ตู้หย่งเซี่ยวหิ้วถุงพลาสติกเดินออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า พอพ้นประตูมาก็เห็นตำรวจใหม่กลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ที่สนามไม่ไกลนัก
เจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่เหล่านั้นแต่ละคนเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าดำคล้ำชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ พวกเขาก้าวเท้าอย่างพร้อมเพรียง ตะโกนสโลแกนเสียงดังลั่นท่ามกลางฝุ่นคลุ้ง "พระเจ้าคุ้มครององค์ราชินี ปราบปรามคนพาลอภิบาลคนดี!"
ตอนที่ตู้หย่งเซี่ยวเพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนตำรวจหว่องจุกฮังและถูกส่งตัวมาที่นี่ ตารางงานในแต่ละวันก็คือการวิ่งแล้วก็วิ่ง ตามที่ครูฝึกเคยบอกเอาไว้ "พวกแกเป็นตำรวจนะเว้ย ถ้าแค่วิ่งไล่โจรยังไม่ทัน จะไปทำบ้าอะไรกิน!"
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าที่นี่คือขุมนรก แต่พอจู่ๆ จะต้องจากไป กลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ตู้หย่งเซี่ยวคิดพลางเดินไปที่อ่างล้างมือใกล้ๆ แสงแดดแผดเผาอยู่เหนือหัว เสียงจักจั่นบนต้นไทรข้างๆ ก็เริ่มส่งเสียงร้องระงม
เขาวางถุงพลาสติกในมือลงให้ดีเพื่อไม่ให้เสื้อผ้าข้างในเปื้อน ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำ น้ำไหลซู่ซ่าออกมา อ๊บอ๊บ คางคกตัวน้อยที่ซ่อนตัวรับลมเย็นอยู่ตรงมุมอ่างล้างมือกระโดดออกมา มันทำตาโปนมองตู้หย่งเซี่ยวแวบหนึ่ง แล้วจึงกระโดดจากไป
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม โบราณว่าคางคกเรียกทรัพย์ ดูท่าทางอนาคตของเขาคงจะดวงดีไม่เบา
เขาเอียงคอ เอาปากจ่อกับก๊อกน้ำ ดื่มน้ำเย็นเข้าไปอึกใหญ่
"ตู้หย่งเซี่ยว!" เสียงใสๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น
ตู้หย่งเซี่ยวเงยหน้าขึ้น ปากยังเปื้อนคราบน้ำ เขามองตามเสียงไป ก็เห็นตำรวจหญิงสามคนอยู่ไม่ไกลกำลังชะเง้อมองมาทางเขา หนึ่งในนั้นถือแอปเปิลอยู่ในมือ ส่วนอีกสองคนกำลังชี้ไม้ชี้มือมาทางเขา
"หล่อจังเลย!"
"ใช่สิ ได้ยินว่าตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแล้วด้วยนะ!"
ตำรวจหญิงสองคนมองตู้หย่งเซี่ยวด้วยสายตาเร่าร้อน
ตำรวจนอกเครื่องแบบกับตำรวจในเครื่องแบบ ต่างกันราวฟ้ากับเหว
เมื่อก่อนต่อให้ตู้หย่งเซี่ยวจะหล่อเหลาแค่ไหน ตำรวจหญิงพวกนี้ก็ใช่ว่าจะชายตามอง อย่างมากก็แค่กรี๊ดกร๊าด ชื่นชม 'ความหล่อ' ของตู้หย่งเซี่ยวไปอย่างนั้น ส่วนเรื่องจะแต่งงานด้วยน่ะเป็นไปไม่ได้เลย
ถึงพวกเธอจะเป็นตำรวจหญิง แต่ก็หยิ่งทะนงตัว หากจะแต่งงาน อย่างน้อยก็ต้องหาตำรวจนอกเครื่องแบบ ถึงจะมีอนาคต
ตำรวจหญิงที่ถือแอปเปิลใจกล้าเดินเข้าไปหา แล้วยื่นแอปเปิลให้ตู้หย่งเซี่ยว "อย่าดื่มน้ำเลย เอาอันนี้ไปกินสิ!"
