หลังอาหารกลางวัน สวี่ซื่อเยี่ยนและน้องสาวยังนั่งคุยกับอาจารย์ฉู่อีกพักหนึ่ง
ด้วยอายุของอาจารย์ฉู่ พอตกเที่ยงก็ต้องพักผ่อน ดังนั้นสองพี่น้องจึงขอตัวลากลับ
ช่วงบ่าย ฉือฮ่าวก็ให้คนมารับอาจารย์ฉู่ไปที่โรงพยาบาล พร้อมเรียกทีมผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกมาหารือกันตามผลการตรวจของสวี่ซื่อฉิน เพื่อกำหนดแผนผ่าตัดไว้หลายรูปแบบ
เช้าวันที่ 10 สวี่ซื่อเยี่ยนพาน้องสาวไปโรงพยาบาลเพื่อทำเรื่องเข้าพักรักษาตัว
ด้วยความช่วยเหลือจากหมอฉือ พวกเขาได้รับจัดหาห้องพักแบบเตียงคู่ แต่ให้สวี่ซื่อฉินพักอยู่คนเดียว
หลังเข้าพักแล้ว สวี่ซื่อฉินยังต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกหลายรายการ เพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การผ่าตัดถูกนัดหมายไว้เช้าวันที่ 12
ระหว่างที่ยังไม่มีอะไรต้องทำ สวี่ซื่อเยี่ยนก็รีบไปที่ไปรษณีย์ ส่งโทรเลขไปแจ้งหานลี่เหว่ยเกี่ยวกับการผ่าตัดของสวี่ซื่อฉิน
หลังส่งโทรเลขเสร็จ เขาไม่ได้กลับไปโรงพยาบาลทันที แต่เดินดูแถวๆ นั้น เพราะต้องการหาบ้านเช่า
จะพักโรงแรมทุกวันคงไม่ไหว แพงเกินไป และเรื่องกินก็ลำบาก
ที่พักที่เขาเช่าอยู่ตอนนี้ ถือว่าอยู่ระดับกลางค่อนข้างดี ห้องพักสองเตียง คืนละ 2.5 หยวน มีอาหารเช้าให้ เป็นโจ๊กกับหมั่นโถวแป้งผสมแป้งข้าวโพด กับผักดอง
แต่กลางวันกับเย็นไม่มีอาหาร ต้องไปหาซื้อกินเอง
หมั่นโถวขาว หนึ่งก้อนสองเหมา สวี่ซื่อเยี่ยนกินได้สองก้อน
ขนมแป้งข้าวโพดนึ่ง ถูกกว่านิดหน่อย หนึ่งจิน ราคา 1.7 หยวน ซื้อครึ่งจินก็พอให้เขากับน้องสาวกินได้พอดี
แต่ต้องมีอาหารด้วย อย่างน้อยมื้อหนึ่งก็ต้องมีสักอย่าง ถูกๆ ก็สี่ห้าสิบเฟิน แพงหน่อยก็เจ็ดแปดสิบเฟินหรือมากกว่านั้น
สวี่ซื่อเยี่ยนพอจะทนได้ บางทีแค่ซุปแบบน้ำแกงใสๆ พอซดได้ ก็ยังไหว
แต่สวี่ซื่อฉินไม่ไหว ต้องกินของดีบำรุงร่างกาย ค่ากินแต่ละวันตกไม่ต่ำกว่าสองหยวน
รวมค่ากินอยู่วันละสี่ถึงห้าหยวน เดือนหนึ่งก็ราวๆ ร้อยสี่สิบถึงร้อยห้าสิบ สามเดือนก็เกือบห้าร้อยหยวน พอคำนวณจริงๆ ก็รู้สึกน่าตกใจไม่น้อย
ถ้าเช่าบ้านสักหลัง ค่าเช่าก็ราวๆ สิบหยวนแปดหยวน
สวี่ซื่อเยี่ยนอยู่คนเดียว ไม่ต้องการบ้านใหญ่ แค่มีที่ทำอาหารได้ก็พอ
จะถามหาเรื่องบ้านเช่า ก็ต้องถามคนมีอายุหน่อย
บังเอิญแถวๆ นั้นมีสวนสาธารณะ สวี่ซื่อเยี่ยนเลยเดินเข้าไปดู
แม้จะเป็นเดือนพฤศจิกายนแล้ว อากาศที่เมืองหลวงของมณฑลก็ยังอุ่นกว่าทางเขตภูเขาฉางไป่มาก
ใกล้สวนสาธารณะมีคุณลุงหลายคน มานั่งเรียงกันใต้แดด วางกระดานหมากรุก เล่นกันไปอาบแดดไป
สวี่ซื่อเยี่ยนก็เข้าไปร่วมกลุ่ม ดูเขาเล่นพร้อมวิจารณ์ตามประสาคนดู
พออยู่ไปนานหน่อย พวกคุณลุงก็เริ่มสังเกตเห็นเขา
“ไอ้หนุ่ม ไม่ไปทำงานหรือไง มานั่งปะปนกับลุงๆ ทำไมเนี่ย?” คนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ลุงครับ ผมไม่ได้ทำงานหรอกครับ มาทำธุระที่เมืองนี้ครับ
ก็เลยอยากถามพวกลุงหน่อยว่า แถวนี้มีใครให้เช่าบ้านบ้างมั้ยครับ?
