“คนที่เชี่ยวชาญเหรอ?” หยางเหวินตงนึกถึงเปาอวี้กังเป็นคนแรก
แต่เขาเป็นนักธุรกิจที่เริ่มกิจการของตัวเอง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาร่วมงานกับตน จากนั้นเขาจึงพูดว่า “งั้นคุณไปหาข้อมูลบริษัทเดินเรือในฮ่องกงมาให้ผมดูหน่อย”
“ครับ ผมจะเอามาให้พรุ่งนี้” เว่ยเจ๋อเทากล่าวตอบ
วันถัดมา เว่ยเจ๋อเทาก็นำข้อมูลมาให้
หยางเหวินตงอ่านดู ข้อมูลค่อนข้างละเอียด ปัจจุบันในฮ่องกงมีบริษัทเดินเรืออยู่ไม่น้อย ทั้งที่เป็นทุนอังกฤษและทุนจีน
ในบรรดาบริษัททุนอังกฤษ บริษัทใหญ่ ๆ ได้แก่ จาร์ดีน แมทธีสัน, Swire, และ Wheelock ส่วนบริษัททุนจีนที่ใหญ่หน่อยก็มี จ้าวถงเหยียน กับ ตงฮ่าวอวิ๋น
ส่วนบริษัทเดินเรือของเปาอวี้กังนั้น ยังถือว่าเล็กมาก มีเรือแค่ 7 ลำเท่านั้น
เว่ยเจ๋อเทาพูดว่า “ผมติดต่อกับบริษัทจัดหางานแล้ว เขากำลังหาคนที่เหมาะสมให้เราอยู่”
“อืม ดี” หยางเหวินตงวางเอกสารลงแล้วพูดว่า “ลองหาคนจากบริษัทเดินเรือที่เป็นทุนจีนโดยเฉพาะตำแหน่งกัปตันหรือหัวหน้าวิศวกรเดินเรือ”
ในตอนนี้คือปี 1960 บริษัทเดินเรือทุนอังกฤษยังมีขนาดใหญ่กว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจาร์ดี แมทธีสัน แต่สิบกว่าปีต่อมาจะกลับตาลปัตร บริษัทจีนกลายเป็นผู้นำ แถมใน 10 อันดับนักธุรกิจเดินเรือของโลก ก็มีถึง 2 คนที่เป็นคนฮ่องกง
เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้เจ้าของบริษัทอย่างเปาอวี้กังและตงฮ่าวอวิ๋น แต่คนที่อยู่ใต้การบริหารของพวกเขา ก็น่าจะมีความสามารถไม่น้อยเหมือนกัน
“ได้ครับ” เว่ยเจ๋อเทาพยักหน้ารับ “ถ้าเราหากัปตันได้แล้ว งานส่วนใหญ่ก็สามารถปล่อยให้เขาจัดการต่อได้เลย”
“โอเค งั้นเรื่องนี้ฝากคุณแล้ว” หยางเหวินตงกล่าว
เว่ยเจ๋อเทาถามว่า “คุณหยางไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรือครับ?”
“ไม่ต่างกันหรอก ผมก็ไม่รู้เรื่องเดินเรือเท่าไหร่” หยางเหวินตงหัวเราะ “คุณไปแทนผมก่อนก็ได้ ถ้าคุณว่าผ่าน ผมค่อยพบเพื่อยืนยันอีกที”
ในหลาย ๆ อุตสาหกรรมในฮ่องกง เช่น อสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมการผลิต หรือแม้กระทั่งหากในอนาคตเขาจะทำซูเปอร์มาร์เก็ตหรือธุรกิจค้าขาย อย่างน้อยประสบการณ์จากชาติที่แล้วของเขาก็ยังพอช่วยอะไรได้บ้าง
แต่เรื่องเดินเรือนี่ เขาไม่รู้จริง ๆ อาจจะเหมือนกับเปาอวี้กังก่อนที่จะเปลี่ยนสายงานมาเริ่มทำธุรกิจเดินเรือเมื่อไม่กี่ปีก่อน
ข้อได้เปรียบเดียวที่มีคือเขารู้อนาคต เช่น สงครามตะวันออกกลางในปี 1967 และวิกฤตการเดินเรือในช่วงทศวรรษ 70
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะ “จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน ทางบริษัทจัดหางานแนะนำให้ดูจากประวัติของผู้สมัคร ถ้าเคลียร์แล้วก็สบายใจได้”
“อืม วิธีนั้นก็ใช้ได้เหมือนกัน” หยางเหวินตงพยักหน้า “ตอนนี้เรายังแค่ลองดูไปก่อน เริ่มจากเรือแค่ลำเดียว จะได้ลองทำความคุ้นเคยไปทีละขั้น
ถ้าในอนาคตปริมาณการผลิตและยอดขายกระเป๋าเดินทางเพิ่มขึ้น บริษัทเดินเรือของเราก็สามารถขยายตามไปด้วยได้ ถ้าเราขนส่งของไปยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกาเอง มันจะสะดวกกว่ามาก”