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดปาก "ทำไมถึงให้แอปเปิลผมล่ะ"
"ขอบคุณที่คราวที่แล้วช่วยฉันไว้ค่ะ!" ตำรวจหญิงคนนี้คือรุ่นน้องที่ถูกจวีฟันเหยินรังแกเมื่อคราวก่อนนั่นเอง
"นั่นเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวรับแอปเปิลมา กร้วม กัดไปหนึ่งคำ แล้วยิ้มพูดกับตำรวจหญิง "หวานมากเลย!"
ตำรวจหญิงก้มหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดอีกว่า "คุณยังไม่ได้ถามชื่อฉันเลยนะ"
"จริงด้วย คุณชื่ออะไรล่ะ ผมคงเรียกคุณว่าน้องแอปเปิลไม่ได้หรอกนะ" ตู้หย่งเซี่ยวพูดติดตลก แล้วกัดแอปเปิลไปอีกคำ
"คุณอย่ารู้เลยดีกว่า ยังไงซะต่อไปคุณก็คงไม่มาที่นี่อีกแล้ว!" ตำรวจหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า "ความจริงที่ฉันมาหาคุณเพราะอยากจะบอกเรื่องหนึ่ง..."
"เรื่องอะไรเหรอ"
"จวีฟันเหยินกำลังตามหาคุณอยู่ เขาบอกว่าคุณแย่งโควตาของเขา เขาจะฆ่าคุณให้ตาย!"
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง!" ตู้หย่งเซี่ยวดูไม่แปลกใจเลยสักนิด
แต่ตำรวจหญิงกลับมีท่าทีตื่นตระหนก "เพราะงั้นคุณรีบไปเถอะ หลบหน้าเขาไว้! หมอนั่นมันบ้าไปแล้ว!" พอคิดถึงตอนที่เกือบถูกจวีฟันเหยินรังแกคราวก่อน เธอก็ยังรู้สึกหวาดผวาอยู่ไม่หาย
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม ยัดแอปเปิลที่กินไปครึ่งหนึ่งใส่มือตำรวจหญิง "คุณกลัวเขามากเลยเหรอ"
ตำรวจหญิงพยักหน้า
"งั้นผมอัดหมาบ้าตัวนี้ให้พิการไปเลย ดีไหม"
"เอ๊ะ?" ตำรวจหญิงเบิกตากว้างมองตู้หย่งเซี่ยวด้วยความประหลาดใจ
ตู้หย่งเซี่ยวส่งยิ้มให้เธอ "คุณเลี้ยงแอปเปิลผม ผมช่วยคุณตีหมาบ้า!"
...
การที่เขาเบียดแย่งโควตาของจวีฟันเหยินมา ด้วยนิสัยของอีกฝ่ายแล้ว ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่
ถ้าเป็นตู้หย่งเซี่ยวคนก่อนที่มีนิสัยขี้ขลาด คงจะเป็นฝ่ายหลบหน้าจวีฟันเหยินไปแล้ว แต่ตู้หย่งเซี่ยวในตอนนี้กลับเลือกที่จะ 'ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ'!
ในเมื่อได้เลื่อนขั้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแล้ว ก็ต้องมีความกล้าหาญแบบนี้แหละ!
อัดมันให้ฟันร่วงหมดปาก!
อัดจนกว่ามันจะกลัว!
อีกอย่างเขากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว ต่อให้ตีคนก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของที่นี่อีก!
คำเดียวเลย สะใจ!
ในฐานะ 'คนเลวทราม' ที่ขึ้นชื่อของกรมตำรวจ ไม่นานตู้หย่งเซี่ยวก็สืบรู้ตำแหน่งปัจจุบันของจวีฟันเหยินได้อย่างง่ายดาย
หอพักตำรวจ ห้องน้ำชั้นสอง
ลูกน้องของจวีฟันเหยินสองคนกำลังสูบบุหรี่อยู่ตรงประตู พอเห็นตู้หย่งเซี่ยวเดินมา ก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
ตู้หย่งเซี่ยวฉีกยิ้มให้พวกเขา มองไปรอบๆ เห็นก้อนอิฐวางค้ำอยู่บนขอบหน้าต่างข้างๆ จึงหยิบมันขึ้นมา
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวเท้าเดินเข้าไปหาทั้งสองคน ชูอิฐขึ้นมาแกว่งไปมาใส่พวกเขา
ทั้งสองลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หลบทางให้
ตอนนี้ตู้หย่งเซี่ยวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแล้ว ในมือยังมี 'อาวุธ' อีก หลบไปก่อนน่าจะดีกว่า
ถึงพวกเขาจะเป็นลูกน้องของจวีฟันเหยิน แต่ก็ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้สักหน่อย
ตู้หย่งเซี่ยวกำก้อนอิฐเป่าปากเดินเข้าไปในห้องน้ำ พอเข้าไปก็เข้าได้ยินเสียงคนด่าทอดังลั่น "ไอ้เวรเอ๊ย! ไอ้แขกอินเดียเฮงซวยนั่นทำตัวไม่เป็นหรือไงวะ ถึงได้บอกว่าฉันไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วยังบอกอีกว่าโควตานั่นยกให้ตู้หย่งเซี่ยวไปแล้ว?! แม่งเอ๊ย อย่าให้ฉันเจอไอ้เวรนั่นนะ จะอัดให้ขี้แตกเลยคอยดู!"
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือจวีฟันเหยินจอมซวยนั่นเอง
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม
"หึ่ง หึ่ง หึ่ง"
แมลงวันหัวเขียวตัวหนึ่งบินมาเกาะที่เท้าของตู้หย่งเซี่ยว
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวเท้า แมลงวันก็บินหึ่งหนีไป วาดเป็นวงกลมกลางอากาศ
"โห! อารมณ์ร้อนขนาดนี้ ฉี่เหลืองอ๋อยเลยเหรอ" ตู้หย่งเซี่ยวซ่อนก้อนอิฐไว้ข้างหลัง เดินเข้าไปแสร้งทำเป็นชะโงกดูช่วงล่างของจวีฟันเหยิน
จวีฟันเหยินกำลังฉี่ใส่โถปัสสาวะ พอได้ยินเสียงก็หันขวับไปมอง "ตู้หย่งเซี่ยว?!"
"ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครล่ะ"
จวีฟันเหยินโกรธจัด คาดไม่ถึงว่าตู้หย่งเซี่ยวจะกล้ามาหาถึงที่ "ไอ้เวรเอ๊ย แน่จริงก็รอฉันแป๊บนึง รอให้ฉันฉี่เสร็จก่อน!"
"ทำไมฉันต้องรอแกด้วย ลงมือเลยสิวะ!" ตู้หย่งเซี่ยวเตะเปรี้ยงเข้าที่ก้นของจวีฟันเหยิน
"เชี่ย ราดกางเกงเลย!" จวีฟันเหยินร้องลั่น "ไอ้เวรเอ๊ย แกเก่งนักนะที่ฉวยโอกาสตอนทีเผลอ!"
"เมื่อกี้เขาเรียกออเดิร์ฟ ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหาก!" ตู้หย่งเซี่ยวเผยให้เห็นก้อนอิฐที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง แล้วฟาดเข้าที่หน้าผากของจวีฟันเหยินอย่างจัง!
พลั่ก!
ก้อนอิฐฟาดเข้ากลางหน้าผากพอดี!
หน้าผากแตก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา!
"โอ๊ย!" จวีฟันเหยินกำลังฉี่อยู่ ไม่มีจังหวะให้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย จึงถูกตู้หย่งเซี่ยวตีจนหัวร้างข้างแตกทันที!
ตู้หย่งเซี่ยวกะจังหวะเหมาะเจาะ ง้างสุดแรงเกิด เอาอิฐฟาดเข้าที่หน้าของจวีฟันเหยิน!
ตุ้บ!
จวีฟันเหยินถูกฟาดจนล้มลงไปกองกับพื้น!
ตู้หย่งเซี่ยวอาศัยจังหวะนั้นกระหน่ำเตะเขาไม่ยั้ง เตะจนจวีฟันเหยินลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น ร้องโอดโอยไม่หยุด
คนข้างนอกที่ได้ยินเสียงรีบวิ่งเข้ามา พอเห็นตู้หย่งเซี่ยวกำลังรุมกระทืบจวีฟันเหยินอย่างบ้าคลั่ง แต่ละคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ส่วนลูกน้องสองคนของจวีฟันเหยินยิ่งหดหัวหลบอยู่ข้างหลัง ไม่กล้าเข้าไปห้าม
กระหน่ำตีไปอีกพักใหญ่ ตู้หย่งเซี่ยวถึงได้เหยียบหัวจวีฟันเหยินเอาไว้ "จำชื่อฉันไว้ ตู้หย่งเซี่ยว! วันหลังอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก เห็นครั้งนึง จะตีแม่งครั้งนึง!"
