เทรดเดอร์รีบดำเนินการส่งคำสั่งซื้อ หุ้นจงกั๋วอีจ้งร่วงดิ่งลงอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งทะยานกลับขึ้นมา สามนาทีต่อมาก็กลับมาปิดซิลลิ่งรูปตัวที (T) ได้อีกครั้ง
ลู่หมิงใช้เงินทุนเจ็ดร้อยล้านดึงราคากลับมาได้สำเร็จ ขาใหญ่ในหุ้นอีจ้งเองก็กำลังดึงราคาขึ้นเช่นกัน หุ้นเพิ่งจะเริ่มวิ่งไม่มีทางทุบทิ้งแน่ แถมตอนนี้ลู่หมิงก็ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างขาใหญ่ที่แข็งแกร่งในหุ้นอีจ้งแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกเหมือนกันโดยไม่มีข้อขัดแย้ง และต่างก็ตั้งเป้าหมายไว้สูงลิ่ว
พูดให้รัดกุมหน่อย คำว่าเงินทุนขาใหญ่อาจไม่ค่อยเหมาะสมนัก ควรเรียกว่าเงินทุนที่สอดคล้องกันกับเงินทุนที่ขัดแย้งกัน เมื่อเงินทุนขัดแย้งกันราคาหุ้นก็จะแกว่งตัว หากเงินทุนสอดคล้องกันในฝั่งซื้อ ราคาหุ้นก็จะพุ่งทะยานขึ้น แต่หากสอดคล้องกันในฝั่งขาย ราคาหุ้นก็จะร่วงดิ่งลงอย่างฉับพลัน
วันนี้เงินเจ็ดร้อยล้านจับคู่ซื้อขายไปแล้วหนึ่งล้านลอต รวมกับก่อนหน้านี้หนึ่งพันห้าร้อยล้านที่ซื้อไปสองล้านกว่าลอต ตอนนี้รวมทั้งหมดก็มีสามล้านกว่าลอตแล้ว หรือก็คือสามร้อยล้านหุ้น
ลู่หมิงจะไม่ซื้อหุ้นในจำนวนที่มากขึ้นอีกแล้ว เพราะหากซื้อต่อไป สัดส่วนการถือครองหุ้นจะเกิน 5% ของบริษัทจงกั๋วอีจ้งในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งจะเข้าเกณฑ์ต้องประกาศยกป้าย การยกป้ายก็คือการต้องประกาศให้ตลาดรับรู้ว่าเขาได้กวาดซื้อหุ้นตัวนี้เอาไว้
และในตลาดหุ้น A-Share มีกฎข้อหนึ่งระบุไว้ว่า หากถือครองหุ้นเกิน 5% ของบริษัท เมื่อใดที่ต้องการขายออกจะต้องออกประกาศลดสัดส่วนการถือครอง
พูดให้เห็นภาพก็คือการตะโกนบอกคนทั้งตลาดว่า: ทุกคนฟังนะ อีกหนึ่งสัปดาห์ฉันจะเผ่นแล้ว ให้พวกนายเผ่นกันไปก่อนเลย!
เห็นได้ชัดว่า ทันทีที่ประกาศลดสัดส่วนการถือครองถูกเผยแพร่ออกมาจะต้องทำให้เกิดการเทขายอย่างแน่นอน แถมตอนนี้ชื่อเสียงของลู่หมิงในหมู่คนวงการเดียวกันก็ไม่ค่อยจะดีนัก หลายคนรู้ว่าเขาเป็นผู้จัดการกองทุนหนุ่มที่เสพติดการเก็งกำไร หุ้นที่เพิ่งตั้งสถานะซื้อในวันนี้ พรุ่งนี้แม่งก็เผ่นแล้ว ดูเหมือนนักลงทุนสถาบันที่ไหนกัน วันๆ เอาแต่เก็งกำไรทำกำไรแบบวันเดย์ทริป นี่มันกองทุนเก็งกำไรที่สวมคราบนักลงทุนสถาบันชัดๆ!
หากปล่อยให้คนทั้งตลาดรู้ว่าลู่หมิงกำลังจะเผ่น มีหวังได้โดนทุบหุ้นใส่จนตายไปข้างแน่
ตอนนี้ลู่หมิงถือหุ้นจงกั๋วอีจ้งอยู่สามล้านกว่าลอต คิดเป็น 4.56% ของหุ้นบริษัทนี้ ยังไม่เกิน 5% เวลาเผ่นจึงไม่ต้องออกประกาศลดสัดส่วนการถือครอง เอื้อต่อการแอบหนี ต่อให้คนอื่นรู้ทีหลังเขาก็คงเผ่นไปได้เยอะแล้ว
เพิ่งจะสั่งกวาดซื้อหุ้นอีจ้งไปเจ็ดร้อยล้านไม่ถึงสิบวินาที ลู่หมิงก็สั่งการอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง "จงกั๋วจงเหยี่ยกวาดซื้อห้าร้อยล้าน จงหย่วนไห่ฟากวาดซื้อห้าร้อยล้าน จงหย่วนไห่ค่งกวาดซื้อห้าร้อยล้าน!"
