ทางฝั่งกู้สิงวางโทรศัพท์แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับไปทันที ทว่ากงชิงอี๋ที่มองดูประวัติการแชตกลับนอนไม่ค่อยหลับ
ทำไมถึงไม่ตอบคำถามของฉันตรงๆ?
เขาหมายความว่ายังไงกันแน่?
ทั้งแต่งเพลงใหม่ให้ ทั้งใช้ป้ายทองคืนชีพอันล้ำค่าช่วยเธอไว้ในการแข่งขัน...
หรือว่าเขาจะมีใจให้ฉัน?
ไม่ใช่ว่ากงชิงอี๋หลงตัวเองหรอกนะ แต่กู้สิงดีกับเธอมากจริงๆ เขาตั้งใจช่วยเหลือเธอมาตลอด
ทั้งที่พวกเขาก็เป็นแค่เพื่อนธรรมดากันแท้ๆ
หากจะให้พูดว่ามีตรงไหนที่ไม่ธรรมดา ก็คงจะเป็นตอนที่เธอแกล้งเป็นแฟนกับกู้สิง แล้วเผลอใจจูบเขาไปครั้งหนึ่งล่ะมั้ง?
วันนั้นกงชิงอี๋เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ถึงได้อดใจไม่ไหวจูบกู้สิงไปทีหนึ่ง
อาจจะเป็นเพราะถูกเฉินหลิงซูกระตุ้นล่ะมั้ง ท้ายที่สุดแล้วเธอก็รู้สึกดีๆ กับกู้สิงอยู่บ้าง ดังนั้นกับผู้หญิงคนอื่นที่อยู่ข้างกายกู้สิง เธอจึงมีความรู้สึกเป็นปรปักษ์อย่างห้ามไม่ได้...
เพียงแต่กงชิงอี๋ไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับแบบนั้นจากกู้สิง
ดังนั้นหลังจากที่ทั้งสองคนเลิกแกล้งเป็นแฟนกัน กงชิงอี๋ก็ตัดความสัมพันธ์แบบคลุมเครือกับกู้สิงทิ้งไป
ผลก็คือพอมาเจอเรื่องในวันนี้เข้า กงชิงอี๋ก็เริ่มว้าวุ่นใจขึ้นมาอีกครั้ง ถึงขั้นอดไม่ได้ที่จะทะเลาะกับตัวเองในใจ:
เขาชอบฉัน? เขาไม่ชอบฉัน? เขาไม่ชอบฉัน? เขาชอบฉัน?
ยิ่งคิด จิตใจก็ยิ่งยากจะสงบลงได้ จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมง กงชิงอี๋ก็ยังนอนไม่หลับ
นอนไม่หลับซะแล้ว
ทำได้เพียงหยิบเพลง "มือเท้าเดียวกัน" ที่กู้สิงส่งมาให้ขึ้นมาฮัมตามทำนอง "ลำดับชีวิตของพวกเราก่อนหลัง อยู่ในเรือนกระจกเดียวกัน..."
ในเนื้อเพลงท่อนนี้ สิ่งที่เรียกว่า "เรือนกระจก" คงหมายถึงในท้องแม่สินะ
กงชิงอี๋คิดเช่นนี้ พลางร้องท่อนต่อๆ ไปจนถึงตอนจบ "ตอนนี้เพลงที่ฉันร้องนี้ มอบให้น้องชายที่รักที่สุดของฉัน ในการเดินทางของชีวิตฉันในอนาคต จะเดินก้าวไปพร้อมกับเธอด้วยมือและเท้าเดียวกัน..."
เมื่อร้องมาถึงตรงนี้ ในใจกงชิงอี๋ก็รู้สึกปวดแปลบขึ้นมาเล็กน้อย
เจ้าโง่กู้สิง ไม่ยอมถามไถ่เรื่องน้องชายของฉันให้ชัดเจนเสียก่อนแท้ๆ แต่กลับแต่งเพลงนี้ออกมาได้
ชื่ออื่นมีตั้งเยอะแยะไม่ตั้ง ดันมาตั้งชื่อว่า "มือเท้าเดียวกัน" นายรู้หรือเปล่าว่าน้องชายของฉันสูญเสียขาทั้งสองข้างไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์?
ทว่า...
