จางจื้อหย่วนกระชากแว่น VR ออกอย่างแรง พบว่าทุกสิ่งที่เขาคุ้นเคยกลับเข้ามาในสายตาอีกครั้ง เพดานแสงเย็นตา ห้องเล็กๆ ที่บุผนังเก็บเสียง โต๊ะทำงานรกๆ และสายตาเป็นห่วงเป็นใยจากเพื่อนร่วมงานสองสามคน
"นี่ นายไม่เป็นไรนะ?" ชุยเจินเอินยื่นผ้าขนหนูมาให้ "เช็ดหน่อย ตัวนายเปียกเหงื่อไปหมดแล้ว"
จางจื้อหย่วนเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนแขนของเขามีแผ่นแปะติดอยู่หลายแผ่น เครื่องมือแพทย์ข้างกายกำลังส่งเสียงหึ่งๆ อย่างสม่ำเสมอ
"...พวกนายกำลังวัดชีพจรกับความดันของฉันเหรอ?"
"ช่วยไม่ได้นี่ ใครใช้นายทำหน้าทรมานซะขนาดนั้นล่ะ" เพื่อนร่วมงานอีกคนตอบ
จางจื้อหย่วนจำเธอได้ เธอคือหนิงจิ้งจากห้องพยาบาล หน่วยงานราชการมักจะมีแพทย์เตรียมไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินเสมอ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการเตรียมการเกินความจำเป็น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอในออฟฟิศ
"นี่ เล่นเกม VR เนี่ย ปฏิกิริยาไม่เห็นต้องเวอร์ขนาดนี้เลยมั้ง?" ชุยเจินเอินหน้าตาเต็มไปด้วยความสงสัย "เดี๋ยวก็ตัวสั่น เดี๋ยวก็อ้าปากหอบ คนที่ไม่รู้คงนึกว่านายโรคกำเริบอะไรสักอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังปฏิบัติภารกิจ แล้วสัญญาณชีพก็ปกติ ฉันคงอยากถอดแว่นนายมาใส่ดูเองแล้ว... พูดจริงๆ นะ เกมๆ เดียวทำเอานายเป็นไปได้ขนาดนี้ ขืนแพร่งพรายออกไปต้องกลายเป็นเรื่องตลกแน่"
"แค่เล่นเกมจริงๆ เหรอ?" หนิงจิ้งดึงแผ่นแปะออกพลางเก็บเครื่องมือกล่าว "ตอนที่นายไปหาฉันที่ห้องพยาบาล เห็นชัดๆ ว่าทำหน้ากังวลมากนี่นา"
"ฉัน... ไม่ได้กังวลสักหน่อย!" ชุยเจินเอินรีบเถียง "หลักๆ เป็นเพราะปฏิกิริยาของเขาทำให้ฉันตกใจต่างหาก!"
จริงสิ... เกมดินแดนหรรษา...
จางจื้อหย่วนกุมขมับ ความทรงจำจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สมองอย่างรุนแรง ทำให้เขาวิงเวียนศีรษะไปชั่วขณะ! เมืองท่าที่ไม่รู้จักชื่อ ผู้คนที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง โรงละครใหญ่ที่กำลังลุกไหม้ และยังกรมตำรวจเขตเหนือ... ความทรงจำสุดท้ายของเขาหยุดอยู่ที่ศพซึ่งถูกอำพราง และหมัดยักษ์ที่พุ่งเข้าใส่หน้า หลังจากนั้นก็คือความมืดมิดอันเงียบงัน ทุกอย่างราวกับฝันร้าย และบัดนี้เขาได้ตื่นจากความฝันนั้นแล้ว
"ฉันเข้าไปนานแค่ไหน?"
"นายหมายถึงเวลาหลังจากใส่แว่น VR เหรอ?" ชุยเจินเอินเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนัง "ก็ไม่ถึงยี่สิบนาทีนะ ผู้กองจาง ตกลงนายเห็นอะไรในเกมดินแดนหรรษากันแน่? รีบบอกฉันมาเร็วเข้าได้ไหม?"
แค่ยี่สิบนาทีเองเหรอ?
ความทรงจำใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาของเขา เห็นได้ชัดว่ามันมากกว่านั้นเยอะ!
"ฉันเห็น..." จางจื้อหย่วนพูดไปครึ่งเดียวก็หุบปากฉับ เขาสบตากับชุยเจินเอินครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนคำพูด "ผู้กำกับเกาอยู่ที่ไหน? ฉันต้องการพบเขาทันที!"
"ผู้กำกับเกาประชุมอยู่ข้างนอก น่าจะอีกตั้งชั่วโมงกว่าจะกลับมา" ชุยเจินเอินขมวดคิ้ว "ทำไม มีเรื่องอะไรที่บอกพวกเราไม่ได้หรือไง?"
