เมื่อเห็นทุกคนเอาแต่นิ่งเงียบ หลิวฝูก็กางมือออกแล้วพูดว่า "อะไรกันเนี่ย แต่ละคนทำหน้าอมทุกข์ ไม่พูดไม่จา นึกว่าตัวเองเป็นใบ้หรือไง เอาเถอะ ฉันรู้ว่าพวกนายไม่พอใจ แต่จะมาโทษฉันก็ไม่ได้หรอกนะ จะโทษก็ต้องไปโทษพวกฝรั่งข้างบนนู่น แต่ละคนหน้าตาอย่างกับตัวบัดซบ วันๆ เอาแต่หาเงิน เรื่องอื่นไม่รู้เรื่องสักอย่าง ไอ้โง่ยังดีกว่าพวกมันเลย อ้อ แล้วก็โดยเฉพาะผู้กำกับเก่อไป๋นั่นน่ะ มองปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นยอดมนุษย์งี่เง่า จมูกโต ตาแดง อย่างกับแวมไพร์..."
"หลิวฝู แกกำลังพูดอะไรน่ะ"
จู่ๆ ก็มีเสียงแปลกประหลาดดังขึ้น
เสียงฝีเท้าดังเซ็งแซ่
ฝรั่งเจ็ดคนเดินเข้ามาจากข้างนอก
คนที่เดินนำหน้าคือผู้กำกับ ส่วนคนที่เหลืออย่างต่ำก็ระดับสารวัตรผู้หมวด
"ผู้กำกับเก่อไป๋ ท่านมาได้อย่างไรครับ" หลิวฝูรีบลุกขึ้นยืน แต่ด้วยความที่อ้วนเกินไปจึงติดแหง็กอยู่ที่เก้าอี้ หลิวเหอรีบยื่นมือไปดึงเขาขึ้นมา
เหลยลั่วและคนอื่นๆ ก็พากันลุกขึ้นยืนตาม
ตู้หย่งเซี่ยวที่อยู่ด้านหลังก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
"เมื่อกี้คุณพูดอะไรนะสารวัตรหลิว อย่าคิดว่าผมฟังภาษาจีนไม่ออก เมื่อกี้คุณด่าผมว่าเป็นแวมไพร์" เก่อไป๋เดินไปที่หน้าห้องประชุมโดยไม่ยอมนั่งลง เขามองทุกคนด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
"ไม่ได้ด่าครับท่าน ผมกำลังชมท่านอยู่ต่างหาก ท่านเคยบอกไว้ว่าแวมไพร์ทางตะวันตกของพวกท่านส่วนใหญ่ล้วนแต่หล่อเหลา แถมยังเป็นท่านเคานต์ เป็นขุนนางอะไรทำนองนั้นด้วย"
"หึ" เก่อไป๋ถลึงตาใส่หลิวฝู "คุณนี่มันกะล่อนจริงๆ ผมจะไม่ถือสาเอาความคุณก็แล้วกัน"
"แหะๆ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้างจริงๆ ครับ" หลิวฝูรีบเช็ดเหงื่อ
"พวกสารวัตรจีนอย่างพวกคุณฟังให้ดี" เก่อไป๋ถอดหมวกตำรวจออกหนีบไว้ใต้รักแร้ด้วยท่าทีโอหัง "ผมไม่สนหรอกนะว่าพวกคุณจะใช้วิธีไหน เดือนหน้าจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถที่เคารพรักของพวกเรา ค่าคุ้มครองจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า พสกนิกรอย่างพวกเราจะต้องเตรียมของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ไปถวายพระองค์ หากพวกคุณทำให้ผมทำงานลำบาก ผมจะเตะพวกคุณออกไปให้พ้นทาง"
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "ผมเป็นคนมีรางวัลและบทลงโทษชัดเจนเสมอ หากเก็บค่าคุ้มครองได้ไม่ครบก็ต้องโดนลงโทษ ในทางกลับกัน หากเก็บได้มากก็ต้องมีรางวัล คนจีนอย่างพวกคุณมักจะพูดกันว่าคนเก่งได้ขึ้นเป็นใหญ่ คนไร้ความสามารถก็ต้องหลีกทางไป ผมหวังว่าสิ้นเดือนนี้จะมีคนเก่งๆ โผล่มาให้เห็นเยอะๆ นะ"
เก่อไป๋พูดจบก็กวาดสายตามองไปรอบๆ "Understand?"
