มณฑลอวี๋เจียง เมืองเซียวโจว มหาวิทยาลัยอวี๋เจียง ภายในหมู่บ้านจื่อจินซีเยวี่ยนที่อยู่ไม่ไกลจากวิทยาเขตจื่อจิน ศาสตราจารย์เซวียแห่งสถาบันวิจัยคณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยอวี๋เจียง กำลังเดินเล่นอยู่ในหมู่บ้าน
ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาเอกที่อายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยอวี๋เจียง และยังเป็นหนึ่งในนักวิจัยแผนร้อยคนที่อายุน้อยที่สุด ศาสตราจารย์เซวียในวัยเพียงสามสิบแปดปีเรียกได้ว่ามีอนาคตที่สดใสไร้ขีดจำกัด
การที่จะมีความสำเร็จในปัจจุบันได้นั้น ไม่อาจกล่าวได้ว่าพึ่งพาฐานะทางบ้านที่ดีเพียงอย่างเดียว อันที่จริงเซวียซงจัดอยู่ในกลุ่มอัจฉริยะตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว
หลังจากรับการศึกษาภาคบังคับเก้าปีในประเทศจบ เขาก็ถูกพ่อแม่ส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปเข้าเรียนที่โรงเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติพรินซ์ตัน ปีแรกที่ไปก็คว้ารางวัลชนะเลิศ AMC 12 และได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน AIME
หลังจากทำคะแนนได้สูงมากในการแข่งขัน AIME เขายังทำผลงานได้ดีในการแข่งขัน USAMO อีกด้วย
เดิมทีในปีนั้นเขาได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม IMO ด้วย แต่เนื่องจากพ่อแม่คัดค้าน ประกอบกับตัวเขาเองก็รู้สึกเหนื่อยกับการสอบแล้ว เขาจึงตัดสินใจสละสิทธิ์การเป็นตัวแทนของอเมริกาในการเข้าร่วมแข่งขัน IMO ไปเสียดื้อๆ
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังได้รับโควตาเข้าศึกษาต่อที่คณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันโดยตรง เขาใช้เวลาเพียงสามปีก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้รับการทาบทามจากมานจูล บาร์กาวา ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน จนกลายมาเป็นลูกศิษย์ของนักคณิตศาสตร์ทฤษฎีจำนวนชื่อดังผู้นี้ และเริ่มต้นการศึกษาระดับปริญญาโทควบปริญญาเอก
ทิศทางการวิจัยหลักของมานจูล บาร์กาวาคือทฤษฎีจำนวนขั้นสูงและเรขาคณิตเชิงพีชคณิต และเขาเคยได้รับเหรียญฟิลด์สจากผลงานในด้านนี้
เซวียซงติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้โดยเน้นการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีจำนวนเต็ม ครอบคลุมหัวข้อที่ค่อนข้างกว้างตั้งแต่รูปแบบกำลังสองไปจนถึงเส้นโค้งเชิงวงรี วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาเป็นผลลัพธ์เชิงลึกเกี่ยวกับการกระจายตัวของจำนวนเต็มในทฤษฎีจำนวนเต็ม
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้วยเหตุผลหลายประการ เซวียซงจึงเลือกกลับมาทำงานในประเทศ และเข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยอวี๋เจียงเมื่อห้าปีที่แล้ว
ความสามารถของศาสตราจารย์เซวียนั้นโดดเด่นมากจริงๆ ในขณะที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันยังคงปวดหัวว่าจะผ่านเกณฑ์ 3+3 ไปได้อย่างไร เขากลับกระโดดข้ามขั้นไปถึงสองขั้น ไม่เพียงแต่คว้าตำแหน่งศาสตราจารย์รองมาครองได้ แต่ยังอาศัยผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารบันทึกคณิตศาสตร์ คว้าโควตาในแผนร้อยคนมาได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นบุคลากรที่มหาวิทยาลัยอวี๋เจียงมุ่งเน้นปั้นเป็นพิเศษในอนาคต หากไม่มีอะไรผิดพลาด อนาคตจะต้องมุ่งเป้าไปที่การเป็นนักวิชาการระดับสถาบันอย่างแน่นอน
……
นักคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะนักคณิตศาสตร์ที่ศึกษาทฤษฎีจำนวน การเดินเล่นย่อมไม่ใช่แค่การเดินเล่นธรรมดาๆ อย่างแน่นอน โดยปกติแล้วสมองของพวกเขาจะไม่ได้พักผ่อน แต่จะคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็เปิดโหมดสั่นรัวๆ ขึ้นมา
เซวียซงหยุดความคิด หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วก็พบว่ากลุ่มวีแชตของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในความดูแลของตัวเองกำลังแตกตื่น หลังจากนักศึกษาหลายคนแท็กเขา พวกเขาก็พูดคุยกันในกลุ่มอย่างดุเดือด
"บอสครับ โจทย์ที่บอสตั้งไว้ในเสี่ยวซู่หวูพีชคณิตและทฤษฎีจำนวนถูกมือใหม่คนนั้นแก้ได้จริงๆ ด้วย! บอสรีบไปดูสิครับ!"