ขณะที่เทรดเดอร์หลายคนกำลังปฏิบัติตามคำสั่งของบอสใหญ่อย่างรวดเร็ว ในใจก็ร้องตะโกนว่านี่มันโหดเหี้ยมสุดๆ ไปเลย!
หุ้นใหญ่ตระกูลจงอย่างจงหย่วนไห่ฟาตอนที่เปิดโดดขึ้นในตอนเช้าไม่ได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกมากนัก และการจุดไฟของลู่หมิงในรอบนี้ก็ดึงหุ้นไห่ฟาพุ่งไปจนปิดซิลลิ่งได้ในทันที
และการกลับมาปิดซิลลิ่งอย่างรวดเร็วของจงกั๋วอีจ้ง ในที่สุดก็ทำให้อารมณ์ตื่นตระหนกของตลาดได้รับการฟื้นฟู หุ้นใหญ่ตระกูลจงก็เริ่มดีดตัวกลับพร้อมกันอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาของการดีดตัวกลับครั้งใหญ่อยู่ที่ 9 นาฬิกา 36 นาที ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่จงกั๋วอีจ้งเพิ่งจะปิดซิลลิ่งพอดี
การส่งต่ออารมณ์ของตลาดก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน
การร่วงดิ่งอย่างฉับพลันของเสินเชอในตอนเช้าทำให้ทุกคนตกใจกลัวกันมากจริงๆ
แม้แต่เสินเชอก็ยังเคยพุ่งกลับไปใกล้ระดับ +9.78% ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวก็จะสามารถกลับมาปิดซิลลิ่งได้สำเร็จ
ไห่ฟา ไห่ค่ง และอีจ้ง ปิดซิลลิ่งกันหมดแล้ว จงเหยี่ยเองก็กำลังถูกดึงราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว ลู่หมิงชำเลืองมองเงินทุนในบัญชีสถาบันของบริษัท ยังเหลือเงินอีกสามพันห้าร้อยล้านที่ยังไม่ได้เข้าตลาด
หลังจากไห่ฟาปิดซิลลิ่งไปได้ประมาณสิบนาที ซิลลิ่งก็แตก!
ลู่หมิงเห็นไห่ฟาร่วงลงมา 5 กว่าเปอร์เซ็นต์ มีเงินทุนกว่าห้าร้อยล้านกำลังกวาดซื้ออยู่ จึงพูดขึ้นทันที "ไห่ฟาลุยอีกห้าร้อยล้านรับไม้ต่อ!"
สิ้นคำพูด ซิลลิ่งของไห่ค่งก็แตกเช่นกัน ในวินาทีที่ซิลลิ่งแตก ลู่หมิงก็ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง "ไห่ค่งหนึ่งพันล้าน กวาดซื้อ!"
