พูดกันตามตรง ค้อนเทพอัสนีของหลี่ชิงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
ทั้งกำลังและเชิงชั้นล้วนถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเจนจัดแก่กล้า เรียกได้ว่ายิ่งชำนาญยิ่งเรียบง่าย ไร้ที่ติ เขาเป็นโจรภูเขามาหลายปี เพราะวิชาค้อนมิใช่วิชาชั้นเลิศ ไม่ว่าจะปล้นหรือฆ่า ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ เขาล้วนทุ่มกำลังทั้งหมด ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูเด็ดขาด
ด้วยสายตาของเขา ย่อมประเมินได้ไม่ยากว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีร่างกายอ่อนแอ ค้อนนี้ฟาดลงไป ศีรษะคงยุบจมหายเข้าไปในอก
เพราะฉะนั้น ความตื่นเต้นวิปริตจึงผุดขึ้นในใจ เด็กหนุ่มรูปงามถึงเพียงนี้ พอตายแล้วมิใช่กลายเป็นกองเนื้อเละๆ เหมือนกันหรือ
แล้วเขาก็เห็นเด็กหนุ่มลุกขึ้น หยิบดาบเก่าๆ ที่ฝักผุพังขึ้นมาอย่างสุขุม ชักดาบออกจากฝัก ก่อนฟันสวนค้อนของเขาหนึ่งครั้ง ความเร็วไม่นับว่ารวดเร็ว แต่กลับปะทะค้อนของเขาได้พอดิบพอดี
ดาบนี้...
แม่งทุเรศสิ้นดี บิดเบี้ยวสะเปะสะปะราวกับหมาตะกุยน้ำ แม้แต่ชาวนาตีนเขาที่ชินกับการเหวี่ยงจอบยังทำได้ดีกว่า
"ฮ่า..."
เสียงหัวเราะหยาบกระด้างเพิ่งดังขึ้นก็พลันขาดหาย
"เคร้ง!"
ค้อนกระเด็นไปด้านข้างอย่างแรง ฝังจมลงในพื้นโคลนที่ยังไม่แห้ง
มือขวาซึ่งถือค้อนของเขายังคงชูสูงอยู่ในท่าเดิม เพียงแต่มีกองเลือดไหลทะลักออกจากปากและลำคอ
"รองประมุขช่างเกรียง..."
คำว่า "ไกร" ในปากเหล่าโจรภูเขาด้านหลังยังไม่ทันหลุดออกมา พวกเขาก็ได้แต่มองศีรษะของรองประมุขร่วงลงพื้นกับตา ร่างไร้ศีรษะล้มกระแทกอย่างหนัก จนน้ำโคลนสาดกระเซ็น
"..."
พวกโจรฝีมือดีแห่งค่ายพยัคฆ์ดุร้ายตะลึงไปชั่วขณะ แต่กลับไม่มีใครเผ่นหนี ตรงกันข้าม พวกมันกรูกันเข้ามา ฟาดฟันดาบใส่อย่างบ้าคลั่ง "บ้าเอ๊ย! แก้แค้นให้รองประมุข!"
'บ้าเอ๊ย!'
การที่พวกลูกสมุนโจรกรูเข้ารุมพร้อมกันผิดจากที่ซินจั๋วคาดไว้อย่างสิ้นเชิง เขาสบถในใจแล้วเหวี่ยงดาบออกไปอีกครั้ง
คมดาบยังคงบิดเบี้ยวสะเปะสะปะ น่าเกลียดสิ้นดี
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง..."
ยามเหวี่ยงดาบดูอัปลักษณ์เพียงใด ผลลัพธ์ยามดาบตกลงก็ยิ่งน่าตื่นตะลึงเพียงนั้น
เพียงพริบตาเดียว อาวุธสามเล่มก็ถูกซัดกระเด็น ศพสามร่างปลิวละลิ่วก่อนร่วงลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดสดสาดกระเซ็นย้อมพื้นที่โดยรอบเป็นสีแดง
เหล่าโจรที่เหลือช้ากว่าหนึ่งก้าว พวกมันชูอาวุธขึ้นสูง อ้าปากค้าง อยู่ในท่าจะฟันแต่ยังมิได้ฟัน ทุกคนล้วนแข็งทื่อ
พวกมันใช้ชีวิตเลียเลือดบนคมดาบมานาน กลางวันยังเพิ่งต่อสู้กับพวกมือปราบมา ฉากสังหารคนเห็นมานับไม่ถ้วน แต่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เสียที่ไหน
ดาบเดียวสังหารรองประมุข อีกดาบสังหารพี่น้องสามคนที่พุ่งเร็วที่สุด ศพทั้งสี่กองอยู่แทบเท้า
นี่จะเป็นเด็กหนุ่มรูปงามไปได้อย่างไร เห็นชัดว่าเขาน่ากลัวยิ่งกว่าคนถูกปีศาจสิงเสียอีก
ยามเลือดขึ้นหน้ากล้าหาญเพียงใด พอมองความจริงชัดเจนก็ขลาดกลัวเพียงนั้น
ความหวาดกลัวรุนแรงถาโถมเข้าสู่หัวใจ กระทั่งความกล้าที่จะหลบหนียังไม่เหลือ
"ท่านเจ้าป่าโปรดยั้งมือ พวกข้ายอมแพ้!"
โจรภูเขาเจ็ดคนที่เหลือโยนอาวุธทิ้งอย่างไม่ลังเล แล้วคุกเข่าเต็มพื้น
"เอ่อ..."
ซินจั๋วตะลึงงัน ไม่เพียงเพราะพวกโจรยอมแพ้อย่างง่ายดาย แต่ยังเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาสู้กับคนหมู่มากตามลำพัง
[วิชาดาบสุนัขสะเปะสะปะชวนให้คาดเดาไม่ถูก] มีพลังโจมตีหมู่ด้วยหรือ
'บัฟนี้สะใจชะมัด!'
'แต่ว่าฉันควบคุมวิชาดาบของตัวเองไม่ค่อยได้จริงๆ ต้องฆ่าคนมากมายโดยใช่เหตุ ทุกคนจะเอาให้ถึงตายกันทำไมเนี่ย'
"???"
หลังต้นอู๋ถงด้านนอก เก่อชี จูจู และเหล่ามือปราบต่างเบิกตากว้าง รู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่าง
"เห็นชัดหรือไม่" เก่อชีหันไปมองจูจูอย่างมึนงง
ความหยิ่งทะนงในใจของจูจู มือปราบหญิง พลันถูกกระชากหายไปไม่น้อย นางขมวดคิ้วแน่น "มะ... มองไม่ชัด!"
เมื่อครู่นี้มีเมฆดำลอยผ่านท้องฟ้า บดบังแสงจันทร์ ประกอบกับตำแหน่งที่พวกโจรแห่งค่ายพยัคฆ์ดุร้ายยืนอยู่เรียงเป็นเส้นตรงกับพวกเขาพอดี จึงบดบังทุกสิ่งอย่างหมดจด อีกทั้งเหตุการณ์ยังเกิดขึ้นกะทันหันและรวดเร็วเกินไป
ทว่าศพสี่ร่างกับโจรเจ็ดคนที่คุกเข่าอยู่ในลานย่อมเป็นของจริง
ตอนนี้เด็กหนุ่มชุดป่านผู้สังหารคนโยนดาบเก่าเปื้อนเลือดทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ กำลังย่อตัวอยู่เบื้องหน้าโจรคนหนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังพูดสิ่งใด
สบายเกินไป สบายเกินไปแล้ว
"เป็นฝีมือเขาจริงๆ หรือ" เก่อชีรู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่ง ในลานแห่งนี้นอกจากเด็กหนุ่มคนนั้นแล้วก็ไม่มีผู้อื่น
แต่เด็กหนุ่มผู้นี้เห็นชัดว่าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์!
