สถาบันอารยธรรมต้าเซี่ย
เมื่อนักเรียนใหม่ใกล้จะเข้าเรียน สถาบันอารยธรรมก็เริ่มยุ่งวุ่นวายขึ้นมา
บรรยากาศภายในสถาบันคึกคักกว่าปกติมาก
เหล่านักเรียนเดินไปมาอย่างเร่งรีบ พวกอาจารย์เองก็เริ่มยุ่งวุ่นวายไปทั่ว
ประกอบกับปีนี้สถาบันฝึกอบรมหมื่นเผ่าพันธุ์เปิดทำการ เรื่องราวต่างๆ จึงยิ่งมีมากขึ้น
ทว่าภายใต้ความคึกคัก กลับซ่อนคลื่นลมเอาไว้
...
ตำหนักบำเพ็ญใจ
ภายในหอคอยขนาดใหญ่ ข้อพิพาทปะทุขึ้นอีกครั้ง
เมื่อสิ้นเสียงของว่านเทียนเซิ่ง ในพริบตานั้นก็มีคนคัดค้านอย่างรุนแรงว่า "ผมไม่เห็นด้วย! ว่านเทียนเซิ่ง คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?"
ผู้อาวุโสหอบางคนตวาดด้วยความโกรธ "คุณจะทรยศเผ่ามนุษย์งั้นหรือ?"
"แค่เปิดสถาบันฝึกอบรมหมื่นเผ่าพันธุ์ก็แล้วไปเถอะ นี่ยังจะเปิดดินแดนลี้ลับอีก ทำไมคุณไม่พาพวกเขาไปเรียนที่แดนแสวงวิถีเลยล่ะ จะไม่ดีกว่าหรือ?"
ว่านเทียนเซิ่งพูดเรียบๆ ว่า "ไปแดนแสวงวิถี ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้"
"คุณ!"
ผู้อาวุโสหอผมขาวโพลนผู้นี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ตะคอกว่า "คุณจะกบฏต่อเผ่ามนุษย์!"
"ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างสงบว่า "ผมบอกแล้วไง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ถ้าคุณไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทน เผ่าต่างๆ จะเอาของสำคัญมาให้พวกเราได้อย่างไร จะยอมถวายหัวให้เผ่ามนุษย์ของเราได้อย่างไร?"
"เอาแต่คิดถึงผลเก็บเกี่ยว ไม่คิดจะลงทุน แบบนั้นจะไปได้ยังไง?"
ว่านเทียนเซิ่งสงบนิ่งมาก "แค่เปิดดินแดนลี้ลับให้พวกเขาบ้าง นี่ก็คือการทรยศแล้วเหรอ? ต่อให้ปั้นยอดฝีมือให้พวกเขาสักสองสามคนจริงๆ แล้วมันจะทำไม?"
"ว่านเทียนเซิ่ง คุณคิดได้สวยหรูมาก!" มีคนพูดอย่างเย็นชา "แต่คุณต้องรู้ไว้นะ ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เรา จิตใจย่อมต้องแตกต่าง! คุณคิดจะปั้นยอดฝีมือ ให้กลายเป็นเสาหลักของเผ่าต่างๆ แล้วค่อยกลับมาตอบแทนเผ่ามนุษย์... ผมบอกได้แค่ว่าคุณประเมินจิตใจคนต่ำเกินไปแล้ว!"
"เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ พวกเขามีอำนาจบารมีล้นฟ้า ยังจะมาสนบุญคุณที่เคยได้รับในเผ่ามนุษย์เมื่อครั้งอดีตอยู่อีกเหรอ?"
ว่านเทียนเซิ่งกล่าวเรียบๆ "ต่อให้มีคนจำบุญคุณเพียงคนเดียว ก็อาจดึงมาได้ทั้งเผ่า ทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ?"
"หึ!" ผู้อาวุโสหอตวาดอย่างเย็นชา "แล้วคุณไม่คิดบ้างล่ะว่า ปั้นยอดฝีมือให้หมื่นเผ่าพันธุ์หนึ่งคน เผ่ามนุษย์ก็จะขาดไปหนึ่งคน ถ้ายอดฝีมือของหมื่นเผ่าพันธุ์มาสังหารยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ ผลที่ตามมานี้ใครจะรับผิดชอบ?"
ว่านเทียนเซิ่งทำท่าประหลาดใจ "หรือว่าถ้าไม่ให้ทรัพยากรแก่นักเรียนของหมื่นเผ่าพันธุ์ พวกเขาก็จะไม่มีใช้เอง? หรือว่าถ้าให้ทรัพยากรแก่นักเรียนเผ่ามนุษย์ แล้วพวกเขาจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือได้อย่างแน่นอน?"
"ตรรกะวิบัติ!"
"ว่านเทียนเซิ่ง คุณมีเจตนาอะไรกันแน่!"
"..."
ทุกคนพากันต่อว่าด้วยความโกรธ!
ว่านเทียนเซิ่งถอนหายใจ "ทุกท่าน ใจเย็นๆ ก่อน! อย่าเอะอะก็ลากเข้าประเด็นใหญ่โต ผมยังพูดไม่ทันจบ พวกคุณก็หาว่าเป็นกบฏบ้าง ทรยศบ้าง ทำไปทำไมกัน?"
ว่านเทียนเซิ่งส่ายหน้าและถอนหายใจ "เอาอย่างนี้ละกัน เราจ่ายค่าตอบแทนระดับหนึ่ง ก็ได้รับผลตอบแทนกลับมาบ้าง บนสนามรบพหุภพ เผ่าพันธุ์พวกนี้สามารถให้ข้อมูลบางอย่างแก่พวกเราได้ นอกจากนี้ ทางฝั่งลัทธิหมื่นเผ่าพันธุ์ นิกายบางส่วนที่พวกเขาควบคุมอยู่ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ให้แก่เราได้ ซึ่งดีกว่าการส่งคนเข้าไปแฝงตัวทีละคนมากนัก"
"และอีกอย่าง การซื้อกระดูกม้าด้วยทองพันชั่ง ปีนี้เป็นการทดลองดำเนินการ ทันทีที่นักเรียนหมื่นเผ่าพันธุ์กลุ่มแรกได้รับผลประโยชน์มากหน่อย ปั้นยอดฝีมือขึ้นมาได้ เผ่าเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังก็จะแห่ทำตาม"
"เดินตามเผ่ามนุษย์ มีเนื้อให้กิน! ทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ!"