ไม่ต้องใหญ่หรอก ขอแค่ห้องเดียว มีที่ทำกับข้าวได้ก็พอครับ” สวี่ซื่อเยี่ยนยิ้มๆ อธิบาย
พอลุงๆ กลุ่มนั้นได้ยิน ก็เริ่มสนใจ
“หนุ่มน้อย จะอยู่กี่เดือนล่ะ? ถ้าแค่สองสามวัน ลุงว่าไปพักโรงแรมเถอะ ไม่มีใครเขาให้เช่าหรอก”
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินแล้วตาวาว รีบตอบทันที
“ลุงครับ ผมต้องอยู่ประมาณสามเดือนครับ
ไม่ปิดบังครับ น้องสาวผมป่วย ต้องนอนโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลแพทยศาสตร์ ยังไงก็น่าจะต้องอยู่สามเดือน
ถ้าผมต้องพักโรงแรมตลอดสามเดือน ผมคงไม่ไหวครับ
เลยคิดจะเช่าบ้าน จะได้ทำอาหารกินเอง ประหยัดได้เยอะเลยครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนพูดตรงๆ เล่าเหตุผลให้ฟังหมด
ก็ต้องพูดให้ชัด เพราะคนแปลกหน้าจะมาเช่าบ้านในเมืองใหญ่แบบนี้ เจ้าของบ้านเขาก็ต้องระวัง เผื่อว่าเป็นพวกไม่ดี
“โอ้โห ป่วยอะไรล่ะ ถึงได้ต้องนอนโรงพยาบาลตั้งสามเดือน น่าสงสารจริงๆ
ก็จริงแหละ สามเดือนทั้งกินทั้งอยู่ คงใช้เงินเยอะจริงๆ เช่าบ้านถูกกว่าตั้งเยอะ”
พอทุกคนได้ยิน ก็รู้สึกเห็นใจสวี่ซื่อเยี่ยนกันทั้งนั้น
ไม่ว่าอยู่ในยุคไหน ก็ยังเหมือนเดิม “อย่ามีโรค อย่าขาดเงิน”
คนถ้าล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล เงินก็ไหลเหมือนน้ำ
“หนุ่มน้อย บ้านลุงมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ถ้าอยากเช่าก็ลองตามลุงไปดูสิ”
คุณลุงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทันที
“งั้นก็ดีเลยครับลุง งั้นรบกวนช่วยพาผมไปดูหน่อยได้ไหม?”
พอได้ยินแบบนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนก็ดีใจขึ้นมาทันที แผนที่เขาใช้ได้ผลจริง ๆ
ลุงคนนั้นก็ไม่สนใจดูอะไรต่อแล้ว หันมาพาสวี่ซื่อเยี่ยนเดินกลับไปทางเดิม
เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเข้าซอยตรงข้ามโรงพยาบาลไปได้สักพัก ก็ถึงบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง
“ลูก ๆ ของฉันต่างก็ไม่อยู่บ้านกันหมด ตอนนี้ในบ้านก็มีแค่ฉันกับภรรยาสองคน
ห้องฝั่งตะวันตกว่าง ไม่มีใครอยู่ ส่วนมากก็มีแต่ตอนปีใหม่ ลูก ๆ ถึงจะกลับมา
ถ้าเธอจะอยู่แค่สามเดือน ก็กำลังดีเลย ไม่ขัดกับอะไรทั้งนั้น”
ลุงเปิดประตูบ้านกว้างแล้วตะโกนเข้าไปในลานบ้าน สักพักหญิงชราประมาณหกสิบปีก็เดินออกมาจากบ้าน
“แม่เฒ่า หนุ่มคนนี้น้องสาวเขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์ เขาเลยอยากหาบ้านเช่าอยู่สักพัก
ฉันก็คิดว่าห้องตะวันตกเราว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ จะให้เขาอยู่สักสามเดือนดีไหม?” ลุงหันมาปรึกษาภรรยา
หญิงชราฟังแล้วก็คิดว่าใช้ได้ ยังไม่ถึงปีใหม่เลย ไม่ขัดกับช่วงที่ลูกหลานจะกลับมาอยู่
