หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 110
บทที่ 110 ดีลมูลค่ากว่าแสนล้าน
บรรดาหนุ่มสาวของแผนกสามมารวมตัวกันทุกวัน ไล่จัดลำดับและคัดกรองเพนพอยท์ในการใช้มือถือ แล้วระดมสมองเพื่อหาทางแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผู้ใช้เจอให้เร็วที่สุด
หลายครั้ง หงเฟิงมองว่าเป็นดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม แต่กลับถูกวิศวกรปัดตก เพราะฝั่งวิศวกรเชื่อว่าตัวเองเข้าใจผลิตภัณฑ์มากกว่า
ตามปกติทุกคนจะนั่งคุยกันด้วยใจเป็นกลาง ค่อยๆ แก้ปัญหา ทว่าเป็นบางคราว หงเฟิงก็ต้องฝ่าข้าม “ห่วงโซ่การดูถูก” ระหว่างผู้จัดการผลิตภัณฑ์กับวิศวกรอย่างยากลำบาก คำพูดบางอย่างดึงคนกลุ่มหนึ่งให้เห็นด้วย ขณะอีกกลุ่มก็ลุกขึ้นมาโต้แย้ง สุดท้ายกลายเป็นตั้งรับแทงสวนชนิดเข็มต่อเข็ม ไม่มีใครยอมใคร
พวกเขาพยายามใช้ทั้งคำพูด ท่าทาง และตัวอย่างจริงเพื่อโน้มน้าวอีกฝ่าย บางครั้งถึงกับตะโกนจนสุดเสียง ใช้ถ้อยคำคมกริบ
ในห้องประชุมจึงมักได้ยินเสียงสองฝ่ายถกเถียง โต้กลับกันดุเดือด จนถึงขั้นมีคนกระแทกประตูออกไปก็ยังมี
ทุกครั้งแบบนั้น เฉินโม่ ผู้เป็นเสาหลักของทุกคนจะก้าวออกมาขวางคลื่น กลายเป็นหลักยึดเหมือน “เข็มตรึงทะเล” เกลี้ยกล่อมทั้งสองฝ่ายให้รวมความเห็นกันได้
คนแผนกสามเวลาเริ่มทำงานจะจริงจังและจดจ่อเป็นพิเศษ มีเพียงช่วงพักเที่ยงที่บรรยากาศตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย กินข้าวเสร็จ บางคนก็นั่งพัก บางคนเอนกายงีบ เพื่อนที่ชอบเล่นเกมก็จับกลุ่มออนไลน์ตี “สตาร์คราฟต์” กันสักพัก หรือใครที่ชอบอ่านนิยายก็ตามอ่าน “สัประยุทธ์ทะลุฟ้า” ที่เริ่มลงเมื่อปีที่แล้ว
ออฟฟิศราวกับหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัย พอพักเที่ยงเสร็จ พวกเขาก็ลุกขึ้นเปิดศึกกันรอบใหม่
วิศวกรที่เพิ่งเข้ามาใหม่ในแผนกสาม ต่างถูกบรรยากาศการทำงานแบบนี้กระแทกเต็มๆ แล้วก็กลมกลืนเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว
ครึ่งเดือนให้หลัง โครงการย้ายถิ่นฐานจาก MIUI เสร็จสิ้นราบรื่น ครอบคลุมทั้งฟอรั่ม ระบบ ข้อมูล ฯลฯ นับแต่นั้น MIUI ก็หายไปจากเวที บางทีในเอกสารบันทึกการเริ่มต้นธุรกิจของ Xiaomi ในอนาคต อาจมีการเอ่ยถึงชื่อนี้เป็นครั้งคราว
แน่นอนว่าแผนกสามยังคงเอกลักษณ์บางอย่างของ MIUI เอาไว้ เช่นสโลแกน “เกิดมาเพื่อสายฮาร์ดคอร์” ซึ่งถูกนำไปแสดงบนฟอรั่ม MIOS
ธรรมเนียม “วันศุกร์สีส้ม” ที่เคยปล่อยเวอร์ชันใหม่ทุกสัปดาห์ เปลี่ยนเป็นออกเวอร์ชันในวันศุกร์สุดท้ายของทุกเดือนแทน
ถึงวันศุกร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม MIOS (V1.1) เวอร์ชันใหม่ก็ปล่อยออกมา มีทั้งฟีเจอร์ใหม่ การปรับปรุง และการแก้ไขบั๊ก พร้อมปักหมุดประกาศบนฟอรั่ม ระบุรายการอัปเดตยาวเหยียด
ในรายการยังมีข้อที่เป็นคำแนะนำจากผู้ใช้ โดยใส่วงเล็บหลังฟังก์ชันนั้นๆ ระบุชื่อผู้ใช้ที่เสนอแนะไว้ชัดเจนและกล่าวขอบคุณ
