เหอเหอ ครูเฉียว นี่ให้เขาเปลี่ยนนามสกุลหรือไง
อายุตั้งขนาดนี้แล้วยังต้องรับราชโองการให้โกหกอีก หลานเจี๋ยรู้สึกไม่ค่อยชินเอาเสียเลย ทำได้เพียงฝากความหวังไว้ว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นคะแนนของเฉียวอวี้กับชื่อโรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่ง แล้วมาถามเอาที่เขา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คาดหวังแบบนั้น อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมปลายปีที่หนึ่งอีกคนก็เดินเข้ามาในห้องพักครู แล้วเริ่มคุยเรื่องนี้อย่างตื่นเต้น
"อ๊ะ อาจารย์หลาน เฉียวอวี้แผนกมัธยมต้นที่คุณเลือกมาได้เข้ารอบชิงชนะเลิศของเสี่ยวหลี่ปาปาจริงๆ ด้วย เก่งมากเลยนะ! เปลี่ยนเป็นผมไปสมัครเข้าแข่งขัน ก็ใช่ว่าจะเข้ารอบชิงชนะเลิศได้"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลานเจี๋ยไม่ได้รู้สึกเป็นเกียรติเลย กลับรู้สึกปวดหัวแทน
การแข่งขันนี้ผ่านการพัฒนามาห้าปีแล้ว อิทธิพลในวงการคณิตศาสตร์ถือว่าใหญ่ขึ้นไม่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ข้อเรียกร้องสำหรับอาจารย์มัธยมปลายก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สิบปีก่อนโรงเรียนมัธยมปลายอย่างโรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่ง บัณฑิตดีเด่นระดับปริญญาตรีสายครุศาสตร์ก็สามารถเข้ามาสอนได้ แต่เริ่มตั้งแต่ห้าปีก่อน การรับสมัครอาจารย์ขั้นต่ำล้วนต้องการวุฒิปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้อง
ส่วนพวกโรงเรียนมัธยมระดับท็อปเหล่านั้น ถึงแม้ข้อเรียกร้องอาจจะแค่ปริญญาโทก็พอ แต่ความเป็นจริงแล้วผู้ที่สอบติดส่วนใหญ่ล้วนมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก
การแข่งขันคณิตศาสตร์ของเสี่ยวหลี่ปาปาก็ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งยังไม่เสียค่าสมัคร อีกทั้งการแข่งขันยังจัดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีเวลาเต็มๆ ถึงสองวัน ตราบใดที่โรงเรียนไม่มีคำสั่งห้ามบุคลากรเข้าร่วมแข่งขันอย่างชัดเจน ย่อมมีอาจารย์คณิตศาสตร์จำนวนมากสมัครไปลองดู
ไม่จำเป็นต้องมุ่งเป้าไปที่เงินรางวัล การเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการประลองปัญญาและความกล้ากับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่มีไอคิวระดับสูงสุด สำหรับคนที่เรียนคณิตศาสตร์แล้ว ถือว่ามีความรู้สึกประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย
อีกทั้งถ้าเข้าไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศก็ไม่ต้องกลัวขายหน้า เสี่ยวหลี่ปาปาไม่เอาชื่อคนตกรอบมาติดประกาศหรอก ขอเพียงตัวเองไม่พูด คนรอบตัวก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเขาเคยสมัครเข้าร่วม รวมไปถึงหลานเจี๋ยเองที่สองครั้งก่อนก็เคยสมัครด้วยเหมือนกัน
แต่ใครก็ตามที่สมัครเข้าร่วม ไม่ว่าจะเข้ารอบชิงชนะเลิศหรือไม่ ส่วนใหญ่ก็จะหาเวลาว่างมาดูรายชื่อกันทั้งนั้น
สำหรับเมืองดาราแล้ว โรงเรียนมัธยมต้นที่ขึ้นต้นด้วยเมืองดารานั้นดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก ดังนั้นหลานเจี๋ยจึงยังไม่ทันได้พูดคุยกับอาจารย์ที่เดินเข้ามา กลับรีบตอบกลับไปในวีแชตทันทีว่า "ครูใหญ่จาง คุณพูดกับผมคนเดียวมันไม่มีประโยชน์หรอกครับ อาจารย์คณิตศาสตร์ทั่วทั้งเมืองดาราหลายคนก็อาจจะกำลังให้ความสนใจการแข่งขันครั้งนี้อยู่ รวมไปถึงโรงเรียนของพวกเราด้วย"
จากนั้นถึงได้ยิ้มขื่นแล้วพูดกับเพื่อนร่วมงานที่นั่งประจำที่แล้วว่า "เอาล่ะ อาจารย์สวี เมื่อกี้ครูใหญ่จางเพิ่งจะกำชับผมเป็นพิเศษ ว่าอย่าเพิ่งไปพูดเรื่องที่เฉียวอวี้เข้ารอบชิงชนะเลิศกับใคร ถ้ามีคนถามก็บอกว่าเฉียวอวี้เป็นอาจารย์โรงเรียนพวกเรา"
"นี่... อ้อ กลัวคนมาแย่งตัวสินะ!" ล้วนเป็นคนฉลาด พอสะกิดเตือนแค่ประโยคเดียวฝั่งตรงข้ามก็มีปฏิกิริยาตอบสนองและเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที
หลานเจี๋ยยิ้ม ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด โทรศัพท์มือถือก็เริ่มสั่นอีกครั้ง จากนั้นก็เห็นข้อความเข้ามาในกลุ่มทำงานวีแชตว่า "@ทุกคน ขอให้ครูประจำชั้นทุกห้องกับอาจารย์คณิตศาสตร์หลังจากได้รับข้อความแล้ว ภายในสิบนาทีให้ไปประชุมที่อาคารอำนวยการห้องประชุม 607 ไม่อนุญาตให้ลางาน ขอให้ทุกคนแจ้งต่อๆ กันด้วย!"