เทรดเดอร์ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย รีบปฏิบัติตามคำสั่งของบอสอย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจเลยที่เทรดเดอร์ถึงอายุน้อยกันขนาดนี้ เพราะความเร็วของมือสำคัญมาก ช้าไปเพียงหนึ่งหรือสองวินาทีอาจหมายถึงความสูญเสียหลายล้าน สะท้อนให้เห็นอย่างแท้จริงว่าเวลาคือเงินทอง
ไห่ค่งเพิ่งจะซิลลิ่งแตกก็ถูกเงินห้าร้อยล้านอุดซิลลิ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง ยอดตั้งรอซื้อห้าแสนลอตปิดซิลลิ่งเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งยอดรอซื้อห้าแสนลอตนี้ เป็นเงินทุนจากบัญชีสถาบันของเทียนเซิ่งไปแล้วถึงสี่แสนเจ็ดหมื่นลอต
มีคนกำลังเทขายขนานใหญ่ ถึงขนาดทุบหุ้นไปสองสามร้อยล้านก็ยังทุบซิลลิ่งไม่แตก เพราะถูกเงินทุนของลู่หมิงรับเอาไว้ทั้งหมด แถมปริมาณการตั้งรอซื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยลดลงต่ำกว่าห้าแสนลอตเลย
เรียกได้ว่าปิดซิลลิ่งตายสนิท
ลู่หมิงสั่งให้ยกเลิกคำสั่งซื้อเงินหนึ่งร้อยล้านที่ยังเหลืออยู่บนซิลลิ่งออกไป ดูสถานการณ์แล้ว ปริมาณการตั้งรอซื้อยังคงเพิ่มขึ้น ตอนนี้พุ่งไปถึงหกแสนลอตแล้ว
เงินทุนและอารมณ์ของตลาดถูกชี้นำไปสู่ฝั่งซื้อ ไม่มีทางที่ซิลลิ่งจะแตกอีกแล้ว
ทว่าหุ้นไห่ฟาตัวข้างๆ เพิ่งจะปิดซิลลิ่งไปก็แตกอีกแล้ว
ลู่หมิงโยกเงินหนึ่งร้อยล้านจากทางนี้ไปทันที หลังจากซิลลิ่งแตกเขาก็ทุ่มเงินอีกสามร้อยล้านลงไปกวาดซื้อจนปิดซิลลิ่งได้อีกครั้ง ปริมาณตั้งรอซื้อบนซิลลิ่งทะลุสามแสนห้าหมื่นลอตไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน จงกั๋วจงเหยี่ยก็ปิดซิลลิ่งแล้วเช่นกัน
จงกั๋วอีจ้ง จงกั๋วจงเหยี่ย จงหย่วนไห่ค่ง และจงหย่วนไห่ฟา หุ้นยักษ์ใหญ่ตระกูลจงทั้งสี่ตัวปิดซิลลิ่งตายสนิททั้งหมด
เทรดเดอร์ในห้องค้าต่างก็เลือดลมสูบฉีด มันช่างเร้าใจเหลือเกิน พวกเขาตระหนักได้ว่าตอนนี้บอสใหญ่คือกองทุนหลักที่เป็นแกนนำในหุ้นยักษ์ใหญ่ตระกูลจงพวกนี้แล้ว
เอะอะก็มีเงินทุนระดับร้อยล้านเข้าออก ทำเอาตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด
ลู่หมิงชำเลืองมองเงินทุนในบัญชีสถาบันของบริษัท ตอนนี้ยังเหลือเงินอีกหนึ่งพันแปดร้อยล้าน ปัจจุบันมูลค่าหุ้นจงกั๋วอีจ้งที่ถือครองอยู่คือสองพันสองร้อยล้าน จงหย่วนไห่ค่งหนึ่งพันสี่ร้อยล้าน จงหย่วนไห่ฟาหนึ่งพันสามร้อยล้าน และจงกั๋วจงเหยี่ยห้าร้อยล้าน
สินทรัพย์รวมเจ็ดพันสองร้อยล้าน
อารมณ์ตลาดดูเหมือนจะฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว หุ้นตระกูลจงทั้งหลายพุ่งตัวขึ้น หุ้นใหญ่หลายตัวที่ปิดซิลลิ่งช่วยรักษาสภาพอารมณ์ตื่นตระหนกของตลาดเอาไว้ได้ ดัชนีหลักก็พลิกจากแดนลบกลับมาเป็นบวกและพุ่งขึ้นไป 1 เปอร์เซ็นต์
เทรดเดอร์ในห้องค้าพูดในช่องสื่อสารด้วยความเลื่อมใส "บอสสุดยอดเกินไปแล้ว การดึงราคาอย่างบ้าคลั่งรอบนี้ถึงกับฟื้นฟูอารมณ์ตื่นตระหนกของทั้งตลาดกลับมาได้ พวกนายเชื่อปะเนี่ย?"
ตอนนี้เทรดเดอร์หลายคนมีสายตาชื่นชมราวกับมองไอดอล โดยเฉพาะเทรดเดอร์สาวคนหนึ่งที่กลายร่างเป็นแฟนคลับตัวยงในพริบตา
บอสเล่นเงินก้อนใหญ่ไม่เป็นงั้นเหรอ?
