ในป่าหลิว สวี่อิงใช้สัมผัสเทวะโคจรดั่งกระจก เปิดเนตรทิพย์ ทันใดนั้นโฉมหน้าที่แท้จริงของผีอู๋ฉางแต่ละตนก็ประจักษ์แก่สายตา!
ผีอู๋ฉางเหล่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะมีมากมายที่ไม่ใช่ผีอู๋ฉางของจริง!
ภายใต้การจับจ้องของเนตรทิพย์ ผีอู๋ฉางจริงกับผีอู๋ฉางปลอมแยกแยะได้ง่ายมาก หลักๆ ให้ดูที่จิตวิญญาณ
อู๋ฉางคือภูตผีเทพแห่งแดนหยิน เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดในแดนหยินชนิดหนึ่ง ทั้งยังมีกายเนื้อ การก่อเกิดของพวกมันซับซ้อนมาก เป็นความแค้นของวิญญาณที่ตายในแดนหยิน ซึ่งเกาะติดกับซากศพที่แข็งทื่อในดินแดนหยินสุดขั้วจนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต พวกมันยังมีกลิ่นอายเทพ ผู้คนในแดนหยางจึงเคารพบูชาพวกมันเป็นเทพเจ้า
เมื่อมองด้วยเนตรทิพย์ จะเห็นได้ว่าจิตวิญญาณของอู๋ฉางของจริงนั้นกระจัดกระจาย ไม่ก่อเป็นรูปร่างในร่างกาย เป็นก้อนอยู่ทางซ้ายทีขวาที
ทว่าสิ่งที่ปะปนอยู่ในฝูงอู๋ฉาง ยังมีอู๋ฉางอีกประเภทหนึ่ง
กายเนื้อของพวกมันผ่านการดัดแปลงจากหน้ากากอู๋ฉาง ร่างเดิมคือโครงกระดูกของมนุษย์ ที่ผ่านการยืดขยายจนเปลี่ยนแปลงมา บริเวณขอบหน้าของพวกมันยังพอมองเห็นรอยต่อ คาดว่าคงเป็นรอยที่เกิดจากติ่งเนื้อนับไม่ถ้วนที่งอกออกจากหน้ากากอู๋ฉางไชทะลุเข้าไปในใบหน้า แล้วผสานเข้ากับกล้ามเนื้อของพวกมัน!
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ จิตวิญญาณของพวกมันคือจิตวิญญาณมนุษย์
พวกมันล้วนเป็นคน!
เป็นผู้ใช้วิชานั๋วที่สวมหน้ากากอู๋ฉาง!
หยวนเว่ยยางเองก็ค้นพบเช่นกัน จึงกระซิบว่า "มีผู้ใช้วิชานั๋วสวมหน้ากากปะปนอยู่ในหมู่อู๋ฉาง มีทั้งจริงและปลอมผสมกัน!"
สวี่อิงใจสั่นไหวเล็กน้อย หยวนเว่ยยางต้องมีเคล็ดวิชาใช้สัมผัสเทวะที่พิเศษสุดยอดอย่างแน่นอน ถึงได้มองทะลุความจริงเท็จได้
เซียวป๋อกล่าวเสียงขรึม "คุณชาย คนพวกนี้ปะปนอยู่ในหมู่ภูตผีเทพแดนหยิน ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ท่าทางของพวกมันไม่เหมือนคนดี พวกเราควรรีบไปจะดีกว่า"
หยวนเว่ยยางส่ายหน้ากล่าว "เรามองออกว่าพวกเขากำลังเก็บเกี่ยวปราณอยู่ที่นี่ เกรงว่าอยากจะไปก็คงไปไม่ได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกลับไปแดนหยาง"
ระหว่างที่พูดคุยกัน ก็มีอู๋ฉางจำนวนไม่น้อยรวมตัวเข้ามาหาพวกเขาทีละน้อย อู๋ฉางเหล่านี้ลอยไปลอยมา เท้าไม่ติดพื้น ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรต่างจากอู๋ฉางตนอื่น แต่แท้จริงแล้วคือผู้ใช้วิชานั๋วที่สวมหน้ากากอู๋ฉาง!
หยวนชีงุนงงสับสนอย่างหนัก กล่าวว่า "มองออกว่าพวกมันเก็บเกี่ยวปราณ แล้วทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะ? เมื่อกี้ข้ายังโดนพวกเด็กผีเก็บเกี่ยวปราณจนเกือบตายเลยนะ"
สวี่อิงเร่งฝีเท้า พยายามจะฝ่าออกไปก่อนที่พวกมันจะล้อมกรอบ หากลงมือกับอู๋ฉางปลอมเหล่านี้จนทำให้พวกอู๋ฉางจริงตื่นตระหนก เกรงว่าแม้แต่อู๋ฉางจริงก็คงจะเข้าร่วมวงล้อมปราบพวกเขากระมัง!
"พวกมันทำเรื่องลับๆ ล่อๆ ขนาดนี้ ย่อมไม่หวังให้ใครล่วงรู้ ตอนนี้พวกเรามาเจอเข้า ก็ต้องฆ่าปิดปากเพื่อตัดรากถอนโคน" เขากดเสียงต่ำกล่าว
หยวนชีร้องเสียงหลง "มนุษย์นี่เลวร้ายเกินไปแล้ว!"
ทันใดนั้น อู๋ฉางตนหนึ่งก็ชี้กระบองซางเหมินในมือไปข้างหน้า กระบองซางเหมินส่งเสียงดังฉี่ๆ แถบผ้าดิบสีขาวที่พันอยู่บนนั้นก็ขยายใหญ่ส่งเสียงหวีดหวิว ม้วนตัวพุ่งเข้าหาสวี่อิงและพวก!
นั่นเป็นผ้าป่านหยาบที่ถักทอจากป่านเน่าเปื่อยชนิดใดก็ไม่อาจทราบได้ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายผีสางชวนขนลุก มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของวิเศษปกติ!
แถบผ้าป่านหยาบนั้นพลิ้วไหวดั่งหนวดปลาหมึก ดังพรึ่บเดียวก็มุดเข้าไปในร่างของหยวนชี ล็อกจิตวิญญาณของหยวนชีไว้แล้วดึงออกไปข้างนอก!
หยวนชีมีร่างกายใหญ่โต พลังลมปราณและเลือดเนื้อมากกว่าปีศาจปกติทั่วไปนับพันนับร้อยเท่า หากลงมือต่อสู้ กระบวนท่าล้วนมีอานุภาพสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ทว่าเมื่อเผชิญกับแถบผ้าป่านหยาบนั้น ไม่ว่าจะทุ่มเทเรี่ยวแรงมากเพียงใด ก็ไม่อาจหยุดยั้งแถบผ้าป่านหยาบนั้นได้แม้แต่น้อย!
เมื่อเห็นว่าจิตวิญญาณของหยวนชีกำลังจะถูกดึงออกจากร่าง เซียวป๋อก็ขวางตัวพุ่งไปข้างหน้า โคจรปราณแท้ คว้าไปที่แถบผ้าหยาบเหล่านั้น พลางตวาด "บังอาจ!"
หยวนชีซาบซึ้งใจ "ตาเฒ่าชุดเขียวปกติดูเย็นชา แต่ในใจเร่าร้อน ยังเป็นห่วงข้าอยู่"
วัสดุของแถบผ้าป่านหยาบนั้นพิเศษยิ่ง มุ่งเป้าไปที่จิตวิญญาณโดยเฉพาะ กายเนื้อไม่อาจจับต้องได้เลย แม้เซียวป๋อจะเป็นถึงต้านั๋วที่เปิดถ้ำสวรรค์ขุมทรัพย์ลับหวงถิงถึงห้าแห่ง ก็ยังยากที่จะจับแถบผ้าป่านหยาบไว้ได้
ชายชราผู้นี้ตวาดลั่น ยกระดับตบะขึ้นถึงขีดสุด ในที่สุดก็จับแถบผ้าไว้ได้ ในใจตกตะลึงอย่างยิ่ง "นี่มันของวิเศษผู้ใช้วิชานั๋วอะไรกัน? รับมือยากเกินไปแล้ว!"
