หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 132
บทที่ 132 อันธพาล Two
ชาติก่อน เฉินโม่ในฐานะมนุษย์ออฟฟิศ ช่วงห้าปีแรกปูพื้นฐานด้านเทคนิคได้แน่นปึ้ก ถ้าอธิบายแบบสายบำเพ็ญเซียนก็คือ “สร้างรากฐานได้อย่างสมบูรณ์แบบ” หลังจากนั้นทั้งเรียนเองทั้งถูกบังคับให้เรียนทักษะ IT มากมายจนแตะไปแทบทุกแขนง แต่ก็กลายเป็นกว้างแต่ไม่ลึก
พอมาชาตินี้ เฉินโม่ได้คลุกคลีกับคนเก่งหลากหลายสาขา ทั้งสไตล์การเขียนโค้ด แนวคิดการเขียนโปรแกรมของพวกเขาช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ผสมผสานกับความเข้าใจเดิมที่มีอยู่ ทำให้สามารถเชื่อมโยงและต่อยอดองค์ความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เฉินโม่พบว่าความสามารถของตัวเองยกระดับขึ้นอีกขั้น
พูดกันตามตรง เรื่องเขียนโปรแกรม ภาษาต่างๆ ล้วนคือ “ศิลป์” ส่วนแนวคิดการเขียนโปรแกรมคือ “เส้นทาง” พอเข้าใจ “เส้นทาง” แล้ว “ศิลป์” จะเริ่มต้นและลงมือได้ง่ายมาก
นี่แหละเหตุผลว่าทำไมเทพสายเทคนิคหลายคน ทั้งๆ ที่ก่อนเข้าทำงานไม่เคยแตะภาษาอย่างเช่น python มาก่อน แค่ไม่กี่วันหรือหนึ่งสัปดาห์ เปิดดู API ไล่อ่านซอร์สโค้ด ก็กลับเก่งกว่าคนที่ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์มาหลายปี นี่ล่ะหลักการเดียวกัน
เหล่าเทพพวกนี้ก็เหมือนซวี่จู๋ที่ฝึกวิชาเสี่ยวอู๋เซียงกง เลียนแบบวิชาลับของคนอื่นได้ แถมยังทำได้เหนือกว่าต้นตำรับด้วย หลักการเดียวกันเป๊ะ
ตอนนี้สภาวะของเฉินโม่ก็ให้ความรู้สึกประมาณนั้น
เฉินโม่เพาะบ่มทักษะมาหลายสิบปี สะสมจนล้นทะลัก ถึงคราวปะทุ ด้วยจังหวะและโอกาสอันพอดิบพอดี ในที่สุดก็คว้าความสำเร็จไว้ได้!
จังหวะนั้นเอง ด้านนอกประตูก็ดังขึ้น เป็นเสียงของจางเชาที่ผิดจากนิสัยปกติไปหน่อย แฝงความกล้าๆ กลัวๆ “หัวหน้า? เรียกผมหรือเปล่า?”
“เข้ามา!”
