ย้อนเวลามาสร้างตำนานมหาเศรษฐีฮ่องกง · khram
ตอนที่ 100
บทที่ 100 ข้อร้องเรียนของลูกค้าและแผนการลงทุนในกาว
หยางเหวินตงมาถึงโรงงานใหม่ แต่กลับพบว่าจ้าวลี่หมิง และหลินฮ่าวอวี่ ก็อยู่ที่นี่ด้วย
“เกิดอะไรขึ้น?” หยางเหวินตงเห็นคนเจ็ดแปดคนเบียดกันอยู่ในห้องประชุม ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ตอนนั้น โจวเซี่ยงหลง เว่ยเจ๋อเทา และ หงเซียวเฟย ต่างก็อยู่ที่นั่นด้วย กลางโต๊ะมีแผ่นดักหนูวางอยู่แผ่นหนึ่ง สถานการณ์ดูประหลาดอยู่ไม่น้อย
เว่ยเจ๋อเทาเห็นเจ้านายมาแล้ว ก็ลุกขึ้นพูดว่า
“คุณหยางครับ แผ่นดักหนูล็อตหนึ่งของเรา ถูกพ่อค้าส่งไปยังอินโดนีเซีย ตอนแรกก็แค่จะลองตลาดก่อนเท่านั้น แต่กลับเกิดปัญหาขึ้นครับ
อินโดนีเซียอยู่บนเส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนทั้งปี ช่วงนี้อุณหภูมิสูงมาก พอแผ่นดักหนูของเราไปถึงแล้วถูกเก็บไว้ในคลังสินค้า
อาจเพราะคลังปิดในตอนกลางวัน ทำให้อุณหภูมิภายในสูงมาก กาวบนแผ่นดักหนูละลายหมดเลยครับ ทำให้สินค้าเสียหายทั้งกล่อง แล้วยังทำให้คลังของเขาเปรอะเปื้อนอีก
พ่อค้าจึงร้องเรียนเรื่องคุณภาพ และเรียกร้องค่าเสียหายครับ”
“กาวละลาย?” หยางเหวินตงเคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงจัง เลยถามว่า
“เรามีระบุอุณหภูมิบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าไหม?”
เว่ยเจ๋อเทาตอบว่า
“ไม่มีครับ เราแค่เขียนว่าอายุการใช้งานหนึ่งปี จริงๆ ใช้ได้นานกว่านั้นอีก เป็นแค่คำแนะนำ”
“งั้นต่อไปต้องใส่ข้อจำกัดเรื่องอุณหภูมิลงไป อย่างน้อยก็ให้ระบุไว้ชัดเจน” หยางเหวินตงพยักหน้า
เว่ยเจ๋อเทากล่าวต่อ
“ทำได้ครับ แต่อย่างเรื่องนี้ล่ะครับ?”
หยางเหวินตงคิดอยู่สักพักก่อนพูดว่า
“เราไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน ก็ถือว่าเรามีส่วนรับผิดชอบ ลองเจรจากับอีกฝ่ายดู ถ้าไม่เรียกร้องมากเกินไปและราคาสมเหตุสมผล ก็จ่ายไปเถอะ”
หลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจ คือความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะต่อซัพพลายเออร์หรือกับลูกค้า อะไรที่เป็นของเราก็ต้องรับผิดชอบ แบบนี้ถึงจะร่วมงานกันระยะยาวได้
ยกเว้นกรณีที่เป็นธุรกิจแบบฉาบฉวย อันนั้นก็อีกเรื่อง
เว่ยเจ๋อเทาพยักหน้า “ครับ ผมจะเจรจากับบริษัทการค้าเอง ไม่น่าจะต้องจ่ายเยอะ ตอนนี้ปัญหาหลักคือ มันจะเกิดซ้ำอีกไหม? นี่คือสิ่งที่เรากังวลมากกว่าครับ”
หยางเหวินตงคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า
“หน้าร้อนปีที่แล้ว เราก็ขายแผ่นดักหนูที่ฮ่องกง ยุโรป และญี่ปุ่น ยุโรปกับญี่ปุ่นหน้าร้อนไม่ร้อนมาก ส่วนฮ่องกงถึงจะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แต่ติดทะเล อากาศก็ไม่ได้ร้อนจัด
กาวของเราอาจจะกลัวความร้อนจริงๆ ปีที่แล้วอาจจะยังไม่เจอปัญหาก็ได้”
หลินฮ่าวอวี่กล่าวว่า
“พี่ตง จริงๆ ปีที่แล้วก็มีเคสคล้ายๆ กันครับ แผ่นดักหนูของเราถูกวางไว้ริมกำแพงรอจับหนู พอผ่านไปสองสามวัน พอไปเก็บ บางครั้งก็เห็นว่ามีกาวไหลลงพื้น
แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจครับ มันมีนิดเดียว เช็ดแล้วก็ปล่อยเลย แล้วหลังๆ งานพวกนี้ก็เป็นคนอื่นทำ ผมก็ลืมไปเลยครับ”
“ได้ทดลองดูบ้างรึยัง?” หยางเหวินตงถามต่อ “ลองพิสูจน์หน่อย?”