“เข้าใจครับ” เว่ยเจ๋อเทาตอบ “อีกอย่างเรายังสามารถขนส่งไม้ถูพื้นแบบหมุนไปด้วยได้ ตอนนี้สินค้าแบบนั้นยังไม่เหมาะจะขนไกล ๆ ส่งได้แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ถ้าจะส่งไปยุโรปหรืออเมริกา ไม่คุ้มเลย”
“งั้นก็ดีเลย” หยางเหวินตงกล่าวต่อ “เดือนหน้าผมจะเน้นจัดการเรื่องส่วนตัวเป็นหลัก พอดีกับที่โรงงานเฟส 2 ของโพสต์อิทกำลังจะเริ่มก่อสร้างด้วย แล้วก็รวมถึงเรื่องบริษัทเดินเรือนี้ด้วย เลยต้องฝากให้คุณลำบากหน่อยนะ”
เว่ยเจ๋อเทาหัวเราะ “ครับ งั้นผมขอแสดงความยินดีกับคุณหยางล่วงหน้า ขอให้มีลูกไว ๆ นะครับ”
“ขอบใจมาก” หยางเหวินตงพยักหน้า
วันที่ 16 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดครบ 18 ปีของซูอีอี และก็ตรงกับวันที่หมอดูฮวงจุ้ยบอกว่าเป็นวันมงคลพอดี ดังนั้นงานแต่งของทั้งคู่จึงกำหนดจัดในวันนี้
ในที่สุดวันแต่งงานก็มาถึง
สถานที่จัดงานคือโรงแรมเพนนินซูลา
วันนั้นมีแขกจากแวดวงธุรกิจและการเมืองของฮ่องกงมาร่วมงานไม่น้อย ตลอดเวลากว่าปีที่ผ่านมา เมื่อกิจการของบริษัทฉางซิงอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์กับคนในแวดวงเหล่านี้ก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ธุรกิจของหยางเหวินตงไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับใครเลย แถมยังสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายฝ่าย ทำให้เขาเป็นที่รักใคร่ของผู้คน
แม้แต่รัฐบาลฮ่องกงยังส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมาร่วมงาน เพราะขณะนี้ฉางซิงอุตสาหกรรมมีมูลค่าการส่งออกที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลให้ความสนใจและอยากผูกมิตรไว้
อย่างไรก็ตาม สำหรับแขกที่มาร่วมงาน หยางเหวินตงก็แค่ทักทายอย่างสุภาพเท่านั้น ยกเว้นอยู่คนหนึ่ง
“คุณไอรีน่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณยังดูสาวเหมือนเดิมเลย” เมื่อเห็นหญิงสาวชาวอังกฤษที่เคยช่วยเหลือตนเองมาก่อน หยางเหวินตงจึงให้ความเคารพอย่างมาก
ไอรีน่ายิ้มแล้วพูดว่า “อีริค ขอแสดงความยินดีที่คุณแต่งงานนะคะ”
“ขอบคุณครับ” หยางเหวินตงยิ้มตอบ
ไอรีน่ากล่าวขึ้นอีกว่า “ตอนที่เจอคุณครั้งแรก ฉันก็รู้สึกว่าคุณไม่ธรรมดา อาจจะประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะมีความสำเร็จยิ่งใหญ่ขนาดนี้”
“ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของคุณในช่วงแรกๆ ด้วยครับ” หยางเหวินตงพูดอย่างเป็นทางการ
ถ้าไม่ใช่เพราะไอรีน่า ตอนเริ่มต้นทำธุรกิจคงไม่ง่ายขนาดนั้น แม้ว่าสุดท้ายเขาอาจจะยังประสบความสำเร็จ แต่ก็คงจะช้ากว่านี้อีกหลายปี
และช่วงทศวรรษ 60 นั้น เป็นยุคทองของเศรษฐกิจฮ่องกง ถ้าช้าไปแค่ไม่กี่เดือน ก็อาจพลาดโอกาสมากมายได้เลย
ไอรีน่ากล่าวอีกว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอก การที่คุณประสบความสำเร็จแล้วกลับมาจ้างคนจากสลัม ทำให้หลายพันคนหลุดพ้นจากความยากจน การช่วยเหลือของฉันในตอนนั้น ก็ถือว่าได้รับผลตอบแทนอย่างงามแล้ว”