จางเชาผลักประตูเข้ามา ก็เห็นหัวหน้าที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะยิ้มให้เขา ยังไงไม่รู้ วันนี้รอยยิ้มของหัวหน้าดูชวนขนลุกยังไงพิกล เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นเหยื่อที่ถูกเสือชีตาห์จ้องตาไม่กะพริบ จนเผลออยากวิ่งเปิดประตูหนี
ถัดมา เขาก็ได้ยินว่า “ฉันเห็นโค้ดบางส่วนในโปรเจ็กต์ช่วงนี้ของนาย มีอยู่หลายจุดที่เป็นปัญหา มาคุยกันหน่อยนะ”
ใครก็ได้ช่วยฉันที
แน่นอน หลักสงครามต้องตึงบ้างหย่อนไปบ้าง นอกจากแชร์เทคนิคกับรีวิวโค้ดแล้ว เฉินโม่ก็ไปขอเสี่ยวเหลยจัดงบสร้างทีมมาเล็กน้อย เงินไม่ได้มาก แค่สามหมื่น
จะทำอะไรดี? เขาพบว่าในแผนกมีคอเกมไม่น้อย เลยตั้งใจจะจัดชิงแชมป์ราชาเกม Xiaomi ครั้งที่หนึ่ง
หลังสำรวจคร่าวๆ แล้ว สตาร์คราฟต์ วอร์คราฟต์ 3 และ CS กลายเป็นสามรายการแข่งยอดฮิต
สองรายการแรกเป็นแข่ง 1V1 แบบน็อกเอาต์ ส่วน CS ใช้แผนที่ de_dust2 แข่ง 5V5 แบบเก็บแต้มแล้วคัดออก
เปิดรับทั่วทั้งบริษัท สมัครฟรี สถานที่คือร้านเน็ตชั้นล่างของตึกบริษัทที่สเปกระดับใช้ได้
ของรางวัลจัดเต็ม ตั้งแต่เก้าอี้เพื่อสุขภาพ จอมอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ คีย์บอร์ดแมคคานิคัล ไปจนถึงเมาส์โลจิเทค หูฟัง Beats แผ่นรองเมาส์ หมอนรองเอว ฯลฯ หลากหลายสารพัด และเป็นของที่ใช้ทำงานได้จริงทั้งนั้น
เฉินโม่กดส่งอีเมลออกไป กระแสตอบรับล้นหลาม กลายเป็นหัวข้อเมาท์ฮิตช่วงกินข้าวกินชาของทั้งบริษัทในพริบตา
การแข่งขันจัดคืนวันศุกร์หลังเลิกงาน เฉินโม่เหมาร้านเน็ตทั้งร้านไว้ล่วงหน้า เกินกว่าครึ่งบริษัทมาร่วมกิจกรรมสร้างทีมแปลกใหม่ครั้งนี้
สุดท้ายทุกคนแลกเปลี่ยนฝีมือกันในเกม ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีกระดับ
แน่นอนว่าเฉินโม่สุดท้ายก็ต้องควักเงินส่วนตัวเพิ่มเล็กน้อย ทุกคนที่มาร่วมงานแทบจะมีของรางวัลติดมือกลับบ้านคนละชิ้น ยึดคอนเซ็ปต์ “แบ่งปันอย่างทั่วถึง”
งานทีมบิลดิ้งจบลงอย่างสวยงาม ทุกคนกด GG กันท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครง
อีกไม่กี่วันถัดจากคืนนั้น เฉินโม่ถูกเฉินถงโทรเรียกตัวออกไป
แม้ตอนนั้นยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน แต่ตอนนี้เฉินโม่ก็หลุดพ้นจากระบบลงเวลางานไปแล้ว
ยังไงตำแหน่งรองประธานก็ไม่ใช่เอาไว้ตั้งโชว์
เขาแจ้งหวงเจียงจี๋ไว้ว่ามีอะไรโทรมา แล้วเฉินโม่ก็ออกทันที
คราวนี้ทั้งคู่ไม่ได้นัดที่สตาร์บัคแล้ว แต่ไปที่ครัวส่วนตัวแห่งหนึ่งที่บรรยากาศดีและเป็นส่วนตัวมาก
เฉินถงในฐานะสื่อมวลชนรุ่นเก๋าที่ผ่านยุคปลายศตวรรษที่แล้วมา เขารู้ดีว่าในปักกิ่งมีร้านลับเสิร์ฟของอร่อยอยู่ตรงไหนบ้าง
“อย่าดูถูกว่าลานบ้านนี้เล็ก แต่ของครบถ้วน แถมยังมีเสน่ห์ไปอีกแบบ”
เฉินโม่มองดูบรรยากาศรอบตัว มองดูกับแกล้มที่เพิ่งยกมา แล้วเหลือบตามองเจ้าของร้านที่เพิ่งเดินลับไป “อืม วันนี้ได้มาเห็นกับตา บรรยากาศมันได้อารมณ์จริงๆ!”
ไม่นานอาหารก็ยกมาเต็มโต๊ะ เฉินโม่เห็นว่าไม่มีคนนอก จึงเข้าเรื่องทันที
“เหล่าเฉิน วันนี้อยู่ๆ นึกคึกเรียกฉันมามีเรื่องอะไรหรือ?”