ครูใหญ่จางช่างทำงานเด็ดขาดว่องไวเสียจริง ตัวยังอยู่ข้างนอก แต่ก็เริ่มเรียกประชุมแล้วงั้นเหรอ?!
"เอาล่ะ ต้องไปประชุมแล้ว ไปกันเถอะ!"
…
หัวเซี่ย เซียวโจว ที่ตั้งสำนักงานใหญ่เสี่ยวหลี่ปาปา
ถึงแม้เฉียวอวี้จะมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปรับเงินรางวัลแบบไม่ให้ใครรู้ใครเห็น แต่ก็น่าเสียดาย เขายังคงถูกสังเกตเห็นจนได้
แม้ว่าการสมัครเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์ของเสี่ยวหลี่ปาปาจะไม่ต้องกรอกอาชีพ แต่ต้องกรอกวันเกิด
ปีนี้เฉียวอวี้ที่เพิ่งจะอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ถือเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุดทั้งหมดของปีนี้ หลังจากที่เขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แน่นอนว่าเขาย่อมกลายเป็นผู้เข้ารอบที่อายุน้อยที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น เขายังอยู่ในอันดับที่ 285 ของรอบคัดเลือกด้วย
ยังมีนักเรียนมัธยมต้นที่อายุสิบห้าปีเท่ากับเขาอีกเจ็ดคน แต่อันดับของเฉียวอวี้นั้นมีผลการเรียนรอบคัดเลือกที่สูงที่สุดในบรรดากลุ่มคนรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งหมด
นักเรียนมัธยมต้นเหล่านี้สามารถเอาชนะบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังจนได้ตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาได้ บางคนอันดับยังอยู่ค่อนข้างสูง แน่นอนว่าย่อมดึงดูดความสนใจจากเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในคณะกรรมการจัดงานการแข่งขัน
ในคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันไม่ได้มีแค่นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนของแต่ละประเทศเท่านั้น แต่ยังมีศาสตราจารย์จากคณะคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกมากมาย
การแข่งขันในทิศทางของสาขาวิชาประเภทนี้แต่เดิมก็รับหน้าที่ในการค้นหาบุคลากรที่มีความสามารถอยู่แล้ว
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็มีผู้เข้าสอบที่อายุน้อยมากๆ บางคนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและคว้าเหรียญทองมาได้ไม่น้อยเช่นกัน
อย่างเช่นเพื่อนร่วมชั้นจ๋ายเจิ้นอวี่จากเมืองฉงชิ่ง เมื่อปีที่แล้วตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดปี ก็สามารถคว้าเหรียญทองการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลกเสี่ยวหลี่ปาปาของปีที่แล้วมาได้ อีกทั้งยังเป็นผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวที่ได้คะแนนเต็มในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย
แต่สิ่งที่แตกต่างจากนักเรียนมัธยมต้นเหล่านี้ก็คือ ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ในปี 2022 หรือก็คือตอนอายุสิบหกปี เพิ่งจะเรียนมัธยมปลายปีที่หนึ่งก็ได้เป็นตัวแทนของหัวเซี่ยเข้าร่วม IMO และคว้าเหรียญทองมาได้หนึ่งเหรียญ
หลังจากนั้นก็ได้รับสิทธิ์ให้เข้าศึกษาต่อที่คณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยียนเป่ยโดยตรง ตอนที่เข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์เสี่ยวหลี่ปาปาเมื่อปีที่แล้วถึงแม้เขาจะอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่ก็เป็นถึงนักศึกษาชั้นปีที่สองของคณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยียนเป่ยแล้ว
ถึงแม้นักเรียนมัธยมต้นจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญทองในรอบชิงชนะเลิศมาได้ แต่ตามหลักเหตุผลแล้วพวกเขาก็ยังไม่ทันได้เข้ารับความรู้อย่างเป็นระบบด้านคณิตศาสตร์ขั้นสูงเลย
หากพึ่งพาเพียงการศึกษาด้วยตัวเองจนคว้าอันดับนี้มาได้ พรสวรรค์นี้ก็คงต้องบอกว่าน่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งแล้ว!
