หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 112
บทที่ 112 MiTalk (X) วีแชต (√)
เฉินโม่เขียนคำว่านวัตกรรมไว้ในวงกลมที่วาด!
“ผลิตภัณฑ์ของเราจะอัปเดตซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกฝ่ายก็ไล่ตาม ฉันวิ่ง เขาไล่ วนไปอย่างนี้ ในที่สุดก็จะเกิดช่องว่างหนึ่งขึ้นมา ที่เรียกว่า” บนไวต์บอร์ดก็โผล่คำหนึ่งขึ้นมาอีกคำว่า ‘ความต่างของเวลา’!
“แล้วนายจะรับประกันได้ยังไงว่าทุกก้าวที่เดินไปถูกทาง และเดินนำเขาได้ตลอด? แค่นายก้าวพลาดไปก้าวเดียว อีกฝ่ายปรับหมากนิดเดียว ใส่นวัตกรรมยิบย่อยอีกหน่อย ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร เกมก็พลิกทันที ตอนนั้นนายจะไม่มีโอกาสไล่ทันอีกต่อไป สุดท้ายก็เหลือแค่ค่อยๆ ฆ่าตัวเองไปช้าๆ!”
ถ้าพูดเรื่องการลอกเลียนแล้วละก็ นินจาก๊อปปี้ที่มีเนตรวงแหวนอย่างเสี่ยวหม่าเกอ จะไปสู้ตัวเองที่เปิดเนตรสังสารวัฏได้ยังไงกัน
ตอนนี้ยังไม่ทันรอให้เสี่ยวหม่าเกอมาลอก เฉินโม่ก็เริ่ม “ลอกบ้าน” เขาก่อนแล้ว!
ยิ่งกว่านั้น เทนเซ็นต์กำลังจะติดหล่มศึก 3Q จนหัวหมุน ชาติที่แล้ว MiTalk ฮึดสู้แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้อย่างขมขื่น ชาตินี้มี BUG ที่ใหญ่ที่สุดอย่างตัวเขาอยู่ ไยจะสู้ไม่ได้กัน เลือดสูบฉีดคิดแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้!
ในใจของเฉินโม่มีเปลวไฟกองหนึ่งกำลังลุกโชน
แต่ถึงไฟจะโหมแรงแค่ไหน เรื่องพวกนี้พูดออกมาไม่ได้ เฉินโม่ทำได้แค่เก๊กเท่ปล่อยประโยคคูลๆ ออกไปว่า “เพราะผมชื่อเฉินโม่!”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น!”
หมัดนี้ของเฉินโม่ที่พกเอา “เอฟเฟกต์ความเงียบ” ไปด้วย เล่นเอาเหลยจวินเงียบสนิท
เหตุผลที่ไอ้หนูนี่ให้มามันอุดมคติเกิน เหมือนเดินไต่ลวดบนหน้าผา พลาดนิดเดียวก็ไม่เหลือซาก เหลยจวินไม่รู้ว่าความมั่นใจของเขามาจากไหนถึงได้มากขนาดนี้
จริงๆ ตั้งแต่วินาทีที่เหลยจวินได้ยินเฉินโม่เสนอแผนนี้ เขาก็มองเห็นศักยภาพของแอปนี้สูงมาก ถ้าทำซ้ำความสำเร็จของ QQ ได้จริง อย่าว่าแต่หลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเลย หลักแสนล้านยังเป็นไปได้ด้วยซ้ำ นี่คือสนามที่พอสู้กับตลาดมือถือได้สมน้ำสมเนื้อ
แต่เขาก็ยังไม่มองบวกต่อการเติบโตของแอปนี้ เพราะสำหรับ Xiaomi ในตอนนี้ เทนเซ็นต์คือยักษ์ใหญ่ ตัวเลขต่างกันเป็นร้อยเท่า กลเม็ดเล็กๆ ใดๆ ก็ไร้น้ำยา ฝ่ายนั้นแค่ใช้พลังบดขยี้ก็ลบความต่างของเวลาได้ในพริบตา
บางทีถ้าเป็นคนอื่นมาขอเสนอเรื่องนี้ เหลยจวินคงไม่คิดด้วยซ้ำ ปัดตกทันที ไหนๆ ฝั่งมือถือก็ยังยุ่งเหยิงวุ่นวาย จะเอาแรงที่ไหนมาทำเรื่องนี้อีก
ถ้าเป็นหลินปินมาเสนอ เขาจะชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย สุดท้ายก็คงปฏิเสธ และจากที่เขารู้จักหลินปิน หลินปินผู้มีเหตุผลก็น่าจะเห็นด้วยกับมุมมองของเขา
แต่วันนี้ คนที่มาเสนอแผนนี้ชื่อเฉินโม่
เมื่อคนๆ หนึ่งแก้ปัญหาให้คุณได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ความไว้วางใจ หรือจะเรียกว่าความพึ่งพิงก็จะเกิดขึ้น ตอนนี้เหลยจวินรู้สึกกับเฉินโม่แบบนั้น
จะลองดีไหมนะ?
เหลยจวินตกอยู่ในภาวะคิดหนัก ตัดสินใจไม่ถูก
เฉินโม่เห็นท่าที จึงพูดประโยคถัดมาที่กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่กดให้เหลยจวินตัดสินใจ
“เอาอย่างนี้ ตอนนี้ MIOS ยังมีทรัพยากรเหลือเฟือ ผมจะแค่ดึงวิศวกรไม่กี่คนไปทำโปรเจ็กต์ใหม่ ลองดู ถ้าผลตอบรับตลาดดี เราค่อยใส่เพิ่ม ถ้าโปรเจ็กต์เจ๊ง ผมรับผิดชอบทั้งหมด!
อย่าลังเลอีกเลย รู้ไว้ด้วย พี่ชายคือเหลยจวินนะ! ไหนว่าชีวิตความตายวางให้เบา ไม่ยอมก็ลุยไงล่ะ?”
คำพูดนี้เหมือนคาถาที่ปลุกเหลยจวินให้ตื่น ตัวเขากัดฟันแน่น “ก็ได้ ลองก็ลอง!”
“นั่นแหละใช่เลย!”
“แต่ฉันมี 3 เงื่อนไข”
“ว่ามา!”
“หนึ่ง ห้ามกระทบการพัฒนา MIOS ปกติ จำกัดวิศวกรสูงสุด 5 คน;”
“โอเค!”
“สอง โปรเจ็กต์ใหม่ต้องปิดเป็นความลับสุดๆ ห้ามเล็ดลอดแม้แต่นิด;”
“ตกลง!”
“สาม เราห้ามสลับลำดับความสำคัญ จุดโฟกัสยังต้องอยู่ที่สมาร์ทโฟน Xiaomi ถ้าภายหลังไปกระทบธุรกิจมือถือ ฉันจะสั่งหยุดได้ทุกเมื่อ! โอเคไหม?”
ทุกครั้งที่ได้ยินเสี่ยวเหลยพูดประโยคนี้ เฉินโม่รู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะร้องเพลงออกมา รีบกลั้นไว้แล้วยกมือทำสัญลักษณ์โอเคตอบกลับ
“ต่อจากนี้ล่ะ พวกเราควรตั้งชื่อให้แอปนี้สักชื่อไหม?”
“พี่จวินว่าควรเรียกว่าอะไรดี?”
“อืม ฉันว่าในเมื่อเป็นแอปสื่อสารของXiaomi เรียก ‘Xiaomi Talk’ ดีไหม?”
เฉินโม่ส่ายหัวรัวๆ “ไม่เอา พี่จวินเคยเห็นชื่อไหนที่มีสามพยางค์บ้าง?”
“เฉวียนจวี้เต๋อ, พิซซ่าฮัท, โคว์ปู้หลี่, มาดอนน่า, Starbucks”
เฉินโม่ถึงกับจนคำพูด “นั่นมันของกิน ฉันหมายถึงซอฟต์แวร์ ชื่อสามพยางค์จำยากกว่าสองพยางค์นะ ดูอย่างตอนนี้สิ QQ, YY, NetEase, Sina, ซวิ่นเหลย แม้แต่ไชน่าโมบายยังตั้งชื่อว่า เฟยซิ่น พี่จวินยังจะ Xiaomi Talk อยู่อีก ทำไมไม่เรียก Xiaomi แชต ไปเลยล่ะ?”
เหลยจวินตาเป็นประกาย “อืม ชื่อ Xiaomi แชต ฟังดูดีนะ งั้นตัดคำว่า ‘เสี่ยว’ ออก เรียกสั้นๆ ว่า MiTalk ก็แล้วกัน”
เฉินโม่ก็ยังส่ายหัว “MiTalk ชื่อนี้แม้จะมีดีเอ็นเอของXiaomi แต่ยังไม่เด่นเรื่องคุณลักษณะของซอฟต์แวร์ เอาแค่บล็อกเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวนี้พอมีการปรับตัวก็กลายเป็นเวยป๋อ แนวโน้มตอนนี้คืออะไรก็ ‘เวย’ ได้ทั้งนั้น”
“งั้นเรียก วีเหลียว ดีไหม?”
เฉินโม่เริ่มปวดหัว ทั้งป้อนทางมาขนาดนี้แล้วเสี่ยวเหลยยังเลี่ยงทุกคำตอบที่ถูกได้ไงกัน?
เขาเลยประกาศคำตอบในใจตรงๆ “ถ้าเรียก วีแชต จะดีกว่าไหม?
‘วี (เวย)’ มีนัยคล้ายกับ ‘เสี่ยว’ ของ Xiaomi มองจากสิ่งเล็กๆ แต่มีพื้นที่เติบโตมหาศาล เล็กแต่เปี่ยมคุณภาพ
‘แชต (ซิ่น)’ คือ ‘ซิ่น’ ในสำนวน ‘ซิ่นต๋ายา’ หมายถึงการสื่อสารที่ถูกต้อง งดงาม การส่งผ่านข้อมูลแลกเปลี่ยนกัน
วีแชต ทั้งสอดรับคุณลักษณะของอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ที่สั้น เร็ว ตรงประเด็น และยังวางตำแหน่งเป็นเครื่องมือส่งต่อข้อมูลได้อย่างแม่นยำ
ตอนนี้ weibo ก็กำลังฮิต คนพูดถึง weibo ก็จะนึกถึงวีแชตได้ง่ายขึ้น ว่าไง?”
เหลยจวินถึงกับมองออกทันที ที่แท้เจ้านี่วางหมากไว้ในใจตั้งนานแล้ว เขาฮึมฮำใส่ทีหนึ่ง ก่อนยื่นขวดโคลาให้แบบงอนๆ “เอาเถอะ ยังไงก็แผนของนาย ชื่อนายก็เป็นคนตัดสินใจละกัน”
ทั้งคู่ชนขวดโคลาเบาๆ โครงการผลิตภัณฑ์ “วีแชต” ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ!
ปีกผีเสื้อกระพือครั้งหนึ่ง เส้นทางการถือกำเนิดของวีแชตก็เปลี่ยนไปนับจากนั้น
ในเวลาเดียวกัน ที่แดนไกลทางภาคใต้ มีมังกรตัวหนึ่ง
ทว่ามังกรตนนี้ ตอนเช้ายังเดินกร่างในบริษัท ชี้นิ้วสั่งการอย่างกระตือรือร้น พอบ่ายร่างกายก็ทรุดฮวบ นอนซมอยู่บนเตียง ตอนนี้บนหัวยังวางผ้าขนหนูชุบน้ำไว้สำหรับลดไข้
ไข้นี่มาได้ยังไงไม่รู้จริงๆ ศีรษะมึนงงไปหมด จางเสี่ยวหลงคิดอยู่เช่นนั้น
คืนนั้นเอง เหลยจวินก็เรียกประชุมผู้ร่วมก่อตั้งของ Xiaomi
ตามธรรมเนียม แต่ละคนรายงานความคืบหน้างานปัจจุบันและแผนต่อไป
พอเฉินโม่รายงานจบ เหลยจวินก็ชื่นชมผลงานของแผนกสามในตอนนี้ เพราะเดิมคิดว่าอย่างน้อยสองเดือนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง แต่ตอนนี้ดูเหมือนแค่เดือนเดียวก็มีศักยภาพพร้อมรบแล้ว
รอให้ทุกคนรายงานครบ เหลยจวินก็ประกาศเรื่องหนึ่ง
“วันนี้เฉินโม่มาหาฉัน เราคุยกันเรื่องโปรเจ็กต์ใหม่ มีศักยภาพเติบโตสูง ดังนั้นแผนกสามจะตั้งทีมพิเศษภายใน โดยเฉพาะเพื่อรับผิดชอบโปรเจ็กต์นี้ จำนวนคนไม่มากนัก โครงสร้างทีมให้เฉินโม่เป็นคนคัดเลือก
โปรเจ็กต์นี้มีระดับความลับสูงสุดในบริษัท ตอนนี้ทั้งบริษัทมีแค่ฉัน หลินปิน และเฉินโม่ ที่ทราบ เดี๋ยวพอใกล้ขึ้นระบบค่อยแจ้งให้ทุกคนทราบพร้อมกัน
บอกให้ทุกคนทราบล่วงหน้าคร่าวๆ กันสับสน แล้วก็ช่วยบอกลูกทีมต่อๆ กันด้วยว่าอย่าตกใจหรือสอดรู้สอดเห็นนอกเรื่อง นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีใครอยากสะท้อนปัญหาหรือมีข้อเสนออะไรอีกไหม?”
จากนั้นมีบางคนยกประเด็นถามหลายข้อ เหลยจวินก็ตอบให้ครบถ้วน
พอท้ายสุดไม่มีใครถามต่อ เฉินโม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยกมือขึ้น
เหลยจวินเห็นก็เรียกชื่อทันที “โอ้? เฉินโม่ มีคำถามอะไรหรือ?”







