นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่กุ้ยฟันทองรู้สึกตกตะลึงจนปลอกบุหรี่หยกที่คาบไว้แทบร่วง
เขาโลดแล่นในยุทธจักรมานาน พบเจอคนมามากมาย ทั้งคนดุร้าย คนอำมหิต หรือคนบ้าก็เจอมาไม่น้อย แต่ไม่เคยเจอใครบ้าบิ่นเท่าตู้หย่งเซี่ยวมาก่อน
เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย จู่ๆ ก็ของขึ้น ยิงพี่หู่ตายคาที่ด้วยกระสุนนัดเดียว
เมื่อได้กลิ่นเหล้าคลุ้งทั่วตัวตู้หย่งเซี่ยว มองดูดวงตาแดงก่ำและท่าทางบิดคออย่างดุร้ายของอีกฝ่าย กุ้ยฟันทองก็พ่นคำพูดออกมาประโยคหนึ่ง "ไอ้บ้า!"
ตู้หย่งเซี่ยวบ้าไปแล้วจริงๆ
ตอนที่พี่หู่ดึงดันจะฆ่าครอบครัวของเขาให้ได้ ตู้หย่งเซี่ยวก็มีความคิดที่จะเป่ากระบาลอีกฝ่ายทิ้งแล้ว
นี่มันยุคสมัยไหนกัน?
ใจไม่อำมหิต
ก็ยืนหยัดไม่ได้!
การตัดรากถอนโคนเพื่อไม่ให้มีภัยตามมาภายหลังถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ ตู้หย่งเซี่ยวก็รู้ดีว่ามีเพียงการเก็บพี่หู่จริงๆ เท่านั้น ถึงจะข่มขวัญจิ้งจอกเฒ่าผู้เจนจัดอย่างกุ้ยฟันทองได้
ยุทธจักรคืออะไร?
คุณธรรม? กฎระเบียบ? เส้นสายมารยาทสังคม?
ไร้สาระ!
ยุทธจักรคือความแข็งแกร่ง คือปืน! คือเอ็งตายข้ารอด!
การอาละวาดกะทันหันของตู้หย่งเซี่ยวทำให้ทุกคนกลัวจนตัวสั่น รวมถึงเหวินหัวโตด้วย
เหวินหัวโตนึกไม่ถึงเลยว่าตู้หย่งเซี่ยวจะกล้ายิงคนจริงๆ ชั่วขณะนั้นเขาถึงกับมึนงงราวกับไม่รู้จักตู้หย่งเซี่ยวมาก่อน ได้แต่มองศพบนพื้นอย่างโง่งม จากนั้นกระเพาะอาหารก็ปั่นป่วน
พวกนักพนันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของผู้หญิงดังขึ้น "กรี๊ด !"
ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
คนที่ควรหนีก็หนี!
คนที่ควรหลบก็หลบ!
ตอนนี้พวกเขาไม่มีกะจิตกะใจจะดูเรื่องสนุกบนความทุกข์ของคนอื่นอีกแล้ว มีคนตาย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว แถมยังเป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วย
อย่างไรเสียกุ้ยฟันทองก็เป็นถึงลูกพี่ใหญ่ หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ก็หันมองตู้หย่งเซี่ยวโดยไม่เกรงกลัวปืนตรงหน้าแม้แต่น้อย
"นายชื่ออะไร?" เป็นครั้งแรกที่กุ้ยฟันทองพูดกับตู้หย่งเซี่ยวอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ต่อให้ตู้หย่งเซี่ยวจะสวมเครื่องแบบตำรวจก็ไม่มีคุณสมบัติพอ
"ตู้หย่งเซี่ยว"
"ตู้หย่งเซี่ยวเหรอ? แน่มาก กล้าเก็บลูกน้องฉันต่อหน้าต่อตา นายเป็นคนแรกเลยนะ"
"ชมเกินไปแล้ว! ไม่แน่ว่าแกอาจจะเป็นคนที่สองก็ได้"
"งั้นเหรอ?" กุ้ยฟันทองก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
"ลูกพี่!" ลูกน้องสิบแปดคนลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น
"พวกแกไม่ต้องเข้ามา แค่เตรียมอาวุธไว้ให้พร้อม เดี๋ยวช่วยฉันสับไอ้เวรนี่ให้เละเป็นโจ๊ก! อ้อ แล้วก็ครอบครัวมัน อย่าปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว!" กุ้ยฟันทองคาบปลอกบุหรี่ไว้ในปาก จ้องเขม็งไปที่ตู้หย่งเซี่ยวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "เป็นไงล่ะไอ้หนู ยิงสิวะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวมองดูกุ้ยฟันทองที่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว พลางร้องชมในใจว่าร้ายกาจ ไม่แปลกใจเลยที่สามารถคุมสาขาย่อยของอี้ฉวินได้ ไม่แปลกใจที่สามารถกร่างอยู่บนถนนนาธานได้ แค่ความกล้าหาญนี้ก็เหนือกว่าคนอื่นไปขั้นหนึ่งแล้ว เมื่อเทียบกับหลวงจีนดอกไม้แห่งแก๊งฝูซิงที่ได้ฉายาว่า "คนดุร้ายอันดับหนึ่ง" แห่งถนนพอร์ตแลนด์ก่อนหน้านี้ รายนั้นกลับดูขี้ขลาดไปถนัดตา
"มันแย่งปืน ทำร้ายตำรวจ ตอนนี้ทุกคนเป็นพยานให้ฉันได้ ฉันยิงมันทิ้งก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาจ้องตรงไปที่กุ้ยฟันทอง "ส่วนแก "
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวไปข้างหน้า ห่างจากกุ้ยฟันทองเพียงก้าวเดียว "อยากลงไปหาลูกน้องแกนัก ฉันจะสงเคราะห์ให้!"
กุ้ยฟันทองหัวเราะ คาบปลอกบุหรี่พลางพ่นควันอัดหน้าตู้หย่งเซี่ยว "ปืนนายหนึ่งกระบอก มีกระสุนหกนัด เมื่อกี้ยิงไปแล้วนัดนึง เหลือห้านัด กระสุนห้านัดจะทำอะไรได้วะ?"
สิ้นเสียงก็มีลูกน้องคนหนึ่งยืนกรานออกมาและตะคอกใส่ตู้หย่งเซี่ยว "ยิงกูสิ! กูยอมตายเพื่อลูกพี่ใหญ่!"
ข้อมือตู้หย่งเซี่ยวทรุดลงเล็กน้อย ปากกระบอกปืนยังคงชี้ไปที่กุ้ยฟันทอง
เขาไม่มีทางบอกกุ้ยฟันทองหรอกว่า ความจริงแล้วปืนเขามีกระสุนเหลือแค่สี่นัด
มีลูกน้องก้าวออกมาอีก "ยิงกูก่อน!"
"ยังมีกูอีกคน!"
ชั่วพริบตา ชายฉกรรจ์ทั้งสิบแปดคนก็ยืนกรานออกมา คอยคุ้มกันซ้ายขวาของกุ้ยฟันทอง
ชั่วขณะนั้น
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว
กุ้ยฟันทองเห็นตู้หย่งเซี่ยวยังคงสงบนิ่งไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ว่าใจเด็ดดี
"เห็นไหม? มีคนยอมตายเพื่อฉันตั้งมากมาย นายจะฆ่าได้สักกี่คน?" กุ้ยฟันทองสูบบุหรี่อย่างได้ใจก่อนจะพ่นควันออกมาช้าๆ "นายมีปืนกระบอกเดียว ก็คิดว่าจะขู่ฉันได้ เห็นฉันเป็นตัวอะไร? เด็กสามขวบหรือไอ้ปัญญาอ่อน? ไอ้เวรเอ๊ย!"
เมื่อเผชิญหน้ากับกุ้ยฟันทองที่ท่าทางกำเริบเสิบสาน ตู้หย่งเซี่ยวกลับหัวเราะ
"หัวเราะอะไรวะ ไอ้เวร?"
"แกรู้ตัวไหมว่าแกน่ารำคาญมาก" ตู้หย่งเซี่ยวชี้ปืนไปที่กุ้ยฟันทอง "โดยเฉพาะกลิ่นเต่าบนตัวแก ฉันเกลียดมันชะมัด โคตรเหม็นเลย!"
"แก "
กุ้ยฟันทองถือสาที่สุดเวลาคนอื่นพูดว่าเขามีกลิ่นเต่า พอขยับเท้าเตรียมจะก้าวไปก็ชะงัก "เจ้าเล่ห์นักนะ แกอยากยั่วโมโหฉันเพื่อหาข้ออ้างยิงงั้นสิ? ไอ้เวรเอ๊ย!"
ตู้หย่งเซี่ยวพูดต่อ "อีกอย่าง ฟันทองซี่ใหญ่ๆ ของแกก็น่ารำคาญเหมือนกัน เหมือนเพิ่งกินขี้มา เลอะเต็มปากไปหมด!"
ต่อให้กุ้ยฟันทองจะอารมณ์ดีแค่ไหนก็ทนไม่ไหว "เด็กๆ ฟันมันให้ตาย!" กุ้ยฟันทองเกิดจิตสังหารขึ้นมาแล้ว ตะคอกสั่งเสียงดุดัน
ชายฉกรรจ์สิบแปดคนนั้นได้ยินดังนั้นก็เงื้อมีดดาบเตรียมพุ่งเข้าใส่!
ตู้หย่งเซี่ยวมีปืนแค่กระบอกเดียว ต่อให้เขาจะยิงกุ้ยฟันทอง ลูกน้องอย่างพวกเขาก็ช่วยรับกระสุนแทนลูกพี่ได้
ปืนหนึ่งกระบอก มีกระสุนหกนัด
ยิงไปแล้วหนึ่งนัด
เหลืออีกห้านัด!
กระสุนห้านัด
หลอกผีหรือไง?
ดูเหมือนการต่อสู้จวนเจียนจะระเบิดขึ้น
ทันใดนั้นก็มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังสนั่นมาจากข้างนอก!
ตามมาด้วยความอึกทึกครึกโครม
กลับเป็นเสียงไซเรนรถดับเพลิงที่ดัง "หวอๆ" ไม่หยุด!
ตำรวจกับหน่วยดับเพลิงมาได้ยังไง?
มองออกไปข้างนอกก็เห็นผู้คนเนืองแน่น
รถดับเพลิงสี่คันกับรถบรรทุกตำรวจอีกสามคันปิดล้อมทางเข้าคาสิโนเอาไว้จนแน่นขนัด
คนว่างงานหลายคนก็มามุงดูเรื่องสนุก ชั่วขณะนั้นจึงวุ่นวายไปหมด
ภายในห้อง
กุ้ยฟันทองตวาดลูกน้องทันที "หยุด!"
ชายฉกรรจ์สิบแปดคนรีบเบรกกะทันหัน มีดดาบที่เงื้อขึ้นสูงยังไม่ทันได้ฟาดลงมา ก็เห็นประตูบานใหญ่ของคาสิโนถูกกระแทกเปิดออก
"ยกมือขึ้น ทุกคนห้ามขยับ!" นายตำรวจสายตรวจนายหนึ่งนำตำรวจในเครื่องแบบสามสิบคนบุกเข้ามาในห้อง อาวุธปืนพร้อมรบ เล็งเป้าไปที่คนในห้อง โดยเฉพาะชายฉกรรจ์ท่าทางดุร้ายสิบแปดคนที่กำลังชูมีดดาบเล่มใหญ่
"บ้าอะไรวะ ไฟไหม้ตรงไหนเนี่ย?" สิ้นเสียงพูด นายตำรวจดับเพลิงอีิกนายก็ถือหมวกพัดระบายความร้อนเดินเข้ามาท่ามกลางวงล้อมของคน "เอ๊ะ เฉวียนโพธิสัตว์ นายมาได้ไงเนี่ย? ไม่ไปช่วยคน แต่กลับมาแย่งงานดับเพลิงของฉันซะงั้น?"
ตำรวจสายตรวจที่ได้ฉายาว่า "เฉวียนโพธิสัตว์" บุ้ยปาก "แย่งบ้าอะไรของนาย จิ่วปากกว้าง! ไฟไหม้น่ะไม่มีหรอก แต่เรื่องยิงกันน่ะมีแน่ เหมือนจะมีคนตายด้วยคนนึง "
ตอนนี้นายตำรวจดับเพลิงเจ้าของฉายา "จิ่วปากกว้าง" ก็เห็นพี่หู่นอนอยู่บนพื้นเช่นกัน เขาพูดอย่างชาชินว่า "ตายโหงไปอีกศพเหรอ? ดูท่าทางจะตายตาหลับนะ ประหยัดค่ารถพยาบาลไปได้เลย!"
เฉวียนโพธิสัตว์กรอกตา "นายมีมโนธรรมบ้างไหม? ตอนนี้มีคนตายนะ! ถึงจะไม่เกี่ยวกับงานดับเพลิงของนาย แต่ฉันเป็นสายตรวจ ยังไงก็ต้องเขียนรายงานโว้ย!"
จิ่วปากกว้างยักไหล่ จากนั้นก็หันมองตู้หย่งเซี่ยวที่กำลังจ่อปืนไปที่กุ้ยฟันทอง แล้วหันไปมองเหวินหัวโตที่หน้าซีดเผือดตัวแข็งทื่อ ถามขึ้นว่า "ใครเป็นคนยิง?"
"ฉันเอง !" ตู้หย่งเซี่ยวไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไปมอง "ฉันเป็นลูกน้องของนายท่านเหยียน เหยียนสยง สารวัตรเกาลูนตะวันตก"
"ฉันว่าแล้วเชียวว่าเป็นนาย คนหล่อยิงปืน ถ้าไม่ทำผู้หญิงท้องโต ก็ต้องทำคนตายล่ะวะ!" จิ่วปากกว้างพูดพลางหันไปบอกเฉวียนโพธิสัตว์ "ถามให้แล้วนะ พ่อหนุ่มรูปหล่อนั่นเป็นคนยิง เขาเป็นคนของเหยียนสยง!"
เฉวียนโพธิสัตว์กรอกตาอีกรอบ "ไอ้เวร ฉันมีหูเว้ย! ใครก็ได้ รีบไปเรียกเหยียนสยงมาเร็วเข้า!"
เรื่องรวยคุยง่าย
ยามลำบากไม่ต้องพูดถึง
เรื่องเน่าเฟะแบบนี้
ไม่มีใครอยากตามเช็ดตามล้างหรอก!