เปิดตลาดมากดปุ่มนิวเคลียร์เทขายจนเสินเชอร่วงดิ่ง เสินเชอก็พาหุ้นตระกูลจงตัวอื่นๆ ดิ่งตาม หุ้นตระกูลจงตัวอื่นๆ ก็พาอารมณ์ของทั้งตลาดพังพินาศลงไปอีก
จากนั้น บอสก็โชว์สเต็ปเทพ กวาดซื้ออีจ้งเจ็ดร้อยล้านอย่างรวดเร็ว จงเหยี่ย ไห่ฟา และไห่ค่ง กวาดซื้อตัวละห้าร้อยล้าน หลังจากนั้นก็ยังคงทุ่มเงินหลักร้อยล้านเข้าไปรับอย่างดุเดือด การปิดซิลลิ่งของหุ้นตระกูลจงทั้งสี่ตัวนี้ก็ดึงแนวโน้มการดิ่งพสุธาของหุ้นตระกูลจงตัวอื่นๆ กลับมาได้ และทำให้อารมณ์ตลาดโดยรวมได้รับการฟื้นฟู
เงินพันกว่าล้านเข้าออกอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์อย่างพวกเขายังรู้สึกมือสั่นตอนส่งคำสั่ง แต่บอสกลับออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำ ความใจเย็นและสงบเยือกเย็นนี้มันน่ากลัวจริงๆ
นี่มันเงินระดับพันกว่าล้านนะ ไม่ใช่แค่แสนกว่าหยวน!
ลู่หมิงได้ยินการพูดคุยของเทรดเดอร์ในช่องสื่อสารภายใน ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและเอ่ยขึ้น "พวกเรายังไม่มีพลังมากขนาดนั้นหรอก มันเป็นผลมาจากความสอดคล้องกันของฝั่งซื้อในตลาด พวกเราแค่ทำการชี้นำอารมณ์ตลาด จุดไฟนำจังหวะขึ้นมาเท่านั้น เงินทุนที่ทำกำไรออกจากเสินเชอไม่ได้มีแค่พวกเรา ยังมีเงินทุนตาอื่นๆ อีก พวกเขาย่อมต้องการหาที่พักพิงในที่อื่นๆ ของตลาด ผมจุดไฟนำจังหวะนี้ขึ้นมาเพื่อดึงดูดสายตาของพวกเขาก็เท่านั้น"
หุ้นตระกูลจงอย่างไห่ฟา ไห่ค่ง และจงเหยี่ย พวกนี้แม้จะอยู่สูงมากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับเสินเชอก็ถือว่าประเมินค่าต่ำเกินไปจริงๆ โดยเฉพาะหุ้นอีจ้งตัวนี้ยิ่งประเมินค่าต่ำเกินไปอย่างร้ายแรง ส่วนเรื่องที่มีทุ่นระเบิดซ่อนอยู่ข้างใน มันสำคัญด้วยเหรอ? เมื่อได้รับความสนใจและการยอมรับจากเงินทุน ต่อให้มีระเบิดลูกใหญ่รออยู่มันก็ต้องขึ้นอยู่ดี บริษัทดีๆ อย่างกลุ่มบริษัทตระกูลอันถึงยังไงก็ไม่ยอมขึ้น เพราะไม่มีเงินทุนให้ความสนใจ
การดึงราคาหุ้นต้องอาศัยแรงผลักดันจากเงินทุน หากไม่มีเงินทุนให้ความสนใจและยอมรับ มันก็ยังคงหมอบนิ่งอยู่แบบนั้น กลุ่มบริษัทตระกูลอันก็คือตัวอย่าง
เงินทุนที่เพิ่งถอนตัวออกมาเห็นว่าหุ้นตระกูลจงอย่างอีจ้ง ไห่ค่ง และจงเหยี่ย มีเงินทุนก้อนใหญ่กำลังดึงราคาอย่างบ้าคลั่ง พอมาดูตำแหน่งของหุ้นเหล่านี้ ไห่ค่ง ไห่ฟา และจงเหยี่ย เมื่อวานก็ปิดซิลลิ่งกันหมด เงินทุนก้อนใหญ่กำลังดึงราคาอย่างบ้าคลั่งแบบนี้ นี่มันคือรูปแบบทำซิลลิ่งที่สองต่อเนื่องชัดๆ
กองทุนเก็งกำไรนอกตลาดและสมาร์ทมันนี่พอเห็นท่าทีแบบนี้ ในเมื่อเงินก้อนใหญ่เป็นผู้นำบุกทะลวง เป่าแตรสัญญาณบุกแล้ว
แม้ไม่มีการสื่อสารระหว่างกัน แต่กลับมารับไม้ต่อด้วยอารมณ์ทำซิลลิ่งที่สองอย่างรู้ใจกัน อารมณ์ตลาดเปลี่ยนจากขัดแย้งเป็นสอดคล้องกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดการกอดคอรวมพลังของฝั่งซื้อเพื่อดันราคาขึ้นไป