“ไม่ต้องรีบ กินข้าวก่อน เดี๋ยวค่อยคุย รอบนี้พวกเราสองพี่น้องได้ดื่มกันให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย” เฉินถงพูดพลางเปิดเหล้าเหมาไถที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วรินให้เฉินโม่
จากนั้นก็กินดื่มคุยอัปเดตชีวิตกันไป
พอดื่มวนไปสามรอบ เริ่มกรึ่มๆ เฉินถงก็ยกเรื่องศึก 3Q ในตอนนี้ขึ้นมาคุย จากนั้นไหลต่อไปถึงศึกเว่ยป๋อ สุดท้ายวกเข้ามาที่เทนเซ็นต์
เท่านี้ เฉินโม่ก็เดาออกแล้ว ว่าพี่ใหญ่รายนี้คงมีเป้าหมายเป็นเทนเซ็นต์
เฉินโม่คุยเล่นไปสักพัก เฉินถงก็ยื่นนิตยสารเล่มหนึ่งมาให้
เฉินโม่ก้มดูอย่างตั้งใจ ตัวอักษรโตเด่น “ไอ้ TX นรก” สะดุดตาขึ้นมาก่อน แล้วถึงเห็นว่าเป็น 《คอมพิวเตอร์เวิลด์》
ในฐานะคนรุ่น 80 โดยเฉพาะคนทำงานสายคอมพิวเตอร์ ชื่อของ 《คอมพิวเตอร์เวิลด์》นั้นกระหึ่มหู
ท้ายที่สุด “ประวัติศาสตร์ IT แห่งหัวเซี่ย ครึ่งหนึ่งดูจากจี้ซื่อ” นี่คือคำยืนยันจากคนในวงการให้กับสื่อนี้
เห็นเฉินโม่อ่านบทความลงลึก เฉินถงก็เล่าฉากหลังประกอบอยู่ข้างๆ
“บทความนี้ออกตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ไม่นานก็ก่อกระแสต่อต้านเทนเซ็นต์ในเน็ตขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ฟ้าร้องฝนไม่ตก
ที่แปลกคือ หลังลงบทความได้ไม่นาน ผู้เขียนบทความกับผู้เซ็นปล่อยบทความนี้ ก็คือประธานและบรรณาธิการใหญ่ของนิตยสารเล่มนี้ พากันลาออกตามๆ กัน เพียงสิบกว่าวันให้หลัง 《คอมพิวเตอร์เวิลด์》ก็ออกมาขอโทษ ปิดฉากเหตุการณ์ครั้งนี้ลง”
บทความนี้เฉินโม่อ่านไปแล้วช่วงปลายเดือนกรกฎาคม สำนวนดุดันเร่าร้อน ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นการรวมพลังความไม่พอใจของวงการต่อพฤติกรรมพ่วงขายแบบไร้ยางอายของ TX ผ่าน QQ อย่างถึงแก่น
ตอนนั้นเฉินโม่กำลังตามงาน MIOS และคิดโมเดลวีแชตอยู่ แค่ตามดูเป็นคนนอก ไม่คิดว่าบทสรุปเบื้องหลังจะหนักหนาขนาดนี้
“เสี่ยวหม่าเกอเป็นคนลงมือเหรอ?”
“ก็แค่ข่าวลือ ไม่มีหลักฐาน แต่มีข่าววงในที่ดูน่าเชื่ออยู่หน่อย ได้ยินว่าตอนเสี่ยวหม่าเห็นบทความนี้ ก็เรียกประชุมสมาชิกทั้งหมดของสำนักงานประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างด่วน ในที่ประชุมเงียบกริบ สุดท้ายเสี่ยวหม่าได้แต่พึมพำว่า ‘พวกเขาจะด่าคนได้ยังไงกัน?’”
“บรรดาจ้าวยุทธภพนี่ขี้อายกันหมดเลยหรือไง?”
เฉินโม่กลั้นไม่อยู่ หลุดหัวเราะออกมา เพราะความทรงจำมันเชื่อมโยงกัน แบบไม่มีสาเหตุเขาดันนึกถึงอีกซีนในตำนาน นั่นคือในงานประชุม AI ของไป่ตู้ ตอนเสี่ยวหลี่โดนสาดน้ำแล้วหลุดพูดว่า “What’s your problem?” (ความหมายในใจ: แกมีปัญหาทางสมองรึไง!)