จวีฟันเหยินที่นอนอยู่บนพื้นแทบจะร้องไห้ออกมา นั่นมันบทพูดของเขาไม่ใช่เหรอ!
ตู้หย่งเซี่ยวพูดจบ ก็กระทืบซ้ำลงไปอีกที!
ปัง!
เตะจนฟันเหยินของจวีฟันเหยินกระเด็นหลุดออกมาสองซี่!
"แก แก แก..." จวีฟันเหยินปากอมเลือด ชี้หน้าตู้หย่งเซี่ยว "แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันเป็นคนของนายท่านเหยียนนะเว้ย!"
"เหยียนสยงน่ะเหรอ" ตู้หย่งเซี่ยวยิ้ม ขยับเข้าไปใกล้แล้วก้มตัวลง "เขาเป็นสารวัตรก็จริง แต่แกล่ะ ก็เป็นแค่หมาตัวนึงข้างกายเขาเท่านั้นแหละ! ฉันช่วยเขาตีหมา ดีไม่ดีเขาอาจจะขอบใจฉันด้วยซ้ำ!"
จวีฟันเหยินยังอยากจะอ้าปากพูดต่อ ตู้หย่งเซี่ยวก็จ้องเขม็งด้วยสายตาดุดัน "เชื่อไหม พูดอีกคำเดียว ฉันตีแกตายแน่"
พวกตำรวจที่ยืนดูเหตุการณ์เห็นตู้หย่งเซี่ยวโหดเหี้ยมขนาดนี้ ก็พากันตกตะลึงไปตามๆ กัน
โดยเฉพาะลูกน้องสองคนนั้นที่เคยตามจวีฟันเหยินไปรังแกตู้หย่งเซี่ยวมาก่อน ยิ่งรู้สึกว่าตู้หย่งเซี่ยวตรงหน้าเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อก่อนขี้ขลาดจะตาย แต่ตอนนี้กลับดุร้ายถึงเพียงนี้
"ตู้หย่งเซี่ยว แกอย่าให้มันเกินไปนักนะ!"
"ทำไม ใครจะเข้ามา" ตู้หย่งเซี่ยวหันขวับ ในมือถืออิฐ สายตาดุดัน
ทุกคนถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไม่มีใครกล้าก้าวออกไป
คนที่พูดเมื่อครู่นี้ยิ่งเงียบกริบราวกับเป่าสาก
ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ แววตาของตู้หย่งเซี่ยวดุร้ายป่าเถื่อน ไม่ต่างอะไรกับคนบ้า!
"ในเมื่อไม่มีใคร งั้นฉันไปล่ะนะ!" ตู้หย่งเซี่ยวโยนก้อนอิฐทิ้ง หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดมือ ขยำเป็นก้อนโยนลงถังขยะ แล้วเดินเต๊ะท่าจากไป
ทุกคนมองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างเงียบๆ
ครู่ต่อมา...
"โห เกือบมีคนตายแล้วไหมล่ะ!"
"ตู้หย่งเซี่ยวเมื่อกี้ดุชะมัดเลย!"
"พี่จวี พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม"
ทุกคนถึงได้รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปพยุงจวีฟันเหยินขึ้นมา
"แหวะ พี่จวี ตัวพี่เหม็นจังเลย!"
"พี่จวี พี่กินขี้เข้าไปเหรอ!"
"ฉัน..." จวีฟันเหยินบ้วนฟันที่หลุดออกมาใส่มือ บีบน้ำตาลูกผู้ชายออกมาสองหยด ทุบอกตะโกนลั่นไปทางที่ตู้หย่งเซี่ยวเดินจากไป "ตู้หย่งเซี่ยว ฉันกับแกไม่จบแค่นี้แน่! พ่อบุญธรรมฉันต้องแก้แค้นแทนฉันแน่! ฮือฮือฮือ!"







