เถาปา เสวี่ยฉิว และกลุ่มพูดคุยเรื่องหุ้นอีกมากมายต่างกำลังหารือเกี่ยวกับเนื้อหาหนังสือตอบกลับของกลุ่มเทียนเซิ่ง
"พอเห็นการเปิดเผยข้อมูลล่าสุดของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ ฉันถึงกับอึ้ง โคตรอึ้งเลยว่ะ!"
"ในกลุ่มมีลูกพี่สายเปย์คนนึงที่วันนี้เพิ่งตัดขาดทุนไปไม่ใช่เหรอ? @เทียนเทียนเม่าลวี่เยียน ลูกพี่เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง"
"รู้สึกยังไงน่ะเหรอ? พอเห็นข่าวนี้ ฉันก็จุดบุหรี่สูบเงียบๆ เพื่อปลอบขวัญตัวเอง สถาบันกว่าสองร้อยแห่งกำลังเล่นละครตบตาฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะไปเล่นยังไงวะ? แม่งเอ๊ย!"
"ฮ่าๆๆ~"
"พูดก็พูดเถอะลูกพี่ ไอดีของคุณเนี่ย... เอาเถอะ..."
"สถาบันกว่าสองร้อยแห่งแม่งเป็นนักแสดงกันหมด ไม่โดนสลัดทิ้งก็ผีหลอกแล้ว โคตรจะบ้าบอเลย!"
"วันนี้พอข่าวนี้ออกมา เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไม่มีทางเป็นจงสือโหยวตัวที่สองเด็ดขาด สถาบันกว่าสองร้อยแห่งอยู่ข้างใน แล้วก็ลองดูผู้ถือหุ้นรายใหญ่สิบอันดับแรกกับผู้ถือหุ้นหมุนเวียนสิบอันดับแรกสิว่ามีแต่สถาบันระดับเทพอะไรบ้าง มันจะตกได้ยังไง? ตกได้เหรอ? ไม่แกว่งตัวออกข้างก็ต้องขึ้น ไม่มีทางเป็นอย่างที่สามแน่"
"เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์กำลังจะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นหลักแล้ว ไม่มีทางตกหรอก กองทุนประกันสังคมก็อยู่ข้างใน พวกนี้ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด"
"หุ้นขนาดใหญ่ที่มีความเป็นสถาบันสูงขนาดนี้ โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่มีนักลงทุนรายย่อยเหลืออยู่เลย ผู้ถือหุ้นหมุนเวียนรายใหญ่สิบอันดับแรกก็กินสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนไป 35% แล้ว ข้างหลังยังมีสถาบันอีก 229 แห่ง จากข้อมูลที่เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เปิดเผยในวันนี้ บริษัทมีจำนวนผู้ถือหุ้นแค่ 5,828 ราย โคตรจะเหลือเชื่อเลย"
"เฮ้อ~ ที่แท้เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายสินทรัพย์หลักที่มีคุณภาพดีที่สุดในตลาดหุ้น A-Share แต่มันไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับแมงเม่าอย่างพวกเราเลยแม้แต่นิดเดียว ราคาหุ้นสูงลิ่วจนได้แต่พอมองแต่เอื้อมไม่ถึง แมงเม่าอย่างพวกเราก็ทำได้แค่ไปเล่นหุ้นขยะเท่านั้น ช่างน่าเวทนาจริงๆ..."