ต่อมาชาวเน็ตสายมีของก็เอาเหตุการณ์นี้ไปปั้นเป็นศัพท์ใหม่: หงเหยียนฮั่วสุ่ย ซึ่งก็ไล่เลี่ยกับสำนวนรุ่นหลังอย่าง อวิ๋นฮ่าวหยุดทำฟาร์ม, ยืมมือตำรวจตามหาภรรยา, จื่อสู่เหวยยา, ถีเติงติ้งสุน, หวางโปวชวดเหมย ฯลฯ
เห็นสายตาแปลกๆ ของเฉินถง เฉินโม่ก็รีบเรียกสติ “แค่กๆ เชิญต่อเลยๆ”
“วันนี้เรียกนายมา อยากขอคำปรึกษาหน่อย ฉันคิดจะรื้อเรื่องเก่าขึ้นมาเขียนใหม่ นายว่าจังหวะเป็นไงบ้าง?”
เฉินโม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ส่ายหัว “ฉันว่าน่าจะยังไม่ใช่จังหวะ ลองรอสักอีกสองเดือน!”
จากนั้นเขาถามต่อ “ทำไมรีบขนาดนี้?”
“ก็เพราะเทนเซ็นต์รุกหนักจริงๆ”
เฉินถงถอนหายใจเงียบๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวศึกเว่ยป๋อช่วงนี้ เฉินโม่ถึงได้รู้ว่า TX เป็นที่รังเกียจในสายตาคนขนาดไหน
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เทนเซ็นต์เว่ยป๋อเปิดทดสอบภายใน ก็เริ่มกดดันซินล่างเว่ยป๋อทุกย่างก้าว
เสี่ยวหม่าเกอหลับตาลืมตาอีกที เนตรวงแหวนพร้อมใช้งาน
จากนั้นเทนเซ็นต์เว่ยป๋อก็ค่อยๆ “ทำฟีเจอร์ให้ครบ” เดินเกมหลักว่า เธอมีอะไร ฉันก็ต้องมีอย่างนั้น
เพนกวินน้อยเริ่มยกสองขาสั้นๆ ไล่กวดซินล่างอย่างเชิดๆ
พอฟังก์ชันเว่ยป๋อแทบไม่ต่างกัน เทนเซ็นต์ก็เริ่มอัดโปรโมตไม่ยั้ง เอาให้สุด ก็พวกคุณซินล่างไม่ใช่ว่าให้ผู้บริหารออกมาโปรโมตเว่ยป๋อของตัวเองตามที่สาธารณะหรอกหรือ?
ไม่มีปัญหา เสี่ยวหม่าเกอลงมาหน้าฉากเอง โปรโมตเทนเซ็นต์เว่ยป๋อโดยตรง
ซินล่างเว่ยป๋อไม่ได้ชูจุดขายพลังคนดังเหรอ? ไม่มีปัญหา ฉันตามติดทุกฝีก้าว เสี่ยวหม่าเกยกมือโบกทีเดียว กระสุนโปรโมตมีไม่อั้น
เทนเซ็นต์เว่ยป๋อที่ทรัพยากรมหาศาลและเงินทุนเหลือเฟือ ทุ่มหนักแบบไม่กั๊กเพื่อดึงตัวคนดัง เป้าหมายหลักคือบรรดาคนดังที่ซินล่างยังไม่ทันคว้าไป แน่นอนว่า “คนดัง” ตรงนี้ไม่ได้จำกัดแค่ซูเปอร์สตาร์ในวงการภาพยนตร์และทีวี
แต่ครอบคลุมคนดังสายการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม กีฬา ขอแค่ใช้เงินดึงได้ คุยกันได้ทั้งนั้น
ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดต้องยกให้ “นักวิ่งเหาะ” หลิวเสียง หลังผ่านการเดินเกมสารพัด ช่วงนี้ยอดแฟนคลับของหลิวเสียงพุ่งกระฉูด ไล่กวดยอดผู้ติดตามอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์อย่าง LadyGaga แบบติดๆ ตามแนวโน้มแล้ว อีกสักสองเดือนก็จะแซงขึ้นไปเป็นบัญชีเว่ยป๋อที่มีผู้ติดตามอันดับหนึ่งของโลกแบบไร้ข้อกังขา
