ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สองวัน กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงได้กลายเป็นหัวข้อที่นักลงทุนหุ้นและกองทุนต่างพูดถึงกันอย่างเผ็ดร้อน ทั้งสำนักข่าวไฉเหลียน หนังสือพิมพ์หลักทรัพย์เจิ้งเชวี่ยนเป้า และเว็บไซต์ตงไฉล้วนกำลังถกเถียงเรื่องนี้ แม้แต่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังบางคนก็เริ่มออกมาวิจารณ์แล้วเช่นกัน
ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเหล่าแฟนคลับของพวกเขาต่างพากันพูดถึงเรื่องนี้นี่นา
และเมื่อพูดถึงกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง แน่นอนว่าย่อมหนีไม่พ้นลู่หมิงในฐานะผู้จัดการกองทุนที่คอยควบคุมพอร์ต ดัชนีการค้นหาคำสำคัญอย่าง "อีหมิงจิงลู่" และ "ลู่หมิง" ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
"โคตรสะใจ ฉันทุ่มหมดหน้าตักซื้อตั้งแต่แรก ผ่านไปอาทิตย์เดียวฟันกำไรไปเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ รวยเละเทะเลย"
"ตอนนี้ตามน้ำทันไหม?"
"อี้เกอคุมพอร์ต จะตามน้ำตอนไหนก็ทันทั้งนั้นแหละ"
"น่ากลัวง่ะ สัปดาห์เดียวพุ่งปรี๊ดขนาดนี้ มันโอเวอร์เกินไปแล้ว ฉันขอรอดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า"
"พี่น้อง ฉันจะบอกอะไรให้นะ กลัวดอยเหรอ? งั้นนายก็คงเป็นพวกคนอาภัพแล้วล่ะ ฉันไม่ได้พูดเองนะ อี้เกอเป็นคนพูดต่างหาก!"
"ตอนนี้ดอย? ต่อไปมีแต่จะดอยยิ่งกว่านี้อีก สุดสัปดาห์หน้าพอนายกลับมาดู จะพบว่าจุดนี้มันคือจุดต่ำสุดติดพื้นเลย กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงที่อี้เกอคุมพอร์ต พุ่งทะยานไร้ขีดจำกัด ท้องฟ้าเท่านั้นที่หยุดมันได้"
"เมื่อก่อนชอบดูถูกพวกเล่นกองทุน หลังจากซื้อเทียนเซิ่งเซียนเฟิงไปได้สามวัน... เชี่ยเอ๊ย โคตรหอมหวาน!"
"ข้ามไปตอนเปลี่ยนชื่อเป็น 'กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงปีศาจ' เรียกสั้นๆ ว่า 'เทียนเซิ่งปีศาจ' เลยดีกว่า... [รูปหมาฮัสกี้.jpg]"
"เงินเดือนที่ค้างฉันมาตั้งนาน ในที่สุดก็จ่ายสักที แม่งเอ๊ย ขอเก็บค่าข้าวไว้หน่อย ที่เหลือจะเอาไปอัดเพิ่มให้หมด ลุยแหลกไปเลย!"
......
กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงหยุดพักการซื้อขายเพื่อปรับโครงสร้าง จนกระทั่งกลับมาเปิดให้ซื้อขายและไถ่ถอนได้อย่างอิสระอีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม ภายในเวลาห้าวัน ยอดเงินทุนของกองทุนผสมแบบเชิงรุกตัวนี้พุ่งทะยานจากแปดสิบล้านในตอนแรกไปแตะระดับหนึ่งพันล้าน วันอังคารคือวันทียอดจองซื้อรายวันพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด ส่วนสามวันหลังจากนั้นก็เริ่มลดลงทีละน้อย
สาเหตุก็คือแฟนคลับของลู่หมิงที่คิดจะซื้อก็แห่กันซื้อไปหมดแล้ว แทบจะสาดกระสุนจนเกลี้ยงแม็กแล้วนั่นเอง
ทว่ากองทุนเทียนเซิ่งเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สำหรับนักลงทุนทั่วไป พวกเขาไม่ได้รู้จักลู่หมิง ยิ่งพอมาเห็นกราฟผลตอบแทนย้อนหลังอันย่ำแย่ของกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง แถมยังเห็นว่ามีผู้จัดการกองทุนเป็นแค่เด็กหนุ่มที่จบเพียงชั้นมัธยมปลาย ใครมันจะกล้าลงทุนด้วยก็บ้าแล้ว
สมัยนี้มีผู้จัดการกองทุนรวมคนไหนบ้างที่ไม่ได้จบปริญญาโทขึ้นไป ไม่ได้อายุสามสี่สิบปีขึ้นไป และไม่มีประสบการณ์การทำงานในวงการอย่างน้อยห้าถึงสิบปี?
แต่ลู่หมิงไม่เพียงมีแค่วุฒิมัธยมปลาย อายุยังไม่ถึงยี่สิบสี่ปีเต็มด้วยซ้ำ ส่วนประสบการณ์ในวงการยิ่งไม่ต้องพูดถึง... หนึ่งสัปดาห์เนี่ยนะ?
มีน้อยคนนักที่จะกล้าลงทุนในกองทุนแบบนี้ ถึงขั้นมีนักลงทุนบางคนรู้สึกว่ากองทุนตัวนี้มีปัญหาด้วยซ้ำ เพราะการที่มูลค่าพุ่งขึ้นไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ มันเกินขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปไกลลิบ
ไม่ว่าจะคิดยังไงก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่า กองทุนรวมปกติธรรมดาตัวหนึ่งมันจะราคาพุ่งกระฉูดได้โอเวอร์ขนาดนี้? คนที่ไม่รู้อาจจะพาลคิดไปว่ามันคือกองทุนรวมแบบมีลำดับชั้นที่ใช้เลเวอเรจด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสความนิยมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง จำนวนคนที่เข้ามาถกเถียงและศึกษากองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงรวมถึงตัวลู่หมิงก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวมาก่อนต่างพากันเปิดโปรแกรมค้นหา เพื่อรับข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ "อีหมิงจิงลู่" และ "ลู่หมิง" จนในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าคนคนนี้คือยอดฝีมือ
สิ่งที่พอจะคาดเดาได้ก็คือ เมื่อชื่อเสียงพุ่งกระฉูดขึ้นอย่างกะทันหัน ปริมาณเงินทุนจองซื้อในสัปดาห์หน้าก็คงจะก้าวเข้าสู่กระแสการแห่จองซื้อครั้งใหญ่กว่าเดิมเป็นแน่ แม้ว่าค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการดูแลรักษา และค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจะสูงลิ่วกว่ากองทุนประเภทเดียวกันแบบทิ้งห่าง ทว่าอัตราผลตอบแทนกลับสูงลิบลิ่วยิ่งกว่า
ด้วยความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งระดับนี้ คงไม่มีใครมานั่งใส่ใจกับค่าธรรมเนียมการจัดการแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์นั่นหรอก
......
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม
เช้าวันนี้ หลังจากที่ลู่หมิงเพิ่งมาถึงบริษัทได้ไม่นาน ซูเสี่ยวม่านก็เดินเข้ามาในห้องทำงานเพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องการระดมทุน
"เรื่องการระดมทุนจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ เลเวอเรจ 2.7 เท่า พรุ่งนี้ก็สามารถใช้เงินทุนส่วนนี้ได้เลย"
"2.7 เท่าสินะ..." ลู่หมิงพยักหน้าเงียบๆ เงินทุนที่สามารถใช้ดำเนินการได้จริงมีอยู่ราวๆ สามพันล้าน เขาจึงเอ่ยขึ้นทันทีว่า "จัดหาเทรดเดอร์สักคนให้ไปประจำที่ห้องค้าหลักทรัพย์ เพื่อรับผิดชอบดูแลการซื้อขายบัญชีสถาบันของบริษัทโดยเฉพาะ"
ซูเสี่ยวม่านพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบไปจัดการตามคำสั่ง
ลู่หมิงเองก็ออกจากห้องทำงาน แล้วเดินไปยังห้องเทรดหุ้นของเขาเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาเปิดตลาด ลู่หมิงก็ออกคำสั่งแรกอย่างไม่ลังเล "เทหมดหน้าตักเข้าซื้อหุ้นรถไฟเหนือใต้"
เทรดเดอร์คนหนึ่งในห้องค้าหลักทรัพย์ส่วนกลางที่ได้รับมอบหมายคำสั่งซื้อขายนี้ก็ลงมือปฏิบัติการทันที เงินก้อนนี้คือเงินทุนใหม่จากการจองซื้อเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อนที่ถูกส่งเข้าธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน มีมูลค่าราวๆ หนึ่งร้อยล้านนิดๆ ซึ่งพอดีกับการเทหมดหน้าตักซื้อหุ้นรถไฟเทพเจ้า หลังจากการซื้อขายสำเร็จ มันก็กลายเป็นหุ้นตัวใหญ่ที่สุดที่กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงถือครองเป็นสัดส่วนสูงถึง 9.98 เปอร์เซ็นต์
หุ้นรถไฟเทพเจ้าทั้งสองตัวเคยเทรดไปแล้วเมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อน พอวันพฤหัสบดีราคากระโดดสูงขึ้นก็ชิงเทขายทิ้งไป และวันนี้ก็เทหมดหน้าตักเพื่อรับซื้อกลับมาอีกครั้ง
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ แนวโน้มของหุ้นรถไฟเทพเจ้าเหนือใต้ทั้งสองตัวนั้นแทบจะเหมือนกันทุกประการ เพราะใกล้จะถึงเวลาควบรวมกิจการแล้ว ถึงตอนนั้นมันก็จะกลายเป็นหุ้นรถไฟเทพเจ้าที่แท้จริงอย่าง "จงกั๋วจงเชอ"
ในขณะเดียวกัน ลู่หมิงก็เริ่มทำการปรับเปลี่ยนพอร์ตและสับเปลี่ยนหุ้น การเก็งกำไรระยะสั้นพิเศษแบบรายวันของสถาบันที่เล่นรอบเดียวจบก็เป็นแบบนี้แหละ กระโดดข้ามไปข้ามมาในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของตลาดหุ้น A-share อย่างสนุกสนานครื้นเครง
จากนั้นลู่หมิงก็ยังคงอัดฉีดเงินเข้าซื้อหุ้นจงกั๋วจงเถี่ยและจงกั๋วเถี่ยเจี้ยนเพิ่มเติมจนเต็มพอร์ต ในช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ลู่หมิงจะไม่ขายหุ้นใหญ่ที่มีคำนำหน้าว่า 'จง' ทั้งสามตัวนี้ออกไปแม้แต่หุ้นเดียว ตราบใดที่มีเงินทุนจองซื้อใหม่เข้ามาขยายขนาดกองทุนจนทำให้สัดส่วนการถือครองเจือจางลง เขาก็จะเดินหน้าทุ่มซื้อจนเต็มพอร์ตต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแผน
เทรดเดอร์หลายคนในห้องโถงต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อพิจารณาจากปฏิบัติการของบอสในวันนี้ ที่เพิ่งจะเพิ่มหุ้นบลูชิปตัวใหญ่ตระกูล 'จง' เข้ามาอีกตัว จังหวะของวันนี้คือการลุยแหลกหุ้นตระกูล 'จง' อย่างนั้นหรือ?
เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย!