"แต่ถ้าหากนักเรียนกลุ่มแรก พวกเราไม่สามารถมอบผลประโยชน์ใดๆ ให้พวกเขาได้เลย... พูดตามตรง ถ้าเป็นแบบนั้น หมื่นเผ่าพันธุ์ต่างก็กำลังจับตามอง เผ่าเล็กๆ ต่างก็ลังเล ถึงตอนนั้นพวกเขายังจะเต็มใจมาอีกเหรอ?"
ว่านเทียนเซิ่งส่ายหน้า "ไม่หรอก ยอมเสี่ยงล่วงเกินเผ่าใหญ่ต่างๆ เพื่อมายังเผ่ามนุษย์ ผลสุดท้ายกลับไม่ได้ประโยชน์อะไร ใครจะยินยอมล่ะ? เผ่าเล็กๆ ก็จะเอนเอียงไปมาต่อไป ในช่วงเวลาสำคัญอาจถึงขั้นแว้งกัดเผ่ามนุษย์สักคำด้วยซ้ำ... ความจริงแล้ว เพียงแค่พวกเรายอมจ่ายค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถกำจัดความเสี่ยงเหล่านี้ไปได้แล้ว"
สิ้นคำพูด ภายในหอคอยก็มีผู้อาวุโสหอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ในเมื่อว่านเทียนเซิ่งอย่างคุณเห็นความสำคัญของนักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ขนาดนี้ งั้นก็ลำเอียงไม่ได้! ทรัพยากรพวกนี้ไม่ได้เสกมาจากความว่างเปล่า ในเมื่อคุณยอมให้นักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ งั้นก็แจกจ่ายให้มากขึ้นไปเลย ในเมื่อเปิดให้หมื่นเผ่าพันธุ์ได้ งั้นก็เปิดดินแดนลี้ลับให้นักเรียนเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยสิ!"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างเรียบเฉย "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! แต่การเปิดดินแดนลี้ลับ แต่ละครั้งจำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมาก นักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ขอเปิด นั่นคือพวกเขาออกเงินเอง พวกคุณอยากเปิด ก็ออกเงินเองสิ!"
"ดี ตกลงตามนี้!"
ผู้อาวุโสหอที่พูดขึ้นรีบสรุปเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว พวกเขาหวังมานานแล้วว่าจะสามารถเปิดดินแดนลี้ลับระดับสูงเพิ่มขึ้นได้อีกบ้าง ในเมื่อครั้งนี้ว่านเทียนเซิ่งตกลงแล้ว ทุกอย่างก็จัดการได้ง่ายขึ้นมาก
ท่ามกลางฝูงชน หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้พูดอะไรมาตลอด ถึงตอนนี้ก็พูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน "เปิดดินแดนลี้ลับระดับสูงเหรอ? เอาอย่างนี้ สายของพวกเราขอโควตา 10 คน อ้อ ไม่ออกเงินนะ ออกแต่คน"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้อาวุโสหอที่เพิ่งพูดเมื่อครู่ก็โกรธจัดในทันที ตวาดว่า "อู๋เยว่ฮวา คุณหมายความว่ายังไง?"
หญิงคนนั้นตอบอย่างเกียจคร้าน "หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ? ฉันพูดไม่ชัดเจนพอหรือไง? พวกคุณออกเงิน ฉันออกคน ดินแดนลี้ลับเปิด ฉันจะส่งคนเข้าไป ง่ายๆ แค่นี้ หูหนวกเหรอ ถึงฟังไม่รู้เรื่อง?"
ชายชราสีหน้ามืดครึ้ม "คุณเอาของวิเศษที่ต้องใช้เปิดออกมาสิ ผมถึงจะยอมให้คุณส่งคนเข้าไปได้!"
หญิงคนนั้นแบมือ "ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพยากร ไม่มีแต้มผลงาน! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ! ไม่เชื่อคุณก็ไปถามคนแซ่ว่านดูสิ ว่าฉันมีของพวกนี้หรือเปล่า?"
"งั้นก็เลิกคิดไปได้เลย!"
ชายชราปฏิเสธ ไม่ออกอะไรเลยสักอย่างแต่คิดจะส่งคนเข้าไป ฝันไปเถอะ
อู๋เยว่ฮวาไม่สนใจ ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "งั้นไม่เข้าไปก็แล้วกัน ดินแดนลี้ลับพวกนั้น... ไม่ใช่ของพวกคุณสักหน่อย! นั่นเป็นมรดกตกทอดที่ปรมาจารย์อารยธรรมรุ่นแล้วรุ่นเล่าทิ้งเอาไว้ มีทั้งของอาจารย์ฉันทิ้งไว้ ของอาจารย์อาฉันทิ้งไว้ ของอาจารย์ปู่ฉันทิ้งไว้... อ้อ แล้วยังมีที่อธิการรุ่นที่ห้า อธิการรุ่นที่สี่ทิ้งไว้อีก..."
อู๋เยว่ฮวาพูดอย่างใจเย็นไร้กังวล "ในเมื่อคนของฉันเข้าไปไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้องเข้าไปกันให้หมดนั่นแหละ! ใครกล้าเข้าไปล่ะก็... หึๆ ฉันจะระเบิดดินแดนลี้ลับทิ้ง ให้พวกคุณไปเล่นกันเองเลย!"
พูดจบ ก็ปรายตามองว่านเทียนเซิ่งที่กำลังดูงิ้วอยู่ แล้วหัวเราะเยาะ "พวกคุณมีเงินมีอำนาจ ส่วนพวกเราไม่มีอะไรเลย ในเมื่อไม่มี... คนเท้าเปล่าไม่กลัวคนใส่รองเท้าอยู่แล้ว! หลายปีมานี้ พวกคุณกดขี่สายพวกเราไม่กี่สาย ตอนนี้คิดจะมาเล่นละครตบตากับแม่ ฝันไปเถอะ!"
