อาคารกลุ่มยุทธ์วิถีมนุษย์
ชั้นใต้ดินที่สิบห้า
เฉียนหรูซานมีสีหน้ามืดครึ้ม เขากระชากชุดผ่าตัดออกอย่างลวกๆ แล้วโยนถุงมือผ่าตัดแบบใช้แล้วทิ้งไปข้างหลัง
"ผ่าตัดชันสูตรเสร็จแล้ว เจ้านี่ซ่อนอาวุธไว้บนตัวถึงเจ็ดชนิด เป็นยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญทักษะการฆ่าคน"
"น่าเสียดายจริงๆ มันตายเร็วเกินไป เลยง้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกจากปากมันไม่ได้เลย"
"ขออภัยค่ะ ลูกน้องไร้ความสามารถ ไม่ได้ห้ามเขาฆ่าตัวตายให้ทันเวลา" เวนนากล่าวด้วยความละอายใจ
"โทษเธอไม่ได้หรอก วิชาหนังมนุษย์ของมันล้ำเลิศมาก แม้แต่ระบบรักษาความปลอดภัยของกลุ่มก็ยังตรวจไม่พบตัวตนที่แท้จริงของมัน" เฉียนหรูซานกล่าว
เขาหันไปมองเสิ่นเย่อีกครั้ง
เสิ่นเย่กล่าว "ผมมีแค่จุดเดียวที่ค่อนข้างสงสัย"
"ว่ามาสิ" เฉียนหรูซานกล่าว
เสิ่นเย่มองศพบนพื้นแล้วเอ่ยปาก "ทำไมเขาถึงต้องรอให้อยู่ตามลำพังกับผม ถึงค่อยลงมือล่ะครับ?"
แววตาของเฉียนหรูซานพลันลึกล้ำขึ้น เขากล่าวเสียงเบา
"อีกฝ่ายไม่อยากให้เรื่องทั้งหมดโจ่งแจ้งเกินไป ยังไงซะนายก็เป็นคนของตระกูลเสิ่น หากถูกฆ่าต่อหน้าธารกำนัล ตระกูลเสิ่นก็ต้องสืบสาวราวเรื่องจนถึงที่สุดเพื่อรักษาหน้า"
"แต่ถ้านายตายอย่างเงียบเชียบ แล้วถูกอำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ ทุกอย่างก็จะผ่านฉลุย"
"จะว่าไป แม้ครอบครัวเราจะแยกตัวออกมาจากตระกูลเสิ่นแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังเกรงกลัวตระกูลเสิ่นอยู่ดี" เสิ่นเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเอง
"ไปกันเถอะ ศพนี้ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว" เฉียนหรูซานกล่าว
"พวกคุณไปก่อนเลยครับ ผมขออยู่ต่ออีกหน่อย" เสิ่นเย่มองศพพลางกล่าว
เฉียนหรูซานถอนหายใจ ตบไหล่เขาแล้วบอก "งั้นนายก็อยู่ต่ออีกหน่อย แล้วค่อยขึ้นไปหาฉันที่ชั้นบนสุดนะ"
เด็กคนนี้สามารถรับรู้ถึงความตายได้
ในเมื่อมีพรสวรรค์ด้านความตาย บางทีเขาอาจจะรับรู้อะไรบางอย่างได้
เรื่องแปลกประหลาดพรรค์นี้พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่ผู้มีอาชีพ
"ครับ" เสิ่นเย่ตอบรับ
เฉียนหรูซานพาทุกคนจากไป
ภายในห้องผ่าตัด เหลือเพียงเสิ่นเย่กับศพนั้น
ผ่านไปไม่กี่นาที
เสียงของโครงกระดูกยักษ์ก็ดังขึ้นเงียบๆ "ไม่มีคนแล้ว"
เสิ่นเย่พยักหน้าและเอ่ยปาก
"เหมือนจะมีคนเคยพูดไว้นะ ว่าผมจะไม่มีทางรู้อะไรทั้งนั้น"
——"เสียงกระซิบแห่งความมืด" ทำงาน!
"โดยใช้ศพเป็นสื่อกลาง เหล่าผู้ล่วงลับต้องตอบรับเสียงเพรียกของคุณ ปีนขึ้นมาจากนรก และบอกเล่าสิ่งที่พวกเขารู้อย่างตามความเป็นจริง เช่นนั้นวิญญาณของพวกเขาจึงจะไปสู่สุคติ"
ศพลืมตาทั้งสองข้างขึ้นเบิกโพลง
"นี่มัน..." มันพึมพำเสียงแผ่วด้วยความตกตะลึง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ "แกถึงกับคุยกับวิญญาณคนตายได้งั้นเหรอ? แต่เปล่าประโยชน์น่า ฉันไม่มีทางบอกอะไรแกหรอก!"
เสิ่นเย่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ลั่วเฟยชวนเป็นฝ่ายสื่อสารกับเขาเองเพราะต้องการปกป้องเขาจากใจจริง
ทว่าพอมาเจอคนที่เป็นศัตรูแบบนี้ "เสียงกระซิบแห่งความมืด" จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามยอมบอก
ข้อมูลของตน "ตามความเป็นจริง" ได้อย่างไร?
"มันไม่ยอมพูด ทำไงดี?" เสิ่นเย่ถามโครงกระดูกยักษ์
โครงกระดูกยักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก
"ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง คนที่ได้รับสามมรดกสืบทอดที่ยิ่งใหญ่นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แล้วใครเล่าจะเลือก 'เสียงกระซิบแห่งความมืด' ที่ทำได้แค่พูดคุย? อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อน"
"แต่พรสวรรค์สืบทอดสายนี้คือต้นกำเนิดแห่งวิญญาณคนตาย น่าจะมีวิธีทำให้มันยอมเปิดปากได้อยู่หรอก"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ความเปลี่ยนแปลงก็บังเกิด——
เสิ่นเย่รู้สึกเพียงว่าโลกทั้งใบจู่ๆ ก็อันตรธานหายไป
ตัวเขาล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
รอบด้านคือกำแพงโลหะสีดำทะมึนที่ไม่รู้ว่าสูงตระหง่านและลึกล้ำเพียงใด
เสียงสะอื้นไห้และเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดนับไม่ถ้วนดังมาจากในกำแพง
ตรงหน้าเสิ่นเย่ ในกำแพงโลหะสีดำบานหนึ่ง มีศพฝังอยู่
——นั่นคือนักฆ่าคนนั้น
เปลวเพลิงสีดำอันไร้ที่สิ้นสุดปะทุขึ้นมาจากกำแพง แผดเผากำแพงโลหะจนแดงฉาน ศพก็ถูกเผาจนส่งเสียง "ฉ่าๆ"
ศพแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
มันถูกเผาจนกลายเป็นกระดูกขาวโพลนอย่างรวดเร็ว และกระดูกขาวก็ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ทว่าพริบตาต่อมา มันก็กลับคืนสภาพเป็นศพดังเดิม และต้องทนรับการแผดเผาจากเปลวเพลิงสีดำต่อไป
วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า การแผดเผาอันไร้ที่สิ้นสุดดำเนินต่อไปโดยไม่รู้ว่านานเท่าใด
กาลเวลาอันยาวนานล่วงเลยผ่าน
เสิ่นเย่ถึงกับรู้สึกว่าเวลาผ่านไปหลายร้อยปีแล้ว
วันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีโครงกระดูกสวมเสื้อคลุมสีดำเจ็ดแปดตนโผล่ออกมาจากกำแพงอันมืดมิด
พวกมันลากเครื่องมือทรมานสารพัดชนิด เดินเชื่องช้ามาจากส่วนลึกของความมืดมิด จากนั้นก็ล้อมรอบศพและจัดวางเครื่องมือทรมานทีละชิ้น
"เรียนนายแห่งวิชา การลงทัณฑ์อย่างเป็นทางการกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วขอรับ"
โครงกระดูกตนหนึ่งกล่าวกับเสิ่นเย่อย่างขึงขัง
——ที่แท้การแผดเผานับร้อยปีเมื่อครู่เป็นแค่การอุ่นเครื่องงั้นเหรอ?
"ใช่ขอรับ" โครงกระดูกราวกับรู้ว่าเสิ่นเย่คิดอะไรอยู่ จึงอธิบาย "บทลงโทษแต่ละชนิดจะกินเวลาหนึ่งร้อยล้านปี ทำซ้ำไปอีกหนึ่งร้อยล้านคูณหนึ่งร้อยล้านปี จากนั้นค่อยเปลี่ยนเครื่องมือทรมาน"
"แล้วถ้ามันไม่ยอมพูดเลยล่ะ?" เสิ่นเย่ถาม
"เราจะเรียกวิญญาณร้ายที่ทรงพลังยิ่งกว่ามาขอรับ สำหรับวิญญาณที่หัวดื้อเช่นนี้ เชื่อว่าพวกวิญญาณร้ายคงสนใจมาก พวกมันโปรดปรานการทรมานวิญญาณเหล่านี้เป็นที่สุด อีกทั้งแต่ละตนยังเชี่ยวชาญช่ำชอง สามารถทำให้วิญญาณมีสติสัมปชัญญะและอยู่ในสภาพสมบูรณ์เสมอในขณะที่ต้องทนรับการทรมาน"
โครงกระดูกกล่าว
พอเห็นว่าพวกมันกำลังจะลงมือใช้เครื่องมือทรมานที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน——
"ฉันยอมพูดแล้ว!"
ศพร้องไห้ตะโกนลั่นอย่างสติแตก
ชั่วพริบตา
นิมิตประหลาดทั้งมวลมลายหายไป
เสิ่นเย่พบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ในห้องผ่าตัด
เข็มวินาทีบนผนังเพิ่งขยับไปแค่ช่องเดียว
ศพพ่นคำพูดออกมาด้วยความเร็วแสง
"พวกเราคือนักฆ่าของสมาพันธ์นักฆ่า เมื่อไม่นานมานี้ได้รับภารกิจร่วม"
"จุดประสงค์หลักