กู้สิงย่อมไม่รู้เลยว่าทางฝั่งกงซุนเหยียนกับเฉินจื่ออวี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ฝั่งเขาเองหลังจากส่งเนื้อเพลงภาษากวางตุ้งไปได้ไม่นาน ก็ได้รับข้อความตอบกลับจากอีกฝ่ายว่า: 【เนื้อเพลงดีมากครับ ทำงานร่วมกันได้นะ เรื่องค่าลิขสิทธิ์จะให้ตามเรทสูงสุดของวงการสำหรับนักแต่งเนื้อเพลงเลย หนึ่งล้านเป็นไง?】
ซื้อขาดลิขสิทธิ์ หนึ่งล้าน?
กู้สิงไม่คิดเลยว่ากงซุนเหยียนจะใจปล้ำขนาดนี้ แม้แต่นักแต่งเนื้อเพลงระดับท็อปสุดในวงการ ก็ได้สูงสุดแค่ประมาณหนึ่งล้านต่อหนึ่งเพลงเท่านั้นเอง ส่วนตัวเขาซึ่งยังเป็นหน้าใหม่ ต่อให้ทางนั้นจะสุ่มตั้งราคาแบบซื้อขาดแค่ไม่กี่หมื่นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมเนียมของวงการอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องแบ่งส่วนแบ่งรายได้เพลง?
เรื่องแบบนั้นไม่ต้องไปหวังเลย โครงกระดูกของเพลงนี้ มาจากเพลง 《ความรักเปลี่ยนผ่าน》 ของหลินโม่ กงซุนเหยียนเป็นผู้สืบทอดที่ถูกต้องตามสายตรง ให้เขามาเป็นคนร้องเวอร์ชันภาษากวางตุ้ง นี่ถือว่า “ชอบธรรมที่สุด” และเป็นการคารวะต่อผลงานต้นฉบับที่ดีที่สุดแล้ว ภายใต้เงื่อนไขพิเศษแบบนี้ การขายขาดลิขสิทธิ์ก็เป็นรูปแบบความร่วมมือที่ชัดเจนและบริสุทธิ์ที่สุด
สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาคาราคาซังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ทุกอย่าง
ทั้งกู้สิงและกงซุนเหยียนต่างก็ต้องให้เกียรติสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ “หลินโม่” ข้อนี้
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่กู้สิงยังขาดอยู่ในตอนนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่ “รายได้ระยะยาวจากเพลงสักเพลงหนึ่ง” เลยสักนิด ตัวเขาเองสามารถปล่อยผลงานต้นฉบับออกมาได้เรื่อยๆ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวอยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนต้องง้อส่วนแบ่งจากเพลงนี้ เมื่อเทียบกันแล้ว การเร่งสะสม ทุน ชื่อเสียง และแม้แต่เส้นสายความสัมพันธ์ ให้รวดเร็วที่สุด ต่างหากที่เป็นประโยชน์กับตัวเขามากกว่า
รู้อย่างนี้ว่ากงซุนเหยียนกล้าจ่ายค่าลิขสิทธิ์หนักมือขนาดนี้ น่าจะทักไปหาเขาตั้งนานแล้ว
กู้สิงคิดแบบนั้นพลางพิมพ์ตอบกลับไปหากงซุนเหยียน โดยเริ่มจากการขอบคุณอย่างเป็นทางการอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ตอบตกลงรับข้อเสนอซื้อขาดลิขสิทธิ์หนึ่งล้านอย่างเด็ดขาดทันที
เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญคือการที่กู้สิงได้สร้างความร่วมมือกับกงซุนเหยียนต่างหาก พอเพลง 《ใต้ภูเขาฟูจิ》 เวอร์ชันนี้ปล่อยออกไป เวยป๋อของเขาต้องได้อานิสงส์ยอดผู้ติดตามพุ่งขึ้นครั้งใหญ่แน่นอน ในเมื่อนี่คืออิทธิพลของราชาเพลงระดับท็อปของซีโจว ตัวเลขผู้ติดตามในเวยป๋อของอีกฝ่ายน่ะ นับ “ร้อยล้าน” กันเป็นหน่วยเลยทีเดียว
กู้สิงคิดพลางจินตนาการไป
จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ซุนหมิงหล่างโทรเข้ามา เสียงตื่นเต้นสุดๆ “มีข่าวดี! เฉินจื่ออวี้อยากซื้อสิทธิ์เนื้อเพลงของเธอ!”
