บรรดานักลงทุนกองทุนไม่รู้เลยว่า ลู่หมิงได้สั่งให้กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงเทขายทำกำไรล่วงหน้าไปตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นหากไปแห่เทขายพร้อมกันที่จุดสูงสุด ด้วยปริมาณเงินทุนที่มากเกินไปก็จะทำให้ไม่มีแรงซื้อรับไหวคืนนั้น มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงก็ได้รับการอัปเดต【2.9945 หยวน (+1.27%)】ไม่มีการร่วงหนักอย่างที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ในทางกลับกัน มันกลับทำให้คนที่มองว่าหุ้นจะตกลงถึงกับต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง"เชี่ยเอ๊ย มูลค่าประเมินอ้างอิงติดลบตั้ง -6.79% แต่มูลค่าสุทธิจริงวันนี้ดันพุ่งขึ้นมา +1.27% นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย?""ไหนว่านี่มันรถแห่ศพไง?""อี้เกอปรับพอร์ตแล้ว ปรับพอร์ตแน่นอน ต้องชิงหนีไปตั้งนานแล้วแน่ๆ ก็ใช่น่ะสิ คนเจ้าเล่ห์อย่างอี้เกอต้องหนีไวกว่ากระต่ายอยู่แล้ว ฮ่าๆ!""ดูกระดานประเมินมูลค่ากองทุนนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ หุ้นพอร์ตหลักสิบอันดับแรกป่านนี้คงถูกสับเปลี่ยนไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว""อี้เกอโคตรเทพ จนถึงตอนนี้ยังรักษาสถิติตัวแดงบวกต่อเนื่อง ไม่เคยเขียวติดลบเลยสักครั้ง""กำไรวันละเปอร์เซ็นต์กว่าๆ เป็นความสุขที่มั่นคงจริงๆ""เชดเข้ จะว่าไปแล้ว การบวกวันละเปอร์เซ็นต์กว่าๆ ทุกวันนี่มันนิ่งจนน่ากลัวเลยนะ""เพิ่งสังเกตว่าช่วงนี้กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงเหมือนจะเมินเฉยต่อความผันผวนของตลาดไปเลย ตลาดร่วงหนักฉันก็บวกเปอร์เซ็นต์กว่า ถ้าบวกไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ถือว่าฉันแพ้ ตลาดพุ่งปรี๊ดฉันก็ยังบวกเปอร์เซ็นต์กว่า ถ้าบวกถึงสองเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าฉันแพ้ เอ้อ...""เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ กองทุนนี้มันนอกรีตมาก แผ่กลิ่นอายความแปลกประหลาดออกมาทุกอณู พิลึกสุดๆ""เผลอแป๊บเดียว ตั้งแต่กลับมาเปิดเทรดจนถึงตอนนี้ ยอดกำไรสะสมก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแล้ว ดอกเบี้ยทบต้นนี่มันน่ากลัวจริงๆ""ผมล่ะไม่เข้าใจพวกที่เล่นหุ้นรายตัวเลยจริงๆ วันนี้พุ่งกระฉูด พรุ่งนี้ร่วงดิ่งเหว เล่นไปก็เสียเปล่า ตามอี้เกอนอนรอรับทรัพย์สบายๆ แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือไง?""