จูจูขมวดคิ้ว มือกำด้ามดาบคาดเอวจนส่งเสียงกรอด
"ขอบพระคุณท่านเจ้าป่าที่ไว้ชีวิต! ผู้น้อยจะนำความไปส่งให้ถึงแน่นอน!"
ทันใดนั้น พวกลูกสมุนค่ายพยัคฆ์ดุร้ายที่คุกเข่าอยู่ก็ลุกขึ้นพร้อมกัน ก่อนเผ่นออกจากค่ายไป
ส่วนเด็กหนุ่มหันหลังกลับ ก้มเอวลงเก็บดาบ
"จังหวะนี้แหละ ข้าไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลนั่นหรอก เด็กอายุสิบกว่าปีจะแข็งแกร่งได้เพียงใด ลองหยั่งเชิงเจ้าหัวขโมยน้อยนี่ อย่าออมมือ!"
ศักดิ์ศรีของเจ้าหน้าที่ทางการทำให้จูจูไม่ยอมถอย แม้จะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางตวาดเสียงต่ำ ปลายเท้าแตะพื้น ร่างปราดเปรียวทะยานตรงเข้าสู่ลาน
"ฆ่า!"
เก่อชีกัดฟัน พามือปราบสิบคนย่อตัวดีดทะยานตามเข้าสู่ลาน
ในที่ว่าการมีครูฝึกคอยถ่ายทอดวิชาตัวเบาให้ทุกคน ดังนั้นระดับพลังของเหล่ามือปราบจึงไม่ต่างกันมากนัก วิชาตัวเบาก็งดงามไม่แพ้กัน
ชุดคลุมเขียวกับเครื่องแบบดำพลิ้วสะบัดตามสายลม เพียงพริบตา คนทั้งสิบก็มาถึงลานพร้อมกัน
วิชาดาบดาวตกไล่จันทร์!
วิชาดาบสามสุริยันแท้!
เก่อชีกับจูจูรวดเร็วที่สุด ทั้งคู่มาถึงด้านหลังซินจั๋วแล้ว ดาบสองเล่มประสานกัน กรีดผ่านแสงจันทร์ ตรงเข้าหาจุดสำคัญสองแห่ง ได้แก่ ลำคอและจุดลมปราณโฮ่วเจว๋อินซู
ฝ่ายตรงข้ามมีสิ่งผิดปกติ จู่โจมจุดอ่อน ทุ่มสุดกำลัง มุ่งสังหารในกระบวนท่าเดียว! นี่คือทักษะที่มือปราบทุกคนต้องฝึกฝน
เวลานี้ซินจั๋วเพิ่งยืดเอวตรงและหันกลับมา เขามองดาบสองเล่มตรงหน้าด้วยแววตาลึกล้ำ
'มือปราบ! ชักดาบ!'
'ค่ายพยัคฆ์ดุร้ายร่วมมือกับทางการจริงๆ! เลือกจังหวะได้เหมาะเจาะถึงเพียงนี้'
'ฉุกละหุกจนมองไม่เห็นความผันผวนของเลือดลม ไม่รู้ว่าอยู่ระดับใด แต่สนใจมากไม่ได้แล้ว สู้เป็นสู้!'
เขาทุ่มกำลังทั้งหมดเหวี่ยงดาบออกไป ดาบเดียวก็สำแดงจุดสูงสุด
[วิชาดาบสุนัขสะเปะสะปะชวนให้คาดเดาไม่ถูก]
ในสายตาของเก่อชีกับจูจูที่โถมลงมาจากเบื้องสูง ดาบนี้อ่อนแรง ไร้แบบแผนอย่างแท้จริง กระทั่งยังกระโจนไปข้างหน้าด้วยท่าทางคล้ายสุนัข ยิ่งทำให้ความสงสัยของพวกเขาทวีขึ้น
'คนของค่ายพยัคฆ์ดุร้ายตายกันได้อย่างไร'
ชั่วพริบตาต่อมา แววตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป ดาบที่สะเปะสะปะเล่มนั้นพลันแปรเปลี่ยนเจ็ดทิศทาง ลึกล้ำจนมิอาจหยั่งคาด ทรงพลังและพิสดารอย่างไร้เหตุผล
"เคร้ง เคร้ง..."
ก่อนทั้งคู่จะทันตอบสนอง ดาบคาดเอวสองเล่มในมือก็ลอยขึ้นสู่ฟ้า แล้วร่วงกระแทกพื้นอย่างหนัก
"อ๊าก "
"อ๊าก "
เสียงกรีดร้องสองเสียงดังขึ้น
แขนข้างหนึ่งของเก่อชีถูกฟันขาดอย่างหมดจด บนลำคอเพิ่มรอยแผลเลือดที่ยังไม่ถึงตาย
ส่วนมือซ้ายของจูจูเสียนิ้วไปสามนิ้ว หนังศีรษะพร้อมเส้นผมถูกเฉือนหลุดไปหนึ่งแถบ เลือดสดไหลอาบทั่วใบหน้า
พ่ายแพ้ในดาบเดียว!
ทั้งที่พวกเขาเป็นฝ่ายลอบโจมตีก่อน ใช้วิชาตัวเบา และพุ่งโถมลงมาจากเบื้องสูง
ทั้งคู่ไม่มีเวลาสนใจความเจ็บปวด หายใจหอบถี่ ถอยหลังติดกันหลายก้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
'ขั้นละเอียดลึกซึ้ง... ไม่! วิชาดาบขั้นหลอมรวม!!!!'
'เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบกว่าปี!!!'
"เอ่อ..."
มือปราบอีกสิบคนที่พุ่งมาช้ากว่าหนึ่งก้าวต่างหันมองกันอย่างทำอะไรไม่ถูก
"อย่าเข้าไปรนหาที่ตาย!"
เก่อชีใช้มือกุมบาดแผลตรงแขนขาดที่กำลังพ่นเลือด ฝืนห้ามเหล่ามือปราบ ก่อนมองซินจั๋ว "ระดับพลังของท่านประมุขมิได้สูงนัก แต่วิชาดาบกลับล้ำเลิศจนน่ากลัว ขอทราบนามได้หรือไม่"
"วิชาดาบสุนัขสะเปะสะปะชวนให้คาดเดาไม่ถูก"
ซินจั๋วยกดาบขึ้นอีกครั้ง เขาเริ่มโมโหเล็กน้อย ถูกคนบุกมาฆ่าถึงหน้าประตู ต่อให้เป็นพระดินปั้นก็ยังต้องมีโทสะ โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้าเหล่านี้ดูเหมือนจะมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา!
"ท่านเจ้าป่าโปรดยั้งมือเจ้าค่ะ! พวกเราเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย หากินประทังชีวิตเท่านั้น!"
จูจูพลันเข้าใจความรู้สึกของโจรค่ายพยัคฆ์ดุร้ายทั้งเจ็ดเมื่อครู่โดยไม่รอให้ซินจั๋วเหวี่ยงดาบ ทว่าศักดิ์ศรีสุดท้ายในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการทำให้นางไม่มีทางคุกเข่า
นางจึงร้องอย่างตกใจแล้วหันหลังวิ่งหนี กระทั่งนิ้วที่ขาดก็ไม่คิดเก็บ
เก่อชีมีสีหน้าลนลาน พามือปราบสิบคนหันหลังเผ่นตามไป
...
เชิงเขา
เฉินจิ้งกับซุนอู่มองหน้ากัน เพราะต่างฝ่ายต่างส่งคนขึ้นเขา จึงเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างและขยับเข้าใกล้กันเล็กน้อย
"ใต้เท้าเฉิน ท่านกับข้าต่างส่งคนขึ้นเขา ไม่รู้ว่าพี่น้องของข้าจะห้าวหาญกว่า ชิงกวาดล้างค่ายพิชิตมังกรได้ก่อน หรือเหล่ามือปราบของทางการจะมีฝีมือเหนือกว่ากัน"
เฉินจิ้งเงียบงัน ในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการ เหตุใดต้องนำตนไปเปรียบเทียบกับโจรภูเขา
ซุนอู่แหงนหน้าหัวเราะลั่น ก่อนกล่าวอีกว่า "ข้าถึงว่า คนในทางการอย่างพวกท่านช่างมากเล่ห์นัก กลัวว่าหากข้าสร้างความชอบแล้ว จะลำบากตอนรับข้าเข้าสวามิภักดิ์และปูนบำเหน็จหรือ"
"ท่านประมุขซุนคิดมากไปแล้ว เหล่ามือปราบใต้บังคับบัญชาของข้าเพียงขึ้นไปเปิดหูเปิดตา และป้องกันมิให้หัวหน้าโจรหลบหนีเท่านั้น"
เฉินจิ้งยิ้มบางๆ สายตาหันไปยังบนเขา คำนวณจากเวลาแล้ว ก็น่าจะใกล้เสร็จสิ้น
"ฮ่าๆ..."
ซุนอู่หัวเราะลั่นอีกครั้ง วันนี้อารมณ์ของเขาเบิกบานเป็นพิเศษ ไม่เพียงได้ชำระแค้นที่เคยถูกเฒ่าซินแห่งค่ายพิชิตมังกรหยามเกียรติ ยังฉวยโอกาสชิงตัวสาวงามมาได้สองคน ส่วนจะยอมรับการเกลี้ยกล่อมเข้าสวามิภักดิ์หรือไม่ เขาเป็นผู้ตัดสินใจ
แต่เสียงหัวเราะพลันขาดหาย
เพราะพี่น้องใต้บังคับบัญชาของเขากำลังลงมาจากเขา ฝีเท้าโซเซ อาวุธในมือหายไป อีกทั้งดูเหมือนคนจะขาดหายไปหลายคน
นี่มิใช่ลางดี
"ประมุขใหญ่ขอรับ รองประมุข ซุนสือลิ่ว และคนอื่นๆ ตายหมดแล้ว!"
ลูกสมุนโจรทั้งเจ็ดร้องไห้สะอึกสะอื้น วิ่งเข้าหาซุนอู่
ยังไม่ทันที่ซุนอู่จะตอบสนอง มือปราบกว่าสิบคนก็พุ่งลงมาจากเขา สีหน้าลนลานราวกับสุนัขไร้บ้าน
"เกิดเรื่องใดขึ้น"
ซุนอู่กับเฉินจิ้งเอ่ยถามแทบจะพร้อมกัน
"บนเขามีเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง วิชาดาบของเขาน่ากลัวยิ่งนัก"
"บนเขามีเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ฝีมือแข็งแกร่งยิ่ง!"
ทั้งโจรภูเขาและเหล่ามือปราบต่างตอบขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงสั่นเครือ ความหวาดผวายังไม่จางหาย
"ห้ามเลือดก่อน!"
หัวหน้ามือปราบเฉินจิ้งสั่งหมอที่ติดตามมาให้พันแผลแก่เก่อชีกับจูจูอย่างสุขุม จากนั้นจึงหันไปมองจูจูซึ่งบาดเจ็บเบากว่า "เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ เล่ามา"
สีหน้าของจูจูไม่เหลือความองอาจดุดันยามขึ้นเขาอีกแล้ว "หนึ่ง... หนึ่งดาบ! ดาบเดียวนั้นพิกลน่ากลัวยิ่ง!"
"ดาบเดียวอะไร"