“เฉินจื่ออวี้?”
“ใช่ ไม่รู้ว่าเฉินจื่ออวี้รู้เรื่องนี้มาจากที่ไหนว่าเธอเขียนเนื้อเพลงชื่อ 《ใต้ภูเขาฟูจิ》 ผู้ช่วยของเขาติดต่อฉันมาบอกว่า สนใจจะซื้อเนื้อเพลงนี้ไป”
กู้สิงถึงกับพูดไม่ออก
ดูท่าว่าตอนที่กงซุนเหยียนได้รับเนื้อเพลงนั้น เฉินจื่ออวี้ก็คงอยู่ข้างๆ ด้วย นักร้องราชวงศ์กลุ่มนี้ เบื้องหลังเป็นคนยังไงกู้สิงรู้ดีอยู่เต็มอก
“เธอก็บอกเขาไปว่า……”
กู้สิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ก็บอกไปว่า 《ใต้ภูเขาฟูจิ》 ถูกอาจารย์กงซุนเหยียนซื้อขาดไปแล้ว ในราคาหนึ่งล้าน”
“เท่าไหร่นะ!?”
เสียงของซุนหมิงหล่างแหลมขึ้นมาทันที
กู้สิงหัวเราะ “อันนั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ 《ใต้ภูเขาฟูจิ》 ถูกซื้อไปเรียบร้อยแล้วต่างหาก เดี๋ยวพอฉันมีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ค่อยร่วมงานกับอาจารย์จื่ออวี้ก็ได้”
กงซุนเหยียนเป็นราชาเพลง เฉินจื่ออวี้ก็เป็นราชาเพลง จะร่วมงานกับใครก็ได้ทั้งนั้น
เพียงแต่ว่ากู้สิงเพิ่งคุยงานกับกงซุนเหยียนลงตัวไปหมาดๆ ฝั่งเฉินจื่ออวี้ก็ขอพักไว้ก่อนละกัน ยังไงในอนาคตก็ต้องมีโอกาสได้ร่วมงานกันอยู่แล้วแน่นอน
“เธอกับอาจารย์กงซุนเหยียน เพิ่งแอดเป็นเพื่อนกันแป๊บเดียว ก็เจรจาร่วมงานกันลงตัวแล้วเหรอ!?”
“อืม ก็ไม่ได้ถือเป็นงานใหญ่โตอะไรหรอก คล้ายๆ กับเพลง 《วันนี้ของปีหน้า》 นั่นแหละ แค่เขียนเนื้อเพลงภาษากวางตุ้งให้อีกหนึ่งเพลงเท่านั้นเอง”
“แค่เนี่ย!?”
น้ำเสียงของซุนหมิงหล่างเต็มไปด้วยความตะลึง ว่าแท้จริงแล้วเธอไปรับดูแลตัวประหลาดอะไรกันแน่ ทำไมรู้สึกว่าคนคนนี้เหมือนจะสะดวกจนสามารถจับมือร่วมงานกับราชาเพลงอย่างกงซุนเหยียนได้ง่ายๆ แบบนี้ แถมยังมีเฉินจื่ออวี้อีกคนที่เป็นฝ่ายวิ่งเข้ามาขอร่วมงานเอง……
ต้องเข้าใจก่อนว่า
ตอนแรกที่ซุนหมิงหล่างยอมรับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของกู้สิง จริงๆ แล้วก็เพราะได้รับคำขอร้องจากลั่วหนิงเป็นหลัก ประกอบกับอีกหนึ่งศิลปินใต้สังกัดของเธออย่างเฉินหลิงซูช่วยพูดเสริมอีกสองสามคำ ทำให้เธอใจอ่อนเลยตอบตกลง
ตอนนั้นกู้สิงยังไม่ทันได้ล้างภาพลักษณ์เลยด้วยซ้ำ
เพราะอย่างนั้น ช่วงที่ซุนหมิงหล่างเพิ่งรับหน้าที่เป็นผู้จัดการให้กู้สิงใหม่ๆ เธอต้องแบกรับความเสี่ยงทางอาชีพอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ไม่คิดเลยว่า หลังจากตัวเองเริ่มเป็นผู้จัดการให้เขาได้ไม่นาน สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง กู้สิงไม่เพียงแค่ล้างภาพลักษณ์ได้แบบความเร็วแสงเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่งอีกด้วย
พรสวรรค์!