"Yes, sir!"
พึ่บ!
ทุกคนยกมือขึ้นทำความเคารพ
เมื่อกล่าวอบรมเสร็จ เก่อไป๋ก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองบรรดาสารวัตรจีนเหล่านั้นอีก เขาพาเหล่าลูกน้องเดินจากไปทันที
ในสายตาของผู้บังคับบัญชาฝรั่งอย่างพวกเขา สารวัตรจีนเหล่านี้ก็เป็นแค่ลูกสมุนที่คอยรับใช้ ไม่คู่ควรแก่การให้ความเคารพเลยสักนิด
ความจริงแล้ว ในยุคสมัยนี้ คนจีนที่สามารถขึ้นไปถึงตำแหน่งสูงสุดในกรมตำรวจอย่างจ่าสิบตำรวจได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว หากคิดจะก้าวขึ้นไปทัดเทียมกับพวกฝรั่งโดยการเลื่อนยศเป็นสารวัตรผู้หมวด หรือผู้กำกับละก็ มันเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันเท่านั้น
เมื่อเก่อไป๋จากไปแล้ว หลิวฝูถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผากแล้วนั่งลงอีกครั้ง พลางชี้ไปที่เหลยลั่ว เหยียนสยง และคนอื่นๆ "นี่ แวมไพร์เพิ่งพูดไปหยกๆ นะ ฉันจะไม่พูดซ้ำ สิ้นเดือนนี้ ไม่นอนตายข้างถนนก็เลื่อนตำแหน่ง พวกนายเลือกเอาเองก็แล้วกัน"
เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่เกิดเหตุทันที
"บ้าไปแล้ว เงินเยอะขนาดนี้จะไปเก็บยังไง"
"ค่าคุ้มครองเพิ่มเป็นสองเท่า แบบนี้จัดการยากแน่"
"นี่มันกะจะบีบพวกเราให้ตายเลยหรือไง"
ปัง!
หลิวฝูตบโต๊ะ "พวกนายมีเวลามาบ่นงึมงำอยู่ตรงนี้ สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีดีกว่า เลิกประชุม"
...
"อาเซี่ยว นายอยู่ก่อน"
ผู้คนทยอยกันเดินออกจากห้องประชุม ตู้หย่งเซี่ยวที่กำลังลุกขึ้นเตรียมจะออกไปถูกหลิวฝูเรียกเอาไว้
"นายท่านฝู มีเรื่องอะไรเหรอครับ" ตู้หย่งเซี่ยวเดินเข้าไปหาพร้อมกับรอยยิ้ม
หลิวฝูปรายตามองหลิวเหอผู้เป็นหลานชายที่อยู่ข้างๆ
หลิวเหอรีบวิ่งไปที่ประตูห้องประชุมทันที รอจนทุกคนออกไปหมดแล้วจึงปิดประตูลง
"อาเจ๊ก เรียบร้อยแล้วครับ อาเจ๊กมีความลับอะไรก็พูดมาได้เลย" หลิวเหอทำตัวสนิทสนมเกินเหตุพลางปรายตามองตู้หย่งเซี่ยว ก่อนจะหันกลับไปมองหลิวฝู
หลิวฝูถลึงตาใส่เขา "ฉันหมายถึงให้นายออกไปด้วย"
"ไม่เอาน่าอาเจ๊ก ผม..."
