สวี่ซื่อเยี่ยน หานเหวินจง และหานลี่หมิงทั้งสามคนอยู่บนเขาราวเจ็ดแปดวัน ล่าสัตว์ได้ไม่น้อย
เช้าวันที่สิบเอ็ด หานลี่หมิงลงจากเขาก่อน แล้วกลับไปที่สถานีการค้า หาคนขับรถมาคนหนึ่ง ขับรถขึ้นเขา
รับหานเหวินจง สวี่ซื่อเยี่ยน พร้อมหมาเก้าตัวและเนื้อจำนวนมาก ลงจากเขาด้วยกัน
โชคดีที่บ้านตระกูลหานอยู่ในที่ค่อนข้างห่างไกล อยู่สุดทางด้านตะวันออกของสถานีการค้า
รถจอดหน้าบ้านตระกูลหาน ตอนขนเนื้อลงจากรถ มีคนเห็นแค่ไม่กี่ครอบครัว
มีคนเข้ามาช่วย หานเหวินจงก็ไม่ปฏิเสธ ทุกคนช่วยกันขนของลง
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา สามคนไม่ได้อยู่เฉยๆ กลางวันออกล่า ตอนบ่ายกลับมา ลอกหนัง แยกกระดูก แล่เนื้อแล้วแช่แข็งไว้นอกบ้าน
ตอนนี้เนื้อทั้งหมดกองอยู่ในลานบ้านของตระกูลหาน เนื้อนานาชนิดกองเป็นภูเขาเล็กๆ
“นี่แหละถึงบอกว่าลุงหานเก่งจริงๆ ดูสิ นี่มันเนื้อเท่าไหร่กันเนี่ย?”
คนที่มาช่วยมองกองเนื้อในลานบ้านด้วยความอิจฉา
หานเหวินจงเป็นคนใจกว้าง รีบบอกหานลี่หมิงให้แบ่งเนื้อให้ครอบครัวที่มาช่วยแต่ละบ้าน ทุกคนขอบคุณเขาอย่างยินดี แล้วค่อยกลับบ้าน
พอส่งคนนอกกลับไปหมด ถึงได้ถึงคราวแบ่งกันเอง
หานเหวินจงรู้ว่าบ้านสวี่ก็มีคนไม่น้อย จึงแบ่งเนื้อให้เท่าๆ กันทั้งสองบ้าน
ส่วนดีหมี ชะมดหอม ฯลฯ รอให้แห้งสนิทอีกไม่กี่วัน สวี่ซื่อเยี่ยนกับหานลี่หมิงจะเอาไปขายที่ทงฮวาแล้วค่อยแบ่งเงินกัน
หานลี่หมิงเอาเลื่อนบ้านมา ช่วยสวี่ซื่อเยี่ยนบรรจุเนื้อนานาชนิดใส่ถุงป่านแล้ววางบนเลื่อน
จากนั้นสวี่ซื่อเยี่ยนลากเลื่อน นำหมาสี่ตัว กลับบ้านของตัวเอง
สวี่ซื่อเยี่ยนเพิ่งลากเลื่อนเข้าไปในลานบ้าน ประตูบ้านก็เปิดออก
“พี่สาม พี่กลับมาสักที แม่จะให้คนขึ้นเขาไปตามพี่อยู่แล้วนะ”
คนที่ออกมาคือสวี่ซื่อเสียงน้องชายคนที่ห้า เขากลับบ้านมาเยี่ยมปีใหม่ เพราะโรงเรียนปิดเทอมฤดูหนาว
โชคดีที่ก่อนหน้านั้นสวี่เฉิงโฮ่วให้ลูกสาวเขียนจดหมายส่งไปทงฮวา บอกสวี่ซื่อเสียงเรื่องย้ายบ้าน
ไม่งั้นถ้าสวี่ซื่อเสียงกลับไปที่บ้านหลังใหญ่ คงงงแน่ กลับมาเรียนครึ่งปี บ้านหายไปซะงั้น?
“กลับมาแล้วเหรอเจ้าเล็ก? พอดีเลย มาช่วยพี่เอาเนื้อพวกนี้ไปเก็บที่โกดัง ปีนี้ตรุษจีน พวกเรามีของกินแล้ว”
สวี่ซื่อเยี่ยนดีใจมากที่น้องชายกลับมา แต่ยังไม่มีเวลาทักทาย รีบเอาหมาไปผูก แล้วช่วยกันขนของก่อน
สองพี่น้องช่วยกันหิ้วถุงป่านไปไว้ที่โกดัง
สวี่ซื่อเยี่ยนหาโอ่งไม้มาใบหนึ่ง ตักหิมะมา แล้ววางเนื้อสลับกับหิมะเป็นชั้นๆ เอาเนื้อฝังไว้ในหิมะ
เนื้อที่แช่แข็งไว้ก่อนหน้านี้ราดน้ำไว้ข้างนอก ทำให้มีเปลือกน้ำแข็งบางๆ คลุมไว้ ช่วยรักษาความสดได้ดีที่สุด
ถ้าไม่ทำแบบนี้ แม้ฝังในหิมะ เนื้อก็จะแห้งและเสียรสชาติได้ง่าย
“พี่ ไปขึ้นเขากับใครมาเนี่ย? เก่งขนาดนี้ ออกไปเจ็ดแปดวัน กลับมาได้เนื้อตั้งเยอะขนาดนี้?”
สวี่ซื่อเยี่ยนช่วยพี่ชายขนของไปสองสามรอบ ถุงป่านหนักอึ้งเต็มไปด้วยเนื้อ ดีใจแต่ก็สงสัยว่าพี่สามไปหาสุดยอดฝีมือที่ไหนไปด้วย?
“เป็นคุณลุงคนหนึ่งจากสถานีการค้า ยิงปืนแม่นสุดยอด ฝีมือเก่งกาจ
ล่าสัตว์ได้ทั้งแบบล้อมใหญ่ ล้อมเล็ก ยังเรียกชะมด เรียกกวาง เรียกกวางเล็กได้อีกด้วย
สามคน ปืนสามกระบอก หมาเก้าตัว ลองคิดดูสิ พวกเราจะไม่ได้ของเยอะได้ไง?” สวี่ซื่อเยี่ยนพูดยิ้มๆ
ปีที่แล้วเขาคนเดียวพากลุ่มมือใหม่เข้าป่า ยังล่าได้ไม่น้อย
ยิ่งปีนี้ไปกับลุงหานถึงเขตอนุรักษ์ภูเขาฉางไป๋ ล่าได้ขนาดนี้ก็ถือว่าปกติแล้ว
สองคนวางเนื้อเสร็จ สวี่ซื่อเยี่ยนสะพายถุง หิ้วปืน เดินเข้าบ้านกับน้องชาย
พอเข้าไปในบ้าน ก็รู้สึกถึงไอร้อนจากครัว พอมองดีๆ ก็เห็นซูอันอิงยืนอยู่หน้าเตา กำลังใช้ตะหลิวพลิกแป้งข้าวเหนียวทอดอยู่ในกระทะ
“โหย นี่ทำแป้งข้าวเหนียวทอดนี่นา พวกเธอใช้ข้าวเหนียวไปกี่ถังเนี่ย?”
ขอบเตาไฟมีรางไม้รางหนึ่ง ข้างในมีข้าวเหนียวอยู่ครึ่งราง ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนว่ายังมีอีกเยอะที่ยังไม่ได้ห่อ
แม่จะไม่ทำเหมือนเมื่อก่อนอีกใช่ไหม ที่ทำขนมเหนียวทอดเยอะมากในทีเดียว?
“เมื่อวานทำทั้งวันเลย แม่เราแช่ข้าวไว้ครึ่งโอ่ง แล้วก็ยังมีไส้ถั่วแดงอีก เธอลองคิดดูว่าจะต้องห่อได้เยอะมากแค่ไหน?”
ซูอันอิงเห็นว่าสามีกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีใจมาก ขณะกำลังพลิกขนมเหนียวทอดในกระทะก็ยิ้มพูดว่า
“แม่เราบอกว่า เธอชอบกินขนมเหนียวทอดอีกอย่าง เจ้าห้าก็กลับมาด้วยไม่ใช่เหรอ? ทำไว้เยอะๆ พอมีเวลาก็เอาไปให้ผู้อำนวยการกัวหน่อย ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่นี่คือความตั้งใจของเรานะ
แล้วยังมีอาจารย์ของน้องสาวด้วย เขาดีกับน้องเรามาก เราไม่มีอะไรดีๆจะมอบให้ ก็เอาอาหารพวกนี้แหละไปฝากเขาหน่อย”
พอได้ฟังแบบนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนก็เห็นด้วยทันที
ครอบครัวอยู่กินกันต้องไม่ปิดประตูบ้านไม่คบใคร การคบค้าสมาคมเป็นสิ่งจำเป็น
ครอบครัวชาวไร่ไม่มีอะไรมาก เอาของที่ปลูกเอง ทำเองไปให้คนอื่น ยังดีกว่าไม่ให้เลย
“อืม ได้เลย คราวนี้ก็ได้เนื้อกับของอื่นๆ กลับมาเยอะเหมือนกัน เดี๋ยวให้เจ้าเล็กเอาไปให้อาจารย์ของน้องสาวก็แล้วกัน”
“ภรรยาเธอทำต่อไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยกับพ่อแม่แป๊บนึงแล้วจะมาดูเตาให้”
ออกไปข้างนอกหลายวัน พอกลับบ้านก็ต้องไปทักทายพ่อแม่ก่อน ถือเป็นธรรมเนียม
สวี่ซื่อเยี่ยนเปิดประตูห้องตะวันออก ก็เห็นโจวกุ้ยหลานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงอุ่น
ด้านซ้ายมีอ่างใบใหญ่วางอยู่ ข้างในเป็นแป้งข้าวเหนียว ด้านขวาเป็นอ่างขนาดกลาง ใส่ไส้ถั่วแดง
ข้างๆ มีสวี่ไห่หยวนที่กำลังหยิบแป้งข้าวเหนียวมาปั้นอยู่ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยแป้งขาว ยังทำยุ่งอีกด้วย
ด้านหลังสวี่ไห่หยวน เสื้อคลุมหนา หน้าตา และกางเกงของสวี่เฉิงโฮ่วก็เต็มไปด้วยแป้งข้าวเหนียว แต่ก็มีสีหน้าที่ทั้งเอ็นดูและจนใจ มองหลานชายที่ก่อเรื่อง
“โอ้ย! สวี่ไห่หยวน เจ้านี่จะทำอะไรเนี่ย? จะก่อเรื่องใช่ไหม?”
สวี่ซื่อเยี่ยนยกมือขึ้นแตะหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ อยู่บ้านมีลูกเล็กจอมป่วนแบบนี้ จะให้ทำขนมเหนียวทอดอย่างสงบได้ยังไง?
เจ้าหนูน้อยกำลังง่วนอยู่กับแป้งเหนียวที่ติดมือ เอาออกไม่ได้
พอได้ยินเสียงพ่อ ก็รีบยื่นมือออกไปอย่างดีใจ ปากก็ส่งเสียง “ป๊ะป๋าๆ”
เจ้าหนูน้อยคนนี้เริ่มพูดได้หลายพยางค์แล้ว ทั้ง “มาม๊า ป๊ะป๋า ย่า ปู่” ถึงจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็เรียกคนถูกแล้ว
“อย่ามาอ้อนนะ เจ้าเป็นคนทำเอง ก็หาทางจัดการเอง พ่อไม่ช่วยหรอกนะ”
สวี่ซื่อเยี่ยนเห็นท่าทางของลูกแล้ว ก็แกล้งทำหน้ารังเกียจ เดินถอยห่างออกมา
ดูเหมือนว่าเจ้าหนูจะเข้าใจสีหน้าของพ่อ ก็หยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะทำปากเบะแล้วก็ร้องไห้ขึ้นมา
พอลูกชายร้อง สวี่เฉิงโฮ่วก็ทนไม่ไหว รีบหันมามองลูกชายตาขวาง
“ลูกให้อุ้มก็อุ้มไปสิ จะพูดมากทำไม? ต้องให้เจ้าตัวน้อยร้องไห้ก่อนรึไง?”
สวี่เฉิงโฮ่วพูดพลางอุ้มหลานขึ้นมานั่งบนตัก ปลอบเบาๆ พร้อมค่อยๆ แกะแป้งเหนียวออกจากมือลูกชาย
ก่อนหน้านี้ไม่อยากไปยุ่ง เพราะถ้าแคะออกแล้ว สวี่ไห่หยวนก็จะไปหยิบจากอ่างอีกอยู่ดี
ถ้ามือเหนียวแล้ว ก็ต้องเสียเวลาแกออกอีกนาน อย่างน้อยตอนนี้ก็จะได้ไม่ทำแป้งเสียหายมากนัก
“พ่อ เขาเป็นลูกผมนะ ผมเป็นพ่อ ยังจะห้ามไม่ให้ผมสอนลูกอีกเหรอ? นั่นมันอาหารนะ จะให้เขาทำเสียของไปเรื่อยๆ ได้ยังไง?”
สวี่ซื่อเยี่ยนถึงกับหมดคำพูดทันที
นี่แหละคือปัญหาของการอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ จะสอนลูกก็ลำบาก
ไม่ว่าลูกจะผิดหรือถูก พอพูดไปหน่อย ผู้ใหญ่ก็เข้ามาห้ามทันที ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตีเลย ลองแตะดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สวี่ซื่อเยี่ยนรู้สึกจนใจมาก ชาติที่แล้ว ลูกชายคนเล็กของเขาก็ถูกตามใจแบบนี้แหละ มีปู่ย่าคอยหนุนหลัง ไม่กลัวอะไรเลย
ชาตินี้ เขาไม่อยากให้ลูกชายคนโตกลายเป็นแบบนั้นอีกแล้ว