โดดขึ้นรถกลางทางมาแปดหมื่น ตอนนี้กำไรก็เกือบเท่าตัวแล้ว เป็นความสุขที่มั่นคงจริงๆ ทุกวันไปทำงานอย่างสบายใจ ตอนกลางคืนก่อนนอนก็กดเข้าไปดูกองทุนผสมเซียนเฟิงสักหน่อย อ๊ะ ได้กำไรมาอีกพันกว่าบาท แล้วก็นอนหลับฝันดี หลับอย่างสงบ หลับสบาย เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ก็จะได้อีกพันกว่าบาท... ชีวิตแบบนี้มันไม่ดีตรงไหน?""เงินเดือนออกแล้ว ฉันจะอัดเงินเพิ่ม!"...วันอังคารที่ 21 เมษายนวันนี้ทันทีที่เปิดตลาด ลู่หมิงก็ทำการเทรดแบบ T+0 ภายในวันเดียวกันกับหุ้นทั้งสี่ตัว ได้แก่ อีฉง ไห่ฟา ไห่ค่ง และจงเหยี่ย การที่รายใหญ่อย่างสถาบันลงมาเล่น T+0 ถือเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด การเทรดรอบนี้ของเขาทำให้หุ้นทั้งสี่ตัวเกิดการแกว่งตัวอย่างรุนแรงในกรอบกว้างตลอดทั้งวันจงหย่วนไห่ฟาถึงกับเคยพุ่งไปแตะซิลลิ่ง ก่อนจะถูกทุบดิ่งลงมาติดลบเจ็ดถึงแปดเปอร์เซ็นต์ แทบจะกลายเป็นกราฟร่วงจากเพดานลงสู่พื้นดินเลยทีเดียวนี่ไม่ใช่แค่การทำกำไรส่วนต่างจากการเทรด T+0 ภายในวันเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการเขย่าเอาหุ้นจากพวกที่ตื่นตระหนก และรับซื้อหุ้นจากพวกที่ยอมตัดขาดทุนด้วย เมื่อล้างไพ่จนสะอาดแล้ว การลากราคาก็จะทำได้ง่ายขึ้นทว่าลู่หมิงก็ไม่ได้ทำเกินไปนัก เขาไม่กล้าใช้เทรด T+0 แบบเต็มพอร์ต เพราะเงินทุนก้อนใหญ่ในนั้นไม่ได้มีแค่ฝ่ายเขาฝ่ายเดียว ยังไงก็ต้องไว้หน้าเงินทุนของสถาบันอื่นๆ ในนั้นบ้างไม่อย่างนั้นถ้าเผลอเขย่าตัวเองหลุดโผไปด้วยคงตลกพิลึกแต่วันนี้เขาก็ยังคงทำกำไรพิเศษจากการเทรด T+0 ได้ราวๆ 6 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าพอร์ตทั้งหมด การแกว่งตัวกว้างพอสมควร กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ด้วยปริมาณเงินทุนในปัจจุบัน เขาทำกำไรทางบัญชีเพิ่มขึ้นมาได้อีก 430 ล้านหยวนการติดโผรายชื่อหุ้นร้อนแรงเมื่อวานนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญมาก มันทำให้ผู้คนเห็นว่ามีรายใหญ่เข้ามาเก็บหุ้นพวกนี้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักเก็งกำไรระยะสั้นและนักลงทุนที่ชอบเทรดตามโผรายชื่อให้แห่กันเข้ามาการแกว่งตัวอย่างรุนแรงในกรอบกว้างของหุ้นใหญ่ทั้งสี่ตัวในวันนี้ ทำให้เกิดกราฟแท่งเทียนที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งของเม็ดเงินลงทุน ก่อนจะกลับมาเป็นไปในทิศทางเดียวกันในระหว่างวัน ทำให้ผู้คนเกิดความคาดหวังอย่างแรงกล้าว่าพรุ่งนี้กราฟจะพุ่งขึ้นไปกลืนกินแท่งเทียนเดิมแต่ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือจงกั๋วอีฉง ซึ่งกลายเป็นหุ้นใหญ่ในกลุ่มอักษร "จง" เพียงตัวเดียวที่ทำราคาซิลลิ่งเป็นรูปตัว T ได้สำเร็จ ทั้งยังทำซิลลิ่งติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เปิดฉากขาขึ้นรอบใหญ่อย่างชัดเจนหุ้นตัวนี้มีระเบิดเวลาซ่อนอยู่ แถมยังเป็นที่รู้กันไปทั่ว จึงไม่ค่อยมีใครกล้ากระโดดเข้ามาเล่น แต่กลับกลายเป็นว่ามันสร้างแนวโน้มราคาได้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลาดหุ้นก็ฝืนธรรมชาติมนุษย์แบบนี้แหละ ไม่มาเหรอ? งั้นก็ดูซิลลิ่งซะ! ยังไม่มาอีก? ซิลลิ่งต่อไป! ไม่มาจริงๆ ใช่ไหม? ซิลลิ่ง ซิลลิ่ง! ซิลลิ่งรัวๆ ไปเลย!เม่าได้แต่ร้องไห้ไม่ออก: พอแล้วๆ เข้าไปเล่นก็ได้ จะไปรับของเดี๋ยวนี้แหละ!สิ่งที่ขัดแย้งกับซิลลิ่งสี่วันติดอันแข็งแกร่งของอีฉงอย่างสิ้นเชิงก็คือ วันนี้หุ้นสองเทพเจ้าแห่งยานยนต์แดนเหนือและแดนใต้เปิดตลาดแบบกระโดดลง หลังร่วงลงอย่างรวดเร็วก็เด้งกลับขึ้นมาทำท่าหลอกล่อให้คนเข้ามาซื้อของถูก ก่อนจะดิ่งพสุธาลงไปตรงๆ และในที่สุดก็ถูกปิดตายที่ฟลอร์เทรดหลังผ่านช่วง 10.00 น. ไปแล้วแต่จะว่าไป ลู่หมิงก็เป็นแค่รายใหญ่ระดับล่างๆ ในหุ้นเทพเจ้าแห่งยานยนต์เท่านั้น รายใหญ่ตัวจริงยังปล่อยของไม่หมดด้วยซ้ำ แถมต้นทุนของเงินทุนพวกนี้ยังต่ำกว่าลู่หมิงมาก พวกเขาเข้ามาซุ่มเก็บของตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะดิ้นรนยังไงก็ไม่มีทางขาดทุน ขอแค่ปล่อยของออกไปได้สัก 70% ต่อให้ราคาจะร่วงลงแค่ไหนก็ไม่เป็นไรแล้วหุ้นเทพเจ้าแห่งยานยนต์จะต้องสร้างรูปแบบกราฟแท่งเทียนในระดับรองท็อปอย่างแน่นอน เพื่อสร้างภาพลวงตาของการเด้งกลับ ทำให้คนที่ติดดอยอยู่บนยอดเขามองเห็นความหวังที่จะหลุดพ้น และอดทนไม่ยอมตัดขาดทุน ด้วยวิธีนี้แรงเทขายก็จะลดลง และในช่วงเวลานี้รายใหญ่ก็จะสามารถกระจายหุ้นออกไปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็สามารถปล่อยของจนหมดได้ในระดับราคารองท็อปนี้ ถึงตอนนั้นก็สามารถกดปุ่มนิวเคลียร์ทุบราคาได้อย่างไร้ความปรานีคนที่ติดดอยอยู่บนยอดเขาก็จะสิ้นหวังไปโดยปริยาย และหลังจากนั้นก็คือการร่วงลงอย่างช้าๆ ที่ยาวนานไร้จุดสิ้นสุด...วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ในช่วงเปิดตลาดเช้าวันนี้ เทรดเดอร์ได้รับคำสั่งจากลู่หมิงให้ทยอยเทขายหุ้นจงกั๋วอีฉงมูลค่า 800 ล้านหยวนก้อนสุดท้ายออกไปทั้งหมดในระหว่างที่ราคากำลังพุ่งขึ้นตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ลู่หมิงก็เริ่มทยอยปล่อยของตอนราคาชนเพดานซิลลิ่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธราคาทำซิลลิ่งสามวันติดอย่างแข็งแกร่ง และวันนี้ก็เคยพุ่งขึ้นไปเกือบ 8 