เมื่อปิดตลาดในวันนั้น หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันมีราคาปิดที่ 21.79 หยวน โดยถูกกดจนติดฟลอร์ นักลงทุนที่เข้าซื้อที่จุดสูงสุดของวันขาดทุนยับเยิน เพียงแค่วันเดียวก็ทำสถิติขาดทุนถึง -14.28%
หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันพุ่งขึ้นกระดานหุ้นเด่นในวันนั้นทันที มียอดขายสุทธิรวมสูงถึง 1.752 พันล้านหยวน ปริมาณเม็ดเงินที่ไหลออกทำให้บรรดานักลงทุนในตลาดหุ้นตกใจกลัวกันไม่น้อย
สำนักงานใหญ่เทียนเซิ่งแคปปิตอล ห้องทำงานซีอีโอ
ลู่หมิงมองดูกราฟแท่งเทียนของกลุ่มบริษัทตระกูลอันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มันเป็นรูปแบบเมฆดำปกคลุม (Dark Cloud Cover) ที่สมบูรณ์แบบ รูปแบบกราฟในจุดสูงสุดเช่นนี้ หากพวกนักลงทุนรายย่อยได้เห็นคงกลัวจนขาสั่นพั่บๆ
"ติดเบ็ดแล้ว!"
เมื่อลู่หมิงเห็นรูปแบบกราฟนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย สถานการณ์ในตอนนี้คือ ทั้งสองฝ่ายในเกมการเดิมพันต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายติดกับดักที่ตัวเองวางไว้ ทว่าเกมซ้อนกลรอบนี้ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายติดกับ...
...
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม
เช้าวันนี้ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันเปิดตลาดด้วยการกระโดดลง (Gap Down) ในช่วงการประมูลราคาเปิด (Call Auction) และหลังจากเปิดตลาด ทุกคนก็ได้เห็นเรื่องราวสยองขวัญเกิดขึ้น ภายในเวลาเพียง 1 นาที ราคาก็ดิ่งพสุธาจนติดฟลอร์ โดยมีคำสั่งขายรอจับคู่อยู่ที่ราคาฟลอร์สูงถึง 2.55 ล้านลอต
มูลค่าการซื้อขายมีเพียง 190 ล้านหยวน ในตอนแรกยังมีแรงซื้อประปราย แต่หลังจากเปิดตลาดไปได้ห้านาทีก็แทบจะไม่มีปริมาณการซื้อขายอีกเลย
คำสั่งขาย 2.55 ล้านลอตที่ราคาฟลอร์ คิดเป็นมูลค่าการขายกว่า 5 พันล้านหยวน ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าไปรับของจริงๆ
...
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม
วันนี้ยิ่งสุดโต่งกว่าเดิม เพราะเปิดตลาดมาก็ติดฟลอร์เป็นเส้นตรงทันที บนกระดานยังคงมีคำสั่งขายรออยู่กว่า 5 พันล้านหยวน
นักลงทุนที่ติดอยู่ข้างในต่างพากันตกตะลึงตาค้าง ในช่องคอมเมนต์มีแต่เสียงด่าทอและเสียงร้องโอดครวญระงมไปทั่ว
"หุ้นบลูชิปขนาดใหญ่บ้าบออะไรวะ ร่วงติดฟลอร์สามวันติดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ใครจะไปเชื่อ!"
"รายใหญ่กะจะฆ่ากันให้ตายเลยนี่หว่า แม่งเอ๊ย!"
"ใครเป็นคนเทขายทุบตลาด อี้เกอหรือเปล่า?"
"พวกที่บอกว่าเป็นอี้เกอคงเป็นพวกเม่าสินะ ไปทำความเข้าใจกฎของเกมก่อนค่อยมาเล่นในตลาดหุ้น A-share เถอะ เขาประกาศถือครองหุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันไปแล้ว หุ้นในมือจะขายได้ก็อีกตั้งครึ่งปีให้หลัง ต้องเป็นคนอื่นแน่นอน"
"ทุบตลาดขนาดนี้ ไม่กลัวฟ้าดินลงโทษหรือไง!"
"ฉันว่ามีคนตั้งใจพุ่งเป้าไปที่อี้เกอนะ"
"ความรวยบนหน้ากระดาษนี่มันบัดซบจริงๆ ทำไมตอน 25 หยวนถึงไม่ยอมออกวะเนี่ย ถ้าร่วงติดฟลอร์อีกวันก็จะกินทุนแล้ว จะให้ขายตรงนี้ก็ไม่ยอมตัดใจจริงๆ!"
...
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันเปิดมาก็ติดฟลอร์เป็นเส้นตรงอีกครั้ง โดยปิดตลาดที่ 15.88 หยวน
วันอังคารที่ 11 สิงหาคม ราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันเปิดติดฟลอร์เป็นเส้นตรงวันที่สาม และนับเป็นการติดฟลอร์ติดต่อกันเป็นวันที่หก ปิดตลาดที่ 14.29 หยวน
การที่ราคาหุ้นร่วงดิ่งแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มบริษัทตระกูลอันและ "ศึกอันเทียน" ถูกผลักไปอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ดึงดูดให้บรรดาชาวเน็ตขาเผือกจากทุกสารทิศพากันมามุงดู
"ราคาหุ้นต้องถูกปั่นแน่ๆ ฝ่ายบริหารจัดการตลาดจะไม่ตรวจสอบหน่อยเหรอ?"
"ติดฟลอร์ต่อเนื่อง ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดแค่ห้าวันก็ขาดทุนไป -43.78% ราคาแทบจะหดหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว นี่น่ะเหรอหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่?"
"ฝ่ายบริหารจัดการตลาดสนับสนุนให้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ ขอถามหน่อยว่ากราฟเดินมาทรงนี้ใครจะกล้าซื้อเพิ่ม"
"หัวหน้าหมู่บ้าน (ก.ล.ต.) ได้ส่งหนังสือสอบถามไปยังผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทตระกูลอันแล้ว เพื่อสอบถามถึงความผิดปกติของราคาหุ้นในช่วงนี้ ดูเหมือนว่าทางหน่วยงานเองก็ทนดูไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"
"แม่งเอ๊ย โคตรจะกล้าเลย เพิ่งจะสนับสนุนให้ซื้อหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่เพิ่มไปหยกๆ หุ้นแกก็ร่วงดิ่งพสุธาขนาดนี้ นี่มันหักหน้าหัวหน้าหมู่บ้านชัดๆ!"
"ทุน 25 หยวน ฉันโดนทุบจนสติเลื่อนลอย สมองเบลอไปหมดแล้ว~~"
...
นักลงทุนทั่วไปส่วนใหญ่มุ่งความสนใจไปที่ "ศึกอันเทียน" รวมถึงประเด็นร้อนเรื่องราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันที่เปิดตลาดมาก็ติดฟลอร์เป็นเส้นตรงอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นจริงๆ ในวันนี้ บรรดานักลงทุนในตลาดหุ้นต่างก็มัวแต่ตามเผือกเรื่อง "ศึกอันเทียน" กันทั้งนั้น
ช่วงบ่าย ลู่หมิงจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของตัวเอง วันนี้เขาไม่ได้สนใจเรื่องของกลุ่มบริษัทตระกูลอันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทุ่มความสนใจไปที่ข่าวใหญ่ที่ธนาคารกลางประกาศออกมาในวันนี้ นั่นก็คือการปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยนแบบผูกติดสองทาง (Dual-peg) ซึ่งเป็นการประกาศปรับกลไกการเสนอราคาค่ากลางอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนกับดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) จะอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนปิดตลาดของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระหว่างธนาคารในวันทำการก่อนหน้า เพื่อเสนอราคาค่ากลางให้กับศูนย์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
วันนี้คือวันที่ 11 สิงหาคม ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า "การปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยน 811"
ลู่หมิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองดูเนื้อหาการปรับเปลี่ยนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง "ในที่สุดก็เริ่มวางหมากรับมือกับบรรดานักเก็งกำไรฝั่งชอร์ตข้ามชาติในตลาดออฟชอร์ล่วงหน้าแล้วสินะ..."
ราวกับสัมผัสได้ถึงพายุสงครามลูกใหญ่ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กำลังจะปะทุขึ้นในอนาคตอันใกล้ ลู่หมิงประสานมือทั้งสิบนิ้วรองรับปลายคางพลางจมอยู่ในห้วงความคิด เขาครุ่นคิดว่าเทียนเซิ่งแคปปิตอลควรจะใช้วิธีการไหนและจุดตัดใดในการแทรกแซงสงครามค่าเงินครั้งนี้ถึงจะเหมาะสมที่สุด
ฝ่ายตรงข้ามคือกองทุนฝั่งชอร์ตของบรรดานักเก็งกำไรข้ามชาติที่นำโดยวอลล์สตรีทอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนฝ่ายเราก็แน่นอนว่าแบงก์ชาติจะต้องเป็นกำลังหลักสำคัญอย่างไม่ต้องกังขา
หลังจากขบคิดอยู่นาน ลู่หมิงก็กำหนดตำแหน่งให้เทียนเซิ่งแคปปิตอลเป็นกองโจรที่ซุ่มโจมตีอยู่ลึกเข้าไปในแดนศัตรู ตำแหน่งนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว เปรียบเสมือนกองกำลังรบอิสระที่เคลื่อนไหวคล่องตัวอยู่หลังแนวข้าศึก นั่นก็คือการนำเม็ดเงินออกไปต่างประเทศเพื่อวางหมากในตลาดออฟชอร์ล่วงหน้า ไปลอบกัดวอลล์สตรีทจากด้านหลัง และแทงทะลวงจุดอ่อนของคู่ต่อสู้
โคตรจะสะใจแน่นอน
ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียหนักหนาแค่ไหน เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็จะกอบโกยได้บ้าคลั่งแค่นั้น รับรองว่าได้กำไรเป็นกอบเป็นกำแน่นอน
การนำเม็ดเงินออกนอกประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย การซื้อเงินตราต่างประเทศในจำนวนมากตอนนี้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและมีการตรวจสอบที่รัดกุมมาก
แต่เมื่อมีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้น การออกนอกประเทศครั้งนี้เป็นการร่วมมือกับแบงก์ชาติเพื่อ "ปิดล้อมปราบปราม" บรรดานักเก็งกำไรฝั่งชอร์ตข้ามชาติที่ยกทัพมาอย่างยิ่งใหญ่ และหมายมั่นปั้นมือที่จะทำลายอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน
พวกเขามุ่งหวังที่จะสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมเหมือนที่เคยทำไว้ในอังกฤษและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง เพื่อปล้นสะดมผลผลิตทางเศรษฐกิจที่ประเทศเศรษฐกิจอันดับสองของโลกทุ่มเทสร้างมานานหลายทศวรรษอย่างอุกอาจ
ในเวลานี้ เงินหยวนได้ก้าวขึ้นสู่เวทีใหญ่ของเศรษฐกิจโลกแล้ว แม้จะยังไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ก็เข้ามาอยู่ในเวทีนี้แล้ว และย่อมเป็นที่จับตามองของกลุ่มทุนการเงินระหว่างประเทศและประเทศเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ที่ไม่มีทางยอมให้เงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินหลักในการชำระเงินของโลกอย่างเด็ดขาด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า "การปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยน 811" มีขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต และเป็นมาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ลู่หมิงอ่านเนื้อหาที่ธนาคารกลางเปิดเผยอย่างละเอียด นโยบายผูกติดสองทางที่ประกาศในวันนี้มีขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะเกิดขึ้นกับเงินหยวน ในขณะเดียวกัน หมากตานี้ก็เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เงินหยวนหลุดพ้นจากการควบคุมของเงินดอลลาร์สหรัฐด้วย
เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน ถึงเวลาที่ต้องลงมือก็ต้องลงมือให้เด็ดขาด การจัดการให้เสร็จสิ้นในขั้นตอนเดียวจะช่วยลดปัญหาและความไม่แน่นอนในอนาคตไปได้มาก
จนถึงตอนนี้ โลกภายนอกคงตีความความหมายที่แฝงอยู่ในหมากตานี้ไม่ออกแน่ๆ แน่นอนว่าคนที่ตีความออกก็พอมีอยู่บ้าง แต่ก็ต้องมีน้อยมาก
แต่ลู่หมิงรู้ดีว่า หมากตานี้จะแสดงผลลัพธ์ออกมาอย่างชัดเจนหลังจากข้อตกลง RCEP และข้อตกลงการลงทุนระหว่างจีน-อียู มีความคืบหน้าในอีกหลายปีให้หลัง
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าบรรดาผู้ยิ่งใหญ่เบื้องบนคือระดับปรมาจารย์ที่มองการณ์ไกลทะลุชั้นบรรยากาศ สามารถมองเห็นโครงสร้างในอีกห้าปี สิบปี หรือแม้แต่ไกลกว่านั้น แล้วเริ่มวางหมากตั้งแต่ตอนนี้ หรือแม้กระทั่งในอดีต
จากข่าวที่ประกาศออกมา การปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยนนำมาซึ่งองค์ประกอบสำคัญสี่ประการ ได้แก่:
ประการที่หนึ่ง ความยืดหยุ่นในการลอยตัวแบบสองทางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลุดพ้นจากสถานการณ์การแข็งค่าเพียงฝ่ายเดียวในอดีต
ประการที่สอง ความเป็นระบบ ความโปร่งใส และระดับตลาดของการกำหนดราคาค่ากลางได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก
ประการที่สาม แรงกดดันจากเงินทุนไหลออกข้ามพรมแดนจะบรรเทาลง
ประการที่สี่ ไม่ผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างใกล้ชิดอีกต่อไป แต่จะค่อยๆ หันไปอ้างอิงตะกร้าเงินแทน นั่นคือจากที่เคยใช้สมอเดียวในอดีตเปลี่ยนเป็นสมอคู่ โดยอ้างอิงเงินดอลลาร์สหรัฐหรือตะกร้าเงิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพให้กับเงินหยวน
แม้ตอนนี้เงินดอลลาร์สหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เป็นการส่งสัญญาณถึงตลาดอย่างรุนแรงแล้วว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับผลพวงอันเลวร้ายจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของดอลลาร์สหรัฐ กลยุทธ์การรับมือภายในประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าคือการเลือกใช้วิธีลดสัดส่วนการกันสำรองและลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้เงินหยวนอ่อนค่าลง
ลู่หมิงรู้ดีว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจะเริ่มพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป และสาเหตุก็มาจากเรื่องนี้นี่เอง ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ต่างก็งุนงงกันไปหมด ว่าทำไมหลังจากตลาดหุ้นพังทลาย พอถึงปี 2016 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ถึงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง...
ทว่าลู่หมิงไม่ได้มีความตั้งใจที่จะบุกเบิกตลาดอสังหาริมทรัพย์เลยแม้แต่น้อย ต่อให้จะเป็นแค่การลงทุนธรรมดาๆ เขาก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง
เหตุผลนั้นง่ายมาก เขาไม่อยากไปสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจของประเทศ การได้พูดคุยกับผู้อำนวยการหวังอย่างยาวนานก่อนหน้านี้ ทำให้เขารู้ที่มาที่ไปทั้งหมดแล้ว หากยังดันทุรังกระโจนเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อผลักดันให้ฟองสบู่พองโตขึ้นไปอีก พูดให้ดูดีหน่อยก็คือโลภมากจนน่าเกลียด แต่ถ้าพูดกันตรงๆ ก็คือการรนหาที่ตายชัดๆ
สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับลู่หมิงและเทียนเซิ่งแคปปิตอล นอกเหนือจากตลาดอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังมีอีกหลายวงการที่สามารถทำเงินได้มากมาย
...