"ใช่ครับบอส มือใหม่คนนั้นแก้โจทย์ได้จริงๆ! แถมคำตอบยังถูกต้องด้วย พวกเราเพิ่งตรวจสอบกันเสร็จเมื่อกี้นี้เองครับ"
"ขั้นเทพไปเลย นี่มันมือใหม่ที่ไหนกัน? นี่คงเป็นแอคหลุมของปรมาจารย์ท่านไหนมาล้อพวกเราเล่นหรือเปล่า?"
"ถึงแม้ผมจะรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นบิ๊กบอสท่านไหนมาล้อทุกคนเล่น แต่พูดตามตรงนะ พวกคุณคิดว่าคำพูดพวกนั้นเป็นสิ่งที่บิ๊กบอสจะเขียนออกมาได้เหรอ? ยังมาเรียกตัวเองว่าลูกพี่อีก? ถึงตอนนั้นถ้าความลับแตกขึ้นมา จะไม่เสียหน้าในสังคมแย่เหรอ!"
……
เซวียซงอ่านเนื้อหาการสนทนาในกลุ่มคร่าวๆ เขาไม่ได้ตอบกลับในกลุ่ม แต่หันหลังเดินกลับบ้านทันที
ถึงแม้จะใช้โทรศัพท์มือถือเข้าสู่ระบบเว็บบอร์ดได้โดยตรง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ที่เขาตั้งไว้ การใช้คอมพิวเตอร์จะสะดวกกว่า
โจทย์ที่เขาเป็นคนตั้ง แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดีว่าหากมีใครหาผลเฉลยออกมาได้จริงๆ ผลเฉลยของโจทย์ข้อนี้จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน อย่างน้อยการคำนวณด้วยมือก็เหนื่อยมาก ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์เท่านั้น
อันที่จริง การที่เขาเลือกที่จะปรากฏตัวบนเว็บบอร์ดและตั้งโจทย์ข้อนี้ขึ้นมา เป็นเพราะความก้าวหน้าเล็กๆ น้อยๆ ในการวิจัยของเขาเมื่อเร็วๆ นี้ พูดง่ายๆ ก็คือเขาค้นพบวิธีที่จะพิสูจน์ได้ว่าสมการประเภทหนึ่งที่คล้ายกับโจทย์ที่เขาตั้งไว้มีผลเฉลยจำนวนเต็ม
และนี่ก็คือผลงานวิจัยที่เขาส่งไปตีพิมพ์ในวารสาร Acta Mathematica ในชื่อเรื่อง "A Class of Diophantine Equations Arising from Symmetric Fractional Sums: Existence of Integer Solutions"
เนื้อหาหลักของผลงานวิจัยคือการพิสูจน์การมีอยู่ของผลเฉลยจำนวนเต็มสำหรับสมการไดโอแฟนไทน์ประเภทหนึ่งของผลรวมเศษส่วนแบบสมมาตร
สมการที่เขาให้ไป ก็คือหนึ่งในสมการที่เป็นตัวแทนของสมการประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
ตรงนี้จำเป็นต้องอธิบายความรู้เล็กๆ น้อยๆ ด้านคณิตศาสตร์ให้ทุกคนเข้าใจเสียก่อน
ในการพิสูจน์ว่าสมการบางประเภทหรือแม้แต่สมการใดสมการหนึ่งมีผลเฉลยจำนวนเต็มกับการหาผลเฉลยเชิงตัวเลขออกมาโดยตรงนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกันในทางคณิตศาสตร์
อย่างแรกคือการใช้การให้เหตุผลและทักษะการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ ผ่านการวิเคราะห์โครงสร้างของสมการรวมถึงการใช้อุปนัยวิธีทางคณิตศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าสมการประเภทนั้นมีผลเฉลยจำนวนเต็มอย่างน้อยหนึ่งผลเฉลย
ส่วนการหาผลเฉลยคือการผ่านขั้นตอนการคำนวณที่เป็นรูปธรรม เช่น การใช้ทักษะการแก้สมการอย่างการรวมพจน์ที่คล้ายกัน การย้ายข้าง การแยกตัวประกอบ และอื่นๆ เพื่อคำนวณหาผลเฉลยเชิงตัวเลขของสมการออกมาอย่างเจาะจง
พูดอีกอย่างก็คือ ถึงแม้เซวียซงจะแน่ใจแล้วว่าสมการนี้มีผลเฉลยจำนวนเต็ม แต่ผลเฉลยเชิงตัวเลขคืออะไรนั้น อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้ สิ่งเดียวที่ยืนยันได้ก็คือ ตัวเลขนี้มันมหาศาลมาก!
