ไม่นานนัก
รถยนต์ฟอร์ดก็มาจอดหน้าสถานีตำรวจ ยามที่เฝ้าประตูรีบวิ่งออกมาเป็นคนแรก ยืดอกขึ้นและตะเบ๊ะทำความเคารพไปทางรถยนต์
ชายตาเขคนหนึ่งลงจากที่นั่งข้างคนขับ วิ่งเหยาะๆ ไปด้านหลังแล้วเปิดประตูรถ
ตึก!
รองเท้าหนังสีดำเหยียบลงบนพื้น ชายวัยกลางคนรูปร่างค่อนข้างเตี้ยและอวบอ้วนลงมาจากรถ จมูกสิงโต ปากกว้าง ตาชั้นเดียวเฉียงขึ้น มุมปากอมยิ้มน้อยๆ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูไร้พิษสง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบุคคลผู้นี้คือสารวัตรจีนแห่งเขตเกาลูน เหยียนสยง
“อย่ากวนใจประชาชนสิ!” เหยียนสยงจัดเสื้อสูท พูดพลางหัวเราะ “ฉันเป็นสารวัตรนะ ไม่ใช่โจร! นี่ เฉียงตาเข ไปเรียกพ่อค้าแม่ค้าพวกนั้นมา ”
เฉียงตาเขรีบไปจัดการตามคำสั่ง
ไม่นานนักพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นก็เดินมา เมื่อครู่ตอนรถฟอร์ดขับผ่าน แผงผลไม้และแผงขายบะหมี่เกี๊ยวของพวกเขาก็ได้รับความเสียหายไปบ้าง
เหยียนสยงไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงปึกธนบัตรออกจากอกเสื้อและแจกจ่ายให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นด้วยตัวเอง “ขอโทษด้วยนะ ลูกน้องฉันวู่วามไปหน่อย! เอาเงินนี่ไปถือเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”
พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสุภาพและเป็นกันเองถึงเพียงนี้ จึงรีบประสานมือคารวะอย่างต่อเนื่อง ปากก็พร่ำบอกว่าสารวัตรเหยียนเป็นคนดี
เหยียนสยงยิ้มๆ และกล่าวสุนทรพจน์กับทุกคน “คนแซ่เหยียนอย่างฉันทำตัวเป็นแบบอย่างมาตลอด ในฐานะตำรวจก็ต้องรับใช้ประชาชน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ยืนหยัดในความยุติธรรม...”
เสียงปรบมือของประชาชนดังกึกก้องไม่ขาดสาย
ห่างออกไปไม่ไกล นักข่าวสื่อมวลชนที่คล้องกล้องถ่ายรูปไว้ที่คอคนหนึ่งกำลังกดชัตเตอร์ถ่ายรูปเหยียนสยง “แชะๆ” อย่างรัวเร็ว
เหยียนสยงกล่าวอย่างฮึกเหิมปลุกใจอยู่สองสามประโยค จากนั้นจึงหันไปสั่งการเฉียงตาเขที่อยู่ข้างๆ อีกสองสามคำ แล้วก้มหน้าขึ้นรถไป
เฉียงตาเขขยิบตาให้คนข้างๆ
ตำรวจนอกเครื่องแบบแปดคนพุ่งไปหาคนที่ได้รับเงินเมื่อครู่เป็นอันดับแรก แล้วทวงเงินที่เพิ่งแจกไปกลับมาทั้งหมด ท่ามกลางความตื่นตะลึงของประชาชนเหล่านั้น เงินทั้งหมดก็ถูกส่งมอบให้เฉียงตาเข
เฉียงตาเขขึ้นรถ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง แล้วยื่นเงินให้เหยียนสยงอีกครั้ง “นายท่านเหยียน เงินของคุณครับ!”
เหยียนสยงตบหัวเฉียงตาเข พูดพลางหัวเราะ “มีอนาคต!” แล้วยัดเงินกลับเข้าไปในอกเสื้อ “แล้วนักข่าวล่ะ จัดการเรียบร้อยไหม?”
“จัดการเรียบร้อยแล้วครับ ตามที่คุณสั่ง เขาถ่ายรูปไปเยอะเลย พรุ่งนี้รับรองว่าได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่นอน!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” เหยียนสยงหัวเราะลั่น คาบซิการ์ขึ้นมา “ไอ้ระยำเหลยลั่วนั่นหาว่าฉันกวนใจประชาชน งั้นฉันก็จะกวนใจให้มันดู!”
“เหลยลั่วสู้คุณไม่ได้อยู่แล้วครับ! อย่างไรเสียคุณก็เป็นถึงขาใหญ่แห่งเกาลูน ใครจะกล้าไม่ฟังคุณบ้าง?” เฉียงตาเขพูดประจบประแจงพลางช่วยจุดบุหรี่ให้อีกฝ่าย
เหยียนสยงสูบซิการ์ไปหนึ่งอึก พ่นควันออกมา “จริงสิ วันนี้เป็นวันรายงานตัวของจวีฟันเหยินลูกบุญธรรมของฉัน เดี๋ยวแกช่วยดูแลมันหน่อยนะ! อย่างไรเสียฉันก็เป็นพ่อบุญธรรมของมัน หาตำแหน่งงานดีๆ ให้มันหน่อย!”
