"ไสหัวไป! พี่หาวมาแล้ว! ไสหัวไปให้หมด!"
คนกลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามา บุกเข้าไปในภัตตาคารลอยน้ำไท่ไป๋
ตู้หย่งเซี่ยวกับเหวินหัวโตลงมาจากชั้นสามเพื่อต้อนรับ
ยังไม่ทันที่เหวินหัวโตจะประสานมือคารวะ ชายร่างกำยำที่นำหน้าก็ใช้ไหล่กระแทกเหวินหัวโตเข้าอย่างจัง ปากก็ด่าทอ "หมาที่ดีต้องไม่ขวางทาง!"
เหวินหัวโตไม่ทันระวังตัว เซถลาล้มลงกับพื้น เพี๊ยะ! ปืนพกที่เอวก็กระเด็นหลุดออกไป
"ฮ่าฮ่าฮ่า ที่แท้ก็เป็นหมาหนังเขียวนี่เอง!"
"เขาพกปืนมาด้วยนะ ระวังหน่อยล่ะ!"
"พี่ต้าเวย พี่โคตรเจ๋งเลย ระวังเขาจะฟ้องข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานนะ!"
พวกผู้ชายพากันหัวเราะเยาะเหวินหัวโต
ชายร่างกำยำยิ่งมีสีหน้าดูแคลน แบมือออกแล้วพูดว่า "ต้าเวยอย่างฉันออกมาป้วนเปี้ยนในวงการนักเลง มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่เคยเจอ เมื่อกี้ก็แค่ไม่ระวังไปนิด นึกไม่ถึงเลยว่าท่านผู้กองคนนี้จะอ่อนแอปวกเปียก เหมือนพวกผู้หญิงไม่มีผิด!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" คนพวกนั้นระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง
"อาเหวิน นายไม่เป็นไรใช่ไหม" ตู้หย่งเซี่ยวก้าวเข้าไปพยุงเหวินหัวโตขึ้นมา
"ไม่เป็นไรครับ พี่เซี่ยว!" เหวินหัวโตแก้มร้อนผ่าว "ทำให้พี่ต้องขายหน้าแล้ว!"
ตู้หย่งเซี่ยวไม่พูดอะไร มองไปยังชายคนนั้น
ชายคนนั้นเปิดอกเสื้อ เผยให้เห็นรอยสักมังกรเขียวที่หน้าอก เท้าสะเอวจ้องมองตู้หย่งเซี่ยว "มองอะไร ไม่รู้จักฉันเหรอ ต้าเวยแห่งอี้ฉวินไง!"
ตู้หย่งเซี่ยวเพิ่งจะอ้าปาก ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากข้างนอก "อาเวย ฉันบอกแกไปกี่ครั้งแล้ว ว่าอยู่ข้างนอกอย่าทำตัวกร่างเดินชนคนอื่นมั่วซั่ว! อี้ฉวินของเราน่าเกรงขามก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะเอามาอ้างอยู่ตลอดเวลา เราเป็นคนทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ต้องใช้คุณธรรมสยบผู้คน!"
ตึก ตึก ตึก!
ตึก ตึก ตึก!
เสียงไม้เท้ากระแทกกับพื้น
ไม่ช้าไม่เร็ว แต่กลับเหมือนเคาะลงบนกลางใจคน ให้ความรู้สึกกดดัน
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สี่คนห้อมล้อมชายหน้าเหลี่ยมเดินเชื่องช้าเข้ามาจากด้านนอก
ชายวัยกลางคนหวีผมเรียบแปล้ไปด้านหลัง ปากคาบซิการ์ ท่าทางหยิ่งยโสโอหัง ในมือถือไม้เท้าหัวเสือทองคำ พอเห็นว่าในห้องโถงมีแค่ตู้หย่งเซี่ยวกับเหวินหัวโตสองคน มุมปากก็กระตุกยิ้ม เผยให้เห็นแววตาดูถูกเหยียดหยาม
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวไปข้างหน้า ประสานมือคารวะอีกฝ่าย "พี่หาวใช่ไหมครับ ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ!"
งานเลี้ยงสงบศึกในวันนี้ ตามหลักการแล้วหน้าที่ต้อนรับหาวเป๋ต้องเป็นของ "คนกลาง" รอให้ทั้งสองฝ่ายทำความรู้จักกันก่อน คนกลางถึงจะค่อยเข้ามาไกล่เกลี่ย
แต่วันนี้ตู้หย่งเซี่ยวมาตัวคนเดียว เหยียนสยงไม่เพียงไม่คุ้มกะลาหัวเขาเท่านั้น ยังรอคอยดูเรื่องตลกอีก ท่าทีของเหลยลั่วก็ชัดเจนมาก เขาแค่เป็นคนชักนำ จะจัดการได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตู้หย่งเซี่ยวเองแล้ว นอกจากสองคนนี้ ตู้หย่งเซี่ยวก็ไม่รู้จักผู้ยิ่งใหญ่ในยุทธจักรคนอื่นอีก ไม่มีทางเลือก จึงต้องออกโรงด้วยตัวเอง
"ผมตู้หย่งเซี่ยว สารวัตรคนใหม่ประจำถนนนาธาน เมื่อคืนนี้มีเรื่องขัดแย้งกับลูกพี่กุ้ยฟันทองแห่งแก๊งของท่านจนเกิดความเข้าใจผิดกัน วันนี้จึงจงใจจัดงานเลี้ยง หวังว่าพี่หาวจะใจกว้าง ไม่ถือสาหาความ นั่งลงดื่มสุราสักจอกนะครับ!"
