เวลาหนึ่งทุ่มห้าสิบนาที
โรงน้ำชาหลงเฟิ่ง
"เถ้าแก่ แขกชั้นสองยังไม่มาเลย ไม่รู้ว่าสารวัตรตู้คนนั้นจะเหมาหมดทุกโต๊ะไปทำไม!" ลูกจ้างพาดผ้าขนหนูสีขาวไว้บนบ่าพลางเช็ดโต๊ะ แล้วพูดกับเถ้าแก่โรงน้ำชา
เถ้าแก่โรงน้ำชาดีดลูกคิดอยู่หลังเคาน์เตอร์ ได้ยินดังนั้นก็ลดเสียงต่ำลง "แบบนี้นายก็ไม่เข้าใจแล้ว นี่ล้วนเป็นกฎของยุทธจักร เขาเพิ่งมาใหม่ เชิญบรรดาลูกพี่ใหญ่ถนนนาธานมาดื่มชา เรื่องกินฮะเก๋าน่ะของปลอม จุดประสงค์ก็คือต้องการสร้างบารมี"
เถ้าแก่โรงน้ำชากลืนน้ำลาย ชำเลืองมองไปทางบันไดอย่างระมัดระวัง "ตอนนี้ลูกพี่ใหญ่พวกนั้นไม่ปรากฏตัวเลยสักคน ชัดเจนว่าต้องการจะข่มขวัญสารวัตรตู้คนนี้ ดูท่าทางแล้ว คืนนี้สารวัตรตู้คนนี้คงได้ขายหน้าแน่!"
ลูกจ้างส่ายหน้า "สารวัตรจีนเก่งกาจกันทุกคนไม่ใช่เหรอ หรือว่าลูกพี่ใหญ่พวกนั้นไม่กลัว?"
เถ้าแก่หัวเราะเยาะ "สารวัตรจีนน่ะเก่งกาจ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นสารวัตรจีนคนไหน เหลยลั่ว, เหยียนสยง, หลานกัง, หานเซิน พวกนี้ถึงจะเป็นลูกพี่ใหญ่ สารวัตรจีนที่เหลือจะมีสักกี่คนที่สามารถควบคุมคนจริงในยุทธจักรพวกนี้ได้? อีกอย่าง คนแซ่ตู้คนนี้เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งวันนี้ ข้างกายก็มีลูกน้องแค่สองคน คนแค่สามคนจะไปต่อกรกับบรรดาลูกพี่ใหญ่ถนนนาธานได้ยังไง?"
ลูกจ้างออกแรงเช็ดโต๊ะ เอาผ้าขนหนูพาดบ่า "ผมเข้าใจแล้ว หมายความว่าสารวัตรตู้คนนี้เป็นแค่ของประดับ ทำไปทำมาพรุ่งนี้อาจจะต้องไสหัวไป!"
"เบาเสียงหน่อย! ถึงเขาจะต้องไสหัวไป นายก็ไม่ต้องพูดเสียงดังขนาดนี้! พวกเราทำมาค้าขาย ถือความปรองดองเป็นสำคัญ อย่าไปหาเรื่องใส่ตัวสุ่มสี่สุ่มห้า!" เถ้าแก่มองขึ้นไปชั้นสองด้วยความกังวล เห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหว จึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ลูกจ้างไม่คิดเช่นนั้น เขาเบ้ปาก 'ขนาดลูกพี่ใหญ่พวกนั้นยังจัดการไม่ได้ สารวัตรตู้คนนี้ หึหึ จะนับเป็นตัวอะไรได้!'
……
ห้องโถงชั้นสอง
บนโต๊ะกลมขนาดใหญ่สามตัวมีฮะเก๋าร้อนกรุ่นวางอยู่
ตู้หย่งเซี่ยวนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร สูบบุหรี่ ควันลอยคลุ้ง สีหน้าทะมึน
เหวินหัวโตและจวีฟันเหยินยืนอยู่ข้างหลังเขา มองดูห้องโถงที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป
สำหรับเหวินหัวโตแล้ว ตั้งแต่เขาติดตามตู้หย่งเซี่ยว อนาคตและโชคชะตาก็ผูกพันกับตู้หย่งเซี่ยวแล้ว รุ่งเรืองก็รุ่งเรืองด้วยกัน พังพินาศก็พังพินาศด้วยกัน
สำหรับจวีฟันเหยินแล้ว ตอนนี้ตู้หย่งเซี่ยวถูกบรรดาลูกพี่ใหญ่แก๊งถนนนาธานเมินใส่โดยพร้อมเพรียง เขาแทบจะรอให้ตู้หย่งเซี่ยวขายหน้าอย่างหนักไม่ไหว
พนักงานเสิร์ฟไม่มีอะไรทำ ได้แต่หาววอด
หึ่ง หึ่ง หึ่ง!
แมลงวันบินวน ทำลายความเงียบงัน
"พี่เซี่ยว จะสองทุ่มแล้ว ผมดูแล้วลูกพี่ใหญ่พวกนั้นคงไม่มาแล้วล่ะครับ" เหวินหัวโตขยับเข้าไปพูด
"สู้พวกเรากลับกันดีกว่าครับ!" จวีฟันเหยินยิงฟัน หัวเราะเยาะบนความทุกข์ของผู้อื่น "เรื่องแบบนี้รีบร้อนไม่ได้หรอกครับ อยากจะสร้างบารมี ก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปถึงจะถูก!"
ตู้หย่งเซี่ยวทิ้งบุหรี่ หยิบตะเกียบขึ้นมา "หิวไหม กินฮะเก๋าก่อน!"
เหวินหัวโตส่ายหน้า "ผมไม่หิวครับ"
จวีฟันเหยินเบ้ปาก "ท้องอิ่มมาก กินไม่ลงหรอกครับ"
ตู้หย่งเซี่ยวคีบฮะเก๋าขึ้นมาหนึ่งชิ้น จิ้มน้ำส้มสายชู กัดไปหนึ่งคำ "อร่อย!"
ยังไม่ทันกินฮะเก๋าหมดชิ้น-
ตึก ตึก ตึก
มีคนขึ้นบันไดมา
น้ำเสียงโอหัง "ใครคือตู้หย่งเซี่ยว นายท่านจินของพวกเรามีคำพูดมาฝากเขา!"
ระหว่างที่พูด ก็เห็นชายหน้าบากคนหนึ่งเดินขึ้นมา หน้าตาดุร้าย
เหวินหัวโตและจวีฟันเหยินมองหน้ากัน
ไอ้หน้าบากเมินทั้งสองคนโดยตรง หันไปมองตู้หย่งเซี่ยว "ไม่ต้องบอก ก็คือนายนี่แหละ!"
ตู้หย่งเซี่ยวก้มหน้าก้มตากินฮะเก๋า จิ้มน้ำส้มสายชูเป็นระยะ กินอย่างเอร็ดอร่อย
ไอ้หน้าบากก้าวเดินอย่างหยิ่งผยอง เดินไปตรงหน้าตู้หย่งเซี่ยวด้วยท่าทางโอหัง
"เฮ้ย แกก็คือตู้หย่งเซี่ยวใช่ไหม"
ตู้หย่งเซี่ยวหยุดตะเกียบ เงยหน้าขึ้น ชำเลืองมองอีกฝ่าย
ไอ้หน้าบากสบตากับตู้หย่งเซี่ยว จู่ๆ ในใจก็เย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ฉันชื่อเฉียงหน้าบาก เป็นคนของนายท่านจิน!"
"ฉันไม่มีอารมณ์อยากรู้ว่านายชื่ออะไร หาฉันมีเรื่องอะไร" ตู้หย่งเซี่ยววางตะเกียบลง หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปาก
เฉียงหน้าบากโกรธจัด ตู้หย่งเซี่ยวกล้าเมินตนเองถึงเพียงนี้ "นายท่านจินให้ฉันมาบอกว่า คืนนี้เขาไม่มีอารมณ์กินฮะเก๋า ถ้านายมีน้ำยา ก็ไปกินเป๋าฮื้อที่ภัตตาคารจินอวี้ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตรได้ เขาเลี้ยงเอง!"
"พูดจบหรือยัง"
เฉียงหน้าบากข่มไฟโทสะ "พูดจบแล้ว!"
"พูดจบแล้วก็กลับไปบอกนายท่านจินของพวกนาย กินเป๋าฮื้อน่ะ ฉันชอบที่สุด!" ตู้หย่งเซี่ยวหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ต้องรอให้ฉันกินฮะเก๋าเสร็จก่อน!"
เฉียงหน้าบากพยักหน้า ประสานมือคารวะตู้หย่งเซี่ยว "กฎยุทธจักร ทะลวงสามทัพ นายคงเข้าใจนะ! ถ้าหากคืนนี้สามารถผ่านไปกินเป๋าฮื้อได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ต่อไปถนนนาธานเส้นนี้ก็คือถิ่นของนาย สารวัตรตู้หย่งเซี่ยว!"
