน
จางหยวนชิงตาสว่าง ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง รีบรับสายทันที
ฉิงเตี้ยนต้าเซิ่งพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างอารมณ์ดีว่า
"เจ้าวังของเราออกมาแล้ว เธอต้องการพบคุณ"







