ริมท่าเรือ
คลื่นทะเลซัดกระแทกโขดหิน
ตู้หย่งซุ่นนั่งห้อยขาอยู่บนเขื่อนราวกับเด็กตัวโต เขาแกว่งขาไปมาอย่างไร้กังวล
ตู้หย่งเซี่ยวย่อตัวลงข้างเขา
"เจ้าทึ่ม ไข่ใบนี้พี่เอามาให้แกกินนั่นแหละ!" ตู้หย่งเซี่ยวหยิบไข่ต้มที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าออกมา แกะห่อแล้วยื่นให้น้องชาย
ตู้หย่งซุ่นยิ้มซื่อๆ "พี่กินเถอะ ผมไม่หิว" แต่ดวงตากลับจ้องไข่ไม่วาง ทั้งยังกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
"ไม่หิวกับผีน่ะสิ!" ตู้หย่งเซี่ยวลูบศีรษะเขา ก่อนปอกเปลือกไข่ด้วยตัวเองแล้วยัดใส่ปากตู้หย่งซุ่น "เอ้า กินให้หมดดีๆ!"
ตู้หย่งซุ่นจึงเริ่มกินไข่คำโต
ตู้หย่งเซี่ยวมองน้องชายพลางยิ้มถาม "ไข่อร่อยไหม?"
"อื้อ!" ตู้หย่งซุ่นพยักหน้า
"ต่อไปพี่จะซื้อไข่ให้แกเยอะๆ เลย แล้วก็ยังซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แกด้วย วางอยู่ที่บ้าน กลับไปแล้วลองใส่ดูนะ!"
ตู้หย่งซุ่นรีบส่ายหน้า ไข่ติดคอจนต้องทุบอก รอจนกลืนลงไปได้จึงพูดว่า "พี่ ผมไม่เอาเสื้อผ้า! พี่เก็บเงินไว้ใช้หนี้เถอะ!"
"เจ้าทึ่ม หนี้นั่นพี่ใช้คืนเอง!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางหยิบเงิน 300 หยวนยัดใส่กระเป๋าตู้หย่งซุ่น "เอ้า เงินนี่ก็ให้แก อยากกินอะไรก็กิน! ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้แล้ว กลับบ้านไปเถอะ!"
ตู้หย่งซุ่นส่ายหน้า "ผมชอบที่นี่ ไม่กลับ"
ตู้หย่งเซี่ยวชะงักไปเล็กน้อย "ทำไมล่ะ?"
ตู้หย่งซุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ว่า "ผมหาเลี้ยงตัวเองด้วยแรงของผม"
ตู้หย่งเซี่ยวเข้าใจความหมายของเขา เขาอยากใช้แรงตัวเองหาเลี้ยงชีพ ไม่ยอมให้คนที่บ้านเลี้ยงดู ปกติแม่หลี่ชุ่ยเหลียนมักบ่นว่าเขากินจุ แม้เขาจะทึ่ม แต่ก็จดจำทุกคำไว้ในใจ
หัวใจตู้หย่งเซี่ยวพลันปวดร้าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เขาลูบศีรษะน้องชายอีกครั้ง "เจ้าทึ่ม พี่รู้ว่าแกหมายถึงอะไร! พี่สัญญา ถ้าแกชอบท่าเรือ ต่อไปพี่จะยกท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงให้แก ถึงตอนนั้นแกอยากทำอะไรก็ทำ!"
"จริงเหรอ?"
"อื้อ จริงสิ!"
"เราเกี่ยวก้อยกัน"
"ได้ เกี่ยวก้อยกัน"
ตู้หย่งเซี่ยวกับน้องชายเกี่ยวก้อยสาบาน ร้อยปีไม่มีวันเปลี่ยน
...
ไม่ไกลออกไป มือสังหารสง มือกระบองแดงสองบุปผาแห่ง 14K ยืนเท้าเอวมองภาพนี้ ก่อนสั่งลูกน้องว่า "สืบมาชัดเจนหรือยังว่าไอ้ตำรวจนั่นสังกัดไหน?"
"เหมือนจะเป็นคนของเหยียนสยง เพิ่งได้ตำแหน่งไม่นาน"
"อะไรนะ เพิ่งได้ตำแหน่ง?" มือสังหารสงคิดไม่ถึงจริงๆ ว่านักสืบที่เพิ่งได้ตำแหน่งจะมีจิตสังหารรุนแรงถึงเพียงนั้น เก๋าเกมยิ่งกว่าพวกเจนโลกเสียอีก พอนึกถึงท่าทางหดหัวของตัวเองเมื่อครู่ก็รู้สึกกระดากอยู่บ้าง เขายกมือลูบศีรษะโล้นแรงๆ "ถ้าอย่างนั้นก็เป็นมือใหม่สินะ?"
"ใช่ เพิ่งเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบได้สองวัน"
สองวัน?
มือสังหารสงตกตะลึงจนอ้าปากค้าง จากนั้นก็เลียริมฝีปากอย่างดุดัน ครุ่นคิดว่าจะกู้หน้าที่เสียไปกลับคืนมาอย่างไร แต่ตอนนั้นลูกน้องกลับพูดขึ้นว่า "แต่ว่า..."
"แต่อะไร?"
"คนแซ่ตู้ผู้นี้แม้จะเพิ่งได้ตำแหน่ง แต่วันนี้เขาดังระเบิดไปแล้ว!"
"หมายความว่ายังไง?" มือสังหารสงหันไปมองลูกน้องด้วยความประหลาดใจ
ลูกน้องรีบหยิบหนังสือพิมพ์ของวันนี้ออกมายื่นให้
"ไอ้เวร แกก็รู้ว่าฉันอ่านหนังสือไม่ออก!"
ลูกน้องรีบชี้ภาพในหนังสือพิมพ์ "ตู้หย่งเซี่ยวยิงนัดเดียวปลิดชีพพี่หู่ สร้างชื่อสะเทือนทั่วถนนนาธาน!"
...
หลังจากเยี่ยมน้องชายตู้หย่งซุ่นเสร็จ ตู้หย่งเซี่ยวก็จากไป
เขารู้ชัดดีว่า แม้น้องชายคนนี้จะคิดอ่านไม่เก่ง แต่กลับทุ่มเทให้เขาและครอบครัวอย่างสุดหัวใจ
แม้แต่คนทึ่มยังรู้จักดูแลครอบครัวถึงเพียงนี้ แล้วคนสติปัญญาปกติอย่างเขาจะทำเฉยได้อย่างไร?
วินาทีนี้ ตู้หย่งเซี่ยวยิ่งแน่วแน่ว่าจะต้องทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่สุขสบาย
เบื้องหลังเขา ตู้หย่งซุ่นยังคงย่อตัวอยู่บนพื้นเหมือนทุกวัน ถือชามทะเลใบใหญ่กินแกงรวมมิตรหม้อโตกับหมั่นโถวลูกใหญ่
เพื่อนคนงานกลุ่มหนึ่งมองเขาด้วยสายตาแปลกไป
ตามปกติพวกเขาชอบล้อตู้หย่งซุ่นเป็นเรื่องสนุก และชอบด่าว่าเขาเป็นเจ้าทึ่ม
ตู้หย่งซุ่นไม่เคยโกรธ
แม้เขาจะมีพละกำลังมหาศาล แต่ไม่เคยรังแกใคร
เว้นแต่จะมีคนมาหาเรื่องเขาก่อน
ทว่าวันนี้ การปรากฏตัวของตู้หย่งเซี่ยวได้พลิกความเข้าใจที่ทุกคนมีต่อเขาอย่างสิ้นเชิง ที่แท้เจ้าทึ่มคนนี้ก็มีพี่ชายเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งยังเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบอีกด้วย!
เสียงฝีเท้าดังขึ้น ที่แท้มือสังหารสงเดินมาหยุดข้างตู้หย่งซุ่น
ตู้หย่งซุ่นกัดหมั่นโถวจนแก้มตุ่ย ก่อนเงยหน้ามองมือสังหารสงแวบหนึ่ง
มือสังหารสงฝืนยิ้ม ย่อตัวลงแล้วถามว่า "กินอิ่มไหม?"
ตู้หย่งซุ่นพยักหน้า ก่อนก้มหน้าก้มตากินหมั่นโถวคำโตต่อไป
มือสังหารสงตบไหล่เขา "มีพี่ชายดีขนาดนี้ ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้?" พูดจบก็โบกมือไปด้านหลัง คนผู้หนึ่งจึงยื่นกล่องข้าวให้
มือสังหารสงเปิดกล่อง เผยให้เห็นข้าวหมูแดงสีทองมันเยิ้ม ทั้งนุ่มทั้งหอมน่ากิน "เอ้า ถือว่าแกได้กำไร! ต่อไปอยากกินหมูแดงเท่าไรก็กิน!"
ตู้หย่งซุ่นเบิกตากว้าง มองข้าวหมูแดงแล้วชี้จมูกตัวเอง "ให้ผมกินเหรอ?"
"แน่นอนสิ!" มือสังหารสงฉีกยิ้ม ก่อนยัดกล่องข้าวให้เขา "แกมีพี่ชายดี ก็ย่อมมีสิทธิ์กินหมูแดง!"
...
ตอนตู้หย่งเซี่ยวนั่งรถลากกลับถึงสือเสียเหว่ยก็เกือบบ่ายสองโมง เขาเพิ่งลงจากรถและยังไม่ทันจ่ายเงิน เสอจ๋ายหมิงก็วิ่งหอบแฮกเข้ามา "พี่เซี่ยว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนมาหาพี่!"