เว่ยเจ๋อเทาตอบว่า
“ลองแล้วครับ พอได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าเมื่อวาน ผมก็ลองใช้ไดร์เป่าผมเป่าแผ่นดักหนู ปรากฏว่ากาวนิ่มลงและเริ่มมีของเหลวไหลจริงครับ
แต่ไดร์เป่าผมให้แค่ลมร้อน ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ แค่พิสูจน์ได้ว่าโดนความร้อนแล้วกาวละลาย แต่ไม่รู้ว่าอุณหภูมิเท่าไร เวลาเท่าไรถึงจะเกิดปัญหาครับ”
“อืม” หยางเหวินตงพยักหน้า คิดอยู่พักหนึ่งแล้วถามว่า
“ตอนนี้ในตลาดมีอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ไหม? เช่นกล่องที่ควบคุมความร้อนหรือความเย็นได้?”
ในชีวิตก่อน หยางเหวินตงเคยไปโรงงานบางแห่งมาก่อน จึงรู้ว่ามีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "กล่องทดสอบอุณหภูมิสูง-ต่ำ" สำหรับตรวจสอบความทนทานต่ออุณหภูมิของผลิตภัณฑ์
แม้ว่าเทคโนโลยีในยุคนี้จะยังไม่ก้าวหน้าเท่าในชีวิตก่อน แต่ในเมื่อมีตู้เย็น ก็ต้องมีเทคโนโลยีทำความเย็น ส่วนทำความร้อนยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่
เว่ยเจ๋อเทาตอบว่า
“มีครับ ผมเคยทำงานในบริษัทที่ผลิตพลาสติก ต้องใช้กล่องแบบนี้ทดสอบเหมือนกัน แต่อุปกรณ์แบบนี้ฮ่องกงไม่มีผลิตเอง ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นครับ”
หยางเหวินตงถามต่อว่า
“แล้วตงเซิ่งไม่มีเหรอ?”
