การผ่าตัดของสวี่ซื่อฉินถูกกำหนดไว้ในวันที่ 12 ตอนเช้า หลังจากตรวจร่างกายเสร็จ แพทย์ก็สั่งให้เธอพักผ่อนที่ห้องผู้ป่วย พร้อมจ่ายยาบางอย่างให้กินตรงเวลา เพื่อปรับสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับผ่าตัดในอีกสองวันข้างหน้า
ตลอดบ่ายไม่ได้เจอพี่ชายเลย พอปรากฏตัวมาก็เอะอะโวยวายว่า “มีเงินผ่าตัดแล้ว!” ทำเอาสวี่ซื่อฉินมึนงง ไม่เข้าใจว่าพี่ชายหมายความว่ายังไง
“พี่เจออะไรมาอีกล่ะเนี่ย? ดูพี่ดีใจจนออกนอกหน้าเลย”
“น้องเอ๊ย ตอนนี้เธอเป็นเศรษฐีนะ พี่ต้องหวังพึ่งเธอในอนาคตแล้ว”
พูดพลางหัวเราะ พลางเปิดกล่องข้าวแล้วยื่นตะเกียบให้สวี่ซื่อฉิน
“มากินข้าวก่อน วันนี้พอประทังไปก่อน พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อซี่โครงหมูมาทำต้มให้กิน”
สวี่ซื่อฉินยิ่งงง หน้าฉงนไปหมด พี่ชายเป็นอะไรของเขาเนี่ย? พูดจาเหมือนคนเพี้ยน
“พี่ไม่ได้โดนอะไรเล่นงานมาแน่นะ? พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ฉันตามไม่ทันซักคำ”
สวี่ซื่อเยี่ยนหัวเราะลั่น
“พี่ไปเช่าบ้านแถวนั้นมา แล้วรู้มั้ยพี่เห็นอะไรที่บ้านเจ้าของบ้าน? หน้าต่างเขามีคลิเวียวางอยู่สี่กระถาง
พี่คุยกับลุงจาง ได้ความว่าตอนนี้กระถางหนึ่งขายได้หลายร้อย แม้แต่ต้นเล็ก ๆ ยังขายได้หลายสิบเลยนะ
ลองคิดดูสิ เรามีทั้งหมดกี่กระถาง? ถ้าเธอไม่ใช่เศรษฐีแล้วใครล่ะจะใช่?”
พอเฉลยออกไปตรง ๆ แบบนี้ สวี่ซื่อฉิน ก็อึ้งไป
“หลายร้อยหยวนต่อกระถาง? จริงเหรอ? บ้านเรามีตั้งเยอะนะ!”
คลิเวีย สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ดหรือแยกหน่อ สวี่ซื่อฉินชอบมันมาก คอยซื้อหาพันธุ์แปลก ๆ มาปลูก ไม่ยอมตัดดอกเมื่อมันบาน ปล่อยให้ติดเมล็ดเพื่อขยายต่อเอง
ผ่านมาหลายปี ปลูกสะสมไว้มากมาย ทั้งเล็กใหญ่เต็มบ้าน
ถ้าต้นใหญ่ขายได้หลายร้อย ต้นเล็กขายได้หลายสิบ ที่บ้านมีก็น่าจะตีมูลค่าได้หลักหมื่นหยวนเลยทีเดียว
“ของจริงเลย พี่ได้ยินมาว่า มีผู้นำระดับสูงอยากให้คลิเวียเป็นดอกไม้ประจำเมือง ถ้าเป็นแบบนั้น ราคาก็ยิ่งพุ่งเข้าไปใหญ่
เรายังไม่ต้องรีบหรอกนะ ปีหน้าเธอกลับไปค่อยดูแลให้ดี แล้วเราค่อยเอามาทดลองขายกันดู”
สวี่ซื่อเยี่ยนจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า เหมือนจะเป็นปี 1984 ที่คลิเวียถูกตั้งให้เป็นดอกไม้ประจำเมือง แล้วราคาก็ทะยานขึ้นไม่หยุด
จนถึงกลางปี 1985 ที่ทางการต้องออกมาแทรกแซงให้หยุดเรื่องวุ่นวายนี้ ทิ้งไว้แค่ความวุ่นวายเบื้องหลัง
ระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล เขาก็คิดแผนไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะฉวยโอกาสนี้ปั่นราคา หาเงินก้อนใหญ่ให้ได้
เพราฟู่ซงห่างไกลจากเมืองหลวง กระแสการเก็งกำไรยังมาไม่ถึง เขาจึงคิดจะกว้านซื้อกล้าและเมล็ดคลิเวียราคาถูกมาปลูกเอง
จากนั้นอีกสองปีให้หลัง ค่อยหาทำเลในเมืองหลวงเปิดขาย ขอแค่ออกของให้หมดก่อนกลางปี 1985 ก็น่าจะโกยเงินได้ก้อนโต
แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาทำคนเดียวไม่ได้ ต้องกลับไปปรึกษากับ โจวชิงกั๋ว หานลี่หมิง และ เฟิงเชา ให้มาร่วมวงด้วย
“งั้นพอกลับบ้าน ฉันจะรีบปลูกเมล็ดที่เก็บไว้ปีนี้ทันทีเลย”
“โชคดีนะที่ยังไม่ฟังแม่บ่นแล้วเผลอทิ้งไปหมด พอขายได้แล้วจะได้ดูสิว่าแม่จะยังบ่นอยู่อีกไหม”
สวี่ซื่อฉินดีใจสุด ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าความชอบส่วนตัวจะกลายเป็นขุมทรัพย์ก้อนโต
แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าผ่าตัดแล้วจริง ๆ
“เรื่องพวกนั้นไว้ทีหลัง กินข้าวก่อน พักผ่อนให้เต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับผ่าตัดก่อน
รักษาโรคให้หายก่อน ค่อยว่ากันเรื่องอื่น วางใจเถอะ มีพี่อยู่ทั้งคน ยังไงก็หาทางหาเงินค่าผ่าตัดให้เธอได้แน่นอน”
สวี่ซื่อเยี่ยนยิ้มแล้วเร่งให้น้องสาวกินข้าว พร้อมเขี่ยเอาแต่เนื้อให้เธอ “กินเยอะ ๆ ล่ะ”
หลังจากกินข้าวเสร็จ พี่ชายก็เอากล่องข้าวไปล้างที่ห้องน้ำรวม ส่วนในห้องพักผู้ป่วยมีเตียงว่างอีกเตียง
เขาไม่วางใจให้น้องสาวนอนคนเดียว จึงใช้เสื้อคลุมหนานอนเฝ้าอยู่เตียงข้าง ๆ
เช้าวันต่อมา สวี่ซื่อเยี่ยนไปซื้อกระดาษกับปากกา แล้วเขียนจดหมายถึงโจวชิงกั๋ว
ในจดหมายเล่าเรื่องคลิเวีย แล้วขอให้โจวชิงกั๋วร่วมมือกับเฟิงเชาและจ้าวเจี้ยนเซ่อช่วยกันออกตามหาและซื้อกล้าไม้กับเมล็ดจากหมู่บ้านใกล้ ๆ มาให้
รายละเอียดอื่น ๆ ไว้รอเขากลับไปแล้วค่อยประชุมกันอีกที
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง คือต้องให้โจวชิงกั๋วไปที่บ้านสกุลสวี่ บอกกับโจวกุ้ยหลานว่า อย่าเผลอทำลายคลิเวียของที่บ้านเด็ดขาด
อีกอย่าง ต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามให้คนนอกล่วงรู้
สวี่ซื่อฉินเองก็เขียนจดหมายถึงหานลี่เหว่ย บอกเล่าเรื่องการมาผ่าตัดที่เมืองหลวงอย่างละเอียด หวังว่าเขาจะเข้าใจ และขอเลื่อนวันแต่งงานออกไป
เมื่อเขียนจดหมายเสร็จ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไปส่งจดหมายลงทะเบียนที่ไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่รับรองว่าจะถึงภายในหนึ่งสัปดาห์ เขาจึงค่อยวางใจ
เช้าวันที่ 12 เวลาแปดโมงครึ่ง สวี่ซื่อฉินซึ่งงดอาหารตั้งแต่เมื่อคืน ก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด
สวี่ซื่อเยี่ยนเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัด เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย
“ขอให้ฟ้าดินเมตตา ขอให้น้องสาวของผมผ่าตัดราบรื่น ปลอดภัยทุกอย่างด้วยเถิด”
เขาพนมมือพึมพำพลางเดินไปมา
การผ่าตัดกินเวลานานกว่าสามชั่วโมง จนเกือบเที่ยง ประตูห้องผ่าตัดจึงเปิดออก
ทีมแพทย์เดินออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ถอดชุดผ่าตัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“คุณหมอครับ น้องสาวผมเป็นยังไงบ้าง ผ่าตัดเรียบร้อยดีไหมครับ?” สวี่ซื่อเยี่ยนรีบถาม
ฉือฮ่าวยกมือถอดหน้ากากผ่าตัด พยักหน้าให้เขา “การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างมากครับ
เราตัดเนื้อเยื่อที่งอกผิดปกติรอบกระดูกสันหลังออก และปรับแนวกระดูกที่เคลื่อนให้กลับเข้าที่
นี่เป็นการผ่าตัดครั้งแรก ยังไม่สามารถปรับโค้งกระดูกให้กลับสู่แนวปกติได้ในทันที เพราะจะกระทบต่ออวัยวะภายในและโครงสร้างร่างกาย
พักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง จึงจะสามารถทำการผ่าตัดครั้งที่สองได้ ซึ่งครั้งที่สองจะปรับให้เข้าสู่แนวปกติได้ง่ายขึ้นครับ”
ฉือฮ่าวรู้ว่าสวี่ซื่อเยี่ยนเป็นห่วงมาก จึงอธิบายอย่างอดทน
“ผู้ป่วยจะถูกส่งกลับห้องพักในอีกไม่นาน คาดว่าน่าจะรู้สึกตัวในคืนนี้
หลังหมดฤทธิ์ยาชา จะเจ็บมาก ผมจะพยายามใช้ยาเพื่อบรรเทาให้ได้มากที่สุด ที่เหลือต้องให้ผู้ป่วยอดทนเอาเอง
ภายใน 24 ชั่วโมงแรกห้ามรับประทานอาหาร และในหนึ่งสัปดาห์ห้ามลุกเดิน
อีกทั้ง ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงาย ควรนอนตะแคงแทน และเวลาเปลี่ยนท่าต้องระวังเป็นพิเศษครับ”
ฉือฮ่าวอธิบายข้อควรระวังอย่างละเอียด
ขณะนั้นเอง พยาบาลก็เข็นสวี่ซื่อฉินที่เต็มไปด้วยท่อ และแขวนสายน้ำเกลือหลายขวด ออกมาจากห้องผ่าตัด
สวี่ซื่อเยี่ยนไม่สนใจสิ่งอื่น รีบเข้าไปช่วยพยาบาลเข็นเตียงพาน้องสาวกลับห้องพัก และยกเธอขึ้นเตียง
“ยังมีอีกหลายขวดยาที่ต้องเปลี่ยน พอของในขวดหมด ก็ไปที่สถานีพยาบาลให้พยาบาลเปลี่ยนให้นะ” พยาบาลกำชับ ก่อนจะเดินออกไป
สวี่ซื่อเยี่ยนนั่งยองอยู่ข้างเตียง มองดูน้องสาวที่นอนแน่นิ่ง ใบหน้าซีดเผือด
“เฮ้อ... ไม่รู้ว่าที่ฉันยืนกรานให้เธอผ่าตัด มันถูกหรือผิดกันแน่ เธอต้องทนเจ็บมากขนาดนี้”
แต่ความเจ็บตอนนี้ยังพอทนไหว หากไม่ผ่าตัดแก้ไข ปล่อยไปถึงยามแก่เฒ่า ความทรมานนั้นจะอยู่ทุกวินาที
“เฮ้อ... ขอให้ชีวิตของเธอต่อจากนี้ ทุกอย่างราบรื่นเถิด
ฉันไม่หวังให้เธอร่ำรวยล้นฟ้า ขอแค่ปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง ก็ถือว่าฉันไม่เสียแรงเปล่าแล้ว”
สวี่ซื่อเยี่ยนมองดูสวี่ซื่อฉินที่ยังหลับไม่รู้สึกตัว พลางพึมพำเบา ๆ