ประกาศพอออกมาก็กระตุกให้ผู้ใช้ MIOS จำนวนมากตอบสนองอย่างรุนแรง เดิมทีไม่รู้เลยว่าข้อเสนอของพวกเขา Xiaomi ฟังจริงหรือเปล่า ทีนี้เห็นชัดว่าฟังจริง ทำให้ทุกคนยิ่งกล้าให้ฟีดแบ็กมากขึ้นไปอีก
และผู้ใช้ที่มีชื่อขึ้นกระดาน เมื่อพบว่าโพสต์ของตัวเองในฟอรั่มมีไอคอนเล็ก “ผู้กล้าเสนอแนะ” ต่อท้ายหลังชื่อเล่น ก็รู้สึกภาคภูมิใจสุดๆ
ผู้นำทีมปฏิบัติการ ต้วนหงเหยียน ก็ทำตามคำสั่งของเฉินโม่ ไปเปิดบัญชีทางการบน ซินล่างเว่ยป๋อ แล้วซิงก์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฟอรั่ม MIOS ไปด้วย
พร้อมทั้งเปิดกิจกรรมหัวข้อ “ฉันเป็นสายมือถือ” ซึ่งให้ทุกคนแท็กมือถือที่ใช้ในแต่ละปี แล้วกดแชร์พงศาวดารมือถือของตัวเองลง weibo ได้ในคลิกเดียว Xiaomi จะติดป้ายกำกับให้ผู้ใช้ด้วย ระบุระดับการใช้งานมือถือ เช่น ระดับมือใหม่ ระดับสายฮาร์ดคอร์ตัวกลั่น และระดับ “อะไรวะ” โดยพวกแฟนมือถือสายแข็งรุ่นเก๋าจะอยู่ระดับ “อะไรวะ”
กิจกรรมนี้มีความสนุกดึงดูดให้ผู้ใช้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
พร้อมเชื่อมกับกิจกรรมถามตอบสนุกๆ ทายผลชิงรางวัล การคาดการณ์ต่างๆ เพื่อชี้นำผู้ใช้ ก่อตัวเป็นกลุ่มแฟนของ Xiaomi เอง ซึ่งเฉินโม่ตั้งชื่อให้ว่า “สาวกXiaomi”
แม้หลังควบรวม MIUI กับ MIOS แล้ว ความถี่ในการออกเวอร์ชันของหลังจะช้ากว่าก่อนมาก แต่พอปล่อยเวอร์ชัน V1.1 ไป ก็ได้คำชมท่วมท้น
คะแนน MIOS จาก 9.4 ก็เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว
ยอดติดตั้งทะลุสองล้านเครื่อง เป็นหลักฐานชิ้นดีที่สุด ตอนนี้กินส่วนแบ่งของระบบปรับแต่งในตลาดเกือบครึ่งหนึ่ง
แผนกอินเทอร์เน็ตไตรภาคของ Xiaomi ภายใต้การนำของเฉินโม่ จึงค่อยๆ ขยายอิทธิพลและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
พอเข้าสู่เดือนสิงหาคม เฉินโม่ก็พอมีแรงและเวลาแยกตัวออกมาวางแผนผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อได้เสียที
การแยกทีมคนออกเป็นส่วนๆ จะแบ่งเฟสอย่างไร ต้นแบบเวอร์ชันแรกจะออกแบบแบบไหน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องขบคิด
ในสมุดโน้ตมีภาพสเก็ตช์อยู่ภาพหนึ่ง เป็นกรอบเครื่องขนาดเท่ามือถือ ตรงกลางแทรกข้อความพร้อมรูปภาพอยู่หลายบรรทัด ด้านล่างสุดเป็นช่องพิมพ์ข้อความ
สองวันถัดมา เฉินโม่อุ้มแล็ปท็อปไปเคาะประตู สำนักงานของเหลยจวิน
ตอนนั้นเหลยจวินกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ พอเห็นเฉินโม่มา ก็ชี้ไปที่โซฟาเป็นเชิงให้เขานั่งตามสบาย
“อืม ฉันรู้ เรื่องนี้ทำได้ดี อย่างน้อยชิ้นส่วนไหนจัดการได้ชิ้นหนึ่งก็ดีไปชิ้นหนึ่ง ที่เหลือค่อยหาทางกันต่อ ฉันยังติดธุระ เอาแค่นี้ก่อนนะ”
เหลยจวินวางสาย แล้วเหลือบมองเฉินโม่ “ไอ้หนู เอะอะไม่ขึ้นศาลเจ้าก็แล้วไป คราวนี้โผล่มาต้องมีเรื่องไม่ค่อยดีอีกล่ะสิ เอ้า ว่ามา เรื่องอะไร?”
