ฝั่งของสวี่ซื่อเยี่ยนจัดการเจ้าหมูป่าเหลืองได้อย่างรวดเร็วเรียบร้อย ส่วนทางด้านพ่อลูกตระกูลหานก็ฉวยโอกาสยิงหมูป่าตัวที่กำลังหนีไปได้สำเร็จเช่นกัน
พอเข้าป่าก็มีผลงานทันที แน่นอนว่าทุกคนต่างดีใจ จึงรีบผ่าท้องหมูป่าออกทันที กลัวว่าเนื้อข้างในจะเน่าเสียเพราะความร้อน
ในขณะที่สวี่ซื่อเยี่ยนกำลังถือมีดมือหนึ่ง อีกมือดึงขาหมูป่าเปิดท้องอยู่นั้น หมาทั้งสี่ตัวก็ล้อมรอบอยู่ข้างๆ
จู่ๆ ก็มีเงาดำพุ่งออกมาจากด้านหลังต้นป็อปลาร์ใหญ่ ตรงเข้าใส่สวี่ซื่อเยี่ยนทันที
เสี่ยวหวงรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงเห่าออกมาพร้อมกับกระโจนเข้าใส่เงาดำนั้น
สวี่ซื่อเยี่ยนก็รับรู้ถึงอันตรายในจังหวะนั้น รีบกลิ้งตัวหลบออกไปหลายก้าวโดยไม่สนใจอย่างอื่น
เมื่อหันกลับไปดู ก็พบว่าเป็นหมีดำตัวหนึ่ง
ที่แท้ต้นไม้ใหญ่ที่หมูป่าพิงอยู่นั้น คือต้นป็อปลาร์ใหญ่ที่ต้องใช้คนสองคนโอบถึงจะรอบ
ต้นไม้เก่าแบบนี้ มักจะกลวงและมีโพรงอยู่ข้างใน พอดีว่าโพรงในต้นไม้นั้นมีหมีดำตัวหนึ่งอาศัยอยู่
ปากโพรงอยู่ด้านหลัง สวี่ซื่อเยี่ยนเมื่อครู่มัวแต่มองแต่หมูป่าและหมา เลยไม่ได้สังเกตต้นไม้ต้นนี้ให้ดี
คาดว่าความวุ่นวายจากหมาและหมูป่าข้างล่างทำให้หมีดำในโพรงตกใจ
หมีดำตัวนั้นจึงปีนออกจากโพรง และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พุ่งเข้าใส่สวี่ซื่อเยี่ยนทันที
โชคดีที่สวี่ซื่อเยี่ยนมีไหวพริบดี และเสี่ยวหวงก็ว่องไว เลยรอดจากการโจมตีครั้งแรกมาได้
เสี่ยวหวงพุ่งเข้าใส่ก่อน จากนั้นหมาอีกสามตัวก็กรูเข้าใส่ตามมา
แต่หมาทั้งสี่ตัวตัวไม่ใหญ่มาก แถมเพิ่งต่อสู้กับหมูป่ามาเหนื่อยๆ อีก จะให้ไปสู้กับหมีดำก็เห็นได้ชัดว่าเสียเปรียบ
แค่เผลอแวบเดียว เอ้อเฮยก็ถูกหมีดำตบกระเด็นไป ร้องโหยหวนก่อนจะกระแทกพื้น
การที่หมีดำโผล่ออกมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง ทำให้พ่อ-ลูกตระกูลหานซึ่งอยู่ห่างจากสวี่ซื่อเยี่ยนไม่ทันได้ช่วย
แถมหมาของตระกูลหานก็มัวแต่จ้องหมูป่าที่ตายอยู่
ตอนเสี่ยวหวงเริ่มเห่า หานเหวินจงรู้สึกว่าไม่ปกติ รีบหันมาทางนี้ทันทีและถึงกับตกใจไม่น้อย
“เอ้อชวนจื่อ!” หานเหวินจงรีบเรียกหมาของตัวเอง พร้อมกับหยิบปืนขึ้นยิงใส่หมีดำที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่สวี่ซื่อเยี่ยน
ฝีมือยิงปืนของหานเหวินจงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ แม้จะยิงอย่างเร่งรีบ ต้องหลบหลีกหมาของสวี่ซื่อเยี่ยนสามตัว เขาก็ยังยิงโดนก้นของหมีดำได้
แต่หมีดำไม่เหมือนหมูป่า หมูป่าได้ยินเสียงปืนจะหนี แต่หมีดำกลับพุ่งเข้าหาคนที่ยิงปืนแทน
หลังจากที่ถูกยิง หมีดำก็โกรธ พุ่งเข้าใส่หานเหวินจง ทิ้งสวี่ซื่อเยี่ยนและหมาสามตัวไว้เบื้องหลัง
ขณะนั้นเสี่ยวหวงงับเข้าที่ด้านหลังของหมีดำ ทำให้มันร้องลั่น แล้วหันกลับไปฟาดใส่เสี่ยวหวง
โชคดีที่เสี่ยวหวงว่องไว งับแล้วรีบถอย หมีดำจึงฟาดพลาด แค่เฉียดขนไม่โดนตัว
เมื่อไม่โดนเสี่ยวหวง หมีดำจึงหันกลับไปจะพุ่งใส่หานเหวินจงอีกครั้ง คราวนี้ หมาของตระกูลหานทั้งหมดก็เข้ามาช่วย
ก่อนหน้านี้ เอ้อชวนจื่อกำลังจ้องหานลี่หมิงอยู่ พอเห็นเขาจะผ่าหัวใจหมูให้กินอยู่แล้ว จู่ๆ หานเหวินจงก็เรียกมัน มันเลยแอบเสียดายอยู่
แต่เมื่อเสียงปืนดังขึ้น เอ้อชวนจื่อในฐานะหมานำที่ผ่านการฝึกฝน เมื่อได้ยินเสียงปืนก็ตื่นตัวทันที พุ่งเข้าหาหมีดำ
ขณะที่มันพุ่งไปก็เห่าไปด้วย หมาอีกสี่ตัวของตระกูลหานเมื่อได้ยินเสียงหัวหน้าก็ละทิ้งความคิดที่จะกินหมู มุ่งหน้าเข้าใส่หมีดำเช่นกัน แต่ละตัวหาโอกาสกัดในจุดต่างๆ
หมีดำตัวนี้ดูจะหนักกว่า 300 จิน พอยืนตรงแล้วยังสูงเท่าคน เอ้อชวนจื่อเทียบกับมันแล้วดูเล็กไปเลย
แค่ฝ่ามือเดียว หมีดำก็ฟาดเอ้อชวนจื่อกระเด็นไป พร้อมกับหันไปฟาดหมาลายอีกตัวกระเด็นตามไป
ส่วนใหญ่หมาพวกนี้ก็เหนื่อยจากการสู้กับหมูป่ามาแล้ว การเคลื่อนไหวจึงไม่ว่องไวเหมือนก่อน
หมีดำยืนสองขา กวัดแกว่งอุ้งมือที่มีกรงเล็บแหลมคม โดนฟาดทีคงไม่เบาแน่
หลังจากเสียงโหยหวนของเอ้อชวนจื่อและหมาลาย ก็ตามมาด้วยเสียงปืนอีกนัด คราวนี้เป็นของสวี่ซื่อเยี่ยน
ก่อนหน้านี้เขาพิงปืนไว้กับต้นไม้ข้างๆ แล้วไปจับมีดฆ่าหมู
พอหานเหวินจงยิงปืนเบี่ยงความสนใจของหมีดำ เขาก็คว้าปืนได้ทันที เล็งหาจังหวะแล้วยิงออกไป
กระสุนนัดนั้นยิงเข้าที่หัวของหมีดำพอดี มันเซไปสองสามก้าวแล้วล้มลงด้านหน้า
สวี่ซื่อเยี่ยนถือปืนเดินเข้าไปใกล้ แล้วยิงซ้ำอีกสองนัด เพื่อให้แน่ใจว่าหมีดำตายจริงๆ
หมาที่เหลือพากันกรูเข้าไปรุมกัดศพของหมีดำ
ขณะเดียวกัน พ่อลูกตระกูลหานก็มาถึง หานเหวินจงยกนิ้วโป้งให้กับสวี่ซื่อเยี่ยนทันที
“ยิงแม่นดี เด็กรุ่นใหม่แบบนี้มีน้อยคนนักที่ยิงปืนได้ขนาดนี้ เฮ้อ เจ้าหนุ่มนี่มันเก่งจริงๆ”
หานเหวินจงสังเกตเห็นมานานแล้วว่า สวี่ซื่อเยี่ยนไม่ใช่คนโง่อย่างที่ตัวเขาพูด ตอนนี้ก็เลยต้องชมสักหน่อย
“แมวตาบอดเจอหนูตาย ผมก็แค่รีบไปหน่อย กลัวว่ามันจะทำร้ายหมาเราอีก”
สวี่ซื่อเยี่ยนตอบอย่างถ่อมตัว แล้วรีบหันกลับไปดูอาการบาดเจ็บของหมา
เอ้อชวนจื่อโดนกรงเล็บแหลมของหมีข่วนตรงไหล่หน้าขวา เนื้อเปิดออก เลือดไหลไม่หยุด
สวี่ซื่อเยี่ยนรีบควักขวดยาออกมาจากกระเป๋า เทยาลงบนแผล แล้วใช้ผ้าพันขาพันแผลไว้หลายรอบ
ฮวาเตี้ยนบาดเจ็บไม่หนักนัก โดนข่วนตรงขาหลัง สวี่ซื่อเยี่ยนรีบใส่ยาแล้วพันแผลให้ จากนั้นจึงหันไปหาหมาของตัวเองที่ชื่อเอ้อเฮย
เอ้อเฮยบาดเจ็บที่ท้อง เกือบถูกข่วนจนท้องเปิด
สวี่ซื่อเยี่ยนก็ใช้วิธีเดิม ห้ามเลือด บรรเทาอาการเจ็บ แต่ตอนนั้นเองเขาก็พบว่า ผ้าพันขาไม่พอแล้ว
โชคดีที่หานเหวินจงเดินมาหายื่นผ้าพันแผลให้ สวี่ซื่อเยี่ยนไม่รีรอรีบพันแผลให้เอ้อเฮยทันที
หลังจากพันแผลให้ทั้งสามตัวเสร็จ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ยกปืนคอยระวัง หานลี่หมิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า ผ่าท้องหมีแล้วควักถุงน้ำดีออกมา
“ว่าละ หมีตัวภรรยาตัวนี้ต้องมีลูกติดมาด้วย เมื่อกี้มันล่อเราออกมา ลูกมันก็เลยหนีไปได้”
หานเหวินจงเห็นอะไรผิดปกติ จึงเดินวนรอบต้นป็อปลาร์ใหญ่ ใช้ไม้แหย่เข้าไปในโพรงไม้ แล้วพูดขึ้น
สวี่ซื่อเยี่ยนเดินเข้าไปดู ก็พบรอยเท้าหลังต้นไม้จริงๆ เป็นรอยเท้าหมีขนาดเล็ก คงอายุประมาณหนึ่งปี
“ตัวเล็กหนีก็ช่างเถอะ ได้ตัวใหญ่มาก็พอแล้ว” สวี่ซื่อเยี่ยนพูดพลางเดินกลับกับหานเหวินจง
ตอนนั้นหานลี่หมิงก็เอาถุงน้ำดีหมีออกมาได้แล้ว แล้วก็แขวนเครื่องในไว้บนต้นไม้
จากนั้นหานลี่หมิงก็ไปผ่าท้องหมูป่า แล้วเอาเนื้อมาให้หมากิน
หมาทั้งหลายช่วยกันล่าได้ทั้งหมูป่าสองตัว และหมีอีกหนึ่งตัว จะไม่ให้พวกมันกินให้อิ่มได้ยังไง
เอ้อชวนจื่อกับฮวาเตี้ยนยังพอขยับตัวได้ กินได้ตามปกติ
แต่เอ้อเฮยอาการหนักหน่อย ไม่กล้าขยับ สวี่ซื่อเยี่ยนเลยต้องเอาเนื้อไปป้อนถึงปาก มันทั้งเหนื่อยทั้งหิว ก็กินเข้าไปเยอะเลย
“พี่ลี่หมิงเก็บกระเพาะหมูไว้ให้ผมทั้งสองอันนะ ผมต้องใช้”
สวี่ซื่อเยี่ยนรีบบอก เพราะกลัวหานลี่หมิงจะเอากระเพาะไปให้หมากินหมด
ไม่รู้ว่าสวี่ซื่ออันเป็นยังไงบ้าง แต่กระเพาะหมูนี่ต้องมีไว้ตลอด ต้องกินต่อเนื่อง
หานลี่หมิงพยักหน้า เก็บกระเพาะหมูแยกไว้ แล้วก็แล่เนื้อหมูจากหมีมาให้หมากินอีก กินกันจนอิ่มท้องถึงจะหยุด
ขณะที่หานลี่หมิงให้อาหารหมา หานเหวินจงก็ไปหาไม้ฟืนมาก่อกองไฟ
แล่เนื้อจากหมูป่ามาปิ้งบนกิ่งไม้ แล้วเอาเสบียงที่เอามาด้วยมาอุ่นให้ร้อนๆ
ทั้งสามคนกินกันอิ่มท้อง พอมีแรง ก็ลงมือทำเลื่อนแบบชั่วคราวสองคัน เอาหมีกับหมูป่าขึ้นเลื่อนไป
เอ้อชวนจื่อกับฮวาเตี้ยนถึงจะบาดเจ็บ แต่ยังพอเดินไหว
ส่วนเอ้อเฮยเจ็บท้อง สวี่ซื่อเยี่ยนสงสาร ก็เลยต้องเอามันขึ้นเลื่อนด้วย แล้วช่วยลากกลับไปด้วยกัน
ลุยกันมาทั้งวัน เวลาไม่ใช่น้อย วันนี้ลงเขาไม่ได้แล้ว ต้องกลับไปค้างที่กระท่อมเฝ้าโสมอีกคืน
โชคดีที่หานเหวินจงเตรียมข้าวสารไว้ที่กระท่อมนั้น พวกเขาจึงแล่หนังหมูป่ากับหมีออก แล้วตัดเนื้อมา
จากนั้นก็ต้มเนื้อ หุงข้าว มีเหล้านิดหน่อย ชีวิตแบบนี้ก็สบายไม่น้อย
“อยู่บนเขานี่แหละสบาย พอกลับบ้านทีไร ฉันรู้สึกไม่สบายตัวทุกที”
หลังมื้ออาหาร หานเหวินจงจุดบุหรี่สูบพลางพูดอย่างมีความสุข