“รับทราบครับ!” เฉียงตาเขทำหน้าอิจฉา ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวที่ชื่อจวีฟันเหยินนั่นไปได้บุญพาวาสนาส่งมาจากไหน
“เอาล่ะ ออกรถได้!” เหยียนสยงเอนหลังพิงเบาะ เผยท่าทีของขาใหญ่อย่างเต็มที่
รถยนต์ฟอร์ดค่อยๆ ขับเข้าไปในสถานีตำรวจ
ตรงป้อมยาม ยามคนนั้นยืนตรงทำความเคารพจนกระทั่งรถยนต์ลับสายตาไป ถึงได้ถอนหายใจและปล่อยพุงที่แขม่วไว้
สำหรับเหยียนสยงแล้ว เขาเต็มไปด้วยความยำเกรง
ดูเหมือนไร้พิษสง แต่กลับโหดเหี้ยมอำมหิต!
ผู้คนขนานนามว่า
เสือหน้ายิ้ม!
......
ภายในร้านค้า ตู้หย่งเซี่ยวมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เถ้าแก่ร่างอ้วนท้าวศอกทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์ คาบบุหรี่มาร์ลโบโรที่ตู้หย่งเซี่ยวแบ่งให้ มองดูพ่อค้าแม่ค้าที่น่าสงสารเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ไอ้พวกนี้มันโง่เง่าทั้งนั้น! สมองไหลไปอยู่ที่ก้นหมดแล้ว! เหยียนสยงนั่นเป็นใคร? จะมาให้เงินพวกมันเปล่าๆ ปลี้ๆ หรือไง? ก็แค่เล่นงิ้ว ใครบ้างจะทำไม่เป็น?”
“คุณไม่ชอบพ่อค้าแม่ค้าพวกนี้มากเลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ! พวกพ่อค้าแม่ค้านี่วันๆ เอาแต่ร้องตะโกนขายของอยู่สองข้างถนนนี่ แกขายผลไม้ ไอ้หมอนั่นขายเกี๊ยว ตะโกนจนคอหอยจะแตก ฟังแล้วรำคาญจะตาย! แล้วก็นะ คุณดูพื้นพวกนี้สิ โดนพวกมันทำซะสกปรกไปหมด จนแทบจะไม่มีที่ให้วางเท้า! แม่งเอ๊ย บางทีฉันเดินออกไปก็เหยียบเปลือกกล้วยแล้ว!” เถ้าแก่ร่างอ้วนมีสีหน้ารังเกียจ แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อพ่อค้าแม่ค้าที่น่าสงสารเหล่านี้
ตู้หย่งเซี่ยวได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ก็ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
เถ้าแก่ร่างอ้วนยิ่งได้ใจ แยกเขี้ยวขบกราม “แล้วก็นะ เหยียนสยงนี่ก็ไม่ใช่คนดีอะไรเลย! อาศัยว่าตัวเองเป็นสารวัตรจีน วันๆ ก็ทำตัวกร่าง มาที่นี่ทีไรก็ชอบติดเงิน ค่าบุหรี่ยังพอว่า นี่ติดค่าเหล้า ติดค่าเหล้ายังพอว่า ยังติดแต่เหล้าที่แพงที่สุดอีก ฉันติดแม่มันสิ!”
“แต่ผมเห็นเขายิ้มแย้มตลอดเลย ดูเป็นกันเองดีออก”
“เป็นกันเองบ้าบออะไรล่ะ! นั่นมันก็แค่เสแสร้งทำเป็นให้คนอื่นดู! คุณรู้ไหมว่าฉายาเขาคืออะไร? เสือหน้ายิ้ม! ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ฆ่าคนไม่เห็นเลือดเลยล่ะ!”
“โอ้ โหดขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ก็ต้องโหดสิ!” เถ้าแก่ร่างอ้วนขยี้ก้นบุหรี่ดับเบาๆ ก้นบุหรี่ยังเสียดายไม่กล้าทิ้ง เอาผ้าหรือกระดาษมาห่อไว้อย่างระมัดระวัง “เคยมีคนไปล่วงเกินเขา คนทั้งบ้านไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ถูกจับมัดถ่วงทะเล ตอนนี้ยังหาศพไม่เจอเลย!”
“ไม่จริงมั้ง เขาเป็นตำรวจนะ!”
