ทุกประโยคที่ชาวเน็ตผู้รอบรู้สรรค์สร้างขึ้นมาล้วนมีเหตุผล อย่างเช่นผู้ชายเวลาออกนอกบ้านต้องรู้จักปกป้องตัวเองให้ดี ท้ายที่สุดแล้วหากไม่ระวังก็อาจถูกเด็กผู้หญิงที่คิดไม่ซื่อเอาเปรียบได้
แม้จะแค่ถูกจับมือ แต่เมื่อวันนี้หล่อนกล้าจับมือ ครั้งหน้าจะกล้าทำอะไรกับเขาอีก เฉียวอวี้ก็ไม่กล้าคิดเลย
โชคดีที่วันเวลาผ่านไปทีละวัน แม้ช่วงนี้เด็กทั้งสองจะยังคงรักษากิจวัตรชีวิตอย่างการกินมื้อเช้าด้วยกัน เดินเล่นด้วยกัน แล้วต่างคนต่างกลับบ้านไปเริ่มเรียนหนังสือ ทว่าเซี่ยเข่อเข่อก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่เกินเลยไปกว่านั้น
อย่างมากก็แค่เวลาเดินเล่นทุกวันจะจับมือกัน แถมยังไม่หลบเลี่ยงสายตาผู้คนแล้วด้วย
ส่วนเฉียวอวี้น่ะหรือ...
ในเมื่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยังไม่สนใจ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่สนใจยิ่งกว่า
หากมีผู้ใหญ่เห็นเข้าแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยเขาก็น้อมรับอย่างเปิดเผย ก็แค่เด็กสองคนที่ไร้เดียงสา เขาเปิดเผยจะตายไป
แล้วในที่สุดก็มาถึงวันที่ 28 มิถุนายน
ตามกำหนดการบนเว็บไซต์ทางการของเสี่ยวหลี่ปาปา วันนี้จะเป็นวันประกาศผลการเรียนรอบคัดเลือก
แม้หลังจากเทียบคำตอบแล้วเฉียวอวี้จะเชื่อว่าตนเองสามารถเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้สำคัญมาก หลังจากบอกลาเซี่ยเข่อเข่อและกลับถึงบ้าน เขาก็ยังคงเปิดคอมพิวเตอร์ทันที แล้วค้นพบว่าได้รับอีเมลฉบับหนึ่งจากเว็บไซต์ทางการของการแข่งขันเสี่ยวหลี่ปาปา
เมื่อเห็นอีเมลฉบับนี้ เฉียวอวี้ก็รู้สึกว่าชัวร์แล้ว
แม้ข้อสอบรอบคัดเลือกจะไม่ได้ประกาศว่าแต่ละข้อมีคะแนนเท่าไร แต่หลังจากเขาดูเฉลยอ้างอิงแล้ว คะแนนที่ประเมินให้ตัวเองไม่น่าจะต่ำกว่า 70 คะแนน
หลังจากคลิกเปิดอีเมลผลลัพธ์ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คะแนนของเขาคือ 71 จัดอยู่ในอันดับที่ 286 ในรอบคัดเลือก อันดับถือว่าอยู่แนวหน้า แต่ก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก
เพราะต่อมาเฉียวอวี้ก็คลิกเปิดเว็บไซต์ทางการด้วยความตื่นเต้น รายชื่อผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศฉบับสมบูรณ์ก็ถูกปล่อยออกมาแล้วเช่นกัน
ปีนี้มีคนเข้ารอบชิงชนะเลิศถึงแปดร้อยคน
ที่น่าสนใจคือ คนที่อยู่ก่อนหน้าเขาหนึ่งอันดับคือคนของมหาวิทยาลัยเยียนเป่ย ส่วนคนที่อยู่หลังเขาหนึ่งอันดับคือคนของมหาวิทยาลัยชิงหวา เขาถูกประกบอยู่ตรงกลางพอดี
แน่นอนว่าคงไม่ถือเป็นความบังเอิญเสียทีเดียว เฉียวอวี้กวาดตามองรายชื่อทั้งหมดรอบหนึ่งแล้วค้นพบว่าผู้ที่มาจากมหาวิทยาลัยเยียนเป่ยและมหาวิทยาลัยหัวชิงที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมีค่อนข้างเยอะ รวมกันแล้วมีมากถึงร้อยกว่าคน อีกทั้งส่วนใหญ่ยังกระจายตัวอยู่ในสี่ร้อยอันดับแรก
มหาวิทยาลัยต่างประเทศก็มีไม่น้อย มีประมาณหกเจ็ดสิบคนที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
ส่วนคนอื่นๆ ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งอื่นในประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหาง, มหาวิทยาลัยซวงตั้น, มหาวิทยาลัยเจียง, มหาวิทยาลัยกวา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่พ่วงชื่อสถานที่จากที่ต่างๆ...
ตรงกลางยังมีโรงเรียนมัธยม XX สองสามแห่งปะปนซ่อนตัวอยู่ในนั้น ซึ่งทำให้ชื่อโรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่งแห่งเมืองดาราดูไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ตัดมหาวิทยาลัยเหล่านั้นทิ้งไป อันดับของเขาก็ยังจัดอยู่ในอันดับที่สี่เมื่อเทียบกับนักเรียนมัธยมทั้งหมด
เรื่องนี้ทำให้เฉียวอวี้รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นกังวลไปเปล่าๆ จริงๆ
ระดับครึ่งๆ กลางๆ ของเขาที่เปลี่ยนสายมาเรียนรู้ด้วยตนเองล้วนๆ พอเทียบกับบรรดาคนเก่งที่เคยผ่านการเรียนผ่านระบบมาแล้ว ก็ยังมีช่องว่างอยู่นิดหน่อยจริงๆ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือในเมืองดารานอกจากโรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมแห่งอื่นมีรายชื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศเลย
ทว่าเฉียวอวี้ยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจในรอบชิงชนะเลิศ
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะการแข่งขันคณิตศาสตร์ครั้งนี้มีโจทย์รอบชิงชนะเลิศที่ง่ายกว่าโจทย์รอบคัดเลือก แต่เป็นเพราะตามกฎของการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศสามารถเลือกสายได้ต่างหาก
เฉียวอวี้รู้สึกว่าทำโจทย์รอบคัดเลือกได้อย่างยากลำบาก สาเหตุหลักคือขอบเขตมันกว้างมาก และสอบทุกเรื่องอย่างละนิดอย่างละหน่อย
แต่รอบชิงชนะเลิศไม่เหมือนกัน เพราะถูกแบ่งออกเป็นห้าสายโดยตรง ได้แก่ พีชคณิตและทฤษฎีจำนวน, เรขาคณิตและทอพอโลยี, การวิเคราะห์และสมการ, Combinatorics และความน่าจะเป็น รวมถึงคณิตศาสตร์เพื่อการประยุกต์ใช้และการคำนวณ หลังจากเลือกสายแล้ว โจทย์ที่ออกมาจะครอบคลุมเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสายนั้นๆ เท่านั้น
ช่วงเวลานี้เขาทุ่มเทกำลังหลักไปกับการศึกษาด้านพีชคณิตและทฤษฎีจำนวน ไม่เพียงแค่โจทย์คณิตศาสตร์ของการแข่งขันเสี่ยวหลี่ปาปาในปีก่อนๆ เขายังค้นหาโจทย์ที่เกี่ยวข้องมากมายจากอินเทอร์เน็ตมาลองทำ สำหรับในตอนนี้ถือว่ารู้สึกดีทีเดียว
อย่างที่คิดไว้ ขอเพียงเกิดความสนใจ จุดที่เคยรู้สึกว่ายากในอดีต ตอนนี้ล้วนกลายเป็นจุดที่น่าสนใจไปแล้ว ขอเพียงอดทนศึกษาค้นคว้า ถึงขั้นยังสามารถเก็บเกี่ยวความสุขหลังจากแก้โจทย์ได้อีกด้วย
ใช่แล้ว ทุกครั้งที่จัดการโจทย์ยากได้หนึ่งข้อ เฉียวอวี้จะหูแว่วได้ยินเสียงเหรียญทองแจ้งเตือนเงินเข้าอาลีเพย์อย่างไม่รู้ตัว พร้อมทั้งได้รับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม
แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากความแล้ว แค่รอให้ถึงช่วงต้นเดือนกรกฎาคมเพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อสอบให้ได้ผลการเรียนที่ดีก็พอ
ถึงแม้จะคว้าเหรียญทองไม่ได้ แต่เหรียญเงินเฉียวอวี้ก็ยังรับได้ เงิน 1.5 หมื่นดอลลาร์ คำนวณดูแล้วก็ตั้งแสนกว่าหยวน
หลังจากเฉียวซีเลิกเหล้า เงินจำนวนนี้ก็แทบจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายหนึ่งปีของทั้งสองคนแล้ว
...
โรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่ง อาคารอำนวยการ
คนที่เคยเป็นครูใหญ่ล้วนรู้ดีว่า ครูใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในละครโทรทัศน์ส่วนใหญ่นั้นไร้สาระทั้งเพ
ในหัวเซี่ย โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจพิเศษ โดยทั่วไปแล้วจะใช้ระบบครูใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้นงานของครูใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่ทิศทางในภาพรวมเป็นหลัก ซึ่งก็คือการผสมผสานความต้องการของเบื้องบนเพื่อชี้นำทิศทางการพัฒนาของโรงเรียน
ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อน บรรดาครูใหญ่ทั้งหลายมักจะยุ่งจนหัวหมุน
ภายในโรงเรียนต้องเป็นประธานการประชุมครูใหญ่ การประชุมคณะกรรมการบริหาร การประชุมสอบรับสมัครนักเรียน การประชุมเรื่องการยื่นความจำนงเตรียมสอบเกาเข่า การประชุมประเมินครูประจำปี...
แต่งานในโรงเรียนความจริงแล้วยังถือว่าง่าย การประชุมนอกโรงเรียนต่างหากที่เยอะที่สุด
ทั้งระดับเขต ระดับเมือง...
นโยบายการศึกษา ปัญหาความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน การปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบวิทยาเขต และอื่นๆ อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการประชุมของแผนกไหนก็ต้องไปเข้าร่วม อย่างน้อยก็ต้องแสดงท่าทีเอาใจใส่ออกมา
ยุคนี้อะไรก็ยากไปหมด ความจริงเป็นครูใหญ่ก็ไม่ง่ายเลย
ครูใหญ่ของโรงเรียนชื่อดังอาจจะยังดีหน่อย แต่ครูใหญ่ของโรงเรียนธรรมดานั้นไม่กล้าล่วงเกินฝ่ายไหนเลยจริงๆ มิฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหาร การตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัย หรือการตรวจสอบความปลอดภัยด้านการจราจร แค่คิดก็ชวนให้ปวดหัวแล้ว...
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้โรงเรียนล้วนมีการกำหนดอัตราตำแหน่ง แต่หากโรงเรียนต้องการพัฒนาก็มักจะมีความหวังที่จะดึงครูดีๆ เข้ามา โรงเรียนไม่ได้มีครูเกษียณทุกปีจนทำให้มีอัตราตำแหน่งว่างลง เวลาแบบนี้จึงจำเป็นต้องยื่นเรื่องขอเพิ่มอัตราตำแหน่งต่อกรมทรัพยากรบุคคล
หากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเบื้องบน แม้เรื่องอัตราตำแหน่งจะถูกคุมเข้ม แต่หนึ่งหรือสองตำแหน่งก็อาจจะได้รับการอนุมัติ ทว่าหากความสัมพันธ์ไม่ดี ภายใต้สภาพแวดล้อมที่จำกัดการเพิ่มอัตราตำแหน่งอย่างเข้มงวดในปัจจุบันนี้ แค่ถูกสกัดเบาๆ ก็ไม่มีความหวังเหลือแม้แต่น้อยแล้ว
ดังนั้นช่วงนี้จางเถี่ยจวินจึงยุ่งมากจริงๆ ยุ่งชนิดที่ว่าเท้าไม่ติดพื้นเลยทีเดียว
ตัวอย่างเช่นวันนี้เขามีประชุมสองงาน ช่วงเช้าเขาได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่องการจัดเตรียมงานด้านความปลอดภัยช่วงปิดเทอมฤดูร้อนภายในโรงเรียน หลังทานข้าวเสร็จ เขาก็รีบรุดไปที่สำนักงานการศึกษาของเมืองพร้อมกับรองครูใหญ่เฮ่อตู๋ช่างที่ดูแลด้านการสอน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสรุปผลสอบเกาเข่าของเมืองดาราในปีนี้ และการเตรียมสอบเกาเข่าในปีหน้า
ข่าวดีเพียงเรื่องเดียวก็คงเป็นการประชุมในช่วงบ่ายที่ไม่จำเป็นต้องให้เขาขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แค่พกหูไปนั่งฟังก็พอแล้ว
บนรถเขาได้พูดคุยเรื่องงานบางอย่างกับรองครูใหญ่ จากนั้นก็หลับตาพักผ่อน พอถึงบ่ายสามโมง การประชุมก็เริ่มขึ้นตรงเวลา
บุคคลระดับบิ๊กบนเวทีกำลังกล่าวสุนทรพจน์ ทันใดนั้นครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมหรงเฉิงที่นั่งอยู่ข้างเขาก็สะกิดแขนเขา แล้วถามเสียงเบาว่า "ครูใหญ่จาง โรงเรียนของคุณมีครูที่ชื่อเฉียวอวี้หรือเปล่า?"
"หืม?" เมื่อได้ยินครูใหญ่พูดถึงชื่อเฉียวอวี้ จางเถี่ยจวินก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาหันขวับไปมองเพื่อนร่วมงานคนนี้ แล้วเอ่ยถามอย่างเก็บอาการ "ครูใหญ่ลู่ คุณรู้จักครูเฉียวได้อย่างไร?"







