ถึงจะไม่มีประสบการณ์ แต่ในละครโทรทัศน์ในประเทศทุกครั้งที่ตัวละครหญิงมีอาการอยากจะอ้วกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลย:
ท้องแน่นอน
ดังนั้นกู้สิงและเฉินหลิงซูจึงนึกถึงความเป็นไปได้นี้เช่นกัน
ต้องรู้ก่อนว่ากู้สิง เฉินหลิงซู และลั่วหนิง ทั้งสามคนไม่เคยป้องกันเลย
ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่คืนที่มีอะไรกันสามคน กู้สิงก็ไม่ยอมเอาออกมาเลย เขาปล่อยในตลอด
ดังนั้นการที่เฉินหลิงซูจะตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท้ายที่สุดแล้วทั้งเธอและกู้สิงต่างก็เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง โอกาสถูกรางวัลจึงสูงมาก
“ไม่มั้ง...”
น้ำเสียงของเฉินหลิงซูฟังดูหวิวๆ นิ้วของเธอขยำชายเสื้อแน่นจนข้อต่อซีดขาว
“ซูซู”
กู้สิงมองเธอแล้วก็หัวเราะออกมา “คุณจะตื่นเต้นทำไม”
“ฉันไม่ได้ตื่นเต้นสักหน่อย”
เฉินหลิงซูเงยหน้าขึ้นทันทีพร้อมกับขึ้นเสียงสูงเล็กน้อย ก่อนจะลดเสียงลงอย่างรู้สึกผิด “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตื่นเต้นอะไร...”
“ไปเถอะ”
กู้สิงลุกขึ้นยืน “ไปตรวจที่โรงพยาบาลเดี๋ยวก็รู้แล้ว”
เฉินหลิงซูเงยหน้ามองเขา ริมฝีปากขยับไปมา “แล้วถ้าเกิด...เป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะ?”
“ถ้าใช่ก็คือใช่ไง”
กู้สิงแสดงออกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา
เฉินหลิงซูจ้องมองเขาอยู่หลายวินาที อยากจะค้นหาความลังเลหรือความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเขา แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
สีหน้าของเขาสงบนิ่งมาก ซ้ำยังมีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย ราวกับว่าเขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้นี้และเตรียมตัวเตรียมใจไว้ตั้งนานแล้ว
“คุณไม่กลัวเหรอ” เฉินหลิงซูถาม
“กลัวอะไร” กู้สิงถามกลับ
“กลัวฉันท้องไง” เฉินหลิงซูกล่าว “พวกเรายังอายุน้อยกันอยู่เลยนะ”
กู้สิงไม่พูดอะไร เขาเดินอ้อมไปข้างกายเธอแล้วยื่นมือไปดึงเธอให้ลุกขึ้นจากที่นั่งโดยตรง
เฉินหลิงซูถูกเขาดึงจนเซถลา เกือบจะชนเข้ากับอ้อมอกของเขา
“กู้สิง ”
“คำพูดที่ผมเคยพูดไปวันนั้น คุณยังจำได้ไหม” กู้สิงพูดแทรกเฉินหลิงซู
เฉินหลิงซูชะงักไปครู่หนึ่ง “ประโยคไหน”
“ท้องก็แต่งงานไง”
กู้สิงพูดพลางหัวเราะ “เราไปเมืองฉีกัน ผมกับคุณ แล้วก็ลั่วหนิง”
เมื่อมองรอยยิ้มของกู้สิง ในที่สุดเฉินหลิงซูก็รู้แล้วว่าเมื่อกี้ตัวเองกำลังตื่นตระหนกเรื่องอะไร
ลูกคือสิ่งที่เธอต้องการ
เธออยากมีลูกกับกู้สิง แถมยังอยากมีหลายคนด้วยซ้ำ!