เว่ยเจ๋อเทาตอบ
“ไม่มีครับ ทฤษฎีแล้วตงเซิ่งก็น่าจะทำได้ แต่ตลาดมันเล็กมากครับ ฮ่องกงถึงแม้จะมีหลายโรงงานที่ทำของเล่น แต่ส่วนมากก็เป็นแค่โรงงานเล็กๆ ไม่มีใครมาทดสอบประสิทธิภาพแบบจริงจัง
อุปกรณ์แบบนี้ ไม่เหมือนเครื่องจักรผลิตโพสต์อิทของเรา ถึงเราจะซื้อ ก็คงแค่เครื่องสองเครื่อง โรงงานใหญ่หน่อยก็ไม่น่าจะต่างกันมากครับ”
“ก็จริง งั้นก็สั่งนำเข้าจากญี่ปุ่นก่อน” หยางเหวินตงพยักหน้ากล่าวว่า
“พออุปกรณ์มาถึง เราค่อยเริ่มทำการทดสอบละเอียดจริงๆ ได้แล้วล่ะ ถึงเวลาที่ต้องรู้จักสินค้าของเราให้ดีขึ้น”
ก่อนหน้านี้บริษัทยังเล็ก มีเรื่องให้ต้องจัดการมากมาย ปัญหาคุณภาพที่เป็นไปได้จึงหลีกเลี่ยงไม่หมด อีกอย่าง ปัญหาหลายๆ อย่างจะรู้ตัวได้ก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว
ตอนนี้โรงงานใหญ่ขึ้น ทุกอย่างต้องมีระบบการจัดการที่เป็นทางการ แผนกทดลองและตรวจสอบคุณภาพก็ต้องมี
“โอเคครับ ผมจะติดต่อบริษัทคู่ค้าเดี๋ยวนี้เลย” เว่ยเจ๋อเทาตอบ
หยางเหวินตงหยิบแผ่นดักหนูบนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า
“ในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราก็แค่หาวิธีแก้ไข ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ใครทำโรงงานก็ต้องเคยเจอปัญหาคุณภาพ
ประเด็นคือ ทำยังไงไม่ให้เกิดซ้ำ และป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้มากที่สุด”
ทุกคนที่ได้ยินก็หันมามองหน้ากัน แต่ในช่วงเวลานั้นก็ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี
หยางเหวินตงพูดต่อ
“เอาแค่นี้ก่อน เรื่องแบบนี้มันไม่มีคำตอบทันทีหรอก ทุกคนกลับไปคิดดู ส่วนคุณเว่ยอยู่ต่อ เดี๋ยวเราคุยเรื่องอื่นกัน”
“โอเคครับ” เว่ยเจ๋อเทายักหน้า ส่วนคนอื่นๆ ก็ลุกออกไปจากห้อง
หลังจากทุกคนออกไปแล้ว หยางเหวินตงก็วางแผ่นดักหนูลงในมือ แล้วพูดว่า “เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ แต่เราก็ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะในตอนนี้เรายังไม่เข้าใจผลิตภัณฑ์ของเราดีพอ นี่แหละคือปัญหาและความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของเรา”
เว่ยเจ๋อเทาถามว่า “คุณหยางกังวลเรื่องกาวกับกระดาษใช่ไหม?”
“กระดาษไม่เป็นไรครับ ไม่มีอะไรต้องศึกษามาก ขอแค่ดีกว่ากระดาษ A4 ธรรมดานิดหน่อยก็พอ” หยางเหวินตงพูดว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกาว ไม่ว่าจะเป็นโพสต์อิทหรือแผ่นดักหนู กาวคือหัวใจหลัก
ตอนที่ผมเริ่มต้นธุรกิจ ยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะวิจัยหรือเข้าใจคุณสมบัติของกาว อาศัยแค่ความรู้สึกกับประสบการณ์จากการทดลองหลายครั้งในการเลือกใช้
ตอนนั้นสภาพแวดล้อมยังสามารถดำเนินการแบบนั้นได้ แต่ตอนนี้บริษัทเราเติบโตขึ้น สินค้าก็ขายไปยังหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละที่ก็มีสภาพอากาศและความชื้นแตกต่างกัน เราจึงต้องเข้าใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เราภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างด้วย”
“ครับ” เว่ยเจ๋อเทากล่าวเสริมว่า “ตอนนี้โรงงานของเรามีเครื่องตรวจสอบความหนืดแค่เครื่องเดียวที่นำเข้าจากเยอรมัน ใช้ตรวจสอบค่าความหนืดในอุณหภูมิปกติ ซึ่งก็เพียงพอสำหรับควบคุมคุณภาพก่อนส่งออก แต่ถ้าจะใช้ในการทดลองก็ยังไม่เพียงพอ”