หยางเหวินตงหัวเราะ “ไม่ต้องห่วงครับ ต่อไปตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็นหลายหมื่นคนแน่นอน”
“ดีจัง” ไอรีน่ายิ้ม “งั้นฉันจะไม่รบกวนแล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของคุณ”
“ครับ” หยางเหวินตงพยักหน้า แล้วพาไอรีน่าไปยังที่นั่งด้านหน้าอย่างเป็นการส่วนตัว
ผู้ที่เห็นการกระทำของหยางเหวินตง ต่างรู้สึกแปลกใจ พวกเขาคาดเดากันว่าเธอคงเป็นข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลฮ่องกงแน่ๆ
เมื่อจัดที่นั่งให้ไอรีน่าเรียบร้อย หยางเหวินตงก็กลับไปต้อนรับแขกต่อ ส่วนใหญ่ก็แค่พูดคุยพอเป็นพิธี จากนั้นแขกก็เข้าไปข้างใน
ไม่นานนัก กิมย้งก็ปรากฏตัวขึ้น เขายิ้มพลางพูดว่า “คุณหยาง ยินดีด้วยนะครับ ผมเขียนคำอวยพรมาให้ หวังว่าคุณจะรับไว้นะ”
“คำอวยพร?” ดวงตาของหยางเหวินตงเป็นประกาย นี่เป็นของขวัญที่ดีทีเดียว
ด้วยสถานะของเขา ไม่ว่าใครจะให้อะไรมา ของขวัญเหล่านั้นก็แค่สิ่งที่สามารถตีค่าเป็นเงินได้ทั้งนั้น แต่ของที่กิมย้งให้นั้น แม้จะไม่ใช่ของหรูหรา แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า
เพราะชายคนนี้ จะกลายเป็นนักเขียนชาวจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในอนาคต
กิมย้งคลี่ม้วนกระดาษโบราณออก บนกระดาษเขียนว่า “ขอให้ครองรักกันยืนยาว มีบุตรหลานเต็มบ้าน”
“ขอบคุณมากครับ” หยางเหวินตงยิ้มพลางกล่าว
“ไม่เป็นไรครับ” กิมย้งพยักหน้า แล้วพูดคุยอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
พิธีแต่งงานในครั้งนี้ ถือว่าค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้เชิญสื่อ หรือมหาเศรษฐีฮ่องกงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
ถึงนักข่าวจะรู้เรื่องนี้ แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาได้อยู่ดี
งานแต่งเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นพิธีแบบจีน มีขั้นตอนเรียบง่าย กัวซิ่น เป็นตัวแทนพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นความต้องการของหยางเหวินตง เพราะมีเพียงเธอเท่านั้นที่คู่ควรนั่งในตำแหน่งนั้น
ตามคำแนะนำของพิธีกร งานแต่งผ่านไปได้ด้วยดี
จากนั้นหยางเหวินตงและซูอีอีจึงเปลี่ยนชุด เพื่อออกไปกล่าวขอบคุณแขกที่โต๊ะต่างๆ
แน่นอนว่าไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ดื่มน้ำชาแทน ส่วนคนที่รับหน้าที่ดื่มแทนคือจ้าวลี่หมิง และหลินฮ่าวอวี่ ซึ่งทั้งสองเตรียมตัวมาพร้อม ดื่มนมไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
หลังจากบรรยากาศครึกครื้น งานแต่งก็จบลงด้วยดี
ขบวนรถพาซูอีอีและหยางเหวินตงกลับไปยังบ้านพักหลังใหม่ที่ตั้งอยู่ในเขตน้ำลึก ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข
วันถัดมา หยางเหวินตงพาซูอีอีขึ้นเครื่องบินไปยุโรป
สถานที่ฮันนีมูนของพวกเขาคือ การท่องเที่ยวยุโรป 7 ประเทศ เป็นเวลา 22 วัน ถือเป็นการพักผ่อนที่แท้จริงครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสร้างตัว