ความบังเอิญที่กู้สิงไม่รู้นี้ ดูเหมือนจะทำให้เพลง "มือเท้าเดียวกัน" นี้มีความหมายแฝงที่พิเศษขึ้นมา
บางทีถ้าน้องชายเห็นชื่อเพลงนี้ สิ่งที่คิดถึงก็คงจะเป็นกำลังใจจากพี่สาวคนนี้ล่ะมั้ง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น กงชิงอี๋ก็ส่งเนื้อเพลงไปให้น้องชาย พร้อมกับแนบข้อความเสียงไปว่า "อีพีหน้าพี่ร้องเพลงนี้ดีไหม?"
น้องชายกลับตอบมาว่า:
【ดีเลย ขอบคุณครับพี่ ตอนนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ต่อให้ไม่ต้องใช้มือเท้าเดียวกันผมก็เดินคนเดียวได้แล้วล่ะ】
กงชิงอี๋ไม่คิดว่าน้องชายจะออนไลน์อยู่: 【อืม ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ?】
น้องชาย: 【กำลังจะนอนแล้วครับ พี่ก็พักผ่อนเร็วๆ นะ รอชมเวทีของพี่อยู่นะ~】
กงชิงอี๋: 【อืม พักผ่อนเร็วๆ นะ ฝันดี】
คุยกับน้องชายเสร็จ กงชิงอี๋ก็ดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาตีสามครึ่งแล้ว ในที่สุดความง่วงงุนก็จู่โจมเข้ามา
กงชิงอี๋หาวหวอดหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไป
ช่วงเวลาก่อนจะหลับไป กงชิงอี๋ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา เธอพึมพำกับตัวเองว่า "ถ้านายดีกับฉันแค่คนเดียวก็คงจะดี"
……
วันรุ่งขึ้น
กู้สิงถูกเฉินหลิงซูดึงขึ้นมาจากผ้าห่ม
"ตื่นได้แล้ว ตื่นได้แล้ว" เฉินหลิงซูเกาะแขนเขาแล้วลากออกไป "ตกลงกันแล้วไงว่าวันนี้จะไปกินซาลาเปาทอดร้านนั้นเป็นเพื่อนฉัน นายรับปากมาสามวันแล้วนะ"
กู้สิงหรี่ตามองโทรศัพท์มือถือ เวลาเจ็ดโมงครึ่ง
เมื่อคืนหลังจากคุยกับกงชิงอี๋เสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอนทันที คุณภาพการนอนหลับดีจนเหลือเชื่อ ตอนนี้แม้จะยังงัวเงียอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกสดชื่นดีทีเดียว
เขาพลิกตัว พลางดึงเฉินหลิงซูให้ล้มลงบนเตียงตามไปด้วย คางเกยอยู่บนไหล่ของเธอ น้ำเสียงยังคงแหบพร่าจากการเพิ่งตื่นนอน:
"ขอนอนอีกห้านาทีนะ"
"งั้นให้มากสุดแค่ห้านาทีนะ"
เฉินหลิงซูดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอ้อมกอดของเขา "ร้านนั้นหลังแปดโมงก็ต้องต่อคิวแล้วนะ แถมยังต้องต่อคิวอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงด้วย"
กู้สิงถอนหายใจ ยอมปล่อยมืออย่างจำนน
เฉินหลิงซูเด้งตัวขึ้นจากอ้อมกอดเขาทันที ยิ้มจนตาหยี พลางยื่นมือไปดึงเขาให้ลุกขึ้นจากเตียง "เร็วเข้าๆ ฉันแต่งหน้าเสร็จก็จะไปเลย"
"แค่ไปกินซาลาเปาทอดต้องแต่งหน้าด้วยเหรอ?"