“กู้สิง”
ซุนหมิงหล่างอดถอนหายใจไม่ได้ พูดขึ้นมาว่า “จริงๆ แล้วเธอยังซ่อนเซอร์ไพรส์อะไรที่ฉันยังไม่รู้ไว้อีกกี่อย่างกันแน่?”
กู้สิงยิ้มบางๆ
ซุนหมิงหล่างพูดต่อ “แล้วยังมีข่าวดีอีกอย่างจะบอกเธอด้วยนะ เรื่องละคร 《หมอผีไร้ใจ》 บทจางเสี่ยนจง ตกลงแล้วว่าเป็นของเธอแน่นอน!”
“เยี่ยมเลย”
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่กู้สิงก็ไม่ได้ตื่นเต้นเป็นพิเศษอะไร วันนั้นหลังจากแคสต์เสร็จ เขาก็รู้สึกอยู่แล้วว่าตัวเองน่าจะได้บทนี้แน่ๆ ยังไงตอนนั้นเขาก็เพิ่งอัปสกิลการแสดงของตัวเองขึ้นมา แล้วก็โชว์ให้ผู้กำกับกับโปรดิวเซอร์เห็นไปหนึ่งดอกเต็มๆ
“พรุ่งนี้ก็จะอัดเทปเทปที่หกแล้วนะ”
ซุนหมิงหล่างพึมพำ “รอให้เธอโดนลั่วหนิงคัดออกพรุ่งนี้ก่อน แล้วค่อยเริ่มตั้งใจศึกษาบทละครเรื่องนี้ดีๆ ละกัน คิดซะว่าพวกเรา ‘เข้าเซ็ตถ่ายทำล่วงหน้า’ ไปก่อนแล้วกัน”
กู้สิง: ?
ตัวเจ้าตัวลั่วหนิงยังรู้สึกเองเลยว่ายังไม่แน่ว่าจะชนะ แต่ทำไมคนรอบตัว ไปจนถึงคนทั้งโลกถึงพากันเชื่อว่ากู้สิงจะแพ้ในแมตช์วันพรุ่งนี้แน่นอนอยู่แล้วล่ะ?
