แปะ!
ในกระท่อม จางจื้อหย่วนตบรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุลงบนโต๊ะทีละใบ "คำตอบอยู่ที่ท่าทางของศพพวกนี้"
"นายอย่ามัวแต่อมพะนำเลยพวก พูดมาตรงๆ เถอะ" ชาวอเมริกันพูดอย่างทนรอไม่ไหว
"มันคือนาฬิกา"
"นาฬิกา...งั้นเหรอ"
"ใช่แล้ว มือและเท้าของเหยื่อเหล่านี้ถูกจัดวางในมุมที่สอดคล้องกัน ซึ่งตรงกับเข็มทั้งสามของนาฬิกาพอดี เป็นเพราะบางมุมมันงอได้ยาก หรือจำเป็นต้องทับซ้อนกัน กระดูกถึงได้ถูกหัก จนทำให้ศพดูบิดเบี้ยวและพิลึกพิลั่นมาก!" จางจื้อหย่วนอธิบาย "นี่ไม่ใช่ว่าฆาตกรมีรสนิยมแปลกประหลาดอะไรหรอก แต่คนกลุ่มนี้จงใจบอกใบ้ถึงการก่ออาชญากรรมของพวกเขาล่วงหน้า!"
"พอนายพูดแบบนี้ มันก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย" อานตงหนีชี่เคอฟูพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง "ตกลงว่านี่คือคำใบ้บอกเวลาเหรอ"
"ไม่ใช่ เวลาเกิดเหตุของคดีทั้งหมดล้วนเป็นตอนกลางคืน และมีแค่ช่วงเวลานั้นแหละที่สถานที่สาธารณะจะแทบไม่มีคน" เขาส่ายหน้า "ทิศทางที่เข็มชี้เป็นตัวแทนของตัวเลขเท่านั้น ตัวเลขพวกนี้เอามาประกอบกันต่างหากถึงจะเป็นคำตอบ"
"เดี๋ยวๆๆ... พวกเราต้องแน่ใจเรื่องหนึ่งก่อน" โจวจือพูดแทรกขึ้นมา "เกมนี้ใช้ระบบยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าเกิดพวกนั้นใช้ระบบเวลาที่ต่างออกไป ข้อสันนิษฐานพวกนี้ก็เป็นอันตกไปเลยนะ"
"นายโง่หรือเปล่าไอ้หนู นี่มันเกมที่คนบนโลกสร้างขึ้นมานะ จะให้ไปใช้ระบบเวลาอื่นได้ยังไง" เฉียวจานหมู่ถลึงตาใส่เขา
"แต่ว่า..."
"นาฬิกาของพวกเขาทีดินแดนนี้ รอบหนึ่งก็มีสิบสองชั่วโมงเหมือนกัน" ไท่เล่อเอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"นายรู้ได้ยังไง"
"ก่อนหน้านี้ตอนออกไปเดินถนน ฉันเห็นคนหยิบนาฬิกาพกออกมา" เขาขยับนิ้วขึ้นด้านบน ดูเหมือนอยากจะดันแว่นตา ทว่าบนร่างกายนี้ไม่มีแว่นตาอยู่เลย "ห่างออกไปไกลมาก ฉันเลยมองเห็นไม่ชัดเท่าไหร่ แต่มีเข็มอันหนึ่งชี้ไปที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาพอดี ซึ่งก็ตรงกับเวลาพลบค่ำข้างนอกพอสมควร"
"ไกลแค่ไหนเหรอ" ชาวรัสเซียถามด้วยความอยากรู้
"ประมาณสามสิบห้าฟุต ตอนนั้นคนคนนั้นอยู่ทางขวาข้างหน้าฉัน"
"โฮ่!" อานตงหนีตบมือ "ถ้านายไปล่าสัตว์ล่ะก็ ต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ"
ไท่เล่อยิ้มบางๆ "ฉันไม่ค่อยชอบหาความสุขจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเท่าไหร่ คนกับธรรมชาติควรจะอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอานตงหนีพลันหุบลงทันที
สามสิบห้าฟุต จางจื้อหย่วนตกใจเล็กน้อย นั่นมันเกินสิบเมตรไปแล้วนะ! คนคนนี้สามารถจับรายละเอียดแบบนี้ได้ในระยะที่ไกลขนาดนี้เชียวเหรอ ต้องรู้ไว้ด้วยว่าตอนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะจ้องมองเลย ข่มความประหลาดใจในใจลง เขาแอมไอเคลียร์คอพูดว่า "คุณไท่เล่อมองได้แม่นยำมาก ความจริงแล้ว ตอนที่ฉันถามว่าวิหารเยนี่อยู่ที่ไหน ฉันก็ถามเรื่องนี้พ่วงไปด้วย... แน่นอนว่าฉันถามไปว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว"
"เพราะงั้นนายก็รู้ตัวเลขที่ศพพวกนั้นชี้บอกอยู่ก่อนแล้วเหรอ" เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อพูดอย่างไม่เข้าใจ "แล้วทำไมพวกเรายังต้องถ่อไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเองอีกล่ะ"
"เพราะต้องไปยืนยันจุดกำเนิด... หรือจะเรียกว่าจุดเริ่มต้นก็ได้" จางจื้อหย่วนชี้ไปที่รูปถ่ายวิหารรองของวิหารเยนี่รูปนั้น "แค่มองรูปถ่ายไม่สามารถระบุทิศทางได้ ถ้าพวกเราไม่ไปที่เกิดเหตุ ก็ไม่มีทางตัดสินได้ว่าอันไหนคือเข็มชั่วโมง และอันไหนคือเข็มนาที ตอนนี้ฉันรู้แล้ว จุดกำเนิดก็คือหัวของเหยื่อ ชี้ไปทางทิศเหนือเหมือนกันหมด อวัยวะชิ้นใหญ่ที่นับไปทางซ้ายเป็นอันแรก ไม่ว่าจะเป็นมือหรือเท้า ก็เป็นตัวแทนของเข็มชั่วโมง!"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! ได้ความรู้แล้ว" หมิงจื่อพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พูดขึ้นอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ "การออกมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ได้ประโยชน์เยอะจริงๆ"
"ใช้รูปถ่ายใบนี้มาอธิบาย เข็มชั่วโมงคือ 3 เข็มนาทีคือ 35 เอามารวมกันก็คือ 335" จางจื้อหย่วนหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชูขึ้นตรงหน้าทุกคน "และคดีที่ตามวิหารเยนี่มาติดๆ ก็คือร้านกาแฟที่ถนนฝงเย่เหนือ ซึ่งที่อยู่ของมันก็คือ 335 พอดี!"
และนี่ก็คือคำตอบของการบอกใบ้ล่วงหน้า
"แต่ว่าคุณจาง ข้อสันนิษฐานของคุณยังมีจุดที่ตกหล่นอยู่นะ" ไท่เล่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เข็มวินาทีดูยังไงล่ะ ถ้านับตามเข็มนาฬิกา อวัยวะชิ้นใหญ่คือเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีตามลำดับ ส่วนชิ้นที่เล็กที่สุดคือเข็มวินาที งั้นมันก็ควรจะมีตัวเลขบอกค่าสิ อย่างเช่นในรูปถ่ายใบนี้ วินาทีอยู่ที่ประมาณ 40"
"เข็มวินาทีมีตัวเลขบอกค่าจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่เกี่ยวกับที่อยู่" จางจื้อหย่วนตอบกลับ "นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อไป เข็มวินาทีแค่ดูตำแหน่งของมันก็พอ เช่น 40 วินาทีจะอยู่แถวๆ เลข 8 บนหน้าปัด ส่วนระยะห่างระหว่างคดีร้านกาแฟกับคดีวิหารก็คือแปดวันพอดี! ส่วนเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้น่ะเหรอ ก็เพราะแค่มีที่อยู่อย่างเดียวยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่พวกนั้นจะลงมือก่อเหตุได้น่ะสิ!"