"คิดว่าไม่มีใครจัดการพวกคุณได้จริงๆ เหรอ?"
ปัง! อู๋เยว่ฮวาตบโต๊ะจนแตกกระจาย "ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้! คนของฉันเข้าไปไม่ได้ ใครก็อย่าหวังจะได้เข้าไป! หมื่นเผ่าพันธุ์อะไร ขั้วอำนาจอะไร อนาคตของสถาบันอะไร... ฉันเป็นผู้หญิง ไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอก!"
"อย่าบีบให้ฉันต้องโมโห ถ้าทำให้แม่โกรธขึ้นมาล่ะก็ แตกหักกันไปเลย! แม่คิดไว้ตั้งนานแล้ว ทั้งสายอักษรเทวะ สายโอสถเทวะ สายยันต์เทวะ... จะออกจากสถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยให้หมด สถาบันต้าโจว ต้าหมิงเสนอราคาสูงลิ่วรอให้พวกเราไปเข้าร่วมตั้งนานแล้ว!"
อู๋เยว่ฮวาพูดเสียงเย็น "ในเมื่อพวกคุณกดขี่พวกเรา งั้นพวกเราก็จะไปเปิดสายใหม่! ว่านเทียนเซิ่ง โจวหมิงเหริน พวกคุณเล่นละครตบตากันเอง ก็ไปเล่นกันเองเถอะ เมื่อห้าสิบปีก่อนพวกเรายอมถอย ห้าสิบปีให้หลัง... ยังคิดจะทำแบบนี้อีกรอบ คิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หลิวเหวินเยี่ยน ที่จะยอมถอยให้พวกคุณเพียงเพื่อคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ อนาคตอะไรนั่นหรือไง?"
อู๋เยว่ฮวาตวาด "ฉันขอทิ้งคำพูดไว้ตรงนี้เลยนะ ถ้ากล้าทิ้งพวกเราแล้วฮุบไว้กินเองคนเดียวล่ะก็... งั้นก็แตกหักกันไปเลย ฉันจะเรียกปรมาจารย์อารยธรรมสายต่างๆ ในเขตปกครองต้าเซี่ยไปสวามิภักดิ์ต่อเขตปกครองต้าหมิง เปิดสถาบันขึ้นมาใหม่อีกแห่ง ดูสิว่าใครจะสู้ใครได้!"
"ไป!"
พูดจบ อู๋เยว่ฮวาก็ก้าวเท้าเดินจากไปทันที
ในเวลาเดียวกัน ในบรรดาผู้อาวุโสหอกว่าสามสิบคน ก็มีสี่ห้าคนลุกขึ้นและพากันเดินจากไป
ก่อนไปมีคนพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า "ทำเกินไปมันไม่เหมาะนะ หงถานยังไม่กลับมาเลย ว่านเทียนเซิ่ง อย่าทำตัวเป็นไม้หลักปักเลน ใครแข็งแกร่งก็ลู่ตามคนนั้น ความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของคุณน่ะ ใครบ้างจะไม่รู้! คุณน่ะรักษาความมั่นคงได้ แต่พวกเราไม่มั่นคง... ถ้ายังไม่ให้ความยุติธรรมล่ะก็ ปณิธานอันยิ่งใหญ่อะไรนั่นของคุณ... พวกคุณก็เอาไปเล่นกันเองเถอะ!"
"พูดจาเหลวไหล..." ผู้อาวุโสหอคนที่เคยต่อว่าอู๋เยว่ฮวาก่อนหน้านี้ตวาดด้วยความโกรธ "ยังมีกฎเกณฑ์อะไรหลงเหลืออยู่อีกไหม?"
"หึๆ..."
ด้านนอกประตู เสียงหัวเราะเยาะของอู๋เยว่ฮวาดังแว่วมา "โจวหมิงเหริน อย่าถือดีว่าแก่แล้วทำกร่างนักเลย! ห้าสิบปีก่อน ถ้าพวกโง่นั่นไม่ยอมถอยไปเอง จะถึงคิวคุณมาออกคำสั่งเหรอ? ทำไมล่ะ คิดจะกำจัดสายเราทิ้งให้หมด แล้วผูกขาดอำนาจไว้คนเดียวหรือไง?"
"ถ้าคุณกล้าพ่นเรื่องไร้สาระอีก วันนี้แม่จะเอาชีวิตเข้าแลก รื้อตำหนักบำเพ็ญใจนี่ทิ้ง พังประตูสถาบันนี่ซะ วันนี้จะไปสวามิภักดิ์สถาบันอื่น ปล่อยให้พวกคุณกร่างบ้าบออะไรกันไปเถอะ!"
"..."
สีหน้าของโจวหมิงเหรินดูแย่มาก เขาส่งเสียงฮึดฮัด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เสียงฝีเท้าห่างออกไป
รอจนพวกเขาจากไป ชายชราก็พูดด้วยความโกรธว่า "อธิการ นี่คือผลจากการที่คุณตามใจพวกเขา!"
ว่านเทียนเซิ่งพูดด้วยท่าทางไร้เดียงสา "เหล่าโจว ไม่เกี่ยวกับผมเลยนะ? ผมไปแหยมกับใครไม่ได้เลย พวกคุณคุยกันไม่ลงรอยก็ทะเลาะกันเอง ผมจะทำยังไงได้?"