ดังนั้นพอพบว่าตัวเองมีอาการคล้ายคนแพ้ท้อง ลึกๆ ในใจของเฉินหลิงซูจึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ส่วนความตื่นตระหนกนั้น เป็นเพราะเฉินหลิงซูกังวลว่ากู้สิงจะยังไม่พร้อมรับมือกับเรื่องนี้
ถึงแม้กู้สิงจะชอบพูดปาวๆ ว่า "ท้องก็แต่ง" แต่ใครจะรับประกันได้ล่ะว่านี่ไม่ใช่คำโกหกที่เขาแต่งขึ้นเพื่อให้สามารถปล่อยในแบบไม่ใส่ถุงยางได้
ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่บอกว่า "ผมจะรับผิดชอบเอง" แล้วสุดท้ายจะรับผิดชอบจริงๆ เสียหน่อย
แต่ตอนนี้เฉินหลิงซูไม่ลนลานอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอพบว่ากู้สิงดูเหมือนจะรู้สึกยินดีกับเด็กที่อาจจะเกิดมาเช่นเดียวกับเธอ
“ไปกันเถอะ!”
คราวนี้เป็นเฉินหลิงซูที่พลิกมือจับมือกู้สิงไว้แน่นแล้วลากเขาเดินออกไปข้างนอก
“ไปโรงพยาบาลกัน”
มือของเฉินหลิงซูอุ่นมาก เธอจับไว้แน่นราวกับกำลังคว้าบางสิ่งที่สำคัญมากๆ เอาไว้
ผู้คนในโรงพยาบาลเดินขวักไขว่ไปมา
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมผสานกับกลิ่นยาอบอวลไปทั่วโถงทางเดิน
มีคนกำลังร้องไห้ มีคนกำลังคุยโทรศัพท์ และมีคนกำลังต่อคิวจ่ายเงิน
เฉินหลิงซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ในพื้นที่รอตรวจ ขาทั้งสองข้างชิดกัน มือวางบนเข่า และหลังเหยียดตรงแหน่ว
เธอเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาอีกแล้ว
กู้สิงกุมมือเฉินหลิงซูไว้แล้วพูดพลางหัวเราะ “ถ้าท้องจริงๆ เด็กจะหน้าตาเหมือนใครนะ”
เฉินหลิงซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เหมือนคุณมั้ง”
“ทำไมล่ะ”
“คุณหน้าตาดีไง”
กู้สิงเหลือบมองเฉินหลิงซู แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมาแล้ว “แล้วถ้าเกิดเหมือนคุณล่ะ”
“เหมือนฉันแล้วมันทำไม”
“เหมือนคุณก็...”
กู้สิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมา “เหมือนคุณยิ่งดูดีกว่าไง”
“แน่นอนสิ”
เฉินหลิงซูส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ มุมปากยกยิ้ม ความตื่นเต้นมลายหายไปอีกครั้ง
เสียงเรียกคิวดังขึ้น
เฉินหลิงซูลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจ
กู้สิงเดินตามหลังเธอไป
หมอเป็นแพทย์หญิงวัยสี่สิบกว่า สวมแว่นตา ท่าทางดูใจดีมาก
เธอถามคำถามสองสามข้อ
ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ช่วงนี้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนไหม มีอาการไม่สบายตัวตรงไหนอีกหรือเปล่า
เฉินหลิงซูตอบไปทีละข้อ
หมอมองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองกู้สิงอีกแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา “เจาะเลือดก่อนแล้วกัน รอผลออกเดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะค่ะ”
เนื่องจากทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัย หมอจึงจำไม่ได้ว่าทั้งสองคนเป็นศิลปิน
ตอนที่เจาะเลือด เฉินหลิงซูก็หันหน้าหนี ไม่กล้ามอง
จังหวะที่เข็มแทงเข้าไป เธอสูดปากดัง "ซี้ด" มือขยำชายเสื้อของกู้สิงแน่น
“เจ็บเหรอ” กู้สิงถาม
“ไม่เจ็บ” เธอพูด แต่มือที่ขยำชายเสื้อเขาไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อย