“เพราะแบบนี้ ผมเลยคิดว่าจะตั้งแผนกทดสอบเฉพาะทางขึ้นมา” หยางเหวินตงกล่าวต่อ
จริงๆ แล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนที่ยังไม่ได้รับสมัครเว่ยและคนอื่นๆ เขากับเจ้า หลี่หมิงก็เคยพูดคุยกันถึงเรื่องการทดสอบแผ่นดักหนูอยู่บ้าง
แต่ในตอนนั้นยังไม่ได้พิจารณาถึงปัญหาอุณหภูมิสูง จุดที่สนใจคือปริมาณกาวที่ใช้ ว่าต้องใช้เท่าไรถึงจะเกิดความสมดุลระหว่างต้นทุนกับประสิทธิภาพในการจับหนู เพราะกาวเป็นต้นทุนหลักที่สูงที่สุด จึงเพิ่งซื้อเครื่องตรวจสอบจากเยอรมันมาเครื่องหนึ่ง ราคาแพงหลายพันเหรียญฮ่องกง
แต่ตอนนี้พอเกิดปัญหาด้านคุณภาพ แม้จะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนว่า บริษัทต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างจริงจัง และคุณภาพนั้นไม่ได้เกิดจากแค่คำพูด แต่ต้องมีการลงทุน ทั้งในเรื่องบุคลากร อุปกรณ์ และกฎระเบียบต่างๆ
เว่ยเจ๋อเทายักหน้า กล่าวว่า “ตั้งแล็บวิจัยขึ้นมาก็น่าสนใจครับ จริงๆ ผมก็เคยคิดว่าอาจจะต้องเปลี่ยนกาว บางทีเราอาจจะเจอกาวที่ราคาถูกกว่าและให้ผลดีกว่า
แต่ช่วงที่ผ่านมาเราทุ่มเทไปกับการเพิ่มกำลังการผลิตและเรื่องเงินทุน เรื่องแบบนี้จึงยังต้องเน้นความมั่นคงเป็นหลักก่อนครับ”
หยางเหวินตงยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่ ก่อนหน้านี้เรามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ ตอนนี้แม้ว่ากำลังการผลิตยังต้องขยายอยู่ แต่ทุกอย่างก็เดินไปตามแผนแล้ว ทั้งเรื่องทุนและบุคลากรในระยะสั้นก็คงไม่มีปัญหาใหญ่
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมอยากจะเข้าใจผลิตภัณฑ์ของเราให้ลึกซึ้งชัดเจนมากขึ้น รวมถึงที่คุณพูดถึงเรื่องกาวที่อาจจะดีกว่า เพราะแผ่นดักหนูมีกำไรไม่เยอะ และใช้กาวเยอะมาก ตรงนี้ก็สำคัญมาก”
โพสต์อิทมีมูลค่ามากกว่าแผ่นดักหนูมาก และใช้กาวน้อยกว่า จึงไม่ค่อยอ่อนไหวต่อเรื่องต้นทุน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหา เขาจึงเลือกใช้กาวคุณภาพสูงแบบเดียวกับที่ใช้ในอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งแน่นอนว่ามีราคาสูงมาก
แต่สำหรับแผ่นดักหนู ต้นทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้ไม่ได้คาดหวังกำไรมากนัก แต่ตอนนี้ที่เขาใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการจ้างงานและขยายอิทธิพลของตัวเอง ต้นทุนก็ต้องควบคุมให้ดี กำไรยิ่งมาก ก็ยิ่งสามารถเลี้ยงดูคนได้มากขึ้น เปิดตลาดได้กว้างขึ้น และส่งเสริมการจ้างงานมากขึ้น
ทั้งหมดคือการหมุนเวียนที่เป็นบวก ทุกสิ่งล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของกำไร อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ขาดทุน
เว่ยเจ๋อเทายักหน้าแล้วพูดว่า “เข้าใจครับ ผมจะให้บริษัทจัดหางานช่วยหาดูว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีในฮ่องกงไหม คาดว่าน่าจะมีน้อย เพราะฮ่องกงไม่มีอุตสาหกรรมเคมีแบบนั้นเลย ใครที่เกี่ยวข้องก็แทบไม่มี”
หยางเหวินตงคิดสักพักก่อนถามว่า “เหล่าเว่ย คุณคิดว่าเราผลิตกาวในฮ่องกงเองได้ไหม?”