ว่านเทียนเซิ่งถอนหายใจ "ดูสิ ผมก็บอกแล้วว่าอย่าไปบีบพวกเขาจนเกินไป พวกคุณก็ดึงดันจะทำแบบนี้... ดินแดนลี้ลับเปิด ก็แบ่งโควตาให้พวกเขาสักหน่อยสิ ไม่อย่างนั้น ทางฝั่งผมก็คงอธิบายลำบากเหมือนกัน"
"ถ้าหนีไปจริงๆ สถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยจะสูญเสียความแข็งแกร่งไปสามส่วนในพริบตา ท่านเจ้าเขตปกครองออกจากด่านมาเมื่อไหร่... ผมคงต้องรับเคราะห์หนักแน่ ส่วนพวกคุณก็คงมีจุดจบที่ไม่สวยเหมือนกัน"
ชายชราพูดอย่างเย็นชา "อู๋เยว่ฮวาคนนี้จงใจอาละวาด! ผมบอกแล้วว่าดินแดนลี้ลับเปิด พวกเขาต้องออกทรัพยากรเอง แล้วทุกคนค่อยเข้าไปด้วยกัน ผมไปขวางพวกเขาเหรอ? พวกเขาไม่ยอมเอง คิดจะกินเปล่า แบบนี้ยังจะปล่อยผ่านไปได้อีกเหรอ?"
ชายชราพูดพลางแสดงอาการไม่พอใจ "ทรัพยากรของพวกเรา ไม่ใช่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองหรอกหรือ?"
ว่านเทียนเซิ่งกระแอมเบาๆ อย่างจนใจ "เรื่องนี้... พูดยากนะ! สมัยก่อนขับไล่อัจฉริยะจากสายของพวกเขาไปไม่น้อย ตอนนี้บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่กลับไม่มีรายได้เข้า เลี้ยงดูตัวเองยังลำบาก... พวกอู๋เยว่ฮวาต้องคอยจุนเจือไปตั้งเท่าไหร่..."
"นั่นก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเขาเอง!"
ว่านเทียนเซิ่งขัดจังหวะ "ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนนั้นไปยึดทรัพยากรทั้งหมดของพวกเขามา หลายคนยังมีหนี้สินหลงเหลืออยู่อีกตั้งเยอะ อู๋เยว่ฮวาหลายปีมานี้แค่เพื่อหลิวเหวินเยี่ยนคนเดียว ก็ต้องใช้หนี้แทนไปห้าหกหมื่นแต้มผลงานแล้ว นี่ยังมีหนี้ของคนอื่นๆ อีกตั้งเยอะที่เธอช่วยจ่ายไป รวมๆ แล้วก็เป็นแสนแต้มผลงานแล้ว"
ว่านเทียนเซิ่งถอนหายใจ "เหล่าโจว ถ้าบีบพวกเขาจนมุมจริงๆ คุณกับผมต่างก็อยู่ไม่เป็นสุขทั้งคู่ ช่างมันเถอะ"
ชายชราพูดเสียงทุ้มต่ำ "ที่ทิ้งหนี้ไว้ตอนนั้น ก็ไม่ใช่ว่าเราไปบีบบังคับสักหน่อยไม่ใช่เหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น... พวกเขาเอาของที่สำคัญมากไปตั้งหลายอย่าง ว่านเทียนเซิ่ง คุณลองพูดมาสิว่าพวกเราบีบพวกเขาหรือเปล่า? ของพวกนั้น ถ้าพวกเขาไม่เอาไป จะต้องมาถึงขั้นนี้ไหม?"
"หลายปีมานี้ พวกเราเคยไปช่วงชิงมาไหม? ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่เคยก้าวหน้าเลย มีตั้งกี่คนที่ติดแหง็กอยู่ก่อนขั้นก่อรูปลักษณ์ บางคนตอนใกล้ตายก็ยังไม่ยอมเอาของมาคืน ยอมเอาลงหลุมศพไปด้วยซ้ำ แบบนี้มันสมควรไหม?"
ชายชราพูดอย่างมีน้ำโหเล็กน้อย "ใครเห็นแก่ตัวกว่ากัน? แค่เพราะอู๋เยว่ฮวาช่วยพวกเขาใช้หนี้ จนไม่มีรายได้ ก็เลยจะมากินเปล่าของพวกเราเหรอ? เธอจะกล้าพาคนไป ก็ไปเลยสิ! คิดว่าพวกเราไม่กล้าไปเหรอไง? ต้าหมิง ต้าโจว ต้าซาง มีเขตปกครองไหนบ้างที่ไม่ต้อนรับพวกเรา?"
ว่านเทียนเซิ่งถอนหายใจ "ที่คุณพูดก็ถูก ต่างคนก็ต่างมีความลำบาก แต่หลายปีมานี้ อย่างไรเสียพวกคุณก็มีรายได้เข้ามามากกว่า สถาบัน รวมถึงแดนแสวงวิถี แล้วก็เขตปกครองต้าเซี่ย จัดสรรเงินให้ทุกปีไม่น้อยเลยนะ ทางฝั่งพวกเขากลับได้ไม่เท่าไหร่ ผมในฐานะอธิการ จะลำเอียงเกินไปมันก็ไม่ดี ยังไงก็ต้องให้ความยุติธรรมเท่าๆ กัน"
"เหล่าโจว เอาอย่างนี้เถอะ ครั้งนี้ยอมตามใจอู๋เยว่ฮวาไปก่อน ถ้ามีครั้งหน้า แล้วเธอยังกล้ามาขู่อีก ก็ขับไล่พวกเขาออกไปเลย!"
เหล่าโจวทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไป ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็แค่นเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชาแล้วลุกขึ้นเดินจากไป
พอเขาไป ผู้อาวุโสหอหลายคนก็ทยอยเดินตามออกไป
ในลานนั้น ยังเหลือผู้อาวุโสหออยู่อีกสิบกว่าคน
ว่านเทียนเซิ่งยิ้มๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ผู้อาวุโสหอที่เหลืออยู่ในลาน มีคนยิ้มแล้วพูดว่า "เหล่าว่าน นายทำเกินไปแล้วนะ! อย่ามัวแต่ยุยงให้พวกเขาทะเลาะกันสิ ถ้าสู้กันหนักเกินไปจนกลายเป็นศัตรูกันจริงๆ มันก็ไม่ดีหรอก"
"ไม่เป็นไรหรอก"
ว่านเทียนเซิ่งหัวเราะ "อู๋เยว่ฮวาก็แค่เก่งแต่ปาก ถ้าให้เธอก่อกบฏจริงๆ... เธอจะทำเหรอ? ต่อให้เธอยอม พวกหงถานก็ไม่ยอมหรอก ทางฝั่งเหล่าโจว ได้เปรียบไปหน่อย ก็ต้องยอมเสียอะไรไปบ้าง"
"ตาแก่คนนี้ หลายปีมานี้ยังมัวพะวงของของพวกนั้นอยู่ได้ มีอะไรให้น่าพะวงนักหนา"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างไม่ใส่ใจ "มีเวลาป่านนั้น หวังพึ่งตัวเองสร้างขึ้นมายังเป็นไปได้มากกว่าเลย ห้าสิบปีแล้วยังปล่อยวางไม่ได้ จะทำไปเพื่ออะไร!"
