ในโอกาสวันเกิดพ่อของเขา สวี่ซื่อเยี่ยนเชิญเพื่อนที่สนิทและเข้ากันได้ดีมาร่วมฉลองอย่างคึกคัก แน่นอนว่าโจวฉางเหอและพ่อกับลูกชายของเขา รวมถึงอวี่โส่วกวงก็ไม่พลาดที่จะได้รับเชิญ
เดือนกรกฎาคมอากาศร้อนจัด ทุกคนขี้เกียจจะเข้าไปในบ้าน เลยพากันนั่งหลบร้อนใต้ซุ้มองุ่นด้านนอก
สวี่เฉิงโฮ่ว หานเหวินจง อวี่โส่วกวง จ้าวต้าไห่ และ โจวฉางเหอ กลุ่มผู้สูงวัย ก็นั่งรวมกลุ่มกันคุย
ส่วนพวกพี่น้องของ สวี่ซื่อเยี่ยน อย่าง หานลี่หมิง หานลี่ซิน หยางชุนหมิง ก็จับกลุ่มตั้งโต๊ะอีกสองโต๊ะ
ทุกคนนั่งจิบชา พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย หยิบยกเรื่องราวจากทั่วทุกทิศมาคุยกันได้เป็นครึ่งวัน
ฝั่งภรรยาของพี่น้องตระกูลสวี่ และ สวี่ซื่อฉิน ซู อันฮวา กำลังวุ่นอยู่ในครัว ทำกับข้าวเตรียมเลี้ยงแขก
เสวี่ยซิ่วหลิน ภรรยาของพี่ใหญ่เปลี่ยนไปไม่น้อยในช่วงสองปีนี้
เธอรู้ดีว่าสามีมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีทุกวันนี้ก็เพราะอาศัยความช่วยเหลือจากน้องชายสามีอย่าง สวี่ซื่อเยี่ยน
ถ้าไม่ได้บทความที่สวี่ซื่อเยี่ยนมอบหมายให้พี่ใหญ่เขียน และยังให้ระบุด้วยว่า “เป็นบทความที่เขียนแทน” พี่ใหญ่ไม่มีทางได้รับการรับเข้าทำงานจากหน่วยงานนั้นโดยไม่ผ่านขั้นตอนปกติ
ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันเสวี่ยซิ่วหลิน จึงปฏิบัติกับสวี่ซื่อเยี่ยนและซูอันอิงอย่างดีมาก
เมื่อเห็นซูอันอิงจะเข้าไปช่วยในครัว ก็รีบไล่กลับออกมาทันที
“อิงจื่อ ข้างในร้อนแถมยังมีควันจากน้ำมันอีก เธอกับแม่อุ้มเด็กมานั่งข้างนอกดีกว่า ลมพัดเย็นสบาย
ลูกก็จะครบห้าสิบวันแล้ว ไม่ต้องกลัวลมแล้วล่ะ อากาศช่วงหน้าร้อนแบบนี้ควรออกมารับลมบ้างจะดีกว่า”
“ใช่แล้ว พี่สะใภ้พูดถูก พวกเรามีตั้งหลายคน ไม่ต้องให้เธอลำบากหรอก” เว่ยหมิงหรงก็รีบเสริม
เธอเองก็รู้จากสามีแล้วว่า น้องสามีมีแผนการบางอย่างอยู่ และตอนนี้สวี่ซื่ออันก็ไปทำงานแทนในฟาร์มปศุสัตว์ แถมยังได้เงินเดือนอีกต่างหาก ซึ่งดีกว่าการปลูกผักขายมาก
เว่ยหมิงหรงเองก็อายุสามสิบกว่าแล้ว จะไม่รู้จักดี เลว ได้ยังไง?
ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่าตอนนี้ต้องพึ่งพาสวี่ซื่อเยี่ยนและควรปฏิบัติกับซูอันอิงให้ดีหน่อย
ซูอันอิงเห็นว่าในครัวก็ช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ แถมในบ้านก็ร้อน เลยตัดสินใจอุ้มลูกกับแม่สามีออกมานั่งข้างนอก
พอดีเลย แขกที่อยู่ข้างนอกก็พากันสนใจอยากเห็นฝาแฝดชายหญิงของบ้านสวี่ เดินกรูเข้ามาดูกันใหญ่
“โอ้โห เด็กสองคนหน้าคล้ายกันจริง ๆ นะ ดูเผิน ๆ นี่แยกไม่ออกเลย
โชคดีที่คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง ไม่งั้นพ่อแม่เองอาจจะจำลูกตัวเองผิดก็ได้ ฮ่า ๆ”
“ก็พอจะแยกออกอยู่หรอก แค่ตอนมองแว้บแรกจะเหมือนมาก ต้องดูดี ๆ ถึงจะเห็นความต่าง” ซูอันอิง หัวเราะพลางอธิบาย
ขณะทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ก็มีสามีภรรยาคู่หนึ่งพาเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
เด็กชายเห็นปุ๊บก็วิ่งตรงมาทาง ซูอันอิง ทันที
“แม่ทูนหัวๆ ผมมาดูน้องชายกับน้องสาวแล้ว”
ยังไม่ทันถึงตัวดีเลย ขาก็สะดุดล้มลงเสียก่อน
“ซุ่มซ่าม! บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่ง! วิ่งทุกทีเลย เห็นไหมล่ะล้มเลย!”
สวี่ไห่หยวน ซึ่งกำลังเล่นอยู่กับพี่น้องในลาน รีบเดินมาช่วยเด็กชายลุกขึ้นมา แถมทำหน้าเอือมระอาอีกต่างหาก
“พี่ชาย อย่าดุเสี่ยวอวี่สิ!”
สวี่จิ่นผิงที่ถักผมจุกชี้ขึ้นรีบวิ่งมาห้าม แล้วช่วยปัดฝุ่นจากกางเกงของเด็กชาย
เธอจับมือเด็กชายพลางเป่ามือที่ถลอกเบา ๆ “เดี๋ยวพี่เป่าให้ ไม่เจ็บแล้วเนอะ”
เด็กชายที่กำลังจะร้องไห้เมื่อเห็นหน้าเธอก็ยิ้มกว้างทันที น้ำตายังเกาะอยู่ที่ขนตายาว ๆ ทำให้ดูน่าเอ็นดูสุด ๆ
“อื้อ ไม่เจ็บแล้ว! พี่หยวนหยวน พี่ผิงผิง”
เด็กน้อยหน้าตาน่ารัก ขาวใส ดวงตากลมโต น่ารักจนใครเห็นก็ต้องใจละลาย
“เสี่ยวอวี่ มาหาแม่ทูนหัวเร็ว ให้แม่ทูนหัวดูหน่อย” ซูอันอิงยื่นมือเรียกเด็กชายเข้ามาใกล้ ตรวจดูว่ามีแผลตรงไหนอีกไหม
พอเห็นว่าไม่มีแผลอะไรมาก ก็โล่งใจแล้วเตือนเบา ๆ
“ต่อไปอย่าวิ่งเยอะนะ ลูกยังตัวเล็ก ร่างกายก็ไม่แข็งแรง เดี๋ยวจะเจ็บอีก”
ซูอันอิงยกมือแตะหน้าผากของเด็กชายตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มให้คู่สามีภรรยาที่เพิ่งมาถึง
“จวินเสียน อวี่เฟิง พวกเธอก็มาด้วยเหรอ รีบมานั่งสิ” คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น คือ หยางจวินเสียนกับภรรยา
ทางด้านสวี่ซื่อเยี่ยนก็เห็นพอดี รีบเดินเข้ามาทัก
“โห ไม่คิดเลยว่าพวกเธอจะพาเสี่ยวอวี่มาด้วย รีบเข้ามานั่งเลย
จวินเสียนนายมานั่งตรงนี้ ส่วนน้องสะใภ้ก็นั่งข้างๆ พี่สะใภ้นั่นแหละ”
หยางฮ่าวอวี่ เป็นลูกชายของหยางจวินเสียน ซึ่งก็คือเด็กน้อยที่ซูอันอิงเคยให้นมเลี้ยงตอนอยู่โรงพยาบาล
ซูอันอิงกับจี้อวี่เฟิงคลอดลูกที่โรงพยาบาลวันเดียวกับจี้อวี่เฟิง เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะคลอดก่อนกำหนดแถมยังคลอดยาก ต้องให้เลือดจากสวี่ซื่อเยี่ยนถึงจะรอด
หลังจากนั้น หยางฮ่าวอวี่ ไม่มีนมกิน ก็ได้ซูอันอิงช่วยให้นมเลี้ยงเกือบสิบวัน เรียกได้ว่าครอบครัวสวี่มีบุญคุณต่อครอบครัวหยาง
ต่อมา สองครอบครัวก็ไปมาหาสู่กันบ่อยมาก หยางจวินเสียนกับสวี่ซื่อเยี่ยนก็สนิทกันดี ส่วนจี้อวี่เฟิงก็มักจะอุ้มหยางฮ่าวอวี่มาที่บ้านสวี่เล่นอยู่เป็นประจำ
ตอนที่หยางฮ่าวอวี่อายุครบขวบ ก็ได้แต่งตั้งให้สวี่ซื่อเยี่ยนกับซูอันอิงเป็นพ่อแม่ทูนหัว กลายเป็นเหมือนญาติสนิทอีกครอบครัว
ลูกๆ ของสองบ้านก็เล่นด้วยกันเป็นประจำ และเข้ากันได้ดีมาก
หยางฮ่าวอวี่เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด ร่างกายเลยอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย โตช้าทั้งตัวเล็กและเตี้ย
เวลาไปยืนข้างสวี่จิ่นผิง ก็ดูเหมือนเด็กที่อายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี
แต่เจ้าเด็กนี่ฉลาดนะ พูดเก่งตั้งแต่ยังเล็ก เป็นเด็กรู้ความเลยทีเดียว
แม้ว่าสวี่ไห่หยวนจะชอบบ่นว่าไม่ชอบหยางฮ่าวอวี่ แต่ที่จริงก็เอาใจใส่น้องคนนี้มาก
ส่วนสวี่จิ่นผิงไม่ต้องพูดถึงเลย ดูแลน้องชายคนนี้เหมือนเป็นน้องแท้ๆ คอยเอาใจใส่ทุกเรื่อง
เด็กสามคนนี้ถ้าห่างกันแค่ไม่กี่วันก็เริ่มคิดถึงกันแล้ว โดยเฉพาะหยางฮ่าวอวี่จะทั้งร้องทั้งงอแง ขอมาเล่นกับพี่ชายพี่สาวให้ได้
ตอนจี้อวี่เฟิงคลอดหยางฮ่าวอวี่ เกือบเสียชีวิตจากการเสียเลือดมาก ทำเอาสองสามีภรรยากลัวกันมาก ไม่กล้ามีลูกอีก
ยิ่งตอนนี้หยางจวินเสียนได้เป็นรองเลขาธิการใหญ่ประจำทีมหนึ่งแล้ว ก็ยิ่งไม่อยากเป็นตัวอย่างผิดกฎหมาย เขากับภรรยาจึงตัดสินใจมีแค่คนเดียวพอ
แม้ว่าหยางฮ่าวอวี่จะมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงอีกสองคน แต่เขาไม่ค่อยชอบเล่นกับพวกเธอเลย ชอบมาเล่นกับพี่ๆ บ้านสวี่มากกว่า
ตอนนี้หยางฮ่าวอวี่ก็ลืมเรื่องหกล้มไปเรียบร้อยแล้ว หยิบลูกอมจากกระเป๋าเสื้อออกมาแบ่งให้พี่ชายพี่สาวบ้านสวี่
แล้วหัวน้อยๆ ทั้งสามก็จุ้มรุมกระซิบกระซาบ ไม่รู้ว่าแอบคุยอะไรกัน
ซูอันอิงเห็นลูกๆ ทั้งสามแอบทำหน้าทำตาน่ารักๆ ก็อดหัวเราะไม่ได้
“ดูพวกเขาสิ เหมือนพี่น้องบ้านเดียวกันจริงๆ เลย”
“ใช่แล้ว โชคดีจริงๆ ที่ลูกสองคนของพี่เล่นกับเสี่ยวอวี่ เจ้าเด็กคนนี้ถึงกับอยากย้ายมาอยู่บ้านพี่เลย”
จี้อวี่เฟิงพูดพลางมองดูทารกในอ้อมแขนซูอันอิงด้วยสายตาอิจฉา
“โอ้ย พี่นี่น่าอิจฉาจริงๆ คลอดทีเดียวได้ตั้งสองคน ลูกสี่คนโตมาด้วยกัน ไม่เหงาเลย”
สมัยนั้น คนส่วนใหญ่ยังยึดคติว่า “ลูกเยอะคือโชคดี”
แม้ทางการจะรณรงค์เรื่องการมีลูกน้อย แต่ความคิดฝังลึกแบบนี้ก็เปลี่ยนยาก
ซูอันอิงเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่ยิ้มรับอย่างเดียว
จี้อวี่เฟิงก็พอจะรู้ตัว จึงเปลี่ยนเรื่อง ไม่พูดเรื่องลูกต่อ หันไปเล่นกับทารกแทน
แฝดชายหญิงของบ้านสวี่ที่เคยร้องงอแงตลอดช่วงเดือนแรก พอพ้นเดือนกลับกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่าย กินอิ่มก็นอน หลับเป็นส่วนใหญ่
ตอนนี้ทั้งสองตื่นแล้ว กินนมเรียบร้อย กำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดคุณแม่กับคุณย่า ตาแป๋วๆ มองไปรอบๆ อย่างสนใจ
จี้อวี่เฟิงเห็นแล้วก็อดใจไม่ไหว รีบอุ้มคนหนึ่งขึ้นมาอุ้มเล่น แต่แค่แป๊บเดียวก็รู้สึกไม่ค่อยปกติ…
เด็กน้อยฉี่แล้ว!