จากนั้นหลางเจี้ยนผิง เหลียงเหวินเต้า หลี่เหลียนเจี๋ย ลู่ฉวน JJ ไช่อี้หลิน ฯลฯ คนดังและซูเปอร์สตาร์หลากวงการก็พากันเข้ามาปักหลักในเทนเซ็นต์เว่ยป๋อ
นับแต่นั้นเทนเซ็นต์เว่ยป๋อก็แซงจากข้างหลัง กลายเป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมกับซินล่างเว่ยป๋อ
แน่นอน ทั้งสองก็มีความต่างในเชิงแก่น ซึ่งขึ้นอยู่กับดีเอ็นเอของแต่ละบริษัท
ซินล่างเติบโตจากสายคอนเทนต์ ดังนั้นซินล่างเว่ยป๋อจึงมีทรัพยากรสื่อหนาแน่นและอิทธิพลกว้างขวาง อีกทั้งได้เปรียบด้านการขุดหาคนดังมาก่อนหนึ่งปี จุดนี้เทนเซ็นต์ยังสู้ไม่ได้
แต่เทนเซ็นต์ก็มีแต้มต่อโดยกำเนิด นั่นคือคุณสมบัติ “โซเชียล” ที่ติดตัวมา เมื่อขนาดสองฝั่งเริ่มใกล้เคียงกัน ก็เดินเกม “ความต่าง” อย่างชัดเจน ใช้ QQ ซึ่งเป็นแอประดับชาติ มาช่วยดึงทราฟฟิกเข้าสู่เทนเซ็นต์เว่ยป๋อ
ผลก็คือเว่ยป๋อสองค่ายมีความต่างกันอยู่บ้าง
ในซินล่างเว่ยป๋อ ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักสวมบทเป็น “ผู้ชมข้างเวที” เฝ้าดูและคอมเมนต์โพสต์กับความเคลื่อนไหวของอินฟลูเอนเซอร์ระดับใหญ่ ดูจะเป็นสไตล์ผู้ชมมากกว่า
ส่วนเทนเซ็นต์เว่ยป๋อ ผู้ใช้จะชอบโพสต์ แสดงความคิดเห็น และสื่อสารโต้ตอบกันมากกว่า
นี่แหละคือความต่างระหว่าง “คอนเทนต์โอเปอเรชัน” กับ “โซเชียลโอเปอเรชัน”
เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ศึกเดือดถึงจุดเดือดจัด เทนเซ็นต์ก็มักงัดหนึ่งไม้ตาย ใช้อาวุธเชิงยุทธศาสตร์อย่าง QQ ออกมา
เฉินถง เลยทนนั่งเฉยไม่ไหว พอดีกระแสศึก 3Q กำลังผงาด มีช่องให้ฉุดเทนเซ็นต์ให้ตกสู่สงครามหลายสมรภูมิ แต่รายละเอียดต้องคิดให้รัดกุม จึงเชิญเฉินโม่มาปรึกษาแผนใหญ่
ฟังต้นสายปลายเหตุจบ เฉินโม่ก็ยังยืนตามความเห็นเดิม “เรื่องฝีมือควบคุมกระแสของนายฉันไม่ห่วงเลย แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลา”
“เหตุผลล่ะ?”
“ตอนนี้อยู่ช่วงพักยกของศึก 3Q อีกไม่นานศึก 3Q จะเข้าสู่จุดพีก เหล่าเฉิน นายลองรออีกสองเดือน บางทีตอนที่สองฝ่ายสู้กันดุเดือดที่สุด เราอาจกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่กดให้หลังอูฐหัก ทำให้เกิดผลลัพธ์เกินคาดได้
ตอนนี้ถ้าเข้าไป ก็ทำได้แค่แต่งเติมให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงเวลานั้นถ้านายค่อยลงมือ นั่นแหละคือการยื่นถ่านช่วยในยามหิมะตก
แถมพอมี 360 ออกหน้ายกธงนำรบ ความเสี่ยงของเราก็ลดลงต่ำสุด”
“ฉันกลัวโจวหงอีดันท้อ เลยอยากปั่นกระแสให้เขาฮึดสู้ แม่งเอ๊ย ลุยแม่ง!”
“นายประเมินพลังต่อสู้ของอันธพาลต่ำไปมาก”