ว่านเทียนเซิ่งส่ายหน้าและพูดต่อ "สู้กันสักหน่อยก็ดี ถ้าพวกเขาไม่ตีกัน พวกเราจะทำงานก็คงไม่สะดวกขนาดนี้ คุณดูสิ พอพวกเขาตีกันปุ๊บ ใครจะมาสนใจว่าเราทำงานยังไงอีกล่ะ"
ในลานมีคนหัวเราะออกมา แล้วพูดว่า "เหล่าว่าน รู้จักกาลเทศะหน่อย ระวังพวกเขาจะโกรธจนหนีไปจริงๆ นะ ถึงตอนนั้นจะร้องไห้ก็ไม่มีที่ให้ร้องหรอก"
"ไม่ต้องห่วงหรอก..."
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างไม่ใส่ใจ "พวกคุณก็รู้กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าไอ้ที่พวกนั้นเรียกว่าทูตจากเขตปกครองใหญ่ต่างๆ น่ะ ครึ่งหนึ่งก็เป็นพวกเราที่ส่งไปทั้งนั้น เสนอราคาสูงลิบลิ่ว พวกเขาก็ไม่กล้าไปสอบถามท่านเจ้าเขตปกครองใหญ่ต่างๆ เลยหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าไปสวามิภักดิ์จริงๆ... พอเสนอราคาปุ๊บ หึๆ ราคาไม่ถึงหนึ่งในสิบของตอนแรกด้วยซ้ำ ไอ้พวกนี้ไม่พลิกหน้าหนีก็บุญแค่ไหนแล้ว!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้อาวุโสหอหลายคนต่างก็ต้องกลั้นขำเอาไว้
มีคนด่าเบาๆ ว่า "ไม่ทำเรื่องของคน!"
ว่านเทียนเซิ่งไม่ใช่คนจริงๆ ด้วย!
กลัวว่าพวกนั้นจะหนีไปจริงๆ เลยแอบส่งคนไปสวมรอยเป็นทูตตั้งไม่น้อย เสนอราคาสูงลิ่ว นี่ก็ไม่ใช่การปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ เป็นแค่การลอบขุดรากถอนโคนแบบลับๆ เรื่องแบบนี้ต่อให้เขตปกครองใหญ่ต่างๆ รู้เข้า ก็คงไม่กล้าเอาไปพูดข้างนอกหรอก
แต่ถ้าถึงเวลาที่พวกอู๋เยว่ฮวาหนีไปจริงๆ แล้วไปเจรจากัน... จบเห่แน่!
ราคาที่ว่านเทียนเซิ่งเสนอไป เขตปกครองใหญ่ต่างๆ ไม่มีทางจ่ายไหว แล้วจะไม่ให้ผิดใจกันได้ยังไงล่ะ?
ก่อนหน้านี้อู๋เยว่ฮวาทำท่าทางหยิ่งผยอง เหล่าโจวเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ต่างก็บอกว่าเขตปกครองใหญ่ต่างๆ กำลังรอพวกเขาอยู่ แถมเสนอราคาสูงลิบ...
พวกเขากลุ่มนี้ ก็แค่ฟังๆ ไป แอบขำในใจ ไม่กล้าเปิดโปง
ถ้าเปิดโปงจริงๆ วันนี้ว่านเทียนเซิ่งคงโดนคนทั้งสองฝั่งรุมตีตายอยู่ตรงนี้แน่
มันไม่ใช่คนเลยจริงๆ!
ขำก็ส่วนขำ แต่ก็ยังมีคนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "เหล่าว่าน ทางฝั่งสถาบัน ช่วงนี้ชื่อเสียงของคุณไม่ค่อยดีเลยนะ! การปรากฏตัวของสถาบันฝึกอบรมหมื่นเผ่าพันธุ์ ทำให้สถาบันอารยธรรมตกอยู่ในปัญหาใหญ่ซะแล้ว..."
"ไม่ใช่ปัญหาหรอก!"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างสงบ "เป็นโอกาสต่างหาก! แล้วก็เป็นโอกาสในการปฏิรูปด้วย! ตอนนี้สถาบันอืดอาดเทอะทะ นักเรียนก็ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง! มีแต่การต่อสู้แย่งชิงภายในไม่หยุดหย่อน! ผมต้องการให้พวกเขารวมใจกันต่อต้านภายนอก สถาบันฝึกอบรมหมื่นเผ่าพันธุ์ก็คือเป้าหมาย ขืนปล่อยให้ตีกันเองต่อไปไม่ได้แล้ว จะสู้กันก็ต้องมีขอบเขตบ้าง!"
"ให้ไปสู้กับนักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ ยืมมือนักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ มากำจัดภาระบางส่วนทิ้งไป! กระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของนักเรียน ทำให้สถาบันกลับคืนสู่ความถูกต้อง! คนที่ควรไปก็ไป คนที่ควรอยู่ก็อยู่ ลดทอนโครงสร้างให้เล็กลง นอกจากนี้ก็คือการหาแหล่งรายได้ แหล่งที่ว่า... ก็อยู่บนหัวของเผ่าเล็กๆ พวกนั้นไง!"
"แทนที่จะให้คนกันเองตีกันภายใน สู้ให้พร้อมใจกันไปสู้กับข้างนอกดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นอู๋เยว่ฮวา หรือเหล่าโจว พวกเขาตีกันเองมันเจ็บปวดเกินไป ผมดึงหมื่นเผ่าพันธุ์เข้ามา ไม่นานพวกเขาก็จะไปสู้กับหมื่นเผ่าพันธุ์ การต่อสู้แย่งชิงภายในก็จะลดลง ยืมมือหมื่นเผ่าพันธุ์มาขัดเกลาตัวเอง ขัดเกลานักเรียน นี่มันดีจะตายไป!"