ยังไงห้องนั้นก็ว่างอยู่ดี แถมยังต้องจุดไฟทำความร้อนเปล่า ๆ ถ้าให้เช่า อย่างน้อยก็ได้เงินสักหน่อย
“ได้อยู่ หนุ่มคนนี้ดูจากท่าทางแล้วก็น่าจะเป็นคนซื่อ ๆ นะ เข้ามาคุยในบ้านเถอะ จะได้ตกลงกันให้เรียบร้อย”
ไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด ยุคนี้ทุกบ้านก็ใช้จ่ายอย่างประหยัดกันทั้งนั้น
ให้เช่าห้องได้เดือนละแปดสิบหยวน ยังเอาไปซื้อเนื้อเพิ่มได้อีกหลายชิ้น ก็ดีออก
สองตายายต้อนรับสวี่ซื่อเยี่ยนอย่างอบอุ่น เขาเองก็ไม่ได้เกรงใจอะไร เดินตามเข้าไปในห้องฝั่งตะวันออก
บ้านหลังนี้น่าจะเป็นบ้านของรัฐ ไม่ใหญ่มาก เป็นบ้านสามห้องเล็ก ๆ
ห้องฝั่งตะวันออกเป็นห้องที่ตายายอยู่ มีเตียงอุ่นอยู่ฝั่งเหนือ มีเตาอุ่น เตียงนั่ง ตู้เสื้อผ้า ที่วางของ บนกล่องก็ยังมีวิทยุวางอยู่ด้วย
ใต้หน้าต่างฝั่งใต้มีเก้าอี้วางอยู่หลายตัว และบนขอบหน้าต่างก็มีต้นไม้กระถางอยู่สามสี่ต้น ปลูกกล้วยไม้พันธุ์หรูทั้งหมด
สองตายายเชิญสวี่ซื่อเยี่ยนให้นั่ง แล้วคุณยายก็รินน้ำให้หนึ่งแก้ว จากนั้นก็เริ่มพูดคุยตกลงเรื่องค่าเช่าบ้าน
“ห้องฝั่งตะวันตกจะไม่ใหญ่มาก พออยู่กันได้สักสองสามคน
เธอจะเช่าบ้าน แล้วทำอาหารกินเองใช่ไหม? งั้นของใช้ต่าง ๆ อย่างเครื่องนอน ฟืน หม้อ ชาม จาน พวกนี้ เธอคงไม่มีหรอก
งั้นเอางี้ ของพวกนั้นฉันให้ยืมใช้ได้หมด รวมถึงบ้านด้วย เดือนละสามสิบหยวน ตกลงไหม?”
คุณยายเป็นคนหัวไว พอคุยกับสวี่ซื่อเยี่ยนได้ไม่นานก็พอเดาออกว่าเขาอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เลยเสนอราคาสามสิบหยวนต่อเดือนทันที
คุณลุงได้ยินแล้วถึงกับตกใจเล็กน้อย
ใครจะเชื่อว่าแค่ห้องเดียว จะคิดค่าเช่าถึงสามสิบหยวนต่อเดือน? แพงเกินไปไหมนี่?
“แม่เฒ่า จะดีเหรอ?” เขากระซิบถามภรรยา พลางดึงแขนเสื้อเธอเบา ๆ
“อย่ายุ่งน่า” หญิงชราถลึงตาใส่สามี
โอกาสได้คนเช่ามีไม่บ่อย จะไม่เก็บให้คุ้มได้ยังไง?
อีกอย่าง เธอแค่เสนอราคา เดี๋ยวอีกฝ่ายก็ต้องต่อราคาอยู่ดี จะรีบไปทำไม?
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินว่าเดือนละสามสิบก็อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ ราคานี้สูงกว่าที่เขาคาดไว้เยอะ
แต่พอคิดดูดี ๆ ก็ยังพอรับได้ เพราะเขาไม่ต้องไปซื้อของใช้ทั้งหมดใหม่
ยังไงของพวกนี้ก็คงเอากลับบ้านไม่ได้อยู่ดี ซื้อใหม่หมดก็เปลือง จะทิ้งก็เสียดาย
ถ้าใช้ของที่บ้านนี้ให้ยืมก็ยังพอได้ แค่ซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยอย่างช้อนส้อมจานชามก็พอ
“คุณยาย น้องสาวผมรักษาตัวที่โรงพยาบาล ต้องใช้เงินเยอะมากเลย ค่าเช่าบ้านลดหน่อยได้ไหม? สักยี่สิบหยวน มากกว่านี้ผมคงไม่มีให้แล้วครับ”







