จ้าวฟู่อวิ๋นจะไม่ออกไป และไม่ยอมให้คนผู้นั้นเข้ามาเช่นกัน
หากคนผู้นั้นพากู่ทั้งร่างเข้ามา แล้วค่อยระเบิดแตกต่อหน้าเขา ถึงเวลานั้นกู่นับไม่ถ้วนก็จะกรูกันจู่โจมยามไม่ทันตั้งตัว เรื่องนี้มิใช่เรื่องล้อเล่น
เสียงร้องจากข้างนอกยิ่งมายิ่งโหยหวน ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นเสียงด่าทอ ครั้นต่อมาแม้แต่เสียงด่าก็เงียบหาย ทว่าจ้าวฟู่อวิ๋นกลับสัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายและอันตรายที่แผ่มาจากทางนั้น
เสียงเคลื่อนไหวดังขึ้น มีบางสิ่งปีนขึ้นบนหลังคา เมื่อจ้าวฟู่อวิ๋นมองไป ก็เห็นคนผู้หนึ่งขึ้นไปอยู่บนนั้นแล้ว คนผู้นั้นผมเผ้ายุ่งเหยิง แขนขาบิดเบี้ยวราวกับถูกพลังบางอย่างหักจนผิดรูป
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปแล้ว ฟันที่ยื่นโปนพลิกออกมานอกปาก ส่วนดวงตาซึ่งเดิมปูดนูน บัดนี้กลับยื่นออกมาจริง ๆ ลูกตาทั้งสองคล้ายหนวดสัมผัสของแมลง ประหนึ่งดวงตาปูที่ยื่นพ้นเบ้าและหมุนกลอกไปมาได้
มือทั้งสองของเขาเกาะคลานอยู่บนหลังคา แต่ใต้ซี่โครงกลับงอกขาแมลงออกมาหลายคู่ แม้แต่มือทั้งสองก็เต็มไปด้วยหนามเงี่ยง
"ใต้เท้าศึกษาธิการ เหตุใดท่านจึงไม่เปิดประตูเล่า?"
น้ำลายเหนียวข้นสายยาวไหลจากมุมปากของเขา ขณะคลานเข้ามาในลาน กระเบื้องมุงหลังคาแตกละเอียดเป็นทางตามหลัง
จูผูอี้ซึ่งยืนอยู่ข้างจ้าวฟู่อวิ๋น คล้ายได้ยินเขาพึมพำว่า "หลังคาของข้า..."
"หลีย่ง" พลิกตัวตกจากหลังคา กระแทกพื้นดังเพียะ แต่กลับดูราวกับไม่เป็นอะไร ทั้งที่มีเลือดไหลออกจากปากอย่างเห็นได้ชัด
เขายังคงพูดต่อไปว่า "ศึกษาธิการ เหตุใดท่านจึงไม่สนใจข้า ไม่ยอมให้ข้าเข้าไป ไม่ช่วยข้าเล่า!"
จ้าวฟู่อวิ๋นมิได้แยแสแม้แต่น้อย มือแตะถุงเข็ม เข็มขนเพลิงเล่มหนึ่งก็มาอยู่ในมือ ครั้นสะบัดออกไป เส้นเพลิงสายหนึ่งพลันพุ่งฝ่าอากาศ ปักลงกลางหว่างคิ้วของ "หลีย่ง"
ในชั่วพริบตา "หลีย่ง" ผู้นี้ก็ประหนึ่งงูหรือแมลงที่ถูกแทงเข้ากลางหัว ร่างกายบิดดิ้นอย่างบ้าคลั่งจนแทบขดเป็นเกลียว ทว่ากลับยังมิยอมตาย
หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ แท้จริงแล้ว "หลีย่ง" อาจตายไปนานแล้ว สิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ในยามนี้หาใช่หลีย่งไม่ หากเป็นมนุษย์แมลงตนหนึ่ง
สภาพของมันคล้ายแมลงบางชนิดอย่างยิ่ง
ท้องของมันปริแตก ฝูงแมลงรังหนึ่งทะลักพล่านหมายจะมุดออกมา ทว่าเปลวเพลิงได้โถมลงคลุมร่างมันเสียแล้ว
"เผา!"
แมลงเหล่านั้นถูกเผาผลาญในเปลวไฟภายในชั่วพริบตา เพลิงลุกต่อเนื่องปกคลุมทั่วทั้งร่าง มีแมลงพยายามกระโดดหนีออกจากกองเพลิง แต่แม้จะกระโดดออกมาได้ ก็ยังคงถูกเปลวไฟเผาไหม้อยู่ดี
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ขณะนั้นเอง จ้าวฟู่อวิ๋นพลันรู้สึกถึงอันตรายรุนแรงที่เข้าปกคลุมจิตใจ เขาเงยหน้าขึ้น แต่กลับไม่เห็นสิ่งใด
ทันใดนั้น พื้นใต้เท้าพลันสั่นสะเทือน เขาผลักจูผูอี้ออกไปพลางกล่าวว่า "หลบเข้าไปในเรือน"
ชั่วขณะที่ตัวเขาถอยฉากออกไป ผืนดินพลันพลิกซัดดุจเกลียวคลื่น สัตว์ประหลาดสีแดงคล้ำขนาดมหึมาตัวหนึ่งมุดพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน
จ้าวฟู่อวิ๋นมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคือปีศาจตะขาบยักษ์ ท่อนบนของมันชูสูงตระหง่าน
ดวงตาเย็นเยียบคู่หนึ่งจับจ้องจ้าวฟู่อวิ๋น
มันมิได้เอ่ยวาจา แต่กลับถ่ายทอดความหมายหนึ่งออกมาว่า "จะกินเจ้า"
จ้าวฟู่อวิ๋นมองมันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนกล่าวว่า "เมื่อเข้ามาในศาลของข้า ก็เท่ากับรนหาที่ตาย"
กล่าวจบ ร่างของเขาพลันหมุนหลบไปหลังเสาต้นหนึ่ง ตุ๊กตากระดาษปรากฏขึ้นในมือ ก่อนใช้วิชามายาแปลงเป็นมนุษย์แล้วไปโผล่อีกด้านของเสาเพื่อล่อความสนใจของอีกฝ่าย
ร่างจริงของจ้าวฟู่อวิ๋นซ่อนอยู่หลังเสา ส่วนคนที่ตุ๊กตากระดาษแปลงเป็นยืนอยู่อีกด้านโดยมิเอ่ยคำ เพียงยกมือชี้ไปยังตะเกียงบนผนัง ตะเกียงซึ่งเดิมมิได้จุดไฟพลันสว่างขึ้นในบัดดล
บนผนังมีตะเกียงแขวนสลับลดหลั่นอยู่หลายดวง
เทพตะขาบโถมตัวไปข้างหน้า ลมพิฆาตสายหนึ่งพลันม้วนตลบ ร่างจ้าวฟู่อวิ๋นที่แปลงจากตุ๊กตากระดาษลอยพลิ้วขึ้น และหลบพ้นไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
เทพตะขาบพุ่งชนกำแพงด้านหนึ่งจนทะลุ จ้าวฟู่อวิ๋นยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น หลับตานิ่งไม่ไหวติง ปล่อยให้ตุ๊กตากระดาษล่อเทพตะขาบออกไป ก่อนชักนำมันเข้าสู่ใจกลาง
ยามนี้ เมื่อเปลวตะเกียงแต่ละดวงสว่างขึ้น แสงที่กะพริบไหวก็เชื่อมต่อกันเป็นผืน ถักทอเป็นตาข่าย
เมื่อแสงตะเกียงสาดต้องร่าง เทพตะขาบกลับรู้สึกร้อนแผดเผาเป็นพิเศษ
ในสายตาของมัน แสงเพลิงหลอมรวมเป็นม่านรัศมี ปิดบังทัศนวิสัยจนมองสิ่งใดไม่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน เปลวตะเกียงแต่ละดวงกลับปรากฏใบหน้า คล้ายแปรเปลี่ยนเป็นคนทีละคน ก่อนจะลุกยืนขึ้นอย่างฉับพลัน
เปลวเพลิงทุกดวงกลายเป็นมนุษย์เพลิง โผเข้าหาเทพตะขาบ
ยักษ์เพลิงแต่ละตนห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีทอง กระโจนเกาะร่างเทพตะขาบ ทุกตนล้วนประหนึ่งยันต์เพลิงที่แนบติดร่างมันแล้วเผาผลาญ เกราะแดงทั่วร่างเทพตะขาบปั่นป่วนด้วยไอพิฆาต คอยต้านทานเพลิงเทวะเพลิงแดง
ถึงกระนั้น เพลิงเทวะเพลิงแดงก็ยังเผาร่างมันจนเกิดรอยดำเป็นทาง ๆ สร้างความเจ็บปวดจนมันเปล่งเสียงประหลาด เสียงนั้นทำให้จ้าวฟู่อวิ๋นรวบรวมสมาธิได้ยาก กระทั่งเหล่ามนุษย์เพลิงมีทีท่าว่าจะสลายไป
ในเวลานั้นเอง เขาเริ่มสวดมนตร์เทพเพลิงแดง แสงเพลิงพลุ่งพล่านรอบกาย
มือแตะลงบนถุงเข็มอีกครั้ง เข็มกำหนึ่งพลันปรากฏในมือ เมื่อปาดมือผ่านเบื้องหน้า เข็มทุกเล่มก็เรียงตัวเป็นระเบียบ เพียงปลายนิ้วเขากระดิก เข็มเล่มหนึ่งก็แปรเป็นลำแสง พุ่งข้ามห้วงอากาศเข้าแทงตามข้อต่อของเทพตะขาบ
เทพตะขาบกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด จากนั้นเข็มเล่มที่สองก็พุ่งออกไป แทงเข้าในร่องเกราะของมันอีกครั้ง ไอเพลิงร้อนระอุแทรกเข้าสู่ร่าง สร้างความทุกข์ทรมานแก่มันอย่างแสนสาหัส
ขณะเดียวกัน จ้าวฟู่อวิ๋นที่ตุ๊กตากระดาษแปลงเป็นก็คืนสภาพเป็นตุ๊กตากระดาษภายใต้แรงกระแทกของมัน ก่อนปลิวร่วงลงมา
ยามนี้ จากทุกห้องล้วนมีคนผู้หนึ่งลอดออกมาตามช่องประตู แต่ละคนถือกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาเทพตะขาบ ดึงดูดความสนใจของมันไปในชั่วพริบตา ขณะเดียวกัน เข็มบินหลายเล่มก็พุ่งแทงลงมา โดยมีสองเล่มปักเข้าที่ดวงตาของมัน
เทพตะขาบดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด ก่อนมุดพรวดลงดิน และหายกลับเข้าไปใต้พื้นอีกครั้ง
ผืนดินพลิกซัดราวเกลียวคลื่น พริบตาเดียวร่างของมันก็หายลับไป
จ้าวฟู่อวิ๋นสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของมันกำลังห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
มันหนีไปแล้วจริง ๆ
จ้าวฟู่อวิ๋นเดินอ้อมออกมาจากหลังเสา มองหลุมขนาดใหญ่สองหลุมบนพื้น พลางลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ ความแข็งแกร่งของปีศาจตะขาบตนนี้เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก
เขานึกเสียดายอยู่ในใจ หากสังหารมันได้ กระดองทั่วร่างของมันย่อมนำไปแลกสิ่งของในตลาดผู้บำเพ็ญได้ไม่น้อย
"ศึกษาธิการ สัตว์ประหลาดตนนั้นไปแล้วหรือขอรับ?" จูผูอี้เดินออกจากประตู พลางถามอย่างระมัดระวัง
จ้าวฟู่อวิ๋นปวดศีรษะอยู่บ้าง เขายกมือนวดหว่างคิ้วพลางกล่าวว่า "ปีศาจตะขาบตนนี้อยู่ในระดับจู้จี พลังเวทของข้ายังตื้นเขิน จึงมิอาจรั้งมันไว้ได้ ข้าประเมินเจ้าสิ่งนี้ต่ำเกินไปจริง ๆ"
"ท่านศึกษาธิการถ่อมตนเกินไปแล้วขอรับ สัตว์ประหลาดตนนั้นน่ากลัวยิ่ง ท่านศึกษาธิการสามารถขับไล่มันไปได้ก็นับว่ายากยิ่งแล้ว" จูผูอี้กล่าวอย่างจริงใจ เขาเห็นความน่ากลัวของปีศาจตะขาบผ่านช่องประตู จึงรู้สึกว่าจ้าวฟู่อวิ๋นสามารถบีบให้มันล่าถอยได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ส่วนจ้าวฟู่อวิ๋นกำลังทบทวนสิ่งที่ได้และเสียจากการต่อสู้ครานี้อยู่ในใจ พร้อมใคร่ครวญถึงจุดบกพร่องในระบบคาถาอาคมของตน
เขาครุ่นคิดว่าภายหน้าเมื่อศึกษาคาถาอาคม ควรเรียนสิ่งใดเพื่อชดเชยข้อบกพร่องเหล่านั้น
มีเพียงการต่อสู้ระหว่างความเป็นกับความตาย จึงจะมองเห็นว่าตนยังบกพร่องตรงที่ใด