ผู้อาวุโสหอบางคนลังเล "แล้วทางฝั่งหมื่นเผ่าพันธุ์ล่ะ..."
"ไม่เป็นไรหรอก!"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างสงบ "การต่อสู้ดิ้นรนก็ถือเป็นการขัดเกลา ถ้าไม่สู้ จะสร้างยอดฝีมือขึ้นมาได้ยังไง! จะสร้างชนชั้นนำขึ้นมาได้ยังไง! สู้กันจนหยดสุดท้าย คนที่เหลือรอดอยู่ล้วนเป็นยอดฝีมือ เป็นชนชั้นนำทั้งนั้น เดิมทีก็เป็นแค่นักเรียนระดับกลางค่อนข้างสูงของหมื่นเผ่าพันธุ์ พอสู้กันจนจบ ที่เหลือรอดก็ล้วนเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิ! สำหรับหมื่นเผ่าพันธุ์ การสูญเสียพวกไร้ประโยชน์ไปบ้าง เพื่อขัดเกลาให้ได้ชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งขึ้นมา คุณคิดว่าพวกเขาจะสนใจพวกขยะที่ตายไปเหรอ?"
"ไม่หรอก!"
"นั่นไงล่ะ!"
ว่านเทียนเซิ่งยิ้มจนตาหยี "ผมเตรียมแผนขั้นต่อไปไว้แล้ว สถาบันหมื่นเทพของเผ่าเทพ ขุมนรกพหุภพของเผ่ามาร ต่อไปก็คือเป้าหมายของสถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยของเรา! สู้กับพวกเขา เอาชนะพวกเขาให้ได้!"
"ในตอนที่นักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์และนักเรียนเผ่ามนุษย์ในสถาบันต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนถึงขั้นแตกหักกัน ก็เบี่ยงเบนความสนใจอีกครั้ง ให้ไปสู้กับเทพมารด้วยกัน! ให้นักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ได้เห็นว่า เทพมารก็ไม่ใช่ว่าจะต่อกรด้วยไม่ได้!"
"ถ้าเอาชนะพวกเขาได้ล่ะก็ นักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ก็จะตระหนักได้ว่า... เทพมารไม่ได้น่ากลัวเลย!"
ว่านเทียนเซิ่งหรี่ตาลง ยิ้มแย้ม "ในเมื่อเทพมารก็พ่ายแพ้เป็น ไม่เห็นน่ากลัว แล้วจะไปกลัวพวกเขาทำไม? เผ่าเล็กๆ ที่เอาแต่ลังเลเอนเอียงพวกนั้น ความหวาดระแวงลดลงไปสามส่วน แล้วยังจะยอมเชื่อฟังพวกเขาอยู่อีกเหรอ? แบบนี้ สถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยก็แข็งแกร่งขึ้น นักเรียนเก่งขึ้น การทะเลาะเบาะแว้งภายในก็หมดไป ความมั่นใจก็มี ทรัพยากรก็มา... มันเป็นเรื่องดีออกจะตายไป!"
มีผู้อาวุโสหอพูดขึ้นอีกครั้ง "นั่นคือในกรณีที่ทุกอย่างราบรื่นนะ ผมกลัวว่ามันจะไม่ราบรื่นน่ะสิ"
"ไม่ราบรื่นเหรอ..."
ว่านเทียนเซิ่งพยักหน้า "ก็มีความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลว สถาบันหมื่นเทพกับขุมนรกพหุภพไม่ได้ต่อกรด้วยง่ายๆ เลย ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาล่ะก็ ความพยายามที่ผ่านมาก็สูญเปล่า กลับจะยิ่งทำให้เผ่าต่างๆ ได้เห็นความแข็งแกร่งของเทพมารเข้าไปอีก"
ทุกคนต่างพากันมองไปที่ว่านเทียนเซิ่ง แล้วพูดอย่างเป็นห่วง "ถึงตอนนั้นคุณจะเจอปัญหาใหญ่แน่!"
"ไม่ยุ่งยากหรอก"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างไม่ยี่หระ "ถึงตอนนั้นเซี่ยหลงอู่ออกจากด่าน นำองครักษ์หลงอู่ กองทัพปราบมารบุกเข้าไปในสนามรบพหุภพ สังหารเทพมาร กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน! ปลดผมออกจากตำแหน่งอธิการ ปฏิรูปทุกสิ่งทุกอย่าง ความล้มเหลวทั้งหมดถือเป็นฝีมือของผมเอง พุ่งเป้ามาที่ผม เขตปกครองต้าเซี่ยก็ยังคงเป็นเขตปกครองต้าเซี่ย ผมว่านเทียนเซิ่งก็แค่เปลี่ยนที่ไปทำตัวเสเพลต่อ อย่าบอกนะว่าจะมาฆ่าผมได้?"
ว่านเทียนเซิ่งหัวเราะฮ่าๆ "เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีมาก ปฏิรูปสิ่งใหม่ ทำลายสิ่งเก่า ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็ไม่ได้มากมายนัก ทุกท่าน โอกาสแบบนี้หาได้ยากมาก จะให้ล้มเลิกไปได้ยังไง?"
มีคนทอดถอนใจ!
พูดง่ายไปสิ ถึงท้ายที่สุดแล้ว ชื่อเสียงเกียรติยศตลอดชีวิตของว่านเทียนเซิ่งอย่างคุณก็จะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี จะต้องถูกจารึกไว้บนเสาแห่งความอัปยศ กลายเป็นความอัปยศของเขตปกครองต้าเซี่ย หรือแม้กระทั่งของเผ่ามนุษย์เลยทีเดียว!
จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ หักหลังเผ่าพันธุ์ คนไร้ความสามารถ... ด้วยคำนำหน้าอันน่าอัปยศสารพัดรูปแบบ
ว่านเทียนเซิ่งอย่างคุณ ถึงเวลานั้นใครๆ ก็พากันรุมประณาม คนที่ประสบความสำเร็จก็มีแค่เซี่ยหลงอู่คนเดียว
ว่านเทียนเซิ่งไม่สนใจว่าพวกเขาจะคิดยังไง พูดต่อไปว่า "ก็พูดไปงั้นแหละ นักเรียนรุ่นหลังๆ มานี้ต้องอบรมบ่มเพาะให้ดีนะ! จะเลี้ยงดูจนเสียคนอีกไม่ได้แล้ว!"
สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาก เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เมื่อก่อนเราปิดประตูกระซวกกันเอง สู้แพ้ก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่การสู้กันเองในบ้านแล้ว ต้องไปสู้กับคนนอก! ถ้าแพ้ ก็คือตาย!"
"ก็ดีเหมือนกัน ผมอยากให้พวกเขาได้เห็นความโหดร้ายของโลกภายนอก ของบางอย่าง การต่อสู้กันเองมันไม่มีทางเข้าใจได้หรอก!"
ว่านเทียนเซิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าจริงจัง "อบรมสั่งสอนให้ดี นักวิจัยระดับสูงปีนี้ ให้พาพวกนักเรียนออกไปให้หมด! ในหมู่นักเรียน ผมไม่ขอให้มีแต่คนเก่งกาจโดดเด่นไปซะทุกคนหรอก แต่ต้องจัดหาตัวตนระดับยอดอัจฉริยะสักสองสามคน เพื่อมากระตุ้นเหล่านักเรียนด้วย! ต่อให้เป็นหน้าม้า ก็ต้องทำหน้าที่หน้าม้าให้ดี!"
"ถ้าไม่มีใครโดดเด่นจริงๆ ล่ะก็..." ว่านเทียนเซิ่งกัดฟัน "พวกคุณสองสามคน ไปแปลงโฉมหาปลอมตัวมา ทำทีเป็นนักเรียนแล้วแกล้งทำเป็นยอดอัจฉริยะให้ผมหน่อย จำไว้หรือยัง?"
"..."
ทุกคนไร้คำพูด!
เหล่าว่านบ้าไปแล้ว!
จะให้พวกเขาสวมรอยเป็นนักเรียน!
คนกลุ่มนี้ ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือขั้นภูผาสมุทรกันทั้งนั้น คุณจะให้พวกเขาแกล้งทำตัวเป็นเด็ก...
มีคนถอนใจ "เหล่าว่าน แบบนี้มันไม่เหมาะหรอกมั้ง อย่าไปทำให้นักเรียนสะเทือนใจตายล่ะ เดี๋ยวจะอธิบายลำบากเอานะ"
"กลัวโดนโจมตี? งั้นยังจะเรียกว่ายอดอัจฉริยะ? ยังจะเรียกว่าอัจฉริยะอยู่อีกเหรอ? ถ้ากลัวโดนโจมตี ก็กลับบ้านไปซะเถอะ!"
ว่านเทียนเซิ่งพูดอย่างไม่เห็นด้วย "ก็อยากให้พวกเขาได้เห็นน่ะสิ ว่าความโหดร้ายมันเป็นยังไง! ในตอนที่พวกเขาใช้เวลาครึ่งปีทะยานฟ้า พวกคุณก็พุ่งทะยานฟ้าขั้นเจ็ดไปเลย ตอนพวกเขาเหินเมฆา พวกคุณก็อยู่ขั้นภูผาสมุทร... คอยกดหัวพวกเขาไว้เสมอ ให้พวกเขารู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน!"
"ไอ้หนูจากเขตปกครองต้าโจวคนนั้น ก็หยิ่งยโสเกินไป คิดว่าตัวเองไร้เทียมทาน ผมว่านะ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องถูกเลี้ยงจนเสียคนแน่ๆ ไม่เห็นหัวใคร หยิ่งผยอง คิดว่าพรสวรรค์ตัวเองยอดเยี่ยมหนักหนา แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่หรอก!"
ว่านเทียนเซิ่งก่นด่าไปมา แล้วพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว "เอาตามนี้แหละ ผมไม่สนหรอก พวกคุณในนี้มีสองสามคนประกาศกับภายนอกว่าปิดด่านไปแล้ว ไปพึ่งพาคนอื่นมันก็ไม่ค่อยน่าเกลียดเท่าไหร่ ก็เลือกอาจารย์ในนี้มาสักคน ฝากตัวเป็นศิษย์ นานๆ ทีก็ปรากฏตัวออกมาสักครั้ง เพื่อข่มขวัญนักเรียนซะบ้าง!"
ว่านเทียนเซิ่งหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ "ทำไปตรงๆ เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะทำร้ายใครจนเสียคนหรอก อ้อ แล้วก็นานๆ ทีไปยั่วโมโหไอ้พวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะยอดอัจฉริยะนั่นสักหน่อย เหยียบพวกเขาแล้วก้าวขึ้นไป เหยียบให้ตายไปสักคนก็ดี ทรัพยากรจะได้เอาไปให้ยอดอัจฉริยะตัวจริง ดีกว่าเอาไปให้พวกขยะตั้งเยอะ!"
ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจ "ถ้าวันไหนพวกเขารู้เข้า... พวกเราจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้ยังไง?"
"กลัวอะไร วางใจเถอะ พวกเราไม่ขายพวกคุณหรอก ใครจะไปรู้ล่ะ?"
ว่านเทียนเซิ่งหัวเราะ "นี่ก็เพื่อเห็นแก่อนาคตของสถาบันนะ พูดให้ใหญ่โตหน่อย ก็คือเพื่อเผ่ามนุษย์ทั้งหมด ถ้าได้ผลดี ผมจะเสนอให้แดนแสวงวิถีกับวิหารเทพสงครามนำไปใช้ในวงกว้างเลย!"
ยิ่งว่านเทียนเซิ่งพูดยิ่งได้ใจ น้ำเสียงแฝงความเจ้าเล่ห์ "พวกคนพวกนี้ ถ้าต่อไปเติบโตขึ้นมาได้จริงๆ ไม่เพียงแต่จะไม่มาหาเรื่อง แต่ยังจะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย ตอนนั้นเคยเสียเปรียบมาแล้ว จะไม่ไปเอาคืนจากคนอื่นได้ยังไง? นี่แหละคือการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ส่งต่อไม่มีวันสิ้นสุด..."