คำพูดของตู้หย่งเซี่ยวแม้จะฟังดูเหมือนขอสงบศึก แต่น้ำเสียงกลับไม่อ่อนน้อมหรือแข็งกร้าวจนเกินไป
หาวเป๋คาบซิการ์ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้พูดอะไรสักคำ เอาแต่ปรายตามองตู้หย่งเซี่ยวอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งตู้หย่งเซี่ยวพูดเกริ่นนำจบ ถึงได้อ้าปากพ่นควันโขมงใส่ตู้หย่งเซี่ยวอย่างไม่เกรงใจ "พูดจบหรือยัง ถ้าพูดจบแล้ว ฉันจะพูดประโยคหนึ่ง สารวัตรยี่สิบเจ็ดคนในฮ่องกง ฉันรู้จักหมด แต่ฉันดันไม่รู้จักแกอยู่คนเดียว รู้ไหมว่าทำไม"
หาวเป๋ใช้สองมือยันไม้เท้า โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยมองเหยียดตู้หย่งเซี่ยว เบ้ปากพูดว่า "เพราะแกมันไม่คู่ควรไงล่ะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย จ้องมองอีกฝ่ายกลับตรงๆ
หาวเป๋แผ่กลิ่นอายโอหังออกมาทั่วร่าง "ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมฉันถึงมาที่นี่ ข้อแรก ฉันให้เกียรติอาลั่ว ข้อสอง ฉันอยากรู้ว่าไอ้เด็กเวรอย่างแกหน้าตาเป็นยังไง และข้อสาม ฉันอยากจะดูว่าแกตายยังไง!"
"พี่หาวพูดจาตรงไปตรงมา ถึงจะอยากดูว่าผมตายยังไง ก็ต้องกินให้อิ่มท้องก่อนสิครับ!" ตู้หย่งเซี่ยวยังคงสีหน้าเรียบเฉย
หาวเป๋หัวเราะ ยกมือซ้ายไปข้างหลังอย่างเหยียดหยาม "ในเมื่อมีคนเลี้ยงข้าว งั้นก็นั่งลงสิ! รอให้กินอิ่มก่อนค่อยลงมือก็ยังไม่สาย!" น้ำเสียงราบเรียบ แต่คำพูดกลับแฝงไปด้วยจิตสังหาร
พวกของต้าเวยพากันหาที่นั่ง
เมื่อมองไปรอบๆ อย่างน้อยก็มีถึงแปดสิบคน นั่งจับจองโต๊ะไปถึงสี่สิบห้าสิบตัว
ตู้หย่งเซี่ยวกวักมือเรียกคนให้ยกอาหารมาเสิร์ฟ ไม่นานงานเลี้ยงเป๋าฮื้อก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะ
ลูกน้องของหาวเป๋พวกนี้แม้จะเคยเห็นฉากใหญ่โตมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้กินงานเลี้ยงเป๋าฮื้อของแท้แบบนี้ ตอนนี้พอเห็นของอร่อย ก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
หาวเป๋เห็นเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองตู้หย่งเซี่ยวอีกครั้ง มือเติบใจป้ำ ลงมือเด็ดขาดเก๋าเกม แถมยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ น่าเสียดายที่อายุสั้นไปหน่อย
"เชิญนั่งครับพี่หาว!" ตู้หย่งเซี่ยวเชิญให้หาวเป๋นั่งลง
หาวเป๋นั่งกางขาอย่างโอ่อ่าตรงเก้าอี้ข้างโต๊ะตัวกลาง มองเหยียดตู้หย่งเซี่ยว "กุ้ยฟันทองเป็นคนของฉัน แกฆ่าเขา ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่แกเล่นงานเขาจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า แถมยังส่งคนไปถอนฟันทองเขาออก แล้วยังสวนทวารให้เขาอีก ทำแบบนี้มันจะเกินไปแล้วนะ!"
"เกินไปจริงๆ นั่นแหละ!" ตู้หย่งเซี่ยวตบโต๊ะด้วยความโกรธแค้น "ฆ่าคนยังไงก็แค่หัวหลุดจากบ่า ทำแบบนี้มันยิ่งกว่าเดรัจฉานซะอีก! ถ้าเป็นผมละก็ จะจับสวะอย่างกุ้ยฟันทองมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงอ่าวฮ่องกงให้เต่ากินซะ!"