“ผลิตกาว?” เว่ยเจ๋อเทาดูลังเล ก่อนตอบว่า “คุณหยาง จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ผมก็เคยหาข้อมูลเรื่องนี้ กาวน่ะ แม้จะสามารถทำแบบบ้านๆ ได้ แต่แบบนั้นใช้ได้แค่ในสถานการณ์ง่ายๆ เช่นติดของทั่วๆ ไป
แต่ถ้าจะผลิตแบบมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ผลิตออกมานานหลายปีมีคุณภาพเหมือนกันหมด เราจำเป็นต้องใช้การผลิตแบบทันสมัย และนั่นหมายถึงอุตสาหกรรมเคมีสมัยใหม่แล้ว”
หยางเหวินตงยักหน้า “ผมก็รู้ว่าเป็นอุตสาหกรรมเคมี แล้วถ้าจะสร้างโรงงานผลิตกาวในฮ่องกง จะมีปัญหาอะไรไหม? เรื่องสิ่งแวดล้อมล่ะ?”
เว่ยเจ๋อเทาตอบว่า “เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ แค่ไม่สร้างในพื้นที่คนเยอะก็พอ ฮ่องกงยังมีโรงงานถลุงโลหะขนาดเล็ก โรงซ่อมเรือที่มลพิษยังมากกว่าโรงงานเคมีเล็กๆ จากต่างประเทศอีก เว้นเสียแต่ว่าเราจะสร้างโรงงานขนาดใหญ่มาก
ปัญหาจริงๆ คือเรื่องบุคลากร แม้แต่จะหาคนมารับผิดชอบด้านการตรวจสอบก็อาจจะต้องใช้เวลา เพราะฮ่องกงแทบไม่มีอุตสาหกรรมเคมีเลย อุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงแบบนี้ ถ้าไม่มีบุคลากรที่เหมาะสมก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่นอน”
“เรื่องบุคลากรนี่แหละคือปัญหาใหญ่จริงๆ” หยางเหวินตงยักหน้า เหมือนในอนาคตช่วงศตวรรษที่ 21 กองทัพเรือสหรัฐฯ อ่อนแอลงเพราะขาดบุคลากรซ่อมบำรุง และแม้แต่สหรัฐฯ เองก็ยังหาทางแก้ไม่ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรบุคคลมีความสำคัญแค่ไหนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและการป้องกันประเทศ
เว่ยเจ๋อเทาพูดต่อว่า “ถ้าคุณหยางกล้าลงทุน ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือก เราอาจจะดึงตัวคนจากญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯ มาเลยก็ได้ แต่ต้นทุนจะสูงมาก
อีกอย่างคือวัตถุดิบทั้งหมดก็เป็นสารเคมีทั้งนั้น ซึ่งก็ต้องนำเข้าทั้งหมดเหมือนกัน”
ถึงแม้ว่ากาวของเราจะนำเข้า แต่แค่ต้องนำเข้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง และวัตถุดิบของกาวนั้นมีหลากหลายชนิด รวมถึงยังมีตัวเร่งปฏิกิริยาบางชนิดที่เราก็ต้องนำเข้าเหมือนกัน”
“นั่นก็จริง” หยางเหวินตงเองก็รู้ดีว่านี่เป็นเรื่องยาก วัตถุดิบ โซ่อุตสาหกรรม บุคลากร ไม่มีอะไรเลย ต่อให้มีเงินก็ยากที่จะผลิตขึ้นมาได้
“เว้นแต่ว่า...” เว่ยเจ๋อเทากล่าวพลางหยุดไปครู่หนึ่ง “เราจะมีความต้องการในปริมาณที่มากพอ ถ้าความต้องการมากพอ มันก็จะคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการดึงคนมาทำงาน การสร้างโรงงาน หรือจัดซื้อแบบรวมศูนย์ พอมีขนาดที่ใหญ่ ก็สามารถดำเนินการได้
แค่ในสถานการณ์ตอนนี้ อาจจะยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้ แต่ในอนาคตอาจจะเป็นไปได้”
“แน่นอน ตลาดโพสต์อิทมันใหญ่มากอยู่แล้ว” หยางเหวินตงยิ้มแล้วพูด
เว่ยเจ๋อเทาหยุดครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่ง 3M เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านเทปกาว ใต้เครือก็มีโรงงานเคมีด้วย เท่าที่ผมรู้ ต้นทุนอุตสาหกรรมในอเมริกาก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ อุตสาหกรรมระดับล่างเริ่มเจอการแข่งขันจากญี่ปุ่นแล้ว
ถ้าพวกเขายอมมาสร้างโรงงานในฮ่องกง ผลิตกาวและเทป ก็จะสามารถสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้ แล้วเราก็สามารถสร้างโรงงานกาวดักหนูของเราได้เหมือนกัน”
“ไอเดียของนายก็ดีอยู่นะ” หยางเหวินตงหัวเราะแล้วพูด “แต่เพื่อให้เราผลิตกาวได้ แล้วจะไปถึงขนาดให้ 3M มานำทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเคมีมาที่ฮ่องกง ฟังดูฝันไปหน่อยนะ”
“ฮ่าๆๆ แค่คิดเล่น ๆ เท่านั้นแหละ” เว่ยเจ๋อเทาพูด “แต่ถ้าไม่มีห่วงโซ่อุตสาหกรรมและแรงงาน เราก็ไม่สามารถสร้างโรงงานกาวในฮ่องกงได้แน่ ๆ กลับกัน ถ้าไปสร้างที่ญี่ปุ่นยังดูเป็นไปได้มากกว่า
แต่นั่นมันยุ่งยากเกินไป สู้ทำแบบสบาย ๆ ซื้อของสำเร็จรูปมาใช้เลยยังจะดีกว่า เว้นเสียแต่ว่าในอนาคตเราจะมีความต้องการมากถึงระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็ไม่คุ้ม”
“อืม งั้นตอนนี้ก็คงยังเน้นการจัดซื้อเป็นหลักก่อน” หยางเหวินตงก็รู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
การทำอุตสาหกรรมจริง ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำทุกอย่างเอง แม้ว่าสิ่งสำคัญจะต้องควบคุมไว้ในมือ แต่เวลานี้ยังไม่เหมาะสม ต้องรออีกหน่อย รอให้บริษัทเรามีขนาดใหญ่ขึ้น มีทุนมากขึ้น แล้วค่อยพิจารณาอีกที
เว่ยเจ๋อเทากล่าวต่อว่า “ถึงเราจะผลิตเองไม่ได้ แต่เราก็สามารถควบคุมต้นทุนด้วยการจัดซื้อจากหลายแหล่งได้เหมือนกัน”
“อืม” หยางเหวินตงพยักหน้า แต่ในภายหลังก็พูดว่า “แม้ว่าจะผลิตกาวเองในระยะสั้นไม่ได้ แต่การวิจัยยังจำเป็น ต้องมีแผนกทดลองในอนาคต นอกจากจะใช้ทดสอบสินค้าที่เราผลิตเองแล้ว ก็ยังต้องร่วมมือวิจัยกาวในท้องตลาดด้วย เพื่อดูว่ากาวชนิดไหนเหมาะสมที่สุดกับเรา
แบบนี้ไม่ต้องใช้คนมากนัก ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ไปดึงคนจากโรงงานเคมีในญี่ปุ่นมาก็ได้ หลายปีมานี้ก็มีชาวจีนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเยอะ โดยเฉพาะพวกจากไต้หวัน น่าจะพอมีบุคลากรทางเคมีที่เป็นคนจีนอยู่บ้าง ดึงมาสักไม่กี่คนก็น่าจะพอสำหรับการวิจัยพื้นฐานพวกนี้แล้ว”
ไม่สามารถผลิตเองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถวิจัยขั้นพื้นฐานได้เลย
ไม่ใช่จะไปคิดสูตรกาวใหม่เองหรอก แต่เป็นการมองหากาวที่เหมาะสมที่สุดจากตลาดก่อน แล้วค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น ถ้าอนาคตมีศักยภาพแล้ว ก็ค่อยลงทุนวิจัยลึกซึ้งขึ้น หรือสร้างโรงงานเอง ถึงแม้ว่าฮ่องกงจะไม่มีห่วงโซ่อุตสาหกรรม ก็ยังสามารถไปสร้างที่อื่นได้
อย่างเช่นอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไต้หวันก็กำลังจะเริ่มมีการดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ สภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่นั่นยังสามารถรองรับอุตสาหกรรมเคมีอยู่
ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการพัฒนาในอนาคตแล้ว







