(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 230
บทที่ 230 ค่าเทอมปีละห้าแสน เกินกว่าที่ชาวเน็ตจะจินตนาการได้
"คนพวกนี้ล้วนเคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมปล่อยสัตว์ เหตุผลในการปล่อยสัตว์ของพวกเขาก็แปลกประหลาดร้อยแปดพันเก้า" เฉินหยูพูดเรียบๆ
"บางคนอยากรวยข้ามคืนด้วยการสะสมบุญ"
"คิดว่าเงินที่จ่ายไปตอนนี้คือการลงทุน แล้ววันข้างหน้าจะได้คืนกลับมาเป็นพันเท่าหมื่นเท่า"
"บางคนก็อยากได้เลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือน"
"บางคนพยายามจะเป็นเน็ตไอดอล"
"สรุปก็คือ คนที่ซื้อสัตว์มาปล่อยพวกนี้ แต่ละคนต่างก็มีจุดประสงค์แอบแฝงกันทั้งนั้น"
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ การปล่อยสัตว์ค่อยๆ กลายเป็นสูตรสำเร็จในการเรียกยอดวิว
บางคนอยากกอบโกยผลประโยชน์ ถึงได้ตาม 'ฉือหางผู่ตู้' มาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้
ชาวเน็ตต่างพากันตระหนักรู้
ขอแค่เป็นกระแส มีประเด็นให้พูดถึงมากพอ ก็สามารถดึงดูดผู้คนได้มหาศาล
"อย่าตีกันเลย"
เฉินหยูเอ่ยขึ้น "หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจะมาถึงแล้ว ถ้ายังตีกันต่อไป พวกคุณได้กลายเป็นฆาตกรแน่"
จนถึงตอนนี้ ในห้องไลฟ์มีชาวเน็ตมารวมตัวกันเกือบหกล้านคนแล้ว
ไม่เพียงแค่อาสาสมัครเหล่านี้จะได้รู้ธาตุแท้ของฉือหางผู่ตู้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังรีบรุดมาที่นี่เช่นกัน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำลังมาไม่ได้มีแค่แห่งเดียว
ทั้งกรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และกรมชลประทาน
เกือบหนึ่งในสามของหน่วยงานในท้องที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่
ฉือหางผู่ตู้นำผู้คนปล่อยสัตว์มาแล้วหลายสิบครั้ง ทำลายทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดิน และทรัพยากรป่าไม้อย่างร้ายแรง
เมื่อเทียบกับข้อหาเหล่านี้ การฉ้อโกงหลอกลวงเอาเงินของฉือหางผู่ตู้กลับดูไม่สำคัญเท่าไหร่เลย
พี่หวังมองฉือหางผู่ตู้ที่กำลังรวยริน ก่อนจะพูดด้วยความหวาดหวั่นว่า "หมอเฉิน พวกเราล้วนเป็นเหยื่อที่ถูกหลอก ที่ตีเขาไปก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงไม่จับพวกเราหรอกใช่ไหม?"
ระหว่างทาง อาสาสมัครวัยรุ่นบางคนที่เคยดูไลฟ์ของเฉินหยู ได้บอกตัวตนของเฉินหยูให้ทุกคนรู้
สรุปในประโยคเดียวก็คือ เฉินหยูรู้ทุกเรื่อง
"แน่นอนว่าคงไม่... ไม่จับพวกคุณหรอก"
เฉินหยูลากเสียงยาว
"ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย พวกคุณรุมตีเขาจนเหลือแค่ลมหายใจรวยริน เกือบจะได้ไปรายงานตัวที่ยมโลกอยู่แล้ว"
"ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการทำร้ายร่างกาย แน่นอนว่าไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก"
"โทษจำคุกนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมพวกคุณทุกคนยังต้องรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยก้อนโตอีกด้วย"
"ยังต้องชดเชยอีกเหรอ?!"
อาสาสมัครคนหนึ่งบ่นอุบอิบอย่างไม่ยอมรับ "ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมพวกเราต้องจ่ายค่าชดเชยให้ไอ้คนลวงโลกนี่ด้วย?"
เฉินหยูแค่นหัวเราะ "สิ่งที่คุณต้องชดเชยไม่ใช่คนลวงโลก แต่เป็นระบบนิเวศที่คุณทำลายต่างหาก"
"การปล่อยปลาอัลลิเกเตอร์การ์สามตัว ทำให้ทางผู้ดูแลสวนสาธารณะต้องสูบน้ำออกจากทะเลสาบจนแห้ง ทั้งกำลังคนและทรัพยากรที่ต้องใช้ ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น"
"แล้วก็งูกะปะที่พวกคุณปล่อยไปนั่นอีก มันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสวนพฤกษศาสตร์อย่างมหาศาล แถมยังมีนักท่องเที่ยวผู้บริสุทธิ์นับสิบคนถูกงูกะปะฉกด้วย"
"นี่พวกคุณไม่ควรชดเชยงั้นเหรอ?"
"เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน ฉือหางผู่ตู้พาพวกคุณไปซื้อปลาช่อนหลายสิบตัว"
"พวกคุณเอาปลาช่อนไปปล่อยในอ่างเก็บน้ำ จนทำให้ในอ่างเก็บน้ำมีปลาช่อนระบาด"
"ก่อนหน้านี้ พวกคุณก็เคยเอาปลาซัคเกอร์หลายสิบตัวไปโยนลงในบ่อปลาส่วนตัวของคนอื่น"
"ลูกปลาในบ่อตกเป็นอาหารของปลาซัคเกอร์จนหมดเกลี้ยง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงหลายแสนหยวน"
"ตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกคุณต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแล้ว"
"วี้หว่อ วี้หว่อ..."
ระหว่างที่พูด ด้านนอกก็มีเสียงไซเรนตำรวจดังขึ้นระงม
เจ้าหน้าที่จำนวนมากในชุดเครื่องแบบต่างสไตล์เดินเข้ามา
การบังคับใช้กฎหมายร่วมกันเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทุกคนในบ้าน ในข้อหาต้องสงสัยว่าจงใจทำร้ายร่างกาย ทำลายระบบนิเวศ และข้อหาอื่นๆ
ชายอ้วนและคนขับรถวัยกลางคนที่สมรู้ร่วมคิดกับฉือหางผู่ตู้ก็ถูกควบคุมตัวไปด้วยเช่นกัน
"หมอเฉิน ขอบคุณที่ช่วยให้ฉันได้เห็นความเป็นจริง ฉันจะทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้งถึงสิ่งที่เคยทำลงไป"
ก่อนที่จะถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจ อาฮุ่ยได้กล่าวขอบคุณเฉินหยูและชาวเน็ตอย่างจริงใจ
การวิดีโอคอลสิ้นสุดลง ชาวเน็ตต่างพากันชื่นมื่น ดีใจราวกับเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่
อาฮุ่ยตาสว่างแล้วก็จริง แต่สุดท้ายเธอก็เคยมีส่วนร่วมในการกระทำผิดกฎหมายด้วยการปล่อยสัตว์มาหลายครั้ง
ชาวเน็ตหลายคนลองค้นหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การนำเข้า ปล่อย หรือทิ้งสายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานอย่างผิดกฎหมาย
หากมีพฤติการณ์ร้ายแรง จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือกักขัง
อาฮุ่ยมีส่วนร่วมในการปล่อยสัตว์เหล่านี้ การถูกลงโทษจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ชั่วพริบตา โชคชะตาและพลังบุญอันมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเฉินหยู
เฉินหยูลูบจมูกอย่างภูมิใจ นี่แหละถึงจะเป็นวิธีสะสมบุญที่ถูกต้องที่สุด
พวกที่อยากได้บุญด้วยการทำร้ายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองน่ะ ไปอาบน้ำนอนซะเถอะ
"ขอเชิญคนไข้คนที่สามวิดีโอคอลเข้ามาครับ"
เมื่อคอมเมนต์ในห้องไลฟ์ลดลงเล็กน้อย เฉินหยูก็เชิญชาวเน็ตคนที่สามที่รอคอยมานานให้วิดีโอคอลเข้ามา
ชาวเน็ตหญิงที่ใช้ชื่อว่า 'สู้แล้วชีวิตถึงจะดี' ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอห้องไลฟ์
ชาวเน็ตหญิงคนนี้อายุประมาณสามสิบกว่าๆ แต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่สไตล์หญิงที่แต่งงานแล้ว
ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย ราวกับมีความในใจที่บอกใครไม่ได้
เฉินหยูมองดูหว่างคิ้วของสู้แล้วชีวิตถึงจะดี แล้วพูดว่า "คนไข้ท่านนี้ คุณมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"
สู้แล้วชีวิตถึงจะดีเม้มริมฝีปาก ราวกับกำลังให้กำลังใจตัวเอง
วินาทีต่อมา สู้แล้วชีวิตถึงจะดีก็เอ่ยปากพูด "หมอเฉิน ฉันต้องการหาเงินสี่แสนหยวนให้ได้ภายในหนึ่งเดือนครึ่ง คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะว่าควรจะหาเงินก้อนนี้ด้วยวิธีไหน?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คอมเมนต์ในห้องไลฟ์ก็ไหลทะลัก
สู้แล้วชีวิตถึงจะดีรสนิยมการแต่งตัวไม่เลว ดูท่าทางไม่น่าจะใช่คนขัดสนเรื่องเงิน
แต่ทำไมพอเปิดปาก ก็ขอให้เฉินหยูชี้ช่องทางรวยให้ซะงั้น?
แถมยังเจาะจงอีกว่าต้องการหาเงินสี่แสนให้ได้ภายในหนึ่งเดือนครึ่ง
หรือว่าติดหนี้นอกระบบหรือหนี้พนัน?
หรือไม่ก็มีคนในบ้านป่วย
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ชาวเน็ตส่วนหนึ่งก็สังเกตเห็นผ่านหน้าจอว่า การตกแต่งบ้านของสู้แล้วชีวิตถึงจะดีนั้นไม่เลวเลย
พื้นที่ก็ไม่เล็กด้วย
ถึงจะไม่ใช่คนรวย แต่ก็ต้องเป็นครอบครัวฐานะปานกลางแน่นอน
"ทุกคนอย่าพูดซี้ซั้วสิคะ ฉันไม่ได้เล่นการพนัน แล้วก็ไม่ได้ติดหนี้นอกระบบอะไรด้วย"
"ฉัน... ฉันจะเอาไปจ่ายค่าเทอมลูกสาวน่ะค่ะ"
เมื่อเห็นชาวเน็ตจินตนาการคาดเดากันไปไกล สู้แล้วชีวิตถึงจะดีก็รีบอธิบายแก้ต่างให้ตัวเองทันที
อีกหนึ่งเดือนครึ่ง ลูกสาวของเธอก็จะขึ้นชั้นประถมหนึ่งแล้ว
ค่าเทอมห้าแสนหยวนที่เตรียมไว้ให้ลูก เมื่อเร็วๆ นี้ถูกเธอใช้ไปเกือบสี่แสนแล้ว
ถ้าหาเงินก้อนนี้มาโปะไม่ทันก่อนเปิดเทอม สามีอาจจะขอหย่ากับเธอก็ได้
"พี่สาวครับ พี่แน่ใจนะว่าลูกพี่จะเข้าเรียนชั้นประถม ไม่ใช่มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ?"
"ค่าเทอมปีละห้าแสน หลอกกันเล่นปะเนี่ย??"
"โรงเรียนประถมลูกคุณหนูก็ไม่น่าจะแพงขนาดนี้นะ?"
"โรงเรียนลูกคุณหนูของจริงมันเกินกว่าที่พวกนายจะจินตนาการได้ ลูกชายเจ้านายฉันเรียนมัธยมต้นนานาชาติในประเทศ ค่าเทอมสามล้าน ในตารางเรียนมัธยมต้นมีกอล์ฟกับขี่ม้าด้วย เชื่อไหมล่ะ?"
"ฉันที่ค่าเทอมมัธยมต้นสามปีแสนเดียว ถึงกับสั่นงันงกเลย"
"ได้เห็นความต่างของจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงเลย"
"ที่แท้ในนิยายก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น แค่ความจนมันจำกัดจินตนาการของฉันเอง"
"เฮ้อ ช่องว่างระหว่างชนชั้นที่ไม่มีวันข้ามผ่านได้เลยจริงๆ"
เมื่อแน่ใจแล้วว่ามีโรงเรียนประถมที่ค่าเทอมปีละห้าแสนอยู่จริง แถมโรงเรียนระดับท็อปที่เก็บค่าเล่าเรียนแพงหูฉี่แบบนี้ยังมีอีกเพียบ
ชาวเน็ตก็รู้สึกเหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่