ตั้งแต่ร่วมงานกันครั้งแรก กู้สิงก็เริ่มปรับวิธีร้องของลั่วหนิงมาโดยตลอด
จนถึงครั้งที่ร้องเพลง 《ชอบเธอ》 กู้สิงถึงจะทำให้ลั่วหนิง “เจอเส้นทางของตัวเอง” อย่างสมบูรณ์
มองจากมุมนี้ กู้สิงยังรู้สึกเลยว่าตัวเองยังไงๆ ก็ถือเป็นกึ่งอาจารย์ของลั่วหนิงแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโดนศิษย์ตัวเองเขี่ยตกรอบนี่นา ดูท่าพรุ่งนี้ต้องพิสูจน์ให้หนักๆ หน่อยแล้ว……
แล้วก็เช่นนี้เอง
วันถัดมา
กู้สิงกับลั่วหนิง รวมทั้งเฉินหลิงซู ทั้งสามคนนั่งรถตู้ของซุนหมิงหล่างมาที่ฟิวเจอร์ฟิล์มซิตี้ เพื่อเข้าร่วมการอัดเทปเทปที่หกของรายการ 《ยุคซูเปอร์โนวา》
รายการนี้ทั้งหมดมีแปดเทป
ห้าเทปก่อนหน้านี้ ก็ช่วยบ่มเพาะฐานคนดูที่ภักดีจำนวนมากพอสมควร พอกู้สิงกับคนอื่นยังไม่ทันเดินเข้าไป ก็เห็นแล้วว่าหน้าทางเข้าฟิวเจอร์ฟิล์มซิตี้มีแฟนๆ มามุงกันหนาแน่น ยกป้ายเชียร์กันเต็มไปหมด
ในบรรดาป้ายเชียร์เหล่านี้ คนที่มีจำนวนมากที่สุดคือจีหยุนโจว รองลงมาคือลู่ซี
เมื่อเทียบกันแล้ว แฟนคลับของกู้สิงกับลั่วหนิง หรือแม้แต่เฉินหลิงชู กลับดูบางตาเป็นพิเศษ ในแง่ของวงการบันเทิงอย่างเคร่งครัด พวกเขาทั้งหมดยังถือว่าเป็นแค่ “ตัวเล็กๆ” อยู่เท่านั้นเอง
“กระแสก็คือกระแสล่ะนะ”
ซุนหมิงหล่างเห็นภาพนี้แล้วก็พูดอย่างรู้สึกขึ้นมาว่า “ต่อให้พวกเธอเคยชนะจีหยุนโจวหรือไม่ก็ลู่ซีบนเวทีแข่งขันมาแล้ว พอเดินออกมาดูอีกที คนพวกนั้นก็ยังคงเป็นท็อปสตาร์ที่ยืนอยู่สูงลิ่วอยู่ดี ยังไงวาไรตีก็คือวาไรตี ถ้าอยากให้ศิลปินไต่ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด ท้ายที่สุดแล้วก็ยังต้องดูที่ผลงานอยู่ดี เพราะงั้น กู้สิง……”
เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า “ต่อให้วันนี้เธอโดนคัดออกก็ไม่ต้องรู้สึกว่าแพ้หรอก แค่จากไม่กี่เพลงที่เธอร้องในรายการนี้ ยอดกดเก็บเข้าคลังก็ทะลุสิบล้านไปหมดแล้ว แบบนี้คุ้มกว่าคว้าแชมป์เสียอีกนะ เพราะเพลงพวกนี้เป็นผลงานที่ ‘เป็นของเธอจริงๆ’ เอาล่ะ พวกเธอเข้าไปกันได้แล้ว”
กู้สิงขี้เกียจเถียงกับซุนหมิงหล่าง ลงจากรถเป็นคนแรก
ลั่วหนิงกับเฉินหลิงชูเดินตามหลังกู้สิงเข้าไปในฟิวเจอร์ฟิล์มซิตี้
ตอนนี้บรรดานักร้องคนอื่นๆ ในโถงพักนักร้องก็มากันครบแล้ว ผู้กำกับเจิ้งจื๋อออกมาปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว จัดให้ทุกคนมาจับสลากลำดับการขึ้นแสดง
คู่แรก ลู่ซีกับจีหยุนโจว คีย์เวิร์ดคือ “เสียงสูง”
คู่ที่สอง เติ้งเหวินกับเฉินหลิงชู คีย์เวิร์ดคือ “งานแต่งงาน”
คู่ที่สาม ลั่วหนิงกับกู้สิง คีย์เวิร์ดคือ “คำโกหก”
หลังจับสลากเสร็จ เฉินหลิงชูก็หันมามองกู้สิงแวบหนึ่ง ยิ้มๆ แบบกึ่งล้อกึ่งจริงแล้วพูดว่า “โห คืนนี้อาจารย์กู้ได้เป็นโชว์ปิดเวทีเลยนะ รอชมอยู่เลยล่ะ”