มีคนหัวเราะออกมา "เหล่าว่าน ผมรู้สึกว่าคุณทำแบบนี้ ถ้าวันหลังคนอื่นรู้เข้า ไม่ช้าก็เร็วต้องก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตแน่ คุณเล่นไม่เหลือทางรอดให้นักเรียนพวกนี้เลยนะ"
เดี๋ยวก็มีนักเรียนจากหมื่นเผ่าพันธุ์ เดี๋ยวก็มียอดฝีมือจากสองสถาบันสูงสุดของเทพมาร เดี๋ยวก็ยังมียอดฝีมือรุ่นเก่าอย่างพวกเขามาซ่อนตัวอยู่อีก ว่านเทียนเซิ่งไม่ใช่คนจริงๆ ด้วย ทำเรื่องซ้ำซาก เล่นงานนักเรียนจนถึงขั้นสิ้นหวัง
ถ้ามีใครโผล่หัวออกมาได้ จะไม่มาแก้แค้นเขาเหรอ?
ว่านเทียนเซิ่งไม่สนใจแม้แต่น้อย ตบโต๊ะเคาะสรุป "ตกลงตามนี้! แล้วก็ ปีนี้นักเรียนใหม่เป็นหลัก ไอ้พวกเด็กน้อยพวกนี้ ได้ยินว่าปีนี้มีอัจฉริยะมาไม่น้อย แต่ละคนหยิ่งผยองกันทั้งนั้น ช่วยจัดหนักให้พวกเขาหน่อยเถอะ!"
"เหล่าว่าน ลูกหลานบ้านคุณเองก็อยู่ในนั้นด้วยนะ..."
"ไม่ต้องสนใจ เล่นให้ตายไปเลย พวกคุณกล้าเหยียบหลานอธิการว่านให้จมดิน คนอื่นก็คงไม่มีปัญหาหรอก! อ้อ หลานชายตาเฒ่าเจิ้งก็อยู่ด้วย นั่นก็เป็นเป้าหมายที่ดี ทายาทของสองอธิการใหญ่ยังกล้ามีเรื่อง แล้วจะไปกลัวใครอีก? ของตระกูลเซี่ย ของตระกูลหู... ไปจัดการพวกเขาสั่งสอนให้ดี!"
พูดจบ ว่านเทียนเซิ่งก็พูดอย่างอารมณ์ดีว่า "แล้วก็ ทายาทของเจ้าอ้วนเซี่ย เล่นให้ตายไปเลย ตีให้ต้องลาออกไปเลยยิ่งดี เจ้าอ้วนเซี่ยรวยขนาดนั้น เมื่อสองวันก่อนยังมาบอกผมอีกว่าปีนี้ค่าเทอมบ้านเขาจ่ายไม่ไหวแล้ว ขอให้ผมให้เรียนฟรี... พวกคุณไปเล่นงานเขาสักหน่อยเถอะ!"
ทุกคนหัวเราะออกมาอีกครั้ง ท่านโหวเซี่ยขี้เหนียวเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
"พายุตั้งเค้าแล้ว ผมหวังว่านักเรียนรุ่นต่อๆ ไป จะสามารถปั้นต้นกล้าดีๆ ออกมาได้สักสองสามต้นนะ..."
ว่านเทียนเซิ่งทอดถอนใจ พึมพำว่า "ห้าสิบปีก่อน ไล่พวกนั้นออกไป ผลคือสถาบันแข็งแกร่งขึ้น แต่... ก็เป็นการจำกัดคนบางส่วน ไม่กล้าเสี่ยงอีกต่อไป ไม่กล้าทำตามใจตัวเองอีกต่อไป กลายเป็นการสร้างคนที่เป็นพิมพ์เดียวกันออกมา นักเรียนหลายคนถูกผมเลี้ยงจนเสียคน... ผมรู้สึกผิดต่อพวกเขามาก ขั้นภูผาสมุทรน่ะออกมาแล้ว แต่ระดับสุดยอดกลับไม่มีเลยสักคน... ห้าสิบปีแล้วนะ!"
ห้าสิบปีเต็มๆ สถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดโผล่มาเลยสักคน
ถึงแม้ห้าสิบปีจะไม่ถือว่ายาวนานนัก แต่ปีก่อนๆ ต่อให้สถาบันจะอ่อนแอลงบ้าง ผ่านไปหลายสิบปี อย่างน้อยก็ต้องมียอดฝีมือโผล่มาสักคนสิ
แต่ตอนนี้... ไม่มีเลย!
ว่านเทียนเซิ่งรู้ดีว่า เรื่องบางอย่างก็กอบกู้กลับมาไม่ได้แล้ว นักเรียนทุกวันนี้กลายเป็นเด็กดี กลายเป็นเครื่องมือที่เป็นไปตามมาตรฐานกันหมด ถ้าไม่ปฏิรูป สถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยอาจจะรุ่งเรืองต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็จะไม่สามารถเป็นเสาหลักที่เผ่ามนุษย์ใช้ต่อกรกับหมื่นเผ่าพันธุ์ได้อีกต่อไป
การอบรมสั่งสอนผู้แข็งแกร่งระดับสูงเกิดข้อบกพร่องและช่องว่างอย่างรุนแรง สำหรับว่านเทียนเซิ่งแล้ว นี่มันน่ากลัวกว่าสถาบันล่มสลายซะอีก!
ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ ครั้งนั้นเมื่อห้าสิบปีก่อน สิ่งที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีแค่เขตปกครองต้าเซี่ย แต่ยังรวมถึงแดนมนุษย์ทั้งหมดด้วย!
นี่มันน่ากลัวมาก!
น่ากลัวจนหลายสิบปีมานี้เขานอนแทบไม่หลับ ถ้าไม่ปฏิรูปล่ะก็ เขากลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ถึงวันนั้น