ตอนแรกหาวเป๋ยังคงแค่นหัวเราะ คิดว่าตู้หย่งเซี่ยวกำลังจะปัดความรับผิดชอบ แต่พอฟังไปจนถึงตอนหลัง ก็อดประหลาดใจไม่ได้ มองตู้หย่งเซี่ยวอย่างสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
"พี่หาว อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิครับ ผมกดดันนะ! นี่ ผมรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ พี่ต้องคิดว่าผมบ้าไปแล้วแน่ๆ!" ตู้หย่งเซี่ยวรินชาถ้วยหนึ่ง ส่งให้หาวเป๋ "ความจริงแล้วผมไม่ได้บ้า ไม่เพียงไม่บ้า แต่ยังสติสัมปชัญญะครบถ้วนดีด้วย! เหวินหัวโต เอาของให้พี่หาวดูสิ!"
"ได้เลยครับ!" เหวินหัวโตรีบก้าวเข้าไปวางซองเอกสารลงตรงหน้าหาวเป๋
"พี่หาว พี่ลองดูก่อน แล้วค่อยดูว่ากุ้ยฟันทองมันสมควรโดนสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น สับเป็นท่อนๆ หรือเปล่า"
หาวเป๋ปรายตามองตู้หย่งเซี่ยวอย่างระแวงสงสัย
ต้าเวยที่อยู่ข้างๆ ก้าวเข้าไปช่วยหาวเป๋เปิดซองเอกสาร กวาดตามองแวบหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบกระซิบที่ข้างหูหาวเป๋สองสามประโยค
เดิมทีหาวเป๋มีสีหน้าดื้อรั้น ท่าทีโอหัง แต่พอได้ฟังก็มีสีหน้าตกตะลึง
ตู้หย่งเซี่ยวฉวยโอกาสพูดขึ้น "กุ้ยฟันทองกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ทำบัญชีปลอมหลอกลวงพี่หาว ผมว่าตามกฎของอี้ฉวินพวกพี่ อย่างน้อยก็ต้องโดนกฎสามมีดหกรู! ตอนนี้ถือว่าปล่อยปละละเว้นให้มันไปอยู่โรงพยาบาลบ้า มีกินมีดื่ม นานๆ ทียังได้สวนทวาร สบายจะตายไป!"
สีหน้าของหาวเป๋ดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่พวกของต้าเวยก็มีสีหน้าดูไม่จืดเช่นกัน
ปัง!
หาวเป๋ฟาดไม้เท้าลงบนโต๊ะอาหาร โครม จานชามปลิวว่อน น้ำซุปสาดกระเซ็น!
ทุกคนสะดุ้งตกใจ
"เซี่ยวสุดหล่อ ถึงเรื่องนี้จะเป็นความจริงแล้วมันยังไงล่ะ เขาก็ยังเป็นคนของฉัน ถึงจะทำผิด ฉันก็ต้องเป็นคนจัดการเอง! ตอนนี้แกไม่เพียงทำให้เขาย่อยยับอับอาย แต่ยังยึดบ่อนคาสิโนของเขาไปอีก บัญชีหนี้แค้นนี้ จะคิดบัญชียังไง"
ตู้หย่งเซี่ยวผายมือออก "คิดบัญชียังไงน่ะเหรอ ผมก็จัดงานเลี้ยงสงบศึกแล้วไง พี่หาวช่วยไว้หน้าผมหน่อยสิครับ!"
"ไว้หน้าเหรอ" หาวเป๋แสยะยิ้ม "เหยียนสยงไม่คุ้มครองแก เหลยลั่วไม่คุ้มครองแก แกก็ไม่รู้จักลูกพี่จากสายไหนเลย บอกฉันมาสิ จะให้ฉันไว้หน้าแกได้ยังไง"
คำพูดเรียบง่ายเพียงประโยคเดียว ทำให้อุณหภูมิลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา
ในตอนนั้นเอง
มีเสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้น "แล้วฉันล่ะ หน้าของฉัน พี่หาวจะไว้หน้าไหม" ในระหว่างที่พูด ก็เห็นชายหนุ่มท่าทางกะล่อนสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตเดินเข้ามาจากข้างนอก ก่อนอื่นเขากางขาออกยืนให้มั่นคง ถลกชายเสื้อขึ้น เผยให้เห็นปืนพก จากนั้นก็เอื้อมมือไปเกาเป้ากางเกง แล้วเดินต่อพร้อมกับพูดว่า "ไม่ไว้หน้าเหรอ ดี งั้นคุณอาหลิวฝูของฉันล่ะ หน้าของผู้อาวุโสอย่างท่าน จะว่ายังไง"