"ออกไป"
"อ้อ ครับ"
หลิวเหอรีบเปิดประตูออกไปแล้วปิดประตูให้เรียบร้อย
"อาเซี่ยว นั่งสิ" หลิวฝูชี้ไปที่เก้าอี้ข้างๆ
ตู้หย่งเซี่ยวทิ้งตัวลงนั่ง
หลิวฝูล้วงกุญแจสองดอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนดอกหนึ่งให้ตู้หย่งเซี่ยวพร้อมกับพูดว่า "นี่คือกุญแจห้องทำงาน เหลยลั่วเป็นคนจัดการให้เพื่อจะดึงตัวนาย อย่างไรตอนนี้นายก็เป็นถึงสารวัตรแล้ว การมีห้องทำงานส่วนตัวก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละ"
"ขอบคุณครับนายท่านฝู" ตู้หย่งเซี่ยวรับกุญแจมา
"ขอบใจฉันน่ะถูกแล้ว จะให้ห้องทำงานหรือไม่ให้ สุดท้ายแล้วคนตัดสินใจก็คือฉันไม่ใช่หรือไง" หลิวฝูหัวเราะ "เหลยลั่วชอบเล่นแผนเปิดเผย ยังให้ตึกแถวนายมาอีกหลังนึงด้วย ตั้งอยู่ที่จิมซาจุ่ย มูลค่าเจ็ดแปดหมื่นเชียวนะ" เขาแกว่งกุญแจอีกดอกไปมาตรงหน้าตู้หย่งเซี่ยว "นายจะเอาไหมล่ะ"
ตู้หย่งเซี่ยวหัวเราะ "ถ้านายท่านฝูบอกให้ผมเอา ผมก็จะเอา ถ้านายท่านฝูบอกไม่ให้เอา ผมก็ไม่เอาครับ"
"ฮ่าฮ่า ไอ้เด็กฉลาด" หลิวฝูเอ่ยชม พลางล้วงเอาซิการ์มวนโตออกมาคาบไว้ในปาก
ตู้หย่งเซี่ยวลุกขึ้นหยิบไม้ขีดไฟออกมาจุดซิการ์ให้เขา
หลิวฝูคีบซิการ์ขึ้นมาสูบอึกหนึ่งแล้วพูดว่า "ในเมื่อนายฉลาดขนาดนี้ ฉันก็ไม่อ้อมค้อมล่ะ ตอนนี้เหลยลั่วกำลังขุดตัวนายอยู่ เหยียนสยงเป็นคนเก่งกาจ แต่ทัศนคติยังคับแคบไปหน่อย รู้จักแต่หาเงิน หาเงินได้เยอะแล้วจะเอาไปทำอะไรได้ล่ะ คนเก่งสิถึงจะสำคัญที่สุด เหลยลั่วต่างออกไป เขาเป็นคนใจป้ำ รู้จักใช้คน เขาถูกใจนาย ฉันเองก็ถูกใจนาย นายจะเลือกยังไง"
"ผมก็ต้องเลือกนายท่านฝูอยู่แล้วสิครับ ท่านดีกับผมขนาดนี้"
"ฮ่าฮ่า ไอ้หนู แกยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ไม่เสียแรงที่ฉันให้หลิวเหอช่วยแก" มุมปากของหลิวฝูกระตุกยิ้มหยัน "ไอ้เด็กโง่นั่นมีเรื่องอะไรก็เล่าให้ฉันฟังหมดแหละ นายยัดเงินให้มันหมื่นนึง เพื่อให้มันออกหน้ารับกระสุนแทน นึกว่าฉันไม่รู้หรือไง"
ตู้หย่งเซี่ยวรีบประสานมือ "ผมไม่เคยคิดจะหลอกใช้เขาเลยนะครับ ผมคือ..."
