ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กแค่ไหน ก็ต้องต่อรองราคา ยิ่งเป็นค่าเช่าบ้านที่ตกเดือนละยี่สิบสามสิบหยวน ยิ่งต้องคุยให้ดี
แม้สวี่ซื่อเยี่ยนจะพอมีเงิน แต่เขาไม่ใช่คนใช้เงินฟุ่มเฟือยอะไรที่ประหยัดได้ เขาก็จะประหยัด
ทั้งสองฝ่ายเจรจากันอยู่พักใหญ่ ต่อรองกันทีละหยวน ในที่สุด แม่เฒ่าจางก็ยอมลดราคามาที่ 23 หยวนต่อเดือน
ทั้งเครื่องนอน ฟืน และเครื่องครัวในบ้าน เธอก็ยอมให้สวี่ซื่อเยี่ยนใช้ด้วย
สวี่ซื่อเยี่ยนเห็นว่าแบบนี้ก็สมเหตุสมผล จึงตกลงทันที จ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนพร้อมเงินมัดจำอีก 10 หยวน
จากนั้นก็กลับไปที่โรงแรม ย้ายของทั้งหมดที่พวกเขาเอามาด้วย มายังบ้านเช่าแห่งนี้ แล้วจึงไปแจ้งออกจากโรงแรม
หลังจากนั้น ภายใต้คำแนะนำของลุงจาง เขาก็ไปตลาดใกล้ๆ ซื้อข้าว แป้ง น้ำมัน เครื่องปรุง เนื้อ ผัก กล่องอาหาร ชาม ตะเกียบ ฯลฯ
ตอนนี้ในเมืองก็ผ่อนคลายเรื่องระบบบัตรปันส่วนแล้ว ถึงไม่มีคูปอง ราคาก็แค่แพงขึ้นหน่อย
แพงก็แพงเถอะ ยังไงเงินที่ประหยัดจากโรงแรมก็เพียงพออยู่ดี
เมื่อใช้เครื่องครัวของเจ้าของบ้าน ก็ต้องหลีกเลี่ยงเวลาใช้งานกับเจ้าของบ้านด้วย
สองตายายที่อยู่บ้านไม่มีงานประจำ กินวันละสองมื้อ โดยแม่เฒ่าจาง จะเริ่มทำกับข้าวตอนบ่ายสามโมง
สวี่ซื่อเยี่ยนไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปหาลุงจางที่ห้องฝั่งตะวันออก นั่งคุยกันเล่น
“ลุงครับ ป้าแกดูเหมือนจะชอบคลิเวียนะ ผมเห็นมีตั้งหลายกระถางเลย”
เขาสังเกตเห็นว่าที่ขอบหน้าต่างมี คลิเวียวางอยู่สี่กระถาง มีเพียงกระถางเดียวที่ใหญ่ มีใบสิบกว่าชั้น น่าจะใกล้จะออกดอกแล้ว
อีกสามกระถางมีแค่เจ็ดแปดใบ น่าจะเป็นต้นอ่อนอายุราวสองปีน่าจะได้จากการแยกหน่อของกระถางใหญ่
ที่ขอบหน้าต่างมีแค่คลิเวีย ไม่มีต้นไม้อื่นเลย เลยคาดได้ไม่ยากว่าป้าแกคงชอบมาก
“น้องสาวผมก็ชอบเหมือนกันครับ บ้านเราปลูกไว้หลายต้น หลายสายพันธุ์ ดอกออกมาสวยมากเลยครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนพูดแบบไม่คิดอะไร แค่คุยเล่น
แต่ “พูดโดยไม่เจตนา ผู้ฟังกลับคิดมาก” ลุงจางได้ยินก็ถึงกับเบิกตากว้าง
“โอ้โห บ้านเธอก็มีคลิเวียเหรอ? มีกี่สายพันธุ์ล่ะ?
เสียดายอยู่ไกลกันไปหน่อย ถ้าใกล้ๆ กันนะ ลุงต้องขอไปดูที่บ้านสักรอบ แล้วซื้อต้นสวยๆ กลับมาบ้างแน่เลย
ตอนนี้ไอ้นี่มันขายได้ราคานะ กระถางใหญ่นี่ มีคนเคยเสนอราคาหลายร้อยหยวนแล้ว”
“เมื่อก่อนกระถางนึงก็แค่สองร้อย แต่หลังรัฐบาลออกคำสั่งให้ตั้งราคาสูงสุดไม่เกินสองร้อยเนี่ยแหละ
ยิ่งห้ามราคายิ่งพุ่ง
ปีนี้ตอนต้นปี เมืองเราจัดนิทรรศการคลิเวียครั้งใหญ่ไง หลังจากนั้นราคาก็พุ่งไม่หยุดเลย
ต้นเล็กๆ พวกนี้นะ ตอนนี้ก็ขายได้กระถางละหลายสิบแล้ว
อีกสักปีสองปีถ้าเริ่มออกดอกเมื่อไหร่ ก็ขายได้หลายร้อยเลยล่ะ”
ลุงจางพูดอย่างตื่นเต้น และก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ที่บ้าน สวี่ซื่อเยี่ยนอยู่ไกลจนไปเลือกพันธุ์สวยๆ ไม่ได้
คำพูดของลุงจางราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ ทำเอาความทรงจำอันเลือนรางของสวี่ซื่อเยี่ยนพังทะลายทันที
ใช่แล้ว ใช่เลย ทำไมเขาถึงลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ไปได้นะ!?
