(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 266
บทที่ 266 รุ่นพี่จอมเผด็จการผู้บังคับขืนใจชายหนุ่ม
"ไม่ค่ะ ไม่ใช่!"
'วันนี้ต้องมีความสุข' ตกใจแทบตาย เธอรีบอธิบาย "รุ่นพี่คะ พี่ช่วยรอให้ฉันวิดีโอคอลกับหมอเฉินเสร็จก่อน แล้วค่อยยึดโทรศัพท์ของฉันไปได้ไหมคะ?"
"สมองเธอมีปัญหาหรือไง โทรศัพท์อยู่ในมือฉันแล้วก็ต้องเป็นของฉัน ยังจะมาต่อรองอีก เชื่อไหมเดี๋ยวฉันจะสั่งให้เธอออกไปวิ่งสักหลายสิบรอบ"
จางเหม่ยลี่ไม่พอใจ นั่นก็เท่ากับว่าลูกน้องสี่จตุรเทพของเธอก็ไม่พอใจเช่นกัน
เด็กสาวหลายคนรู้หน้าที่รีบเดินเข้ามาล้อมวง ก่อนจะรุมต่อว่า 'วันนี้ต้องมีความสุข' อย่างหนัก
สารพัดคำหยาบคายพรั่งพรูออกมาจากปากพวกเธอ
'วันนี้ต้องมีความสุข' ถูกด่าจนน้ำตาคลอเบ้า ดูแล้วน่าสงสารจับใจ
"พวกเธอทุกคนฟังให้ดี ถ้าใครกล้าเอาฉันไปนินทาลับหลัง ฉันจะมาตรวจห้องพักพวกเธอทุกคืนเลยคอยดู"
คำพูดนี้ราวกับเป็นคำสาป เด็กสาวในห้องพักทั้งห้าคนต่างรีบตอบพร้อมเพรียงกันว่าไม่กล้า
"ถือว่าพวกเธอฉลาด"
จางเหม่ยลี่ยิ้มอย่างพอใจ เธอชูมือซ้ายขึ้นแล้วกางนิ้วออกสองนิ้ว
เด็กสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าอมทุกข์รีบล้วงเอาบุหรี่จงหัวหนึ่งซองออกมาจากเสื้อสูททันที
เธอฉีกซอง หยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนแล้วคีบไว้ที่นิ้วของจางเหม่ยลี่
ก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ให้อย่างชำนาญ
จางเหม่ยลี่สูดควันเข้าปอดอย่างอารมณ์ดี แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านว่า "นายคือเฉินหยูคนนั้นสินะ หน้าตาหล่อดีนี่ น่าเสียดายที่ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเรา"
"ถ้าใช่ล่ะก็ รุ่นพี่คนนี้อาจจะช่วยดันนาย ให้มาเป็นแฟนของฉันก็ได้นะ"
พริบตาเดียว บนหน้าจอก็มีอีโมจิรูปอ้วกโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด
"ประโยคที่ว่าคนขี้เหร่มักจะทำตัวแปลกๆ คงต้องหมายถึงจางเหม่ยลี่แน่ๆ"
"กล้าท้าทายหมอเฉิน ยัยอ้วนคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าคำว่าตายเขียนยังไง?"
"พวกที่เคยท้าทายเฉินหยู หรือไม่เห็นเฉินหยูอยู่ในสายตา จุดจบแต่ละคนอนาถกว่ากันทั้งนั้น"
เหล่าชาวเน็ตต่างอดทนรอคอยดูเรื่องสนุก
ในจำนวนนั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ 'อันธพาลน้อยหอกเงิน'
ถ้าพูดถึงความกร่าง 'อันธพาลน้อยหอกเงิน' เหนือกว่าจางเหม่ยลี่หลายขุม
ถ้าพูดถึงความโหดเหี้ยม ไอ้ลูกเต่าคนนั้นถึงขั้นกล้าฆ่าคน บนโลกนี้ไม่มีเรื่องเลวทรามไหนที่มันไม่กล้าทำ
แต่ผลสุดท้ายก็คือ ถูกเฉินหยูถีบส่งเข้าคุกไปแล้ว
ผ่านไปอีกสักพัก คาดว่าหญ้าบนหลุมศพคงจะสูงสักครึ่งเมตรได้แล้วมั้ง
"เฉินหยู ทำไมนายไม่พูดล่ะ หรือว่าจะเป็นใบ้?"
เฉินหยูพูดเรียบๆ "เห็นแก่ที่เธอค่อนข้างจะพิเศษ ฉันจะยอมแหกกฎให้เธอแซงคิวเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน"
"ชิ! พูดซะอย่างกับตัวเองเป็นคนใหญ่คนโต แค่คนดังในเน็ตที่มีชื่อเสียงนิดหน่อยไม่ใช่หรือไง?"
"ของในเน็ตมันก็ของปลอมทั้งนั้นแหละ ทุกอย่างในโลกความจริงต่างหากที่เป็นของจริง"
"อย่ามัวแต่ให้พวกแฟนคลับอวยจนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ นายมันนับเป็นตัวอะไรได้"
จางเหม่ยลี่ถามอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย "ฉันมีเรื่องจะถามนาย ฉันมีแฟนอยู่คนหนึ่ง ช่วงนี้เห็นเขาทำตัวลับๆ ล่อๆ เขาแอบทำเรื่องผิดต่อฉันหรือเปล่า?"
"ได้ไปแอบกิ๊กกั๊กกับนังตัวดีที่ไหนไหม?"
เฉินหยูตอบ "ไม่มี"
"นายโกหก!"
เด็กสาวตัวสูงพูดแทรกขึ้นมาว่า "เมื่อชั่วโมงกว่าๆ ที่แล้ว ฉันเห็นเขาคุยกับผู้หญิงอีกคนอยู่นอกโรงเรียน สองคนนั้นต้องมีความสัมพันธ์แบบนั้นแน่ๆ"
"ในเมื่อเธอเห็น แล้วทำไมไม่บอกฉัน?"
จางเหม่ยลี่ถามอย่างเกรี้ยวกราด
เด็กสาวตัวสูงมีท่าทีหวาดกลัวและพูดจาตะกุกตะกัก "รุ่นพี่คะ อย่าเพิ่งโกรธ ฟังฉันอธิบายก่อนนะคะ"
"ทุกวันพี่มีเรื่องยุ่งเหยิงต้องจัดการตั้งมากมาย ฉันเลยกะว่าพรุ่งนี้จะพาคนไปสั่งสอนนังตัวดีนั่น จัดการเรื่องเรียบร้อยแล้วค่อยมาบอกพี่น่ะค่ะ"
"อย่าให้มีครั้งต่อไปอีก"
จางเหม่ยลี่ดึงสายตากลับมา แล้วหันไปมองที่หน้าจออีกครั้ง
"เฉินหยู ตอนนี้นายจะว่ายังไง? ชัดเจนว่าทายไม่แม่น ยังจะดันทุรังบอกว่าตัวเองรู้ทุกอย่างอีก"
เฉินหยูพูดอย่างไม่รีบร้อน "ข้อแรก ฉันไม่เคยพูดว่าตัวเองรู้ไปซะทุกเรื่อง"
"ข้อสอง ลูกน้องของเธอแค่เห็นแฟนเธอคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่นอกโรงเรียน แต่ไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน"
"และก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำ ว่าพวกเขาเป็นแฟนกันหรือเปล่า"
"ที่พูดแบบนั้น ก็แค่เพื่อเอาใจเธอเท่านั้นแหละ"
"อะไรก็ตามที่เธอคิด ต่อให้เป็นเรื่องโกหก ก็ต้องกลายเป็นเรื่องจริง"
"นายก็รู้ใจฉันดีนี่"
จางเหม่ยลี่ยิ้ม แล้วถามด้วยความสนใจ "ถ้าพูดแบบนี้ ก็แปลว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้แอบกิ๊กกั๊กกับผู้หญิงคนอื่นลับหลังฉันงั้นสิ?"
"เขาน่ะมีความคิดแบบนั้นอยู่หรอก น่าเสียดายที่ไม่มีความกล้า"
เฉินหยูมีสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง
"ปีนี้เธออยู่ปีสาม ตลอดสามปีในวิทยาลัย มีผู้ชายที่ถูกใจเธอเป็นสิบคน"
"ใครก็ตามที่เธอถูกใจ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีแฟนแล้วหรือไม่ หรือจะเต็มใจคบกับเธอหรือเปล่า เธอก็จะแย่งชิงเขามาไว้ในมือตัวเองให้ได้"
"ถ้ามีอะไรไม่เป็นไปตามนั้น ก็จะถูกเธอข่มขู่หรือถึงขั้นทำร้ายร่างกาย"
"ผู้ชายคนก่อนหน้าก็แค่คุยกับผู้หญิงคนหนึ่งมากไปหน่อย เธอกลับคิดว่าเขาทรยศเธอ"
"คืนนั้นเอง เขาก็ถูกคนของเธอเอาถุงกระสอบคลุมหัว ตีจนขาหักทั้งสองข้าง แล้วเอาไปทิ้งไว้ที่ทุ่งหญ้ารกร้างหลังโรงเรียน เกือบจะหนาวตายอยู่แล้ว"
จางเหม่ยลี่ตกใจมาก
"นายรู้ได้ยังไง? หรือว่ามีนักเรียนในโรงเรียนเราปากมาก พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป?"
จางเหม่ยลี่คิดขึ้นมาได้ทันที เป็นไปได้มากว่านักเรียนโรงเรียนนี้วิดีโอคอลกับเฉินหยู แล้วเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง
เธอจ้องมอง 'วันนี้ต้องมีความสุข' อย่างดุร้าย
เฉินหยูพูดเรียบๆ "เธอไม่ต้องไปพาลใส่เธอหรอก สิ่งที่ฉันพูดมาทั้งหมด ล้วนวิเคราะห์มาจากใบหน้าและพฤติกรรมการพูดจาของเธอ ผ่านความรู้ทางจิตวิทยาเฉพาะทางทั้งนั้น"
"แม่ร่วง! ฉันเคยได้ยินแต่ฉุดคร่าหญิงสาว เพิ่งเคยได้ยินการฉุดคร่าชายหนุ่มก็ครั้งนี้นี่แหละ"
"นี่มันโรงเรียนนรกอะไรกัน สภาพแวดล้อมห้องพักยังกับสลัม แถมรุ่นพี่ก็เลวทรามซะไม่มี"
"หน้าตาแบบนี้ ยังมีหน้ามาหมายปองความหล่อเหลาของหมอเฉินอีก ไม่ชะโงกดูเงาหัวตัวเองเลย"
"ค่านิยมแบบนี้มันส่งผ่านมาจากประเทศยุ่นกับประเทศกิมจิหรือไง?"
"ถ้าเปลี่ยนเป็นหอชาย ป่านนี้โดนกดลงไปกระทืบแล้ว"
"ฉีกโปสเตอร์รูปหมูบนผนังทิ้งไปเถอะ รุ่นพี่ นั่นมันกระจกต่างหาก"
นักเรียนในโรงเรียนอาจจะกลัวพวกของจางเหม่ยลี่จนหัวหด แต่ชาวเน็ตหลายล้านคนไม่ยอมตามใจเธอหรอกนะ
ชาวเน็ตจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ได้แสดงศิลปะการใช้ภาษาออกมาจนถึงขีดสุด
วาทศิลป์การด่าทอถูกพวกเขานำมาใช้อย่างออกรสออกชาติ
ด่าจนจางเหม่ยลี่แทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง
จางเหม่ยลี่ที่โกรธจนฟิวส์ขาดตะโกนลั่น "พวกแกมันไอ้พวกยาจก ไอ้พวกสวะ! แน่จริงก็มาที่โรงเรียนฉันสิ มาด่ากับฉันต่อหน้าเลย"
"ถ้าฉันไม่ด่าพวกแกจนหน้าแหก ไม่ตีพวกแกจนหัวบวมเป็นหมู ชื่อจางเหม่ยลี่ของฉันก็ให้เขียนกลับหัวไปเลย"
ทันทีที่พูดจบ นอกจากจะไม่สามารถกลบเสียงด่าทอได้แล้ว คอมเมนต์เยาะเย้ยจางเหม่ยลี่ยังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
"โกรธจนจะบ้าตายอยู่แล้ว!!!"
จางเหม่ยลี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม เธอกำหมัดแน่นแล้วพูดว่า "ดีแต่เก่งแต่ปากในเน็ตมันจะไปมีน้ำยาอะไร แน่จริงก็มาตัวต่อตัวกันในโลกความจริงสิ"
"แค่พวกแกเหยียบเข้ามาที่นี่ ฉันรับรองว่าจะเรียกคนหลายสิบคนมาต้อนรับพวกแกอย่างยิ่งใหญ่เลย"
"ถ้าไม่ซ้อมพวกแกจนต้องเข้าโรงพยาบาล ก็ถือว่าจางเหม่ยลี่คนนี้แพ้"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉินหยูก็แค่นหัวเราะ "ชาวเน็ตทั้งหลาย ที่เธอพูดมาไม่ได้โกหกพวกคุณเลยนะ"
"แค่โทรศัพท์ไปกริ๊งเดียว อย่างน้อยก็เรียกคนมาได้หลายสิบคน แถมแต่ละคนก็โหดเหี้ยมอำมหิต ตีคนเป็นว่าเล่นเหมือนกินข้าวเลยล่ะ"
เหล่าชาวเน็ตถึงกับชะงักไปทันที
นึกว่าลูกน้องของจางเหม่ยลี่ ก็คือนักเรียนในโรงเรียนซะอีก
ฟังจากความหมายของเฉินหยูแล้ว เบื้องหลังคงไม่ใช่แค่นักเรียนธรรมดาๆ ซะแล้ว
การเรียกคนโหดเหี้ยมหลายสิบคนมาได้ในครั้งเดียว นี่มันชัดเจนว่าเป็นพวกนักเลงหัวไม้ไม่ใช่หรือไง?