หลิวฝูพูดแทรกขึ้นมา "ไม่ว่านายจะหลอกใช้หรือไม่ เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว หลิวเหอออกหน้าพูดแทนแก ก็เท่ากับฉันพูดแทนแก หลิวเหอไปล่วงเกินหาวเป๋ ก็เท่ากับฉันล่วงเกินหาวเป๋ บุญคุณใหญ่หลวงขนาดนี้ เงินหมื่นนึงมันเยอะไปงั้นเหรอ"
ตู้หย่งเซี่ยวส่ายหน้า "ไม่เยอะครับ"
"ในเมื่อไม่เยอะ แล้วแกยังเสือกเล่นลูกไม้ ยืมเก้าคืนสิบสาม รับปากหมื่นนึงแต่ยัดให้แค่เจ็ดพันเนี่ยนะ"
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มแหย "ก็พี่เหอเขาใจนักเลงนี่ครับ"
"ใจนักเลงบ้าบออะไร มันก็แค่ไอ้โง่คนนึง" หลิวฝูด่าทอ "ถ้าฉันไม่คอยตามเช็ดตามล้างให้ ป่านนี้ไม่รู้ตายไปกี่รอบแล้ว"
"ขอโทษครับนายท่านฝู ผมผิดไปแล้ว"
"แกไม่ผิดหรอก มันโง่เองต่างหาก" หลิวฝูเอ่ย "นี่ ตึกแถวหลังนี้ฉันจะเอาไปคืนเหลยลั่วแทนแก เป็นลูกผู้ชาย ลาภยศสรรเสริญต้องหามาด้วยตัวเอง จะมาพึ่งพาทานบารมีคนอื่นไม่ได้"
"ครับ นายท่านฝู"
"ในเมื่อนายฉลาดขนาดนี้ งั้นลองเดาดูสิว่าทำไมฉันถึงต้องช่วยนาย" หลิวฝูกะพริบตาหยีตี่รูปสามเหลี่ยม
"ทำไมเหรอครับ"
"เมื่อกี้ตอนประชุมคนอื่นเขาทำหน้าอมทุกข์กันหมด มีแต่แกไอ้เด็กเวรที่ยิ้มซะเจ้าเล่ห์เชียว"
"เปล่านะครับนายท่านฝู ท่านต้องเข้าใจผิดแน่ๆ"
"เข้าใจผิดบ้าอะไร ฉันมองคนแม่นจะตาย" หลิวฝูพ่นควันบุหรี่ "ใครๆ ก็บอกว่ายิ่งแก่ก็ยิ่งฉลาด แม่งเอ๊ย ฉันแทบจะบำเพ็ญตบะจนเป็นเซียนอยู่แล้ว แกยังจะมาหลอกฉันอีกเหรอ พูดมา มีไอเดียอะไร"
"เอ่อ ไอเดียน่ะผมก็มีอยู่เรื่องนึง แต่ว่า..." ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มบางๆ "นายท่านฝู เมื่อกี้ท่านเพิ่งพูดไม่ใช่เหรอครับว่าลาภยศต้องหามาด้วยตัวเอง"
หลิวฝูชะงักไปครู่หนึ่ง "แม่งเอ๊ย กล้าต่อรองกับฉันเหรอ"
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า
หลิวฝูสูบซิการ์อัดเข้าปอดไปหลายอึก "แล้วถ้าฉันไม่ตกลงล่ะ"
ตู้หย่งเซี่ยวยักไหล่ "งั้นก็ขอโทษด้วยนะครับ ผมยุ่งมาก ยังต้องวุ่นวายเรื่องย้ายบ้านอีก"
"ไสหัวไป"
"ครับ"
ตู้หย่งเซี่ยวหันหลังเดินจากไปทันที
หลิวฝูมองตามแผ่นหลังของตู้หย่งเซี่ยว "แกแม่งใช่คนหรือเปล่าวะ สั่งให้ไสหัวไปก็ไป แกคิดว่าฉันจะง้อแกจริงๆ เหรอ ไอ้เวรเอ๊ย"