ต้นยุค 80 เมืองหลวงจังหวัดของเขาเคยเกิดกระแส "เก็งกำไรคลิเวีย" แบบระเบิดระเบ้อ
ได้ยินว่ามีเศรษฐีจากฮ่องกงบินมาเอง แค่อยากซื้อต้นคลิเวียระดับสุดยอด เสนอขอแลกกับรถยนต์ Toyota Crown คันหนึ่ง แต่เจ้าของยังไม่ขายให้เลย!
อีกคนที่ฮาร์บินถึงขั้นควักเงิน 5 หมื่นหยวนเพื่อซื้อต้นเดียวกลับบ้าน
ช่วงนั้น คลิเวีย ถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำสีเขียว” เป็นเงินสกุลแข็งแท้ๆ ถือกระถางนึงไปหน้าร้าน ยังสามารถแลกของได้ตรงๆ เลย
ชาติก่อน ช่วงนั้นสวี่ซื่อเยี่ยนยังอยู่บ้านเก่า ข่าวสารเข้าถึงช้ามาก กว่าจะรู้เรื่องพวกนี้ก็นานหลายปีหลังจากนั้น
ตอนนั้นลมพายุของคลิเวียในเมืองก็พัดผ่านไปแล้ว ไม่รู้มีคนหมดตัวจากการเก็งกำไรนี้ไปเท่าไหร่
แม้แต่คนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดนิทรรศการในตอนนั้น ก็ยังถูกตัดสินจำคุก
กระแสฟีเวอร์อันบ้าคลั่ง ทิ้งไว้เพียงกระถางคลิเวียที่ถูกโยนทิ้งเกลื่อนกองขยะ
หัวใจสวี่ซื่อเยี่ยนเต้นแรงราวกับจะทะลุอก
ตอนเช้า ตอนที่ไปจ่ายค่ารักษาน้อง สวี่ซื่อฉินยังพูดอยู่ว่าไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าผ่าตัดรอบต่อไป แต่ตอนนี้ เขาเจอคำตอบแล้ว!
คลิเวียกระถางใหญ่ของบ้านลุงจาง เป็นพันธุ์ธรรมดาแท้ๆ ยังขายได้เป็นร้อย แล้วคลิเวียที่สวี่ซื่อฉินเลี้ยงไว้ล่ะ? ต้องยิ่งแพงกว่าแน่นอน
ไม่รู้ว่าน้องสาวเขาคิดยังไง แต่ที่แน่ๆ เธอชอบคลิเวียเอามากๆ เลยล่ะ!
ตลอดสองสามปีมานี้ สวี่ซื่อฉินขวนขวายหาซื้อต้นกล้าดอกคลิเวีย มาปลูกจากทุกที่ที่หาได้ แถมยังผสมพันธุ์ด้วยตัวเอง เก็บเมล็ดไว้เพาะพันธุ์ต่อเรื่อย ๆ
ทุกวันนี้ในบ้านมีต้นกล้าคลิเวีย ทั้งเล็กทั้งใหญ่รวมกันน่าจะเกือบร้อยกระถางแล้ว บ้านสองหลัง รวมสิบกว่าห้อง ทุกขอบหน้าต่างล้วนเต็มไปด้วยดอกคลิเวีย
โจวกุ้ยหลานเคยพูดเตือนแล้ว แต่สวี่ซื่อฉินก็ไม่ฟัง ยังคงดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันทุกวัน
ถ้าถึงเวลาเหมาะ ๆ แล้วขายได้หมด จะได้เงินเท่าไหร่เชียว?
พอสวี่ซื่อเยี่ยนคิดถึงตรงนี้ ใจเขาก็แทบจะเต้นไม่เป็นจังหวะ
“คุณลุงดอกคลิเวียมันมีราคาขนาดนั้นเลยเหรอ? จะไม่ใช่แค่เรื่องเหลวไหลเหรอครับ? แค่ดอกไม้กระถางเดียวเอง จะมีคนซื้อเหรอ?”
สวี่ซื่อเยี่ยนตั้งใจพูดแบบนี้ เพื่อจงใจยั่วให้คุณลุงโกรธขึ้นมา
ซึ่งก็ได้ผลทันที คุณลุงจางได้ยินแล้วไม่พอใจทันใด “จะไม่มีราคาได้ยังไงล่ะ?