“ตำรวจอะไรกัน? พูดให้ดูดีหน่อยก็คืออันธพาลมีใบอนุญาต พูดให้ฟังดูแย่หน่อยก็คือพวกอันธพาล สารเลว เลวกว่าพวกกุ๊ยซะอีก!” เถ้าแก่ร่างอ้วนยิ่งพูดยิ่งโมโห ถึงขั้นด่ากราดไปถึงโคตรเหง้าศักราชทั้งสิบแปดชั่วอายุคนของเหยียนสยง
ตู้หย่งเซี่ยวรอจนเถ้าแก่ร่างอ้วนด่าจบ ถึงได้ยิ้มออกมา บี้บุหรี่ทิ้งลงพื้น ใช้ปลายเท้าขยี้ๆ จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
“อ้อ ขอบคุณที่อุดหนุน! บุหรี่ซองละสองหยวนห้าเจี่ยว!” เถ้าแก่ร่างอ้วนคิดว่าตู้หย่งเซี่ยวจะล้วงเงินมาจ่าย จึงยื่นมือทั้งสองข้างออกไปอย่างอารมณ์ดี
สิ่งที่ตู้หย่งเซี่ยวล้วงออกมาจากอกเสื้อไม่ใช่กระเป๋าสตางค์ แต่เป็นบัตรประจำตัว บัตรประจำตัวตำรวจนอกเครื่องแบบ!
“ขอโทษทีนะเถ้าแก่ เท่าไหร่เหรอ?” ตู้หย่งเซี่ยวแกว่งบัตรประจำตัวไปมาตรงหน้าเถ้าแก่ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
ลูกตาของเถ้าแก่ร่างอ้วนแทบจะถลนออกมา ตอนนี้เขาอยากจะตายซะให้รู้แล้วรู้รอด เขาไม่คาดคิดเลยว่าตู้หย่งเซี่ยวจะไม่ใช่คุณชายตระกูลผู้ดีที่ไหน แต่เป็นตำรวจ!
“ทำไมคุณไม่บอกว่าเป็นตำรวจล่ะ?” เถ้าแก่ร่างอ้วนพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้
“ตอนนี้คุณดูเหมือนไม่ควรจะมามัวคิดเรื่องพวกนี้นะ จริงไหม?”
“ใช่ คุณพูดถูก!” เถ้าแก่ร่างอ้วนรู้ตัวดี รีบเปิดลิ้นชักเก็บเงิน กลั้นใจล้วงเงินออกมาสามร้อยหยวน ยื่นให้ตู้หย่งเซี่ยว “พอไหมครับ?”
“สารวัตรเหยียนสยง เป็นเจ้านายผม ผมเคารพเขามาก!”
เถ้าแก่ร่างอ้วนจนปัญญา จึงควานหามาอีกสองใบยื่นให้ตู้หย่งเซี่ยว “ห้าร้อยแล้วครับ เยอะมากแล้ว!”
“สารวัตรเหยียนเป็นคนประเภทเจ้าคิดเจ้าแค้นเสมอ! ถ้าเขารู้ว่าเมื่อครู่คุณด่าเขาไปขนาดนั้น ”
เถ้าแก่ร่างอ้วนรีบควานหามาอีกร้อยหยวนยัดใส่มือไป “หกร้อยแล้ว มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!”
“ขอถามหน่อยว่าที่บ้านเถ้าแก่มีสมาชิกกี่คน ชอบออกทะเลหรือเปล่า?”
เถ้าแก่ร่างอ้วนหน้ามืด ควานหามาได้อีกสองสามใบก็ยัดเยียดให้ตู้หย่งเซี่ยวทั้งหมด “หนึ่งพันแล้ว ปล่อยผมไปเถอะ!”
ตู้หย่งเซี่ยวยัดเงินใส่อกเสื้อ ตบกระเป๋าเบาๆ แล้วพูดกับเถ้าแก่ร่างอ้วนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง “เชื่อผมสิ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น! แต่ผมก็รู้ว่าถ้าผมไม่รับเงินก้อนนี้ไว้ คุณคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ๆ ดังนั้นผมก็เลยต้องจำใจรับไว้ จริงสิ ช่วยสั่งชานมให้ผมอีกสักสองสามแก้วด้วยนะ ในห้องทำงานสารวัตรเหยียนมีกี่คน คุณน่าจะรู้ดีกว่าผม! ส่วนแก้วของผม ไม่ต้องหรอก!”
ตู้หย่งเซี่ยวพูดจบ ก็พยักหน้าให้เถ้าแก่ จากนั้นจึงหันหลังเดินตรงไปยังสถานีตำรวจ
เถ้าแก่ร่างอ้วนที่อยู่ด้านหลังทุบอกชกตัวด้วยความเจ็บใจ “ตั้งพันหยวนนะ หายไปแบบนี้เลยเหรอ? แม่มึงเอ๊ย!”
“คุณว่าอะไรนะ?” ตู้หย่งเซี่ยวหันขวับกลับมา
“อ้อ ผมถามคุณว่าชานมต้องใส่น้ำตาลไหม?”
ตู้หย่งเซี่ยวไม่หันกลับไปมอง โบกมือปัด “ตามสบาย!”