อันที่จริง สมการไดโอแฟนไทน์ถือเป็นโจทย์ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกในแวดวงทฤษฎีจำนวนอยู่แล้ว
ตัวอย่างเช่น ข้อความคาดการณ์ของแฟร์มาต์ก็เป็นหนึ่งในสมการไดโอแฟนไทน์ที่มีชื่อเสียงที่สุด แน่นอนว่าหลังจากได้รับการพิสูจน์แล้ว มันก็กลายเป็นทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต์
ในการประชุมนักคณิตศาสตร์โลกครั้งที่สองที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 1900 ขณะที่ดาวิด ฮิลแบร์ต นักคณิตศาสตร์ชื่อดังกำลังทำการบรรยายเปิด เขาเคยตั้งคำถามที่มีชื่อเสียงหนึ่งร้อยข้อ ซึ่งข้อที่สิบก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมการไดโอแฟนไทน์
ข้อความดั้งเดิมคือ: มีอัลกอริทึมทั่วไปที่สามารถตัดสินได้หรือไม่ว่าสมการไดโอแฟนไทน์ใดๆ ที่กำหนดให้มีผลเฉลยจำนวนเต็มหรือไม่
ในปี 1970 ยูริ มาติยาเซวิช นักคณิตศาสตร์อดีตสหภาพโซเวียต ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอัลกอริทึมทั่วไปดังกล่าวอยู่จริง ซึ่งถือเป็นการให้คำตอบเชิงปฏิเสธที่ชัดเจนมากสำหรับคำถามข้อที่สิบของฮิลแบร์ต
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาไดโอแฟนไทน์จะไม่มีคุณค่าในการวิจัยอีกต่อไป
อันที่จริง ข้อสรุปเชิงปฏิเสธนี้กลับเป็นการพิสูจน์ได้อย่างพอดิบพอดีว่า ในบางกรณี สมการไดโอแฟนไทน์มีความซับซ้อนอย่างยิ่งยวด หรืออาจกล่าวได้ว่า มันก้าวข้ามขอบเขตที่อัลกอริทึมดั้งเดิมจะสามารถแก้ไขได้ และมีบทบาทสำคัญขั้นพื้นฐานในทฤษฎีการคำนวณ
ดังนั้นสมการไดโอแฟนไทน์จึงยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโจทย์ปัญหาระดับโลกในแวดวงทฤษฎีจำนวน โดยเฉพาะในกรณีที่มีมิติสูงขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น
ตอนนี้กลับมีคนคำนวณหาผลเฉลยของสมการนี้ออกมาด้วยมือเปล่าตรงๆ เลยเนี่ยนะ?
แถมยังเป็นแค่มือใหม่ที่เพิ่งสมัครเข้าเว็บบอร์ดอีกต่างหาก?
เซวียซงรู้สึกแค่ว่าสมองของเขากำลังอื้ออึงไปหมด
……
วงการคณิตศาสตร์จีนก็มีอยู่แค่นั้น ยิ่งคนที่ศึกษาทฤษฎีจำนวนก็ยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่
ดังนั้นเสี่ยวซู่หวูพีชคณิตและทฤษฎีจำนวนจึงเป็นเว็บบอร์ดเฉพาะกลุ่มมากๆ การโปรโมตพึ่งพาการบอกปากต่อปากล้วนๆ และไม่มีความต้องการที่จะแสวงหาผลกำไรใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นเพียงแหล่งรวมตัวของเหล่าศาสตราจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ศึกษาด้านพีชคณิตและทฤษฎีจำนวนในประเทศ เพื่อใช้พูดคุยกันในชีวิตประจำวันเท่านั้น
คนทั่วไปแทบจะไม่มีทางหลงเข้ามาได้เลย ต่อให้เผลอกดเข้ามาแล้วอยากจะสมัครสมาชิก พอต้องเผชิญกับข้อสอบปรนัยห้าสิบข้อที่สุ่มเลือกมาจากคลังข้อสอบ ก็ทำได้แค่มืดแปดด้าน
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าคลังข้อสอบของเว็บบอร์ดนั้นอุดมสมบูรณ์สุดๆ
เพราะนับตั้งแต่นักคณิตศาสตร์รุ่นเก๋าเป็นต้นไป การเลื่อนระดับทุกครั้งจะต้องให้ผู้ที่ขอเลื่อนระดับจัดหาข้อสอบปรนัยสองข้อให้กับคลังข้อสอบประเมินของเว็บบอร์ด หลังจากผ่านการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บบอร์ดอย่างน้อยสามคนขึ้นไปแล้ว ถึงจะถูกบรรจุลงในคลังข้อสอบ
เนื่องจากนิสัยของแต่ละคนแตกต่างกัน ศาสตราจารย์บางคนก็ชอบกลั่นแกล้งชาวบ้านจริงๆ ดังนั้นตลอดหลายปีที่สะสมมา เรียกได้ว่าในคลังข้อสอบมีโจทย์บ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้อยู่เต็มไปหมด
พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อไม่นานมานี้เขาได้แนะนำนักศึกษาปริญญาโทควบปริญญาเอกที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ให้สมัครเข้าเว็บบอร์ด อีกฝ่ายยังต้องใช้เวลาถึงสองวัน ทำข้อสอบไปตั้งห้ารอบ กว่าจะผ่านการประเมินและได้คะแนนเก้าสิบสองคะแนนมาได้อย่างราบรื่น
แน่นอนว่านี่ไม่อาจบอกได้เต็มปากว่านักศึกษาของเขาคนนี้ความสามารถไม่ถึง เพราะถึงอย่างไรการจะสอบผ่านได้ในไม่กี่ครั้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพึ่งโชคด้วย โจทย์บางข้อที่เป็นรสนิยมแย่ๆ ถูกสร้างมาเป็นข้อสอบปรนัยเพื่อขุดหลุมพรางโดยเฉพาะ ขนาดตัวเขาเองถ้าไม่ระวังก็ยังอาจถูกชักนำให้เข้าใจผิดและเลือกคำตอบที่ผิดได้
ดังนั้นตราบใดที่สามารถสมัครสมาชิกได้สำเร็จ ต่อให้ใช้ฉายาว่ามือใหม่ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าก้าวเข้าสู่ประตูของทฤษฎีจำนวนแล้ว
แต่ปัญหาของฉายามือใหม่ก็คือ เซวียซงไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร!
ใช่แล้ว ในเว็บบอร์ดนี้ ใครก็ตามที่ใช้ฉายาตั้งแต่อัจฉริยะคณิตศาสตร์ขึ้นไป เซวียซงอาจจะไม่รู้จักทุกคนในชีวิตจริง แต่อย่างน้อยเขาก็รู้จักสักเจ็ดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็แค่บางคนในชีวิตจริงความสัมพันธ์อาจจะไม่ได้ดีนัก และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันในชีวิตประจำวันก็เท่านั้น
ต่อให้มีบางคนที่ไม่รู้จัก แค่ไปถามไถ่ในวงการสักรอบ ก็สามารถหาตัวจริงเจอได้แล้ว
แต่มือใหม่ที่เพิ่งสมัครเข้ามานั้นไม่เหมือนกัน
เว็บบอร์ดเล็กๆ แห่งนี้มีแค่ฟังก์ชันบันทึกไอพีที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อนานมาแล้วเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการสมัครสมาชิกยังไม่จำเป็นต้องใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำ แค่มีอีเมลที่สามารถรับส่งจดหมายได้ตามปกติ และรับรหัสยืนยันที่เซิร์ฟเวอร์ส่งให้โดยอัตโนมัติได้ก็สามารถสมัครได้แล้ว
ไม่มีการบังคับให้ใช้ชื่อจริง ช่างน่าปวดใจซะจริงๆ!