ในห้องก็ไม่มีคนอื่น เฉินโม่เลยไม่ต้องเกรงใจ “จะไม่มีเรื่องดีได้ไงล่ะ ตอนนี้ MIOS ก็กำลังเติบโตมั่นคง ผมมีข้อเสนอตั้งโครงการผลิตภัณฑ์ อยากให้พี่จวินช่วยดูให้หน่อย”
“โอ้? แล้วคราวนี้มีไอเดียแหวกแนวอะไรอีกล่ะ?”
ทั้งว่าไม่มีเรื่องดี ทั้งว่าเป็นไอเดียเพี้ยน ทำเอาเฉินโม่แอบเจ็บจี๊ดในใจนิดๆ
เพราะสิ่งที่เขาหอบมาคราวนี้น่ะ เป็นดีลใหญ่ระดับหลายแสนล้านเชียวนะ
“แต่ก่อนจะเล่าผมมีคำถามอยากถามก่อนสองสามข้อ”
“อืม ว่ามาก่อน”
“ยุคอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มาถึงแล้ว ต่อไปคงเป็นช่วงแย่งชิงพื้นที่กัน พี่จวินคิดว่าตอนนี้ลมหนุนหลักๆ อยู่ตรงไหนบ้าง?”
เหลยจวินไม่สะทกสะท้าน แค่ไม่กี่คำก็ฉายชัดถึงความเป็นมือโปรสุดๆ “จะเป็นอะไรได้ ก็พวกประตูทางเข้าทราฟฟิกทั้งหลายไง อย่างเช่น ค้นหา ตลาดแอป การสื่อสารเคลื่อนที่ อีคอมเมิร์ซ ประมาณนี้แหละ”
“งั้นดูแบบนี้นะ ด้านค้นหา เราไกลเกินไป อีคอมเมิร์ซเราไม่มีดีเอ็นเอ ตลาดแอปพอสมาร์ทโฟน Xiaomi ออกมาก็มีฐานแพลตฟอร์มติดตัวมาแต่แรก งั้นที่เหลือก็มี ‘จุดสำคัญที่สุด’ อยู่แค่จุดเดียว”
เหลยจวินได้ยินตรงนี้ก็ทำท่าคิด “นายหมายถึง การสื่อสารเคลื่อนที่?”
“พี่ใหญ่ก็ยังไงก็พี่ใหญ่ ความไวต่อโอกาสนี่สุดยอดจริงๆ” เฉินโม้่งัดนิ้วโป้งชม เชิงยกมุขอวย
“ใช่เลย รอบนี้ผมเอาผลิตภัณฑ์มูลค่าเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐมาเสนอนะ สนใจไหม?”
เหลยจวินไม่หลงไปกับคำคุยโอ่ของเฉินโม่ ทำหน้าไม่รับไม่ปฏิเสธ “คิดจะทำยังไง เล่ามาก่อน”
เฉินโม่หัวเราะหึๆ แล้วเปิดสไลด์ข้อเสนอผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้ขึ้นจอทันที
พร้อมเริ่มพากย์อย่างคล่องปรื๋อ “แผนของผมคือ สร้างแอปสื่อสารแบบทันทีที่รองรับการข้ามค่ายผู้ให้บริการสื่อสาร ข้ามแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการ ส่งเสียง ข้อความสั้น รูปภาพ และตัวอักษรได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายแบบฟรีๆ
เพนพอยท์ของแอปนี้คือการตอบสนองความต้องการสื่อสารที่ยิ่งวันยิ่งหลากหลายและเป็นมัลติมีเดียมากขึ้นในยุค 3G
มันจะผสาน ‘เสียง’ ซึ่งเป็นพาหะข้อมูลที่สะดวกกว่า เข้ากับการสื่อสารแบบไม่เรียลไทม์อย่างข้อความสั้น สร้างฉากการใช้งานแบบใหม่ ลดเพดานการเริ่มใช้ และที่สำคัญที่สุดคือ ฟรี
จะเหมือนวิทยุสื่อสาร จะเหมือนกระดานฝากข้อความคุยกันแบบเรียลไทม์ แต่ไม่ติดข้อจำกัดแบบต้องใช้ PC เครื่องเดิมๆ แค่สมาร์ตโฟน + 3G ก็สื่อสารกันได้ทุกที่ทุกเวลา ย่นระยะห่างระหว่างผู้คนให้สั้นลง”
สไลด์หน้าสุดท้ายเป็นสเก็ตช์ง่ายๆ ของแอปแชต หน้าจอขนาดเท่ามือถือ ด้านล่างมีช่องพิมพ์กับแถบเครื่องมือ ส่งรูปกับส่งเสียงได้ ฟีเจอร์โดยรวมเรียบง่ายมาก
พอเฉินโม่อธิบายจบ เขากลับพบว่าใบหน้าเหลยจวินไม่ได้มีแววตื่นเต้นอย่างที่คาด
เหลยจวินเพียงจ้องหน้าจอไม่กะพริบ ไม่พูดอะไรอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ เบาๆ
“ไอเดียนี่นายเริ่มคิดตั้งแต่ตอนไหน?”