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงพรึ่บ อู๋ฉางอีกตนก็ลอยมา กระบองซางเหมินในมือชี้ออก แถบผ้าป่านหยาบอีกหลายเส้นก็ปลิวว่อน มุดเข้าไปในร่างเซียวป๋อดังฉับๆ ล็อกจิตวิญญาณของเขาไว้ แล้วดึงออกไปนอกร่าง!
เซียวป๋อโกรธจนหัวเราะ "พวกผู้น้อย พวกเจ้าประเมินต้านั๋วต่ำไปแล้ว! คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะล็อกจิตวิญญาณของข้า ให้ข้ายอมจำนนแต่โดยดีได้งั้นรึ? ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!"
หยวนชีเอ่ยชม "เซียวป๋อยอดเยี่ยมมาก!"
"พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!"
อู๋ฉางแต่ละตนพากันยกมือขึ้น กวัดแกว่งกระบองซางเหมิน ชั่วพริบตาแถบผ้าป่านหยาบก็พาดผ่านกลางอากาศ หยวนชีรีบมองไป ก็เห็นว่าบนใบหน้า มือ ลำตัว และขาของเซียวป๋อเต็มไปด้วยแถบผ้าป่านหยาบที่ทิ่มแทงเข้ามา พันธนาการจิตวิญญาณของท่านลุงผู้นี้ไว้อย่างแน่นหนาจนไร้ช่องโหว่!
หยวนชีสะดุ้งตกใจ ก็เห็นจิตวิญญาณของเซียวป๋อถูกกระชากออกจากร่าง!
"ท่านลุงดูเหมือนจะเก่งกาจ แต่จิตวิญญาณกลับสู้ข้าไม่ได้แฮะ" หยวนชีคิดในใจ
เขากินโอสถหมื่นวิญญาณไปหนึ่งเม็ด แม้จะถูกอู๋ฉางตนนนั้นล็อกจิตวิญญาณไว้ แต่จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งเกินไป อู๋ฉางนั่นจึงไม่อาจดึงจิตวิญญาณของเขาออกมาได้ในเวลาอันสั้น
การบ่มเพาะของผู้ใช้วิชานั๋ว มีน้อยคนนักที่จะฝึกฝนไปถึงระดับจิตวิญญาณได้ แม้เซียวป๋อจะเป็นต้านั๋วที่เปิดถ้ำสวรรค์ห้าชั้นของตระกูลหยวน ได้รับการสืบทอดวิชานั๋วและอาคมนั๋วของตระกูลหยวน แต่จิตวิญญาณก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก ยามนี้เขาถูกกระชากจิตวิญญาณออกมา ในใจอดไม่ได้ที่จะเย็นเยียบ "คราวนี้พลาดท่าซะแล้ว..."
ในตอนนั้นเอง ทันใดนั้นปราณกระบี่ก็สว่างวาบ ประกายกระบี่แต่ละสายพลิ้วไหวดั่งงูเลื้อย พุ่งผ่านกลางอากาศดังฟิ้วๆ โจมตีเข้าใส่พวกผีอู๋ฉางเหล่านั้นพร้อมกัน!
นั่นคือหยวนเว่ยยางออกกระบี่ ความสำเร็จในเพลงกระบี่ของนางไม่ด้อยไปกว่าสวี่อิงแม้แต่น้อย นางเคยทำความเข้าใจเจตนากระบี่ที่นอกศาลเจ้าปากน้ำ ทว่าเจตนากระบี่และเพลงกระบี่ที่นางกับสวี่อิงทำความเข้าใจได้นั้นแตกต่างกันเล็กน้อย เพลงกระบี่ของนางเน้นที่การพลิกแพลงมากกว่า
วินาทีที่นางออกกระบี่ ปราณกระบี่ก็โจมตีศัตรูทั้งหมด ทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่ากำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีสุดกำลังของนางเพียงลำพัง หากไม่ต้านทานก็จะต้องถูกสังหาร
อู๋ฉางเหล่านั้นพากันลงมือต้านทาน กวัดแกว่งกระบองซางเหมินป้องกันปราณกระบี่ของนาง แต่ละคนถูกกระแทกจนลมปราณและเลือดเนื้อปั่นป่วน
หยวนชีกับเซียวป๋อหลุดพ้นจากการจับกุมทันที หยวนชีดีใจเป็นล้นพ้น หัวเราะร่วน "ข้ามองจุดอ่อนของพวกมันออกแล้ว! พวกมันตีส่วนพวกมัน เราตีส่วนของเรา แค่ชิงฆ่าพวกมันให้ตายก่อน ก็ปลอดภัยแล้ว!"
อู๋ฉางเหล่านี้เชี่ยวชาญการโจมตีจิตวิญญาณศัตรู ทว่าในอาคมนั๋วแขนงอื่นกลับไม่ล้ำเลิศนัก ตอนที่ต้านทานการโจมตีของหยวนเว่ยยางก็เปิดเผยจุดอ่อนของพวกมันออกมา วิชานั๋วประเภทจิตวิญญาณที่พวกมันถนัด ก็ยากที่จะป้องกันการโจมตีของผู้อื่นเช่นกัน!
เซียวป๋อก็มองออกถึงจุดนี้เช่นกัน จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าวินาทีต่อมาสีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมา
เห็นเพียงอู๋ฉางตนอื่นๆ พากันลอยมาทางนี้ รังสีอำมหิตพวยพุ่ง
อู๋ฉางเหล่านี้คืออู๋ฉางของจริง ไม่ใช่ของปลอมที่สวมหน้ากาก พวกมันลอยอยู่กลางอากาศ กระตุ้นกระบองซางเหมินแต่ไกล แถบผ้าป่านหยาบแต่ละเส้นส่งเสียงหวีดหวิวบินมา พลิ้วไหวดั่งงู ม้วนตัวเข้าหาสวี่อิงและพวก!
อู๋ฉางเหล่านี้สามัคคีกันมาก พออู๋ฉางตัวปลอมเหล่านั้นลงมือกับสวี่อิงและพวก ก็รีบบุกเข้ามาช่วยเหลือทันที!
เมื่ออู๋ฉางตัวปลอมเห็นดังนั้น แต่ละคนก็เผยรอยยิ้ม ต่างคนต่างกระตุ้นกระบองซางเหมิน ม้วนเข้าหาทุกคนเช่นกัน!
เมื่อเผชิญกับการโจมตีระดับนี้ แม้แต่หยวนเว่ยยางก็ยังอดหน้าเปลี่ยนสีไม่ได้ กายเนื้อของอู๋ฉางของจริงนั้นแข็งแกร่ง มีปราณธูปเทียนคอยคุ้มครอง อีกทั้งยังเป็นเทพเจ้าแดนหยินของแท้ การล็อกวิญญาณจับวิญญาณจึงเป็นเรื่องง่ายดาย
หากรับมือแค่หนึ่งหรือสองตน นางยังพอจัดการได้ แต่เมื่อต้องรับมือกับอู๋ฉางมากขนาดนี้ นางก็จนปัญญาเช่นกัน
ส่วนเซียวป๋อกับหยวนชียิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาทำได้เพียงกลายเป็นเป้านิ่งให้พวกอู๋ฉางเหล่านี้!
ในตอนนั้นเอง ทันใดนั้นสวี่อิงก็พลิ้วกายมาขวางหน้าทุกคน เห็นเพียงแถบผ้านับไม่ถ้วนบินมา มุดเข้าไปในร่างของเขาดังฉับๆ ม้วนรัดจิตวิญญาณของเขาไว้!
อู๋ฉางจำนวนมาก ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม ต่างพากันยกแขนขึ้น พยายามจะดึงจิตวิญญาณของเขาออกจากร่าง!
"ฟุ่บ "
สวี่อิงถูกดึงจนร่างทั้งร่างลอยลิ่ว ปลิวไปหาพวกอู๋ฉาง จิตวิญญาณของเขาไม่ได้หลุดลอยออกจากร่างเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับหอบเอากายเนื้อ "อันน้อยนิด" ลอยข้ามมาด้วย!
เขากินโอสถหมื่นวิญญาณไปสิบกว่าเม็ด หลอมกะลั่นจิตวิญญาณจนแทบจะไม่เหลือจิตวิญญาณ เหลือเพียงจิตแท้ที่ไม่มีวันดับสูญ ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากายเนื้อมากนัก
สิ่งที่ลอยมาพร้อมกับสวี่อิงยังมีระฆังใหญ่ใบนั้นที่แม้วางนอนอยู่ก็ยังยาวสิบกว่าจั้ง ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ พุ่งเข้ากระแทกใส่อู๋ฉางจำนวนมาก!
กลุ่มอู๋ฉางที่มีมากถึงหลายร้อยตน เมื่อเห็นฉากนี้ก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่นขวัญผวา พากันซัดกระบองซางเหมินขึ้นไปรับมือกับระฆังใหญ่!
"ตึง!"
เสียงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงดังขึ้น ดังกังวานแผ่ซ่านไปทั่วป่าหลิวอันกว้างใหญ่ในแดนหยิน อู๋ฉางหลายร้อยตนถูกกระแทกจนเซถอยหลัง ฝืนต้านทานอานุภาพบดขยี้ของระฆังใหญ่ไว้ได้อย่างยากลำบาก
สวี่อิงร่อนลงพื้น ยกมือขึ้นคว้า ทันใดนั้นปราณแท้ก็กลายร่างเป็นงูปาเสอขนาดมหึมา อ้าปากงับอู๋ฉางตนหนึ่งไว้ สวี่อิงชักมือกลับ ผีอู๋ฉางตนนั้นก็ลอยละลิ่ว ปลิวมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ใบหน้าถูกเขากดไว้ใต้ฝ่ามือ
เมื่อผีอู๋ฉางตนอื่นเห็นดังนั้น ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม ก็พากันซัดกระบองซางเหมินขึ้น กระบองไม้หลิวที่ครึ่งขาวครึ่งเขียวแต่ละท่อน พกพาแถบผ้าที่ปลิวว่อน พุ่งเข้าชนสวี่อิงเสียงดังหวีดหวิว
ได้ยินเพียงเสียงดังปังๆ ระเบิดขึ้นไม่ขาดสาย สวี่อิงถูกกระบองซางเหมินกระแทกติดต่อกันหกเจ็ดครั้ง จิตวิญญาณก็ถูกตีจนกระเด็นออกจากร่าง จิตวิญญาณของเขาปรากฏออกมาให้เห็นทันที
ทว่าท่ามกลางป่าหลิวที่มืดครึ้ม ทันใดนั้นแสงเทพก็สาดส่องหมื่นจั้ง พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน แสงสว่างเจิดจ้า ชั่วพริบตาก็สาดส่องป่าหลิวจนเกิดเงาวูบวาบ แสงสว่างกับเงาของกิ่งหลิวสั่นไหวไปมา!
กระบองซางเหมินแต่ละท่อนสั่นสะท้านดังครืนๆ ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ผีอู๋ฉางของจริงนับร้อยตนเมื่อเห็นจิตวิญญาณของเขา สัมผัสได้ถึงแรงกดดันดุจราชันย์ผี ก็พากันหยุดมือ ไม่กล้าโจมตีเขาอีก
ทว่าอู๋ฉางปลอมตนอื่นไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย กระบองซางเหมินยังคงพุ่งเข้าชนสวี่อิงต่อไป!
ฝ่ามือของสวี่อิงยังคงกดอยู่บนใบหน้าของอู๋ฉางปลอมตนนั้น ตอนที่ถูกกระบองซางเหมินเหล่านั้นกระแทกถอยหลัง ก็กระชากหน้ากากบนใบหน้าของอู๋ฉางปลอมตนนั้นหลุดออกมาด้วย
เดิมทีอู๋ฉางปลอมมีส่วนสูงหนึ่งจั้งเศษ เมื่อหน้ากากผีผู้ใช้วิชานั๋วถูกกระชากออก พละกำลังทั้งร่างก็รั่วไหลออกไปทันที ร่างกายหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายผีสางทั่วร่างก็สลายไปในพริบตา ไม่นานก็คืนร่างจากอู๋ฉางกลายเป็นคน กลับเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมซูบ แววตาดุดัน เบ้าตาลึกโหล
ผู้ใช้วิชานั๋ววัยกลางคนผู้นั้นรีบจับใบหน้าของตัวเอง สีหน้าตื่นตระหนก รีบหันหลังวิ่งไปหาอู๋ฉางปลอมตนอื่น ร้องเสียงหลง "ศิษย์พี่ช่วยข้าด้วย!"
เขายังไม่ทันพุ่งไปถึงข้างกายศิษย์ร่วมสำนัก ก็เห็นแถบผ้าแต่ละเส้นบินมา เสียบทะลุเข้าไปในร่างของเขา
ผู้ใช้วิชานั๋ววัยกลางคนผู้นั้นชะงักงัน จิตวิญญาณถูกดึงออกจากกายเนื้อทันที ก่อนจะถูกแถบผ้าเหล่านั้นฉีกทึ้งจนแหลกละเอียด!
"เปิดเผยตัวตน มีแต่ทางตายสถานเดียว!"
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากในหมู่อู๋ฉางปลอมเหล่านั้น "ฆ่าพวกมันให้หมด เผด็จศึกให้ไว อย่าให้เสียการใหญ่!"
กระบองซางเหมินยังคงพุ่งเข้าทุบจิตวิญญาณของสวี่อิงต่อไป ทันใดนั้นสวี่อิงก็หันขวับ ระฆังใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ใบนั้นก็ส่งเสียงดังฟุ่บ กวาดพัดเข้ามาทันที
ระฆังใหญ่ทำลายล้างทุกสิ่งประดุจกิ่งไม้แห้ง สถานที่ที่พาดผ่านต้นไม้ล้มระเนระนาดภูเขาพังทลาย อู๋ฉางปลอมแต่ละตนพากันตวาดลั่น รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเข้าต้านทาน แต่ละคนถูกกระแทกจนกระอักเลือดปลิวกระเด็นถอยหลังไป!
จิตวิญญาณของสวี่อิงกลับคืนสู่กายเนื้อ กระโดดตัวลอยขึ้น ร่างกายสวนทางกับอู๋ฉางปลอมแต่ละตน ปลดหน้ากากออกทีละใบ!
เมื่อหน้ากากของอู๋ฉางปลอมเหล่านั้นหลุดออกจากร่าง ก็รีบกลับคืนร่างมนุษย์อย่างรวดเร็ว แต่ละคนตื่นตระหนกอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นก็ถูกแถบผ้าป่านหยาบที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันแทงทะลุร่าง ฉีกทึ้งจิตวิญญาณจนแหลกละเอียด!
"ตึง!"
ทันใดนั้นก็มีฝ่ามือคู่หนึ่งมาขวางระฆังใหญ่ไว้ พลังบดขยี้ของระฆังใหญ่ถูกหยุดยั้งไว้ทันที ร่างของสวี่อิงก็ชะงักงันเช่นกัน ระฆังใหญ่กับกายเนื้อของเขาเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว เขาขยับ ระฆังขยับ เขาหยุด ระฆังหยุด
ทว่า หากระฆังขยับเขาก็จะขยับตาม หากระฆังหยุดเขาก็จะหยุดตามเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู การหมุนตัวเหวี่ยงระฆังใหญ่ทุบตีอย่างบ้าคลั่ง นับเป็นเรื่องที่เจริญตาเจริญใจอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อศัตรูแข็งแกร่งเกินไป สามารถหยุดระฆังใหญ่ไว้ได้ หรือกระทั่งคว้าตรึงระฆังใหญ่แล้วทุบตีอย่างบ้าคลั่ง นั่นย่อมเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างแน่นอน!
เซียวป๋อชุดเขียวรีบเหาะพุ่งเข้ามา ตะโกนลั่น "ราชันย์ปีศาจสวี่ระวัง ในหมู่พวกมันมีต้านั๋ว!"
ต้านั๋วที่ขวางระฆังใหญ่ไว้ก็สวมหน้ากากผีอู๋ฉางเช่นกัน ตอนที่ขวางระฆังใหญ่ไว้ ก็ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างระฆังใหญ่กับสวี่อิงได้ทันที จึงแค่นหัวเราะเยาะ "เจ้ารนหาที่ตายนัก!"
เขาเพิ่งจะลงมือ ก็เห็นสวี่อิงจีบนิ้วเป็นเคล็ดกระบี่ แสงกระบี่รอบกายกะพริบวาบ พลันพุ่งทะยานแหวกอากาศขึ้นไป หอบเอาระฆังใหญ่บินขึ้นสู่ท้องฟ้า
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที รีบตะโกนลั่น "หนีเร็ว!"
บนท้องฟ้า แสงกระบี่อันบาดตาหอบเอาระฆังใหญ่ที่ใหญ่โตจนเกินเหตุใบนั้นร่วงหล่นจากฟากฟ้า พุ่งทะยานลงมาหาพวกมัน!
ในตอนที่แสงกระบี่กำลังจะปะทะพื้นดิน กลุ่มแสงกระบี่เหล่านั้นก็ส่งเสียงดังฟิ้ว หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง พุ่งแนบไปกับพื้นดินเสียงดังกึกก้อง ทว่าเบื้องหลังแสงกระบี่ ระฆังใหญ่กลับทุบลงมาอย่างแรง อู๋ฉางปลอมสิบกว่าตนถูกทุบจนแหลกละเอียดกระดูกป่นปี้!
ต้านั๋วที่สวมหน้ากากอู๋ฉางผู้นี้ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อต้านทาน ถูกทุบจนกระอักเลือด ถูกตอกจมลงไปใต้ดิน เมื่อแหงนหน้ามองไป ก็เห็นสวี่อิงขี่กระบี่เหินขึ้นไปอีกครั้ง หอบระฆังใหญ่พุ่งทุบลงมา ในใจพลันสิ้นหวัง
เซียวป๋อพุ่งเข้ามาถึงตรงหน้า ก็เห็นสวี่อิงพุ่งลงมาอีกครั้ง ตามด้วยเสียงดังตึงสนั่นหวั่นไหว ต้านั๋วผู้นั้นถูกทุบจนกายเนื้อแหลกเหลว เลือดเนื้อเละเทะ อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกตกใจ
อู๋ฉางปลอมตนอื่นพากันหนีเตลิด ชั่วขณะนั้นป่าหลิวก็ว่างเปล่า ได้ยินเพียงเสียงคนร้องตะโกน "ศัตรูร้ายกาจนัก ฆ่าท่านอาฉิวแล้ว รีบกลับสำนักเร็ว!"
สวี่อิงร่อนลง สลายปราณกระบี่ โยนหน้ากากใบหนึ่งให้เซียวป๋อ "สวมซะ"
เซียวป๋อชะงักงัน ไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็เห็นสวี่อิงส่งหน้ากากอู๋ฉางให้หยวนเว่ยยางอีกใบ หยวนเว่ยยางสวมลงบนใบหน้าโดยไม่ต้องรอให้สั่ง
"เด็กหนุ่มคนนี้ฉลาดกว่าข้า ให้ข้าสวม ข้าก็สวมก็แล้วกัน" เซียวป๋อคิดในใจ
เขาเพิ่งจะสวมหน้ากากผีอู๋ฉาง ก็รู้สึกถึงพลังประหลาดพิกลขุมหนึ่งทะลักเข้ามาจากในหน้ากาก เปลี่ยนแปลงโครงสร้างกายเนื้อของเขา ทำให้ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็สูงถึงสองจั้งกว่า กลายเป็นอู๋ฉางหน้าขาว แลบลิ้นสีแดงฉานยาวเฟื้อยออกมา
หยวนเว่ยยางก็กลายเป็นสภาพนี้เช่นกัน เพียงแต่ตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อย
สวี่อิงกระโดดขึ้นไปบนหัวหยวนชี ลองเอาหน้ากากอู๋ฉางสวมลงบนใบหน้าของงูยักษ์ หยวนชีร้องโวยวาย "อาอิ้ง ข้าตัวใหญ่ขนาดนี้ หน้ากากเล็กนิดเดียว จะมีประโยชน์เร้อ?"
หน้ากากผีอู๋ฉางเพิ่งจะสัมผัสกับแก้มของงูยักษ์ ก็เห็นติ่งเนื้อนับไม่ถ้วนปลิวว่อน มุดเข้าไปในเกล็ดของงูยักษ์
ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างของหยวนชีก็บิดเบี้ยว หมอบราบอยู่กับพื้น นึกไม่ถึงว่าจะค่อยๆ งอกแขนขาออกมา กลายเป็นมนุษย์ประหลาดหน้างู!
"เอ๋! ข้าก็กลายเป็นอู๋ฉางแล้ว!" หยวนชีร้องลั่นด้วยความตกใจ
อู๋ฉางปลอมตนหนึ่งลอยอยู่เหนือพื้นดิน พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นด้านซ้ายก็มีอู๋ฉางตนหนึ่งตามมา อู๋ฉางปลอมตนนั้นถอนหายใจโล่งอก กระซิบว่า "ศิษย์พี่ ท่านก็รอดชีวิตหนีออกมาได้เหมือนกันหรือ? เมื่อกี้ทำเอาตกใจแทบแย่... เอ๊ะ? เสียงระฆังมาจากไหน?"
ด้านขวาของเขาก็มีอู๋ฉางอีกตนลอยมา ด้านหลังอู๋ฉางตนนั้นมีระฆังใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ตามมาไม่ไกลนัก
เขาหันขวับไปมอง ด้านหลังยังมีอู๋ฉางอีกตน รูปร่างค่อนข้างสูง
และด้านหลังอู๋ฉางตนนั้น ยังมีอู๋ฉางหน้างูอีกตน ร่างกายใหญ่โตมาก ยาวถึงยี่สิบกว่าจั้ง แต่กลับไม่ยืนขึ้น เอาแต่ขดตัวเลื้อยคลานไปตามพื้นดินราวกับงู
ผิวหน้าของอู๋ฉางปลอมตนนั้นกระตุกอย่างรุนแรง ถูกอู๋ฉางสองตนขนาบซ้ายขวาไว้ตรงกลาง ตัวสั่นงันงก
"ถ้าไม่อยากตาย ก็พาพวกเราออกไปจากที่นี่!" เสียงเยือกเย็นชวนขนลุกดังขึ้นข้างหูเขา
อู๋ฉางปลอมตนนั้นพยักหน้ารัวๆ ราวกับไก่จิกข้าวสาร