……
ถึงแม้ในหัวจะมีเรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด แต่สิบนาทีต่อมา เซวียซงก็มานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องหนังสือ และล็อกอินเข้าสู่เว็บบอร์ดอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เตะตาเป็นอย่างแรกคือกระทู้ที่มือใหม่คนนั้นเพิ่งตั้งขึ้น
ก็แหม ชื่อกระทู้โดดเด่นจำง่ายซะขนาดนั้น แถมยังถูกผู้ดูแลเว็บบอร์ดที่เขารู้จักคนหนึ่งปักหมุดเอาไว้ด้วยมือตัวเองอีกต่างหาก
เซวียซงรู้ดีว่านี่ไม่ได้เป็นการมุ่งเป้ามาที่เขา อันที่จริงถ้าเขาอยู่ เขาก็จะปักหมุดกระทู้นี้โดยตรงเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเขาจะต่างอะไรกับพวกรุ่นพี่บางคนที่เอาแต่กั๊กที่ไว้แต่ไม่ทำประโยชน์ในสายตาของเขากันล่ะ?
เมื่อคลิกเปิดกระทู้เข้าไป ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่อีกฝ่ายให้มา
เขาคัดลอกผลลัพธ์ นำไปใส่ในสมการโดยตรงแล้วใช้คอมพิวเตอร์คำนวณ เนื่องจากโครงสร้างของสมการค่อนข้างเรียบง่าย การเขียนโปรแกรมจึงรวดเร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีผลลัพธ์ก็ได้รับการตรวจสอบ ยืนยันว่าถูกต้องจริงๆ
สำหรับคนทั่วไป อาจจะรู้สึกว่านี่เป็นการทำอะไรซ้ำซ้อน เพราะนักศึกษาในกลุ่มวีแชตมากกว่าหนึ่งคนต่างก็บอกว่าตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
แต่สำหรับนักคณิตศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ขั้นตอนการคำนวณด้วยตัวเองนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเว้นได้
ในระหว่างที่โยนให้คอมพิวเตอร์คำนวณ เซวียซงก็กวาดสายตาอ่านกระทู้ที่มือใหม่คนนี้ตั้งขึ้น รวมถึงความคิดเห็นด้านล่างคร่าวๆ ไปด้วย
พูดตามตรง คำวิจารณ์ของพวกนักศึกษาของเขาก็มีเหตุผล เนื้อหาข้อความในกระทู้นี้ไม่เหมือนคำพูดที่บิ๊กบอสสายวิชาการที่เอาการเอางานจะพูดออกมาจริงๆ ต่อให้จะเป็นบนอินเทอร์เน็ตก็เถอะ
โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "...แต่พวกคุณอย่าเพิ่งโกรธไปเลย ฉันมาที่เว็บบอร์ดนี้แล้ว หลังจากนี้พวกตาแก่หัวหงอกอย่างพวกคุณยังมีโอกาสได้เต้นผางอีกเยอะ! ฉันกลัวว่าตอนนี้พวกคุณจะโกรธจนเสียสุขภาพไปซะก่อน เดี๋ยววันหลังจะออกข้อสอบได้ไม่คล่องเอา"
เขาอ่านแล้วยังรู้สึกกระอักกระอ่วนแทน!
ถ้าเกิดเป็นบิ๊กบอสระดับปรมาจารย์ขึ้นมาจริงๆ แล้วถ้าเผื่อว่าชื่อในเว็บบอร์ดถูกเปิดเผยในชีวิตจริง เดี๋ยวก็เรียกตาแก่ เดี๋ยวก็เรียกลุง... วันหลังเจอกันตามงานประชุมต่างๆ จะไม่กระอักกระอ่วนแย่เหรอ คงได้เสียหน้าในสังคมไปเลยล่ะ
ถ้าเป็นแค่นักศึกษาธรรมดา มีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เพิ่งสอบติดปริญญาโทและยังไม่ได้เริ่มเรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ เป็นไปได้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของหมอนี่แค่บอกเขาว่ามีเว็บบอร์ดนี้อยู่ แล้วให้เขาลองเข้าไปดูก่อน โดยไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก
เพราะหมอนี่เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นเคยกับเว็บบอร์ดนี้เลย ถ้าพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ก็คงไม่กล้าพูดจาโอ้อวดต่อหน้าไอดีเหล่านั้นหรอก
เพราะถึงอย่างไรไอดีระดับสูงที่เคลื่อนไหวอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ ล้วนแต่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาโทและอาจารย์ที่ปรึกษาระดับปริญญาเอกที่ค่อนข้างอายุน้อยในแวดวงทฤษฎีจำนวนจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชื่อดังทั้งสิ้น
จะบอกว่าพวกเขาเป็นบุคคลสำคัญระดับแกนนำของวงการคณิตศาสตร์จีนในยุคนี้ก็คงไม่เกินจริงไปนัก
ไอ้เด็กนี่พูดแค่ประโยคเดียว ก็ล่วงเกินคนไปเป็นกองเลย
ดังนั้นตอนนี้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างก็เลยคึกคักสุดๆ ไปเลย
ถึงแม้จะเพิ่งมีคนมาตอบแค่ร้อยกว่าคอมเมนต์ แต่ก็แทบจะเรียกไอดีที่เคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ออกมาได้ทั้งหมดแล้ว
"ไอ้หนู นายเจ๋งมาก! มีเอกลักษณ์ดี ฉันชอบ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกันว่านายเป็นใคร! ถ้ารู้ล่ะก็ ฉันจะไปขอตัวนายมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาของนายแน่ แล้วจะทำให้นายได้รู้ว่าพวกตาแก่น่ะโหดได้แค่ไหน"
"ไอ๊หยา โดนดูถูกเข้าให้แล้ว! แต่ครั้งนี้นายชนะ! จะให้โอกาสพูดความจริงนะ ไปหาใครมาช่วยหรือเปล่า?"
"นี่ลูกเต้าเหล่าใครเนี่ย? มีเอกลักษณ์ซะไม่มี! รีบรับสารภาพมาซะดีๆ อย่าบังคับให้ฉันต้องโทรไปถามทีละคนนะ! แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! เก่งกว่าฉันซะอีกนะเนี่ย!"
"นี่คำนวณออกมาได้จริงๆ เหรอเนี่ย?! แถมยังถูกอีกต่างหาก? เหล่าเซวีย นี่นายเอาแอคหลุมมาล้อพวกเราเล่นใช่มั้ยเนี่ย?"
……
เซวียซงเบ้ปาก รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เขาเป็นคนน่าเบื่อแบบนั้นหรือไง? อีกอย่าง เขาเลยวัยคึกคะนองมาแล้ว คำพูดเบียวๆ แบบนั้นเขาพูดไม่ออกหรอก
ทว่าในฐานะหนึ่งในผู้ดูแลเว็บบอร์ด เขาได้ดึงบันทึกไอพีการล็อกอินของมือใหม่คนนี้จากระบบหลังบ้านทันที และก็ยังคงเป็นไอพีของมณฑลซิงหนานจริงๆ ตอนนี้สถานะยังขึ้นว่าออนไลน์อยู่ แต่ไม่มีการกระทำใดๆ ทั้งสิ้น
ดูเหมือนว่าจะไม่มีบิ๊กบอสที่ศึกษาสมการไดโอแฟนไทน์คนไหนอาศัยอยู่ที่มณฑลซิงหนานเป็นประจำเลยนะ
ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่ไอ้เด็กนี่จะเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ยังไม่ได้ไปรายงานตัว
เซวียซงไม่เสียเวลาอ่านความเห็นของคนอื่นอีก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็คลิกเปิดระบบแชตส่วนตัวของเว็บบอร์ด ส่งข้อความหามือใหม่ที่ใช้ชื่อบนอินเทอร์เน็ตว่า 'อวี้เจี้ยนเสี่ยวเฉียนเฉียน' ไปหนึ่งประโยค: "ฉันคือเซวียซงจากมหาวิทยาลัยอวี๋เจียง สะดวกทิ้งช่องทางการติดต่อไว้มั้ย?"
ถูกต้อง ในที่สุดเซวียซงก็เกิดความรู้สึกเสียดายคนเก่งขึ้นมาแล้ว
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าในกระบวนการหาผลเฉลยของสมการนี้ อวี้เจี้ยนเสี่ยวเฉียนเฉียนคนนี้ได้ขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาหรือไม่ แต่การที่หมอนี่สามารถหาผลเฉลยเชิงตัวเลขออกมาได้ ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์อันสูงส่งของเขาแล้ว
ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีความเป็นไปได้สูงว่ามีอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ว่าอาจจะแค่เรียนปริญญาโทกับอาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นอยู่ก็ได้นี่นา?
ในระดับปริญญาเอกยังพอจะแย่งชิงตัวมาได้อยู่
แถมเซวียซงยังมีความมั่นใจมากด้วย
ทิศทางอื่นเขาไม่กล้าพูด แต่ในแวดวงสมการไดโอแฟนไทน์ ไม่มีนักวิจัยในหัวเซี่ยกี่คนที่สามารถเทียบชั้นกับเขาได้หรอก แล้วเขาก็เชื่อด้วยว่าในเมื่อไอ้เด็กนี่สามารถแก้สมการนี้ได้ ย่อมต้องรู้จักเขาอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่หลังจากส่งข้อความนี้ออกไป มันก็เหมือนกับโยนหินลงทะเล ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมาเลย
กลับกลายเป็นว่าโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายจากศาสตราจารย์ท่านหนึ่งในคณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยียนเป่ย
"ฮัลโหล พี่จื้อหย่วน ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เมื่อรับสาย เซวียซงก็เอ่ยทักทายไปตามเรื่องตามราว
"เฮ้อ เหล่าเซวีย ในกลุ่มกำลังคุยกันอยู่ ทำไมนายไม่เห็นพูดอะไรเลยล่ะ?"
"อ๋อ ฉันตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนไว้ทุกกลุ่มเลยน่ะ"
"เอาล่ะ ไม่ต้องมาเล่นมุกนี้กับฉันหรอก บอกมาเถอะ นายเพิ่งรับนักศึกษาที่มีบ้านอยู่ทางมณฑลซิงหนานใช่หรือเปล่า?"
เซวียซงยิ้มเจื่อน
ดูเหมือนว่าการวิเคราะห์ของคนอื่นก็คงจะคล้ายๆ กับเขานั่นแหละ
"อย่าล้อเล่นน่า ถ้าเป็นนักศึกษาของฉันจริงๆ ด้วยอุปนิสัยของฉัน คงเอาไปอวดพวกนายในกลุ่มตั้งนานแล้ว ฉันจะกลัวว่าต้นกล้าชั้นดีของตัวเองจะถูกพวกนายแย่งไปหรือไง?"
"ฮ่าๆ นั่นสินะ นายว่าจะเป็นนักศึกษาที่เหล่าเซียวเพิ่งรับเข้ามาใหม่หรือเปล่า?"
แน่นอนว่าเซวียซงรู้ดีว่า 'เหล่าเซียว' ที่เวิงจื้อหย่วนพูดถึงก็คือศาสตราจารย์เซียวเลี่ยงแห่งมหาวิทยาลัยหัวชิง หัวข้อกองทุนนักวิชาการรุ่นใหม่ดีเด่นที่เขายื่นขอไปเมื่อปีที่แล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีจำนวนเต็ม
ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซวียซงกับเซียวเลี่ยงนั้นไม่ค่อยจะดีนัก มีกลิ่นอายของการไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่บ้างนิดหน่อย ขาดก็แต่ยังไม่ได้โจมตีกันซึ่งๆ หน้าก็เท่านั้น
ช่วยไม่ได้ นักคณิตศาสตร์ก็เป็นคนธรรมดานี่นา ที่ไหนมีคน ที่นั่นก็มียุทธภพ มีความแค้น บุญคุณ ความรัก และการต่อสู้แย่งชิง
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? เขาก็อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยของพวกนายไม่ใช่เหรอ? นายก็ไปถามเขาตรงๆ เลยสิ"
"เฮ้อ ฉันก็แค่ถามดูไปงั้นแหละ จู่ๆ ก็มีไอ้หนูนี่โผล่มา ทั้งที่ออนไลน์อยู่แท้ๆ แต่กลับแกล้งตายไม่ยอมตอบกลับ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ถ้ารู้ว่าเป็นใครเมื่อไหร่ พวกเราจะรุมด่าด้วยกันให้เข็ด อ้อ ว่างๆ ก็เข้าไปดูในกลุ่มบ้างนะ ไม่ได้คึกคักแบบนี้มานานแล้ว เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้ว วางสายก่อนนะ"
เซวียซงวางสาย สูดหายใจเข้าลึกๆ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องเปิดกลุ่มวีแชตขึ้นมาดูจนได้
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ในกลุ่มศาสตราจารย์กำลังคุยกันเรื่องมือใหม่คนนี้อย่างออกรส
มีหลายคนถามว่าเขาเพิ่งรับลูกศิษย์คนใหม่เข้ามาหรือเปล่าจริงๆ ด้วย แต่ไม่ต้องให้เขาตอบแล้ว เพราะเวิงจื้อหย่วนที่เพิ่งโทรมาหาเมื่อกี้ได้ช่วยไขข้อข้องใจให้ทุกคนในกลุ่มแทนเขาไปเรียบร้อยแล้ว
"เพิ่งโทรไปถามมาเมื่อกี้ เหล่าเซวียบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้จักมือใหม่คนนี้เหมือนกัน ไม่มีทางเป็นนักศึกษาของเขาแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงมาอวดพวกเราตั้งนานแล้วล่ะ"
"งั้นก็น่าสนุกแล้วสิ นายถามมาหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว ทุกคนต่างก็บอกว่าไม่ใช่นักศึกษาของตัวเอง อย่าบอกนะว่าหมอนี่เป็นแค่นักศึกษาปริญญาตรีอ่ะ?!"
"เป็นไปไม่ได้มั้ง? ถ้าเป็นปริญญาตรีล่ะก็ นั่นมันพรสวรรค์ขั้นเทพชัดๆ ใช้เวลาแค่สิบวันก็สามารถคำนวณโจทย์ระดับโลกที่ยากแสนยากข้อนี้ออกมาได้เนี่ยนะ? คณะคณิตศาสตร์เยียนเป่ยของพวกนายมีนักศึกษาปริญญาตรีที่เก่งถึงระดับนี้ด้วยเหรอ?"
"หึๆ ฉันว่านะ เด็กบางคนอาจจะมีกำลังความสามารถถึงระดับนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้พวกเขาคงยังเข้าเว็บบอร์ดนี้ไม่ได้หรอก!"
เมื่อเห็นเวิงจื้อหย่วนพูดประโยคที่โคตรจะไร้ยางอายนี้ออกมา เซวียซงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"@เหล่าเวิง นายแน่ใจเหรอว่านักศึกษาปริญญาตรีคณะคณิตศาสตร์เยียนเป่ยสามารถหาผลเฉลยเชิงตัวเลขจากสมการของฉันได้ด้วยตัวเองน่ะ? ได้สิ สมการคล้ายๆ กันมีอีกเยอะแยะ ฉันจะเลือกมาสักห้าข้อให้นักศึกษาปริญญาตรีคณะคณิตศาสตร์เยียนเป่ยของพวกนายลองดู
ให้เวลาหนึ่งเดือน ขอแค่แก้สมการหาผลเฉลยเชิงตัวเลขได้ข้อเดียว ฉันจะให้เงินรางวัลส่วนตัวเขาหนึ่งแสนหยวน! ไม่จำกัดเพดาน! ถ้าแก้ได้หมดทั้งห้าข้อ ฉันจะให้รางวัลห้าแสนหยวนไปเลยเอ้า!"
"ฮ่าๆ เหล่าเซวีย ฉันก็แค่พูดเล่นไม่ใช่หรือไง? ทำไมนายถึงได้โมโหขึ้นมาล่ะ? ใจเย็นๆ สิ ใจเย็นๆ ว่าแต่ ถ้านักศึกษาปริญญาตรีไม่น่าจะเป็นไปได้ ในประเทศเราก็ดูเหมือนจะไม่มีใครศึกษาค้นคว้าด้านนี้อย่างลึกซึ้งแล้วไม่ใช่เหรอ?"
เวิงจื้อหย่วนเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
ถึงแม้เขาจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยเยียนเป่ย แต่ตอนนี้เป็นแค่อาจารย์ผู้สอน อยู่ในขั้นตอนที่ไม่เลื่อนขั้นก็ต้องออกไป จึงไม่เหมาะที่จะไปเอาจริงเอาจังกับศาสตราจารย์ที่มีอนาคตสดใสอย่างเซวียซงจริงๆ นั่นแหละ
"นั่นสิ แต่ทุกคนน่าจะลองแก้สมการประเภทนี้ดูจริงๆ นะ ในเมื่อมีคนแก้ได้ พวกเราก็น่าจะทำได้เหมือนกัน"
"ใช่ๆ ลองดูก็ได้!"
เริ่มมีคนเข้ามาไกล่เกลี่ย พยายามคลี่คลายบรรยากาศในกลุ่ม
แต่ก็มีบางคนที่ขี้เกียจสนใจเรื่องพวกนี้ และยังคงจมอยู่กับการครุ่นคิดว่าตกลงแล้วมือใหม่คนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่
"เอ่อ คงไม่ใช่บิ๊กบอสไม่กี่ท่านนั้นหรอกนะ ไม่สิ ด้วยสถานะของพวกเขา ไม่น่าจะพูดจาแบบนั้นออกมาได้นี่นา! แถมทุกคนก็ยังให้ความเคารพพวกเขามากๆ ด้วย"
หลังจากประโยคนี้จบลง บรรยากาศในกลุ่มก็ค่อยๆ เงียบเหงาลง
แต่ความสงสัยก็ยังไม่คลี่คลาย เซวียซงวางโทรศัพท์มือถือลง เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวันก็สามารถแก้สมการนี้ได้
เพียงแต่พอกลับไปดูในเว็บบอร์ด ข้อความส่วนตัวก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับใดๆ อยู่ดี
ไม่ว่าหมอนี่จะเป็นใคร ก็ไร้มารยาทเกินไปแล้ว!