"แน่นอนสิ" เฉินหลิงซูไปนั่งอยู่หน้ากระจกแล้ว "เผื่อมีแฟนคลับจำฉันได้ ฉันจะหน้าสดไปเจอผู้คนไม่ได้หรอกนะ"
กู้สิงมองดูท่าทางจริงจังตอนที่เธอเขียนคิ้วแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
สี่สิบนาทีต่อมา ทั้งสองคนสวมหน้ากากอนามัยและหมวก ปรากฏตัวอย่างเงียบๆ อยู่ที่หน้าร้านอาหารเช้าตรงปากซอยแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่า
หน้าร้านไม่ใหญ่นัก การตกแต่งก็ดูเก่ามาก แต่ที่หน้าร้านกลับมีคิวต่อแถวอยู่ยาวพอสมควร
ในอากาศมีกลิ่นหอมไหม้ของแป้งทอดและกลิ่นหอมหวานของไส้เนื้อลอยมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชูและน้ำมันพริก ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน
เฉินหลิงซูเขย่งเท้าชะเง้อมองไปที่ด้านหน้าแถว หันกลับมาทำสัญลักษณ์ชูสองนิ้วให้กู้สิง "โชคดีๆ แถวไม่ยาวมาก แป๊บเดียวก็ได้แล้ว"
กู้สิงยืนอยู่ข้างหลังเธอ มองดูท่าทางดีใจของเธอแล้ว มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น
วันนี้เธอสวมเสื้อฮู้ดสีขาวนม หมวกกดทับเส้นผมเอาไว้ เผยให้เห็นเพียงปลายคางเล็กๆ และดวงตาที่เปล่งประกายคู่หนึ่ง
ตอนที่ต่อแถว เธอเอาแต่ส่ายตัวไปมา เดี๋ยวก็เขย่งเท้าดูความคืบหน้าข้างหน้า เดี๋ยวก็หันมาบ่นอุบอิบกับเขาว่า "หอมจังเลย หิวจะตายอยู่แล้ว" ทำให้กู้สิงรู้สึกถึงความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่ง:
เฉินหลิงซูเปลี่ยนไปแล้ว
จำได้ว่าตอนที่เพิ่งรู้จักเฉินหลิงซู เธอเป็นคนประเภทที่ดูสุขุม มีเหตุผล หรือแม้กระทั่งดูเป็นคนมีความรู้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกุลสตรีผู้ลากมากดี แต่หลังจากที่กลับมาคบกับกู้สิง เธอก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเด็กสาวที่คลั่งรักไปเสียแล้ว
ต่อแถวอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงคิวของพวกเขา
เฉินหลิงซูสั่งซาลาเปาทอดสองที่ ซุปวุ้นเส้นเนื้อหนึ่งชาม เกี๊ยวน้ำหนึ่งชาม และหมูทอดอีกหนึ่งที่รวดเดียวจบ
กู้สิงถึงกับตกใจ "เธอกินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
เฉินหลิงซูกะพริบตาปริบๆ "ถ้ากินไม่หมดนายก็ช่วยฉันกินสิ"
กู้สิง: "……"
ทั้งสองคนยกถาดที่เต็มไปด้วยอาหารไปหาที่นั่งริมหน้าต่าง
แสงแดดสาดส่องลงบนก้นซาลาเปาทอดสีเหลืองทองจนดูเป็นมันเยิ้ม
เฉินหลิงซูคีบขึ้นมาหนึ่งลูกอย่างอดใจรอไม่ไหว กัดเข้าไปคำเล็กๆ อย่างระมัดระวัง น้ำซุปก็ทะลักออกมาทันที รสชาติอร่อยกลมกล่อมจนเธอต้องหยีตา
"อร่อยไหม?" กู้สิงถาม
"อืมๆๆ……" เธอพยักหน้าทั้งที่ยังมีอาหารอยู่เต็มปาก เป่าลมเป่าอาหารอีกสองสามที แล้วก็ยัดทั้งลูกเข้าปากจนแก้มตุ่ย
กู้สิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปท่าทางของเฉินหลิงซูเอาไว้ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินในส่วนของตัวเอง ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันบ้างเป็นครั้งคราว
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
กินไปได้ครึ่งทาง เฉินหลิงซูก็คีบซาลาเปาทอดลูกที่สองขึ้นมา เพิ่งจะส่งเข้าปาก ตะเกียบก็ชะงักไปกะทันหัน
กู้สิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ
สีหน้าของเฉินหลิงซูดูแปลกไปเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เธอวางตะเกียบลง เอามือปิดปาก แล้วส่งเสียง "อื้อ" อู้อี้ออกมา
"เป็นอะไรไป?"
กู้สิงวางตะเกียบลง
เฉินหลิงซูไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เอามือปิดปาก ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย "รู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อย……"
กู้สิงขมวดคิ้ว "กินของเลี่ยนเกินไปเหรอ?"
เฉินหลิงซูพูดอย่างไม่แน่ใจ "ก็ไม่ได้เลี่ยนเป็นพิเศษนะ……"
ทั้งสองคนสบตากัน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งสองคนพร้อมกัน
กู้สิงพูดอย่างลังเล "คงไม่ได้ท้องหรอกนะ?"
เฉินหลิงซูมองกู้สิงอย่างกระวนกระวายใจ "ไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยไหม?"