ลำดับต่อมา ลู่หมิงได้ออกคำสั่งให้สับเปลี่ยนหุ้นไปยังจงหนานฉวนเหมย จงกงกั๋วจี้ จงกั๋วฉางเฉิง จงเซ่อกู่เฟิ่น จงชิงลวี่ และจงหวนจวงเป้ย โดยลุยซื้อหุ้นใหม่ตระกูล 'จง' รวดเดียวถึงหกตัวติด
ทว่านอกจากหุ้นใหญ่ตระกูล 'จง' ทั้งสี่ตัวก่อนหน้านี้ สัดส่วนการถือครองหุ้นตระกูล 'จง' ทั้งหกตัวนี้กลับคิดเป็นเพียง 3.5 เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์รวมกองทุนเท่านั้น สาเหตุก็เพราะพวกมันไม่ใช่หุ้นตัวใหญ่ ลู่หมิงจึงไม่ได้กะจะถือครองระยะยาว เป็นเพียงปฏิบัติการขอทานแบบเข้าวันนี้ออกพรุ่งนี้เท่านั้น
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ ไม่ใช่ว่าหุ้นทุกตัวลู่หมิงจะเล่นรอบเดียวจบ นอกจากหุ้นตระกูล 'จง' ทั้งสี่ตัวแล้ว เป้าหมายอย่างเช่นเต๋อหลุนเตี้ยนจื่อ หรือหุ้นกลุ่มโบรกเกอร์อย่างถงฮวาซุ่น แท้จริงแล้วก็ถูกถือครองมาหลายวันโดยไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่หุ้นเดียว
เนื่องจากพวกมันกำลังอยู่ในช่วงพุ่งชนเพดานและแท่งเทียนเป็นสีเขียวติดต่อกัน แค่นอนรอรับทรัพย์ก็พอ ไม่เพียงแต่จะไม่เทขาย เขายังคงเดินหน้าอัดฉีดเงินซื้อเพิ่มต่อไปด้วยซ้ำ
สาเหตุที่ยังคงถือครองเอาไว้ก็เป็นเพราะเป้าหมายเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงคลื่นขาขึ้นรอบใหญ่ อีกประการหนึ่งคือเมื่อขนาดเงินทุนของกองทุนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จำนวนหุ้นในพอร์ตที่ถือครองก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การต้องมาคอยจ้องกระดานเพื่อสับเปลี่ยนหุ้นระยะสั้นพิเศษแบบรายวันบ่อยๆ ก็ทำให้ลู่หมิงเหนื่อยล้ากับการตัดสินใจมากเช่นกัน
ในเมื่อมีหุ้นใหญ่ที่อยู่ในช่วงคลื่นขาขึ้นรอบใหญ่ซึ่งพุ่งชนเพดานและทำแท่งเทียนสีเขียวติดต่อกัน แค่นอนรอรับทรัพย์ไปก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นจำเป็นต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพียงเพื่อจะกินส่วนต่างกำไรจากการเปิดโดดในวันถัดไปเลย
เมื่อลู่หมิงทำการปรับเปลี่ยนพอร์ตและสับเปลี่ยนหุ้นของกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงสำหรับวันนี้จนเสร็จสิ้น ปัจจุบันกองทุนถือครองหุ้นองค์ประกอบรวมทั้งสิ้น 27 ตัว
หลังจากจัดการกองทุนเสร็จเรียบร้อย ลู่หมิงถึงได้เริ่มลงมือเทรดพอร์ตสถาบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอล โดยแบ่งเงินทุนแปดร้อยล้านออกเป็นสี่ส่วน เพื่อเข้าซื้อหุ้นใหญ่ทั้งสี่ตัว ได้แก่ จงกั๋วจงเถี่ย จงกั๋วเถี่ยเจี้ยน และหุ้นรถไฟเทพเจ้าเหนือใต้
การเทรดหุ้นตัวเดียวกัน ต้องจัดการให้กองทุนรวมก่อน แล้วค่อยไปเทรดบัญชีสถาบันของบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกครหาในภายหลังว่าเอากองทุนรวมไปเป็นฐานดันราคาให้กับบัญชีสถาบันของบริษัท
......