"เสี่ยวจาง นายคงไม่ได้ไปพบข้อมูลสำคัญอะไรเข้า แล้วอยากฮุบความดีความชอบไว้คนเดียวหรอกนะ?" เพื่อนร่วมงานรอบๆ เอ่ยแซว
"ฮ่าๆๆ... จะเป็นไปได้ยังไง!" จางจื้อหย่วนฉีกยิ้มกว้างกล่าว "แค่ตอนที่สืบเรื่องดินแดนหรรษา ผู้กำกับเกามอบหมายงานให้ฉันเป็นการส่วนตัว ฉันก็เลยต้องรายงานเขาก่อนน่ะ"
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นสวมเครื่องแบบ "ลูกพี่ประชุมอยู่ที่ไหน?"
...
"ดูท่านายไม่ได้กะจะเลี้ยงข้าวฉันสินะ?" เกาเหว่ยเดินเข้ามาในห้อง แขวนเสื้อคลุมไว้บนไม้แขวนอย่างลวกๆ "ว่ามาเถอะ ตกลงมีเรื่องอะไร ถึงขนาดต้องลากฉันมาคุยที่บ้านนายเนี่ย"
จางจื้อหย่วนดันของใช้จุกจิกที่กองสุมอยู่บนโซฟาไปซ้ายทีขวาที เคลียร์พื้นที่ให้ผู้บังคับบัญชานั่ง "ขอโทษทีครับ ที่นี่รกไปหน่อย คุณทนนั่งไปก่อนนะครับ"
"พอได้แล้ว ป่าดงดิบแถวชายแดนฉันก็เคยอยู่มาแล้ว มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ" เกาเหว่ยส่งสัญญาณให้เขาไม่ต้องวุ่นวายอีก
จางจื้อหย่วนรู้ดีว่าตัวเขาได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายมาก ถึงสามารถเชิญอีกฝ่ายมาที่นี่ได้ แต่ความเชื่อใจของเจ้านายก็มีขีดจำกัด เขาต้องรีบเข้าเรื่องทันที "ผู้กำกับเกา บ้านผมเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างวางใจได้ครับ เก็บเสียงได้ดีมาก คุยอะไรเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ยิน... ผมคิดไปคิดมา ก็มีแค่ที่นี่แหละที่เหมาะจะรายงานเรื่องนี้"
"รายงานงั้นเหรอ?" เกาเหว่ยถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ "เกี่ยวกับดินแดนหรรษาแล้วก็เหวยเอินจานซือเท่อใช่ไหม? รายงานที่ตึกทำงานของเราไม่ได้เหรอ?"
"ไม่ค่อย... เหมาะสมเท่าไหร่ครับ"
เกาเหว่ยจ้องมองจางจื้อหย่วนอยู่ครู่ใหญ่ และแววตาของฝ่ายหลังก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"งั้นว่ามา ฉันฟังอยู่" เขานั่งลงบนโซฟาพลางกล่าว
"ครับ" จางจื้อหย่วนทำวันทยหัตถ์ จากนั้นก็เล่าประสบการณ์ทั้งหมดที่เขาได้เข้าร่วมในเกมดินแดนหรรษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาพูดไม่ถือว่าช้า แต่กว่าจะเล่าจบก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ตลอดกระบวนการนี้เกาเหว่ยแทบไม่ได้ขัดจังหวะเขาเลย เพียงแต่ความคลางแคลงใจในแววตายิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
"ผมรู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี่มันเหลือเชื่อ ต่อให้ผมเห็นมากับตาตัวเองก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป" จางจื้อหย่วนกำหมัดแน่น "แต่ผมกล้าเอาอุดมการณ์พรรคเป็นประกัน ทุกคำที่ผมพูดคือความจริง ไม่มีส่วนไหนที่แต่งแต้มขึ้นมาเลยเด็ดขาด!"
เกาเหว่ยนวดขมับ บนใบหน้าเผยให้เห็นความจนใจเล็กน้อย "นายหมายความว่า ป้อมรุ่งโรจน์ไม่ใช่เมืองในเกม แต่มีอยู่จริงในโลกความเป็นจริง? แล้วดินแดนหรรษาก็ครอบครองเส้นทางลับที่ทอดไปสู่ที่นั่น? ผ่านแว่น VR อันนึงเนี่ยนะ?"
จางจื้อหย่วนใจแป้วลงเล็กน้อย เขารู้ว่าเจ้านายไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาอย่างสนิทใจ
แต่นี่ก็อยู่ในความคาดหมายของเขา
เขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่จะเชื่อได้ง่ายๆ หรอก
เหล่าเกาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอาละวาดหรือสะบัดหน้าหนีไป ก็ถือว่าเปิดกว้างมากพอแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นเจ้านายคนอื่น เขาคงสงสัยว่าพอพูดจบตัวเองก็คงถูกมองว่าเป็นคนบ้าแล้วโดนเตะออกจากกรมตำรวจไปเลย
แต่เพราะเรื่องนี้มันไม่ง่าย เขาถึงต้องพยายามลองดูอย่างสุดความสามารถ
"แน่นอนว่ายังอธิบายได้อีกแบบ นั่นคือดินแดนหรรษาครอบครองเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนที่ล้ำหน้าขั้นสุด จนสามารถจำลองเมืองทั้งเมืองขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงชาวเมืองและสภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในเมืองด้วย" จางจื้อหย่วนพูดต่อ "คำอธิบายทั้งสองแบบฟังดูเหลือเชื่อไม่ต่างกันเลย แต่ผมค่อนข้างจะเชื่อแบบแรกมากกว่า"
"ทำไมล่ะ?" เกาเหว่ยครุ่นคิด "ถ้านายบอกว่าจำลองเสมือนจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ในทางเทคนิคมันก็ยากมากแหละ แต่ก็มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีอยู่นี่ ยกตัวอย่างซีรีส์ที่ฮิตกันช่วงนี้สิ ไม่ใช่ว่ามีคนได้เทคโนโลยีต่างดาวมาแล้วสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้หรอกเหรอ?"
"ก็จริงครับ แต่ผมมีเหตุผลของผม เพียงแต่ตอนนี้เวลามันสั้นไป ผมยังเรียบเรียงความคิดได้ไม่ครบถ้วนเท่าไหร่..."
"ไม่เป็นไร นึกอะไรออกก็พูดมาเลย"
"ปัญหาใหญ่ที่สุด... ผมคิดว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ครับ" จางจื้อหย่วนสูดหายใจลึก "หากดินแดนหรรษาครอบครองเทคโนโลยีนี้จริง การเอามาทำเป็นเกมแทบจะเป็นวิธีที่ได้ผลตอบแทนต่ำที่สุดเลย! ใช่ ตอนนี้พวกเขามุ่งเป้าไปที่เศรษฐี ค่าตั๋วก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่ผู้กำกับเกาครับ คุณคิดว่าองค์กรที่มีเทคโนโลยีระดับนี้จะขาดแคลนเงินงั้นเหรอ?"
การถ่ายโอนจิตสำนึกเข้าสู่โลกเสมือนจริง ในความหมายหนึ่งมันก็คือความเป็นอมตะ! หากเทียบกับความเย้ายวนของความเป็นอมตะแล้ว เกมพรรค์นี้มันจะไปมีความหมายอะไร? ถ้าเขาเป็นดินแดนหรรษา เขาก็คงไม่จำลองโลกอารยธรรมยุคไอน้ำขึ้นมาหรอก จำลองโลกความเป็นจริงไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ? ต่อให้ไม่มอบความเป็นอมตะให้ แค่ปล่อยเช่าห้องประชุมสักห้อง หรือห้องทดลองสักแห่ง ก็สามารถอาศัยความต่างของเวลาสร้างเวลาเพิ่มขึ้นมาได้เป็นสิบๆ เท่าแล้ว แค่นี้ก็มากพอจะทำให้พวกยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจและนักวิจัยคลั่งแล้ว!
เว้นเสียแต่ว่า... ดินแดนหรรษาจะแก้ไขมันไม่ได้!
"มันก็มีเหตุผล..." เกาเหว่ยครุ่นคิด "มีอีกไหม?"
"มีครับ แต่นี่เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวของผมนะ" จางจื้อหย่วนชะงักไปครู่หนึ่ง "ถ้าดินแดนหรรษาสามารถจำลองโลกเสมือนจริงได้ตามใจชอบ งั้นพวกเขาก็น่าจะเป็นผู้ควบคุมเกมสิ แต่ผมกลับรู้สึกว่า... พวกเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น ที่ดินแดนหรรษามาหาเรา ก็เพราะพวกเขากำลังต้องการเรา"
"ต้องการ... พวกเรา?" เกาเหว่ยชะงัก
"ครับ" จางจื้อหย่วนสบตากับผู้บังคับบัญชาตรงๆ "การที่ดินแดนหรรษาเจาะระบบเครือข่ายของตึกตำรวจสากลไม่ใช่การยั่วยุอะไรหรอก แต่มันเป็นการเชิญชวนอย่างจงใจ มันรู้ว่าพวกเรากำลังสืบเรื่องเหวยเอินจานซือเท่อ และมันก็รู้ด้วยว่าพวกเราจะต้องติดเบ็ดแน่!"