"ทุกคนรีบดูรายชื่อสถาบันข้างหลังสิ มี 12 สถาบันที่แม่งมาเอาฮาใช่ไหม ถืออยู่ 100 หุ้น ฮ่าๆๆ~~"
"ทำไมล่ะ? 100 หุ้นแล้วมันยังไง? ใครกำหนดว่าสถาบันซื้อร้อยหุ้นไม่ได้ล่ะ... [ส่งอีโมจิหน้าทะเล้น]"
"นี่มันสถาบันไก่อ่อนทั้ง 12 แห่งชัดๆ... [ส่งอีโมจิหัวเราะทั้งน้ำตา]"
"เชี่ยเอ๊ย พี่หมื่นล็อตในช่วงเทรดภาคเช้าโผล่หัวออกมาแล้ว ที่แท้พี่หมื่นล็อตในตอนเช้าก็คืออี้เกอที่มางัดฟลอร์ การเข้ามาของอี้เกอทำลายความเข้าใจที่ตรงกันของสถาบันที่รวมกลุ่มกันมองลงในพริบตา เม็ดเงินเกิดความแตกแยกอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนมาเป็นทิศทางเดียวกันคือกลับจากชอร์ตเป็นลอง ถ้าไม่ใช่อี้เกอมางัดฟลอร์จนทำให้การรวมกลุ่มของสถาบันสลายตัว พรุ่งนี้ก็อาจจะเปิดต่ำอีกก็ได้"
"พูดก็พูดเถอะ คนที่ตัดขาดทุนในวันนี้ยังด่าอี้เกออยู่เลย พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ถ้าอี้เกอไม่เข้ามางัดฟลอร์กะทันหัน วันนี้ก็หนีไม่รอดหรอก พรุ่งนี้สถาบันตัวจริงยอมให้คุณหนี แต่ต้องกินราคาฟลอร์ไปอีกกระดาน จะเอาไหมล่ะ?"
"ใช่แล้ว นักลงทุนรายย่อยตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปตั้งนานแล้ว กลัวว่าจะเป็นจงสือโหยวตัวที่สอง พรุ่งนี้ขอแค่หนีได้ ต่อให้เป็นราคาฟลอร์ก็ต้องหนีแน่นอน อี้เกอช่วยกู้ความเสียหายไปได้หนึ่งกระดานสำหรับพวกแมงเม่ากลุ่มนี้"
"กองทุนผสมเทียนเซิ่งแวลูโกรทคราวนี้สบายไปเลย ถือเต็มพอร์ตแล้วกินรวบจากฟลอร์ไปซิลลิ่ง แค่หุ้นตัวนี้ตัวเดียววันนี้ก็สร้างอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิให้กองทุนถึง +2.22% แล้ว"
"พี่น้องทั้งหลาย ขอถามหน่อยว่าในที่นี้มีกี่คนที่อัตราผลตอบแทนในช่วงหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเกิน +25%? มีกี่คนที่เกิน +30%? เมื่อกี้เพิ่งไปดูกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งมา เชี่ยเอ๊ย ตั้งแต่หลังเทศกาลจนถึงตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสะสมพุ่งขึ้นไป +36.6% แล้ว"
"ฉันอยู่ในนั้น ตอนนี้กำไร +52% แล้ว นอนรอรับทรัพย์สบายๆ ซื้อแล้วก็แทบไม่เคยดูเลย พอลงทุนไปแล้วก็กดเลือกนำเงินปันผลไปลงทุนต่อแล้วก็ไม่สนใจอีกเลย ถึงแม้อี้เกอจะยังไม่เคยจ่ายปันผลเลยจนถึงตอนนี้ก็เถอะ"
"อยากได้เงินก็ซื้อกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งเถอะ อยากเสียเงินก็ไปเล่นหุ้นเอาเอง"
"กองทุนปีศาจเทียนเซิ่งนี่มันความสุขที่มั่นคงจริงๆ อย่างน้อยนักลงทุนรายย่อยกว่า 95% ก็เอาชนะกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งไม่ได้หรอก"
……
เมื่อมีการเปิดเผยข่าว ทุกคนก็รู้แล้วว่าพี่หมื่นล็อตในช่วงเทรดภาคเช้าของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์วันนี้คือฝีมือของลู่หมิง เรื่องนี้ทำให้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปและสถาบันอื่นๆ รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย ด่าไส้ศึกมาตั้งครึ่งค่อนวัน สรุปว่าด่าลมด่าแล้งไปซะงั้น
อย่างที่เขาว่ากันว่ารอบคอบร้อยครั้งก็ยังพลาดได้หนึ่งครั้ง อันที่จริงพวกนักลงทุนสถาบันเหล่านี้ก็คำนวณลู่หมิงรวมเข้าไปด้วยแล้ว แต่คำนวณยังไงก็คาดไม่ถึงว่ากองทุนผสมเทียนเซิ่งแวลูโกรทจะยังมีพื้นที่ว่างในพอร์ตเหลืออยู่อีก นั่นแสดงให้เห็นว่าการเสนอขายกองทุนนี้ในช่วงที่ผ่านมานั้นฮอตฮิตมาก ลู่หมิงไม่ได้เอาเงินที่ได้จากการเสนอขายอัดเข้าไปจนหมด
แถมยังเป็นไปได้ว่าในช่วงที่ตลาดร่วงหนักหลายวันใกล้ๆ กับ 'คำสาป 4.19' เขาแอบลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงเพื่อเก็บกระสุนเอาไว้
การที่ลู่หมิงเล่นตุกติกแบบนี้ถึงจะดูไม่ค่อยซื่อตรงเท่าไหร่ แต่พวกสถาบันก็แค่รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น การต่อสู้ด้วยเม็ดเงินในตลาดรองมันก็ต้องอาศัยฝีมือใครฝีมือมันอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้พวกเขาใช้ประโยชน์จากลู่หมิงเพื่อดึงดูดต้นหอมหน้าใหม่เข้าตลาด พอทำแบบนี้ไปๆ มาๆ ก็ถือว่าต่างฝ่ายต่างเอาคืนกัน ถือซะว่าเป็นการเฮดจิ้งเจ๊ากันไปก็แล้วกัน
หาเงินนี่นา ไม่เห็นน่าเกลียดตรงไหน
วันข้างหน้ายังมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกเยอะ
อีกอย่างพอสถาบันเหล่านี้เห็นลู่หมิงรับมือกับตลาดได้อย่างสบายๆ แบบนี้ พอมองในอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี นั่นแสดงให้เห็นว่าภายใต้การบริหารของเขา เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์จะก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมและพัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิมในอนาคตแน่นอน การถือหุ้นบริษัทนี้ก็จะยิ่งทำให้สบายใจมากขึ้น
……
วันรุ่งขึ้น วันศุกร์ที่ 22 เมษายน
หลังจากโดนหนังสือสอบถามไปเมื่อวานนี้ เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็เข้าสู่วันทำการซื้อขายวันที่สามหลังจากการเข้าจดทะเบียนทางอ้อม
ต้องยอมรับเลยว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายนนี่ช่างวุ่นวายเสียเหลือเกิน เพิ่งจะทำราคาซิลลิ่งได้กระดานเดียวก็โดนหนังสือสอบถามซะแล้ว ถือว่าสุดยอดจริงๆ
มีการสร้างกระแสต่างๆ นานาจนพุ่งกระฉูด ดึงดูดให้บรรดาชาวเน็ตที่ชอบกินแตงมารอชมกันอย่างคึกคัก
วันนี้ลู่หมิงไม่ได้ไปที่ห้องเทรดแล้ว การซื้อขายประจำวันเขามอบหมายให้หลี่หมิงหยางเป็นคนจัดการ มีเพียงเวลาที่มีการปรับพอร์ตหรือเปลี่ยนตัวหุ้นครั้งใหญ่เท่านั้น เขาถึงจะไปที่ห้องเทรดเพื่อลงมือบัญชาการด้วยตัวเอง
เวลา 9:25 น. ผลการประมูลราคาเปิดของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในวันนี้ก็ออกมา โดยเปิดตลาดด้วยราคา 5,966.32 หยวน เปิดกระโดด +4.73%
พอถึงเวลา 9:30 น. ก็เข้าสู่การซื้อขายต่อเนื่องอย่างเป็นทางการ เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เปิดกระโดดและพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลา 9:33 น. ราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นไปถึง 6,266.45 หยวน ปิดที่ราคาซิลลิ่งจนกระทั่งปิดตลาดในวันนี้ มูลค่าตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 501,316 ล้านหยวน
เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์กลับมายืนหยัดอยู่ที่ระดับมูลค่าตามราคาตลาด 500,000 ล้านหยวนได้อีกครั้ง
แต่ซิลลิ่งของวันนี้ ปริมาณการซื้อขายตลอดทั้งวันมีเพียง 1,422 ล้านหยวน เมื่อเทียบกับปริมาณมหาศาลระดับประวัติการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา วันนี้ถือว่าเป็นซิลลิ่งด้วยปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างหนัก