เปอร์เซ็นต์ส่วนหลังจากนี้ราคาจะเป็นอย่างไร ลู่หมิงก็ไม่สนใจอีกต่อไป วันนี้เขาได้เปลี่ยนกำไรทั้งหมดเป็นเงินสดแล้ว ไม่ว่าหลังจากนี้ราคาจะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกหรือดำดิ่งลงมา มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเทียนเซิ่งแคปปิตอลแม้แต่แดงเดียวจงกั๋วอีฉงเป็นหุ้นใหญ่กลุ่มอักษร "จง" ตัวสุดท้ายที่เขาปล่อยออกไป ส่วนหุ้นใหญ่กลุ่มอักษร "จง" อีกสามตัวของลู่หมิงอย่างไห่ฟา ไห่ค่ง และจงเหยี่ย เขาชิงหนีไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแล้ว หากจะพูดให้ชัดเจนก็คือเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน โดยเป็นการทยอยถอนตัวออกมาเช่นกัน ใช้เวลาถึงสามวันกว่าจะปล่อยของได้หมด ปริมาณเงินทุนที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้การเทขายเป็นเรื่องยากลำบากจริงๆด้วยขนาดของเงินทุนระดับนี้ การจะเทขายหุ้นในมือให้หมดภายในวันเดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ นี่ขนาดเป็นหุ้นใหญ่นะ ถ้าเป็นหุ้นเล็กแล้วอยากจะปล่อยของในมือให้หมด อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนเต็ม หากมองจากรูปแบบกราฟแท่งเทียน มันก็คือการแกว่งตัวทำยอดในระดับราคารองท็อป เหตุผลก็เพราะการปล่อยของนั้นทำได้ค่อนข้างยากหลังจากทำกำไรและถอนเงินทุนทั้งหมดจากไห่ฟา ไห่ค่ง และจงเหยี่ยออกมาได้แล้ว ลู่หมิงก็ไม่ได้ทุ่มเงินซื้อหุ้นแบบเต็มพอร์ตอีก เพราะไม่มีหุ้นใหญ่ตัวไหนให้เขาเล่นแล้ว หุ้นเล็กๆ ก็รับเม็ดเงินหลักพันล้านไม่ไหว เข้าไปน่ะง่ายแต่ตอนออกจะยาก เผลอๆ อาจจะถูกเจ้ามือใจโฉดลากไปเชือดเอาได้ง่ายๆหลังจากคืนเงินกู้ยืมมาร์จิ้นจำนวน 2,160 ล้านหยวนไปแล้ว ลู่หมิงก็แบ่งเงินแค่พันกว่าล้านหยวนไปเล่นหุ้นปั่นและหุ้นไอพีโอใหม่ โดยจำกัดวงเงินลงทุนในหุ้นแต่ละตัวไว้ไม่เกิน 150 ล้านหยวนถ้าใส่เยอะกว่านี้จะหนีไม่ทัน เพราะพวกมันไม่ใช่หุ้นใหญ่ แต่เป็นหุ้นปั่นตัวเอ้ไม่ว่าจะเป็นเป้าเฟิงเทคโนโลยี หัวโหย่วโคบอลต์ จงเหวินออนไลน์ เต๋อหลุนอิเล็กทรอนิกส์ อานซั่วอินฟอร์เมชัน ซากังแชร์ส และอื่นๆ อีกมากมาย หุ้นพวกนี้ล้วนเป็นหุ้นปั่นตัวเอ้ที่คู่ควรจะติดอันดับหนึ่งในสิบหุ้นปั่นแห่งปีทั้งสิ้นหุ้นปั่นตัวเอ้ที่ลู่หมิงเข้าไปเล่นพวกนี้ เขาได้ชิงหนีออกมาจนหมดเกลี้ยงในสัปดาห์นี้ ภารกิจหลักของเขาในสัปดาห์นี้มีเพียงคำเดียวคือ หนี!หุ้นปั่นที่จับมาได้ถูกปล่อยไปจนหมด วันนี้อีฉงก็เทขายไปเกลี้ยง บัญชีสถาบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในตอนนี้ไม่เหลือหุ้นติดพอร์ตเลยแม้แต่ตัวเดียว...