ในฐานะผู้ที่มีผลการเรียนดีที่สุดอย่างเฉียวอวี้ รวมไปถึงเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีคนอื่นๆ เนื้อหาการตอบคำถามของพวกเขาจึงได้รับความสนใจมากที่สุด ผู้ยิ่งใหญ่หลายท่านตั้งใจดาวน์โหลดมาดูโดยเฉพาะ และจดจำรายชื่อเหล่านี้เอาไว้
แต่ยังไงก็เป็นเพียงแค่รอบคัดเลือกเท่านั้น มีผู้สมัครหลายหมื่นคน ประกอบกับเป็นการจัดในรูปแบบออนไลน์ จึงเป็นการยากที่จะนำเอาวิธีการทางเทคโนโลยีมาใช้เพื่อป้องกันการโกง หลายต่อหลายครั้งก็ต้องพึ่งพาจิตสำนึกของตัวผู้เข้าแข่งขันเอง
ดังนั้นหลังจากที่ผู้ยิ่งใหญ่หลายท่านได้พูดคุยทักทายกัน กล่องจดหมายทางฝั่งของเฉียวอวี้ก็ได้รับอีเมลที่ส่งมาจากคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลกเสี่ยวหลี่ปาปาอีกหนึ่งฉบับ
ใจความสำคัญก็คือการเชิญเฉียวอวี้เป็นพิเศษให้ไปเข้าร่วมรอบชิงชนะเลิศที่สำนักงานใหญ่เสี่ยวหลี่ปาปาในเซียวโจว หากเฉียวอวี้ตกลง เพียงแค่ให้ชื่อและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของเขากับผู้ปกครอง ทางคณะกรรมการจัดงานก็จะเป็นผู้จัดการเรื่องการเดินทางไปกลับและที่พักอาหารให้โดยตรง
ถึงแม้รอบชิงชนะเลิศจะสามารถดำเนินการในรูปแบบออนไลน์ได้เช่นกัน ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการต้องเปิดกล้องกับไมโครโฟน โดยใช้วิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อดำเนินการคุมสอบ แต่สำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์แบบนี้ เมื่อผู้ยิ่งใหญ่เกิดความสนใจ การเชิญตัวไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อแข่งในรอบชิงชนะเลิศก็มีอยู่ให้เห็นเช่นกัน
แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่เฉียวอวี้คนเดียวที่ได้รับคำเชิญเช่นนี้ เหล่าเด็กหนุ่มอัจฉริยะในกลุ่มวัยเดียวกันกับเขาส่วนใหญ่ต่างก็ได้รับอีเมลแบบเดียวกัน
…
เฉียวอวี้ที่กำลังดูวิดีโอเพื่อพยายามซึมซับความรู้เห็นข้อความเด้งขึ้นมาจากกล่องจดหมาย พอกดเข้าไปเหลือบมอง และคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินออกจากห้อง ไปถามเฉียวซีที่กำลังดูละครน้ำเน่าอยู่บนโซฟาว่า "แม่ เครือเสี่ยวหลี่นั่นเชิญผมไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่เซียวโจว เหมาค่ารถไปกลับกับค่าที่พักด้วย แม่ไปไหม"
"อ้อ เมื่อไหร่ล่ะ" เฉียวซีเงยหน้าขึ้นมาถาม
"เวลาเริ่มรอบชิงชนะเลิศคือวันที่สิบสี่กรกฎาคม แต่ก็อาจจะต้องไปล่วงหน้าสักหนึ่งหรือสองวัน"
"ไม่ไป" เฉียวซีปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
"อ้าว เวลานี้แม่ไม่ค่อยพอใจเหรอ หรือจะให้ผมไปปรึกษาขอเปลี่ยนเวลากับพวกเขาดี" เฉียวอวี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
"ลูกก็รู้ไม่ใช่เหรอ แม่เป็นโรคกลัวสังคม ไม่ชอบติดต่อกับคนที่ไม่คุ้นเคย" เฉียวซีพูดอย่างมีเหตุมีผลและมั่นใจ
"แล้วแม่จะถามทำไมว่าเมื่อไหร่"
"แม่ถามว่าลูกจะไปเมื่อไหร่ ไม่ได้แปลว่าแม่จะไปซะหน่อย อีกอย่าง ลูกก็อายุสิบห้าแล้ว ไม่กล้านั่งรถไฟความเร็วสูงหรือไม่มีขากันแน่ล่ะ อ้อใช่ เดินทางไกลต้องระวังตัวให้มาก เลิกคำนวณเอาเปรียบให้น้อยลง แล้วมีความจริงใจให้มากขึ้น ถ้ากลัวจริงๆ ล่ะก็ ลูกโทรหาคนดีคนนั้นก็ได้นะ ตอนนี้เขาอาจจะเห็นลูกเป็นไข่ในหินมากกว่าแม่ซะอีก!"
ความรักของแม่ มักจะรอบด้านเช่นนี้เสมอ