คำพูดนี้ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารซ่อนเร้น
ตู้หย่งเซี่ยวเข้าใจความหมายของคำพูดนี้อย่างแน่นอน
ที่ใดมีคน ที่นั่นย่อมมียุทธจักร ที่ใดมียุทธจักร ที่นั่นย่อมมีกฎเกณฑ์ ในบรรดานั้นกฎของ "แก๊งชิง" และ "หงเหมิน" มีมากที่สุด
ในฮ่องกง แก๊งชิงและหงเหมินไม่ลงรอยกันมาตลอด จึงเกิดเป็นกฎเกณฑ์ขึ้นมากมาย
ด้านบุ๋นมี "จัดค่ายกลชา" "ค่ายกลประชันกลอน" "หงเหมินประชัน" "ชิงเหมินประชัน" เนื่องจากสมาชิกแก๊งส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ หรือไม่มีความรู้ ดังนั้นการประชันบุ๋นพวกนี้ โดยพื้นฐานแล้วจึงเป็น "กฎที่ไม่ได้เขียนไว้" ซึ่งมีเพียงหัวหน้าใหญ่ กุนซือ พัดกระดาษขาวของแก๊งใหญ่ต่างๆ เท่านั้นที่เข้าใจ
ด้านบู๊แบ่งออกเป็นสามประเภทคือ "ดวลเดี่ยว" "ตะลุมบอน" และ "ฝ่าด่าน"
ในส่วนของการดวลเดี่ยวมี "ป้าหวังยกกระถางธูป" "หยวนป้าร่ายรำค้อน" และ "เยี่ยนชิงประลองยุทธ์" ประเภทตะลุมบอนคือ "สี่จตุรเทพ" "แปดเซียนข้ามสมุทร" และ "ศึกชิงเจ้ายุทธจักรเชิดสิงโต" สุดท้ายประเภทฝ่าด่านคือ "ภูเขาดาบทะเลเพลิง" "ย่างก้าวบ่อสายฟ้า" และ "ทะลวงสามทัพ"
"ทะลวงสามทัพ" ก็คืออีกฝ่ายจะตั้งสิ่งกีดขวางไว้ตลอดทาง เข้าสกัดกั้นเข่นฆ่านาย นายต้องฝ่าด่านภายในเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปคือเวลาธูปสามดอก หากหมดเวลาแล้วนายยังไปไม่ถึงจุดหมาย ก็ถือว่าฝ่าด่านล้มเหลว นอกจากนี้ เส้นทางฝ่าด่านยังอันตราย เป็นตายแล้วแต่ฟ้าลิขิต!
แผนที่กุ้ยฟันทองวางไว้ให้ตู้หย่งเซี่ยวในคืนนี้ก็คือ "ทะลวงสามทัพ"!
เขาอาศัยว่าตู้หย่งเซี่ยวเพิ่งเข้ารับตำแหน่งที่ถนนนาธาน ไม่มีคนหนุนหลัง คนแค่สามคนจะ "ทะลวงสามทัพ" ได้ยังไง? ถึงตู้หย่งเซี่ยวจะกล้าฝ่าด่านจริงๆ ไม่ตายก็ต้องคางเหลือง!
สำหรับตู้หย่งเซี่ยวแล้ว แผนที่กุ้ยฟันทองวางไว้เขาไม่อาจไม่รับ ข้อแรก เรื่องหน้าตา ข้อสอง เรื่องการสร้างบารมี ข้อสาม เรื่องเวลา
สรุปสั้นๆ ประโยคเดียว
เวลาบีบคั้น เขาเป็นแค่สารวัตรจบใหม่ อยากจะครองถนนนาธาน ได้ เอาชีวิตมาเดิมพันสิ!
เมื่อเห็นตู้หย่งเซี่ยวไม่มีปฏิกิริยา เฉียงหน้าบากก็นึกว่าตู้หย่งเซี่ยวกลัว จึงหัวเราะเยาะ "ถ้ากลัวก็พูดออกมา ฉันจะได้กลับไปรายงานนายท่านจินของพวกเรา แต่ถ้าไม่กลัว- "
เฉียงหน้าบากท้าวสะเอว น้ำเสียงโอหัง "ท่านบอกไว้ว่า ให้เวลานายเต็มที่ธูปสามดอก เป็นตายแล้วแต่ฟ้าลิขิต! ขอเพียงนายไปถึงจุดหมายได้ตรงเวลา ต่อไปเป๋าฮื้อบนถนนนาธานให้นายลิ้มลองได้ตามสบาย! ถ้านายทำผิดกฎ พึ่งพาอาวุธปืนผ่านด่าน ต่อให้ชนะ ก็จะถูกคนหัวเราะเยาะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวคีบฮะเก๋าขึ้นมา เงยหน้าชำเลืองมองเฉียงหน้าบากแวบหนึ่ง "กลับไปบอกนายท่านจินของพวกนาย- " อ้าปาก กลืนฮะเก๋าลงไปในคำเดียว "เป๋าฮื้อของเขา ผมกินแน่!"