นี่มันอะไรกัน? ก็คลิเวียไงล่ะ ตอนจักรพรรดิ์เสวียนถงยังครองราชย์ ที่ในวังยังปลูกกันเลย แล้วชาวบ้านจะมีโอกาสเห็นมั้ยล่ะ?
พอจักรพรรดิ์เสวียนถงสละราชย์ ช่างปลูกต้นไม้ในวังถึงได้นำเมล็ดออกมาเผยแพร่ นั่นแหละถึงได้แพร่หลายสู่ชาวบ้าน”
“ใคร ๆ ก็พูดกันว่าคลิเวีย เป็นดอกไม้ของสุภาพบุรุษ รูปโฉมงดงาม ดูดีมีตระกูล
ดอกงามเหมือนกล้วยไม้ ใบ ดอก ผล ล้วนสวยงาม ฤดูหนึ่งชมดอก อีกสามฤดูชมผล สี่ฤดูชมใบ มีที่ไหนเหมือนกันอีก?”
คุณลุงจางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง สั่งสอนสวี่ซื่อเยี่ยนเสียชุดใหญ่
สวี่ซื่อเยี่ยนรีบแสดงสีหน้ารู้สึกผิดทันที พยักหน้ารัว ๆ แล้วพูดว่า “ใช่ ๆ ตายจริง คุณลุงเก่งจริงๆ มีความรู้เยอะมาก
ผมนี่มันคนจากหุบเขาลึกจริง ๆ ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย
งั้นถ้าอย่างที่คุณลุงว่า ดอกคลิเวียนี่มีราคาจริง ๆ ต้นหนึ่งหลายร้อยหยวนเลยเหรอ? นี่มันเท่ากับเงินเดือนทั้งปีเลยนะครับ”
พอพูดแบบนี้ตามน้ำไป คุณลุงที่ก่อนหน้านี้เดือดจัดก็หายโกรธทันที
โดยเฉพาะตรงที่สวี่ซื่อเยี่ยนพูดว่า "มาจากหุบเขาไม่รู้อะไรเลย" นั่นแหละ ทำให้คุณลุงจางยิ่งรู้สึกเหนือกว่า ภูมิใจในตัวเองทันที
“ใช่สิ ถ้าเธอไม่มาในเมืองแบบนี้ จะเคยเห็นตึกใหญ่ ๆ พวกนี้มั้ยล่ะ?
การออกมาแบบนี้ก็เพื่อเปิดหูเปิดตา ไม่รู้ก็ถามมาก ๆ ดูเยอะ ๆ อย่าพูดพร่ำสี่สุ่มห้า”
“ครับ ๆ คุณลุงพูกถูกแล้ว” สวี่ซื่อเยี่ยนก็ยังยิ้มรับ ไม่ถือสา
“คุณลุง ถ้าอยากจะซื้อต้นคลิเวีย ต้องไปที่ไหนเหรอครับ?
พอได้ฟังตาพูดแบบนี้ ผมนี่อยากไปหาต้นพันธุ์ดี ๆ สักสองสามต้นกลับไปบ้านเลย”
สวี่ซื่อเยี่ยนแกล้งถามออกไป
“โอย ตอนนี้มันหน้าหนาวแล้ว ไม่ใช่ช่วงเหมาะ จะหาซื้อก็หายาก
แต่ถ้าเป็นหน้าร้อนนะ แถวถนนหงฉีจะมีตลาดริมทางใหญ่ มีคนไปขายดอกไม้ ซื้อขายกันเยอะเลย”
คุณลุงจางไม่รู้ว่าสวี่ซื่อเยี่ยนคิดอะไรอยู่ ก็เลยพูดไปตามที่จำได้
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินชื่อถนน “หงฉี” ก็รีบจดจำไว้ในใจทันที ปีนี้อาจไม่ทันแล้ว แต่ปีหน้า หรือปีถัดไปก็ยังทัน
จังหวะพอดีเลยตอนนั้นเองที่คุณยายจางยกอาหารมาเสิร์ฟ
สวี่ซื่อเยี่ยนเห็นก็รีบลุกไปช่วยเด็ดผัก ล้างผัก หั่นเนื้อ ก่อไฟ ผัดกับข้าว
หน้าหนาวแบบนี้ ในเมืองใหญ่ก็ไม่มีผักสดอะไรนักหรอก มีแต่หัวไชเท้า กะหล่ำปลี มันฝรั่ง อะไรพวกนี้แหละ
เลยทำอาหารง่าย ๆ อย่างมันฝรั่งผัดหมู กะหล่ำปลีผัดหมู แล้วกินคู่กับหมั่นโถวที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ ก็เป็นมื้อหนึ่งพอดี
จากนั้นก็จัดใส่กล่องข้าวใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาล้างให้สะอาด แล้วเก็บล้างครัวให้เรียบร้อย
สวี่ซื่อเยี่ยนก็หิ้วอาหารมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันที
“น้องสาว คราวนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าผ่าตัดแล้วนะ พี่รู้วิธีหาเงินแล้วล่ะ!”