สิ่งที่พอจะคาดเดาได้ก็คือ ในช่วงเวลาอีกยาวนานนับจากนี้ ปริมาณการซื้อขายของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์คงยากที่จะทะลุระดับ 20,000 ล้านหยวนต่อวันไปได้ ปริมาณการซื้อขายกว่า 60,000 ล้านหยวนเหมือนเมื่อวานซืนอาจจะไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลยในช่วงสองสามปีข้างหน้า
เหตุผลง่ายนิดเดียว สถาบันสร้างพอร์ตเสร็จแล้ว และสถาบันก็ควบคุมตลาดไว้ในระดับสูง หุ้นที่แย่งชิงมาได้อย่างยากลำบากไม่มีทางถูกเทขายออกมาง่ายๆ สถาบันไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย สถาบันมีราคาเป้าหมาย โดยเฉพาะสถาบันขนาดใหญ่ของทีมชาติ อีกทั้งหุ้นหมุนเวียนในปัจจุบันมีเพียง 13 ล้านหุ้น หุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงอีก 15 ล้านหุ้นก็ต้องรออีกหนึ่งปีถึงจะปลดล็อกให้หมุนเวียนได้
ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ปริมาณการซื้อขายของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไม่มีทางพุ่งสูงถึงระดับหมื่นล้านหรือหลายหมื่นล้านหยวนได้ แต่ถึงอย่างนั้น ปริมาณการซื้อขายของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในวันนี้ก็ยังติดอันดับหนึ่งในสิบของตลาดหุ้น A-Share หุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในวันนี้ก็ยังไม่เกิน 4,000 ล้านหยวน ปริมาณการซื้อขายของทั้งสองตลาดก็ลดลงเหลือสี่แสนสองหมื่นกว่าล้านหยวน
ปริมาณการซื้อขายต่อวันของทั้งสองตลาดที่สูงทะลุ 2 ล้านล้านหยวนระดับประวัติการณ์ในตลาดกระทิงดุเมื่อปีที่แล้วได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับแล้ว
หากดูจากหุ้นที่เคยโดนหนังสือสอบถามในอดีต วันทำการซื้อขายถัดมาโดยพื้นฐานแล้วมักจะร่วงหนัก หุ้นปั่นที่ทำซิลลิ่งติดกันมักจะจบลงแบบต้นไม้ล้มลิงแตกรัง
แต่เห็นได้ชัดว่าเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์นำไปเปรียบเทียบกับหุ้นขยะที่ถูกปั่นจนโดนหนังสือสอบถามไม่ได้ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสถาบันกว่า 200 แห่งอยู่ข้างใน สถาบันที่ถือหุ้นในอันดับต้นๆ ล้วนเป็นทีมระดับหรูหราอลังการ แถมยังมีเงินทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของสามดัชนีหลักอย่าง SSE 50, SSE 180 และดัชนี CSI 300 เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าตามราคาตลาดรวมติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของตลาดหุ้น A-Share
สินทรัพย์หลักและการรวมกลุ่มของสถาบันการลงทุนหลักแบบนี้ มันเป็นการเปิดไพ่เล่นกันชัดๆ แล้ว
แต่ถึงจะเป็นการเปิดไพ่เล่น สำหรับนักลงทุนรายกลางและรายย่อยกว่า 99% ในตลาดหุ้น A-Share แล้ว มันก็ไม่ได้มีประโยชน์บ้าอะไรเลย
ไม่มีปัญญาซื้อไง ได้แต่มองตาปริบๆ!
บางทีอาจเป็นเพราะแบบนี้แหละถึงได้เปิดไพ่เล่น ก็คือการรังแกที่คุณไม่มีปัญญาซื้อ ทำได้แค่มองเท่านั้น
โคตรจะโมโหเลย!
ทำได้แค่ไปต่อสู้กับพวกเจ้ามือชั่วร้าย เจ้ามือหมาพวกนั้น บรรดานักลงทุนต่างพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังสู้ต่อไปเรื่อยๆ พอเงินเดือนออกก็เอามาเล่นใหม่ ขาดทุนหมดก็รอเงินเดือนออกรอบหน้าแล้วค่อยลุยต่อ!