"ฟิ้ว..." อานตงหนีเป่าปาก "เจ้าพวกนี้มันช่างกล้าหาญชาญชัยจริงๆ กลัวตำรวจจะหาพวกตัวเองไม่เจอหรือไงกัน"
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือการยั่วยุต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างโจ่งแจ้งแน่นอน
"พวก นายเชื่อมโยงภาพถ่ายกับนาฬิกาได้ยังไงน่ะ" ไท่เล่อดูเหมือนจะสงสัยอยู่บ้าง "คนทั่วไปเวลาเห็นภาพอาบเลือดพวกนี้ ไม่ตกใจจนไม่กล้ามองให้ละเอียด ก็ต้องจ้องรายละเอียดจนละสายตาไปไม่ได้ แต่นายกลับสามารถคาดเดาจากภาพรวมได้ มีของเหมือนกันนี่"
"เมื่อก่อนฉัน..." จางจื้อหย่วนเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องคดีทำนองนี้ที่ตัวเองเคยรับมือออกมาแล้ว โชคดีที่หยุดปากเอาไว้ได้กลางคัน "ฉันเคยดูผลงานแนวสืบสวนสอบสวนกับแนวระทึกขวัญมาเยอะ แล้วก็เคยดาวน์โหลดแฟ้มคดีปริศนาจากอินเทอร์เน็ตมาไม่น้อย ถือว่าเป็นความสนใจส่วนตัวล่ะมั้ง ขอแค่ฆาตกรอยากจะสื่อสารข้อมูล ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้ตัวเลขเป็นสื่อกลาง สิ่งที่พอจะผูกโยงกับตัวเลขได้ ก็หนีไม่พ้นของพวกนั้น... อย่างเช่น รหัส นาฬิกา รูปแบบ ที่ฉันเคยเห็นว่าเวอร์วังที่สุดก็คือคำตอบที่ซ่อนอยู่ในรูปทรงเรขาคณิต..."
"พอแล้วๆ เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอก" โจวจืออดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น "พี่ใหญ่ พี่พูดมาตรงๆ เลยเถอะ ตกลงว่าตำแหน่งที่คดีล่าสุดชี้บอกคือที่ไหนกันแน่"
"958 แล้วเวลาที่เหลือก็ห่างจากตอนนี้อีกสองวัน"
"สองวันเหรอ" เฉียวจานหมู่โวยวาย "พวกเราต้องอยู่ที่นี่สองวันถึงจะผ่านด่านได้งั้นเหรอ แบบนี้ไม่ได้นะ พรุ่งนี้ฉันยังมีธุระอย่างอื่นอีก!"
"นี่ก็คือสิ่งที่ฉันอยากถามเหมือนกัน" จางจื้อหย่วนเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น "พิธีกร คุณฟังอยู่หรือเปล่า คำถามแบบนี้คุณน่าจะตอบได้ใช่ไหม"
"แน่นอนครับ ผมคอยเฝ้ามองทุกคนอยู่เสมอ" ร่างของคนคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาคือเฉาหยาง ผู้คอยต้อนรับแห่งดินแดนหรรษานั่นเอง "ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงไป นี่เป็นเพียงแค่เกมเกมหนึ่ง ผมสามารถปรับความเร็วในการทำงานของมันได้ตลอดเวลาครับ"
"ความเร็วในการทำงาน... หมายความว่ายังไง"
"เวลาที่พวกคุณทำกิจกรรมตามปกติ ความรู้สึกที่เวลาไหลผ่านไปจะสอดคล้องกับความเป็นจริง อย่างเช่นตอนนี้" เฉาหยางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง "แต่หลังจากที่พวกคุณเข้าสู่โหมดพักตัว ผมสามารถทำให้พวกคุณข้ามไปอีกสองวันข้างหน้าได้ในพริบตา ก็เหมือนกับว่า..."
เขายื่นมือออกไปดีดนิ้ว
"...แบบนี้"
จางจื้อหย่วนกะพริบตา ในชั่วพริบตานั้น เขารู้สึกได้จริงๆ ว่าภาพตรงหน้ามืดดับไป แต่มันก็แค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เขาแทบจะยังไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ การรับรู้ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง
"พิธีกร หรือว่าตอนนี้จะ..."
"ใช่ครับ สองวันให้หลัง" เฉาหยางตอบกลับ "เวลาที่แน่นอนคือ... 3 ทุ่ม 25 นาที ส่วนเวลาภายนอกเกม ก็ยังคงเป็นวินาทีก่อนที่พวกคุณจะข้ามเวลามาครับ"
"อย่าบอกว่าจะข้ามก็ข้ามสิ ฉันยังมีงานเตรียมการอีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้ทำนะ!" จางจื้อหย่วนกระทืบเท้า "ช่างเถอะ คราวหน้าจะข้ามเวลาช่วยบอกล่วงหน้าด้วยนะ ในเมื่อถึงตอนกลางคืนแล้ว งั้นพวกเราก็ต้องไป..."
"อ๊าก! ทำไมฉันถึงเหลือนิ้วไม่ครบ!" ตาลุงชาวอเมริกันร้องลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ก็เห็นว่าเขากำลังชูฝ่ามือที่ไร้นิ้วกลางขึ้นมาพลางร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง
"เรื่องนี้... เป็นความผิดพลาดเล็กน้อยครับ ขออภัยด้วย ผมจะรีบซ่อมแซมให้เดี๋ยวนี้" เฉาหยางตบมืออีกครั้ง นิ้วของเฉียวจานหมู่ก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิม
"นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!?" เขาหอบหายใจถาม
"แค่บั๊กของโปรแกรมน่ะครับ พวกเราจะรีบซ่อมแซมให้เร็วที่สุด" เฉาหยางอธิบาย
"เวลาเหลือไม่มากแล้ว พวกเราต้องรีบออกเดินทางกันแล้ว!" จางจื้อหย่วนเร่งเร้า "ข้ามเวลามาเยอะเกินไปหน่อย พวกเรายังไม่รู้เลยว่า 958 คือบ้านหลังไหน..."
"ถนนทองคำในเขตเมืองทางเหนือ โรงละครใหญ่ซินแคลร์" เฉาหยางพูดแทรกขึ้นมา
"..." ทุกคนอดไม่ได้ที่จะชะงักไป นี่เป็นครั้งแรกที่พิธีกรให้คำใบ้มาตรงๆ แบบนี้
"ถือซะว่าเป็นการชดเชยเรื่องบั๊กเมื่อกี้ก็แล้วกันนะครับ" ร่างของเฉาหยางค่อยๆ จางหายไป "ผมขอเตือนไว้หน่อย ตอนนี้ 4 ทุ่ม 11 นาทีแล้วนะครับ"
"เมื่อกี้ใช้เวลาไปชั่วโมงนึงเลยเหรอ!?" สีหน้าของจางจื้อหย่วนเปลี่ยนไป "ฆาตกรมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะไปถึงที่หมายแล้ว พวกเราต้องเริ่มลงมือปฏิบัติการเดี๋ยวนี้!"
"ฉันอึดอัดจนทนไม่ไหวมาตั้งนานแล้ว โรงละครใหญ่ใช่ไหม ไปกันเลย!" เฉียวจานหมู่พุ่งพรวดออกไปจากกระท่อมเป็นคนแรก
เมื่อมองดูกลุ่มคนที่กรูกันเข้าไปในม่านราตรี เฉาหยางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ... ต้องยอมรับเลยว่า การมีผู้เชี่ยวชาญมาทำเรื่องนี้มันใช้งานได้ดีจริงๆ แต่เขาก็ยังมีความประมาทเลินเล่อครั้งใหญ่อยู่ นั่นก็คือปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของเวลา พลังปรารถนาที่ต้องใช้ไปในการสร้างร่างกายเหล่านี้ถูกคำนวณเป็นรายชั่วโมง เพื่อไม่ให้ขาดทุน เขาไม่มีทางปล่อยให้ร่างกายที่ไร้สติสัมปชัญญะเหล่านี้คงอยู่ไปตลอดสองวันเต็มๆ วิธีที่ประหยัดที่สุดก็หนีไม่พ้นการลบพวกมันทิ้งไปก่อน แล้วถึงเวลาค่อยสร้างขึ้นมาใหม่อีกชุดหนึ่ง แต่เจ้านี่มันก็ไม่ใช่การปั้นดินน้ำมันเสียหน่อย โดยพื้นฐานแล้วร่างกายที่สร้างขึ้นมาก่อนหลังไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยสักนิด เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ทั้งสองร่างเหมือนกันทุกประการแล้ว ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังคงออกมาแบบถูๆไถๆ ถึงขนาดลืมนิ้วไปหนึ่งนิ้วด้วยซ้ำ
นั่นหมายความว่าแค่ในเรื่องการสร้างร่างกาย เขาก็ต้องจ่ายต้นทุนเพิ่มเป็นสองเท่าไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ก็ยังมีคนเพิ่มขึ้นมาจากครั้งก่อนอีกตั้งหนึ่งคน
เฉาหยางส่ายหน้า เดินตามขึ้นไป... เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็หวังเพียงแค่ว่าตอนนั้นผลตอบแทนของพลังปรารถนาจะกลับคืนมามากที่สุดเท่าที่จะมากได้ก็แล้วกัน...