เวลาประมาณ 16.00 น. ณ ห้องทำงานซีอีโอ"สรุปบัญชีออกมาแล้วค่ะ ยอดรวมทั้งหมดคือ 13,718 ล้านหยวน หักเงินกู้ยืมมาร์จิ้นและดอกเบี้ย 2,160 ล้านหยวนออกไป อัตราผลตอบแทนหลังหักเลเวอเรจอยู่ที่ 1343.37% เงินต้นที่นำเข้าตลาดบวกกับกำไรสุทธิรวมเป็น 11,547 ล้านหยวน!"ตอนที่รายงาน ซูเสี่ยวม่านก็ถึงกับเหม่อลอยไปพักใหญ่ เวลาเพียงสองเดือน การใช้เงินต้น 800 ล้านหยวน ไปงัดคานเงินทุน 2,960 ล้านหยวน สามารถสร้างกำไรได้มากกว่า 10,700 ล้านหยวน หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนมากกว่า 13 เท่า"ก็ไม่เลว" ลู่หมิงพูดขึ้นมาลอยๆ"บางครั้งคุณก็น่าโดนอัดสักทีจริงๆ นะ" ซูเสี่ยวม่านกลอกตาใส่เขาวงเบ้อเริ่ม ก็ไม่เลวอะไรกันล่ะ? ถ้าข่าวนี้แพร่งพรายออกไป ตลาดทุนในประเทศจะต้องแตกตื่นเป็นพลุแตกอย่างแน่นอนคำว่ากำไรมหาศาลยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายความเร็วในการกอบโกยเงินทองของเขาได้เลยด้วยซ้ำ"ก้าวต่อไปคุณวางแผนจะทำยังไง? ปีนี้จะตั้งเป้าให้ถึงห้าหมื่นล้านเลยไหม?" ซูเสี่ยวม่านอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ ต่อให้ตอนนี้ลู่หมิงจะบอกเธอว่าเขาอยากจะฟันกำไรอีกห้าหมื่นล้านก่อนสิ้นปีนี้ เธอก็คงไม่สงสัยอะไรอีกแล้วด้วยขนาดของเงินต้นในตอนนี้ ห้าหมื่นล้านก็เป็นแค่ 5 เท่าเท่านั้น แถมยังเป็นกรณีที่ไม่ได้ใช้เลเวอเรจอีกด้วยทว่าเมื่อลู่หมิงได้ยินคำพูดนี้ เขาก็เหลือบมองเธออย่างพูดไม่ออก ส่ายหน้าไปมา แล้วพูดอย่างจนใจ "คุณคิดว่าตลาดหุ้น A-Share เป็นกระเป๋าตังค์ของผมจริงๆ หรือไง? แค่ล้วงมือเข้าไปก็หยิบเงินออกมาได้แล้วงั้นสิ?"ซูเสี่ยวม่านมองเขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจพลางเอ่ย "ฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ นี่คุณไม่ได้เพิ่งหยิบเงินหมื่นกว่าล้านออกมาภายในสองเดือนหรอกเหรอ?"ลู่หมิงเอนหลังพิงเก้าอี้บอส มองดูเพดานพลางเอ่ยเสียงเรียบ "ตลาดกระทิงดุแบบนี้ เจ็ดแปดปีจะมีสักครั้ง ผมยังสามารถทำกำไรให้สูงขึ้นไปได้อีก ต่อให้เป็นช่วงตลาดหมี ผมก็ยังทำกำไรจากการเก็งกำไรได้สูงลิ่วอยู่ดี แต่เบื้องหลังของตลาดขาขึ้นรอบนี้มันไม่ธรรมดา ถ้าเราไม่ช่วยก็อย่าไปสร้างความวุ่นวายให้เบื้องบนเลย ไม่อย่างนั้นคงจบไม่สวยแน่"พูดถึงตรงนี้ ลู่หมิงก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความอีก เมื่อซูเสี่ยวม่านเห็นว่าเขาไม่อยากพูดอะไรต่อ เธอก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเดือนหน้าก็จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดร่วงระนาวแบบสายฟ้าแลบแล้ว...