"ใครมาหาฉัน?" ตู้หย่งเซี่ยวหันไปจ่ายค่าโดยสาร คล้ายจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้
"ก็... ก็คนเมื่อคราวก่อนนั่นแหละ!" เสอจ๋ายหมิงยังพูดไม่ทันจบ ตู้หย่งเซี่ยวก็เห็นเฉียงตาเขขับรถของเหยียนสยงพุ่งทะยานเข้ามาหา
ด้านหลังรถมีคนกลุ่มใหญ่พากันวิ่งตามมาดูเรื่องสนุก
รถหยุดตรงหน้าตู้หย่งเซี่ยว เด็กๆ ในสือเสียเหว่ยหัวเราะคิกคักแล้วกรูกันเข้าไปลูบรถ เฉียงตาเขเปิดหน้าต่างตวาดว่า "เอามือออกไป! ถ้ารถเป็นรอย พวกแกมีปัญญาชดใช้หรือไง?"
ตู้หย่งเซี่ยวเดินเข้าไป หยิบบุหรี่มวนหนึ่งยื่นให้เฉียงตาเข "พี่เฉียง มีเรื่องอะไร?"
เฉียงตาเขรับบุหรี่แล้วตอบอย่างหงุดหงิด "นายท่านเหยียนเรียกนาย ให้ฉันมารับไปหา!"
"เรียกผมไปมีเรื่องอะไร?"
"ไปถึงนายก็รู้เอง!" เฉียงตาเขพูดอย่างรำคาญ "ขึ้นรถ!"
ตู้หย่งเซี่ยวเปิดประตูแล้วขึ้นรถ
สำหรับเฉียงตาเข นี่เป็นครั้งที่สองที่เขามาสือเสียเหว่ย
ครั้งแรก เขาขับรถมาส่งตู้หย่งเซี่ยวกลับบ้านตามคำสั่งของเหยียนสยง
ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สอง และยังคงเป็นคำสั่งของเหยียนสยง ให้ขับรถมารับตู้หย่งเซี่ยวไปสถานีตำรวจ
ปกติเฉียงตาเขเกลียดสถานที่ยากจนเช่นนี้ที่สุด รู้สึกว่าหากอยู่นานเข้า แม้แต่หมัดก็อาจกระโดดมาติดตัว
แต่เพราะตู้หย่งเซี่ยว เขากลับต้องมาที่นี่ติดกันถึงสองครั้ง แถมทั้งสองครั้งยังต้องรับหน้าที่เป็นคนขับรถ ความริษยาที่มีต่อตู้หย่งเซี่ยวทำให้จิตใจของเขาบิดเบี้ยว เขาคิดไม่ตกจริงๆ ว่าตู้หย่งเซี่ยวโชคดี หรือเป็นตัวเขาเองที่โชคร้ายกันแน่
"หลบไปให้พ้น ชนตายไม่รับผิดชอบ!" เฉียงตาเขยื่นศีรษะออกไปตะโกนลั่น พร้อมกดแตรถี่ยิบ
ทุกคนรีบหลบไปด้านข้าง
บรื้น
รถพุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นตู้หย่งเซี่ยวนั่งรถหรูจากไป เหล่าเพื่อนบ้านก็จับกลุ่มกันอีกครั้ง "ว้าว สง่าจริงๆ มีรถมารับมาส่งโดยเฉพาะด้วย!"
"ใช่น่ะสิ มีสารวัตรเหยียนคอยคุ้มกะลาหัว อยากไม่รุ่งยังยาก!"
"ฉันบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเจ้าเซี่ยวต้องได้ดิบได้ดีสักวัน!"
ทุกคนเริ่มพากันสรรเสริญตู้หย่งเซี่ยวอย่างออกหน้าออกตา ทั้งยังคุยโวว่าสายตาตัวเองเฉียบคมเพียงใด มองออกตั้งนานแล้วว่าตู้หย่งเซี่ยวไม่ใช่คนที่จะจมปลักอยู่ในบ่อเล็ก
หลังจากกล่าวชื่นชมกันยกใหญ่ ทุกคนก็พร้อมใจกันตกอยู่ในความเงียบ
แต่ละคนมีความรู้สึกซับซ้อน มองเงารถหรูที่ไกลออกไปโดยไม่มีใครรู้ว่ากำลังคิดอะไร
มีเพียงผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ค่อยๆ ใช้ไม้เท้าพยุงตัวลุกขึ้น เขากระทุ้งปลายไม้เท้าลงบนพื้นสองครั้ง ก่อนถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "ตระกูลตู้... มีมังกรถือกำเนิดแล้ว!"