ครึ่งชั่วโมงในการรอผลตรวจยาวนานราวกับครึ่งศตวรรษ
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโถงทางเดิน ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย
เฉินหลิงซูซบลงบนไหล่ของกู้สิง สายตาจดจ้องไปที่นาฬิกาบนผนังฝั่งตรงข้าม มองดูเข็มวินาทีเดินไปทีละช่อง
“กู้สิง” จู่ๆ เธอก็เอ่ยขึ้น
“หืม”
“คุณหวังให้ท้อง หรือไม่ท้องล่ะ”
กู้สิงหันไปมองเธอ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้น ยังคงจ้องมองนาฬิกาอยู่ ขนตาของเธอสั่นระริกเบาๆ
“ยังไงก็ได้” กู้สิงตอบ
ในที่สุดเฉินหลิงซูก็หันขวับมามองเขา “ยังไงก็ได้นี่หมายความว่าไง”
กู้สิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าท้อง พวกเราก็แต่งงานกัน ถ้าไม่ท้อง พวกเราก็เป็นแบบนี้กันต่อไปไง”
“เป็นแบบนี้คือแบบไหน”
“คุณอยากให้เป็นแบบไหนก็เป็นแบบนั้นแหละ”
ขอบตาของเฉินหลิงซูแดงระเรื่อขึ้นมาทันที “คุณไม่อยากรับผิดชอบแล้วใช่ไหม”
กู้สิงไม่คิดว่าเฉินหลิงซูจะอ่อนไหวขนาดนี้ เขารีบยื่นมือไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเธอออก
“ผมก็แค่ล้อคุณเล่น แน่นอนว่าผมต้องหวังให้คุณท้องสิ อีกอย่าง ผมรับรองเลยว่าถึงคุณจะไม่ท้อง พวกเราก็แต่งงานกันได้”
“อื้อๆๆ!”
เฉินหลิงซูดีใจเนื้อเต้นขึ้นมาทันที
กู้สิงเดาะลิ้นในใจ เขาเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงหลังจากตั้งครรภ์แล้วจะกลายเป็นคนอ่อนไหวง่ายเพราะได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน
เฉินหลิงซูน่าจะท้องจริงๆ นั่นแหละ ไม่งั้นจะกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ พยาบาลก็เดินออกมาจากแผนกตรวจวิเคราะห์พร้อมกับถือใบรายงานผลมาด้วย
“คุณเฉินหลิงซู ผลออกมาแล้วค่ะ”
ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม
พยาบาลจ้องมองเฉินหลิงซูและกู้สิงที่สวมหน้ากากอนามัยอยู่หลายครั้ง จู่ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งจะเรียกชื่อใครออกไป
“พวกคุณคือ...”
“ชู่ว”
กู้สิงพูดพลางหัวเราะ “ประกาศผลก่อนเถอะครับ”
พยาบาลมีท่าทีตื่นเต้นเล็กน้อย “ยินดีด้วยนะคะ คุณเฉินหลิงซูตั้งครรภ์แล้วค่ะ อาจารย์กู้สิงคะ เดี๋ยวช่วยเซ็นชื่อให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ!”
“ได้ครับ”
กู้สิงช่วยเซ็นชื่อให้พยาบาล
ส่วนเฉินหลิงซูก็รับใบรายงานผลมา บนนั้นมีชื่อของเธอ มีตัวเลขชุดหนึ่ง และมีข้อความบรรทัดหนึ่ง
การทดสอบการตั้งครรภ์: ผลบวก
รอกระทั่งกู้สิงจัดการส่งพยาบาลสาวกลับไปแบบเงียบๆ แล้ว พอหันกลับมาก็เห็นว่าเฉินหลิงซูกำลังดีใจจนแทบคลั่ง เธอกอดแขนของเขาไว้แน่น
“ที่รัก ฉันท้องแล้ว!”
ที่รักก็ไม่เลวแฮะ เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินเธอเรียกแบบนี้เลย
แต่พอคิดว่าต่อไปพวกเขาสองคนก็จะมีลูกน้อยจริงๆ แล้ว กู้สิงก็พยักหน้า อารมณ์เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาลูบหัวเฉินหลิงซูแล้วพูดว่า
“อืม ต่อจากนี้ไป คุณต้องเหนื่อยหน่อยแล้วนะ”
“แข่งเสร็จฉันก็จะพักงาน แล้วก็อยู่บ้านบำรุงครรภ์อย่างตั้งใจเลย”
เฉินหลิงซูพึมพำกับตัวเอง “ที่แท้การหกสูงก็มีประโยชน์จริงๆ ด้วยแฮะ...”
“อะไรนะ”
“ไม่มีอะไร”
เฉินหลิงซูหน้าแดง “พวกเราต้องบอกลั่วหนิงด้วยหรือเปล่า”