ทว่าการปิดซิลลิ่งของหุ้นไห่ฟา ไห่ค่ง อีจ้ง และจงเหยี่ยพวกนี้ กลับเป็นการตลบหลังโจมตีจุดตายให้แก่เสินเชอ
เสินเชอถูกทุบหุ้นในวันนี้ เกิดความขัดแย้งบนจุดสูงสุดดั่งยอดเขาเอเวอเรสต์ ใครก็ตามที่ใช้สมองคิดสักนิดก็รู้ว่าไม่มีทางที่เงินทุนจะยอมเปลี่ยนมาสอดคล้องกันในฝั่งซื้อที่จุดนี้ มีแต่จะสอดคล้องกันในฝั่งขายเท่านั้น
และการปิดซิลลิ่งของไห่ฟา ไห่ค่ง อีจ้ง และจงเหยี่ย ทำให้เงินทุนที่ยังคงอยู่ในเสินเชอตระหนักได้ว่า ความขัดแย้งของเงินทุนที่เกิดขึ้นในเสินเชอได้วิ่งไปหาหุ้นยักษ์ใหญ่ตระกูลจงตัวอื่นๆ ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า และก่อให้เกิดความสอดคล้องกันของฝั่งซื้ออีกครั้งแล้ว
แม้ว่าตอนนี้เสินเชอจะปิดซิลลิ่งแล้วเช่นกัน แต่บนซิลลิ่งกลับไม่มียอดตั้งรอซื้ออะไรเลย นั่นหมายความว่าซิลลิ่งอาจจะแตกได้ทุกเมื่อ ในขณะที่หุ้นตระกูลจงตัวข้างๆ พวกนั้น มีตัวไหนบ้างที่ยอดตั้งรอซื้อบนซิลลิ่งไม่ถึงห้าแสนลอตเป็นอย่างต่ำ?
พอถึงเวลาประมาณ 10 นาฬิกา เสินเชอก็ซิลลิ่งแตกอีกครั้ง แต่หลังจากแตกก็พุ่งกลับไปใกล้จุดซิลลิ่งอีก
แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ การดึงราคาขึ้นของเสินเชอทุกครั้งล้วนไม่มีวอลุ่ม ขาใหญ่ไม่ได้มีความตั้งใจจะทำราคาขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่ทำไปเพื่อรักษาสภาพอารมณ์ให้ตัวเองได้หนี ดึงราคาไปพลางปล่อยของไปพลาง กราฟรายนาทีให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการปิดทำกำไรตามปกติของเงินทุนที่ได้กำไร และเงินทุนขาใหญ่รายใหม่กำลังเข้ามารับช่วงต่อ
ขาใหญ่จะขาดทุนได้ยังไง? หลังจากเก็บของเสร็จจะต้องดึงราคาขึ้นแน่นอน อนาคตยังไปได้อีกไกล นี่คือความคิดของแมงเม่าส่วนใหญ่ที่คิดเองเออเองว่ารู้ทันเจตนาของขาใหญ่
เหมือนกับวันที่ 9 เมษายน วันนั้นหุ้นก็เปิดซิลลิ่งแล้วแตก สุดท้ายก็เกือบจะกลับมาปิดซิลลิ่งได้สำเร็จ ขาดไปเพียงแค่นิดเดียว แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการปิดซิลลิ่ง วันรุ่งขึ้นปรับฐานอีกหนึ่งวัน หลังจากนั้นก็ทำซิลลิ่งต่อเนื่อง แท่งเขียวต่อเนื่องไม่ใช่หรือไง?
นี่คือความคิดของแมงเม่าส่วนใหญ่ และพากันไล่ซื้อเข้าไปในวันนี้
เสินเชอก็คือเสินเชอ ข่าวสารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ถูกโหมกระพือ ผู้นำยอดนิยมอันดับหนึ่งของเดือนเมษายน พุ่งขึ้นมาด้วยซิลลิ่งต่อเนื่องและแท่งเขียวต่อเนื่องตลอดทาง ไม่มีหุ้นตระกูลจงตัวไหนที่สามารถกลบรัศมีของเสินเชอได้ คนที่ให้ความสนใจหุ้นตัวนี้มีมากเกินไปจริงๆ
พอถึงเวลา 13 นาฬิกา 20 นาที ในช่วงบ่าย เงินทุนก้อนใหญ่ที่เหลืออยู่ในเสินเชอก็ปล่อยของออกไปเกือบหมดแล้ว แสดงละครต่อไปไม่ไหวแล้ว ตอนเช้าหนีไม่ทันโดนคนกดปุ่มนิวเคลียร์ใส่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห แต่โมโหก็ต้องทนเอาไว้ หนีไปก่อนค่อยว่ากัน
ตอนนี้ได้เวลาพอสมควรแล้ว ไม่ต้องทนอีกต่อไป ดังนั้น... กดปุ่มนิวเคลียร์ทิ้งซะเลย!
บึ้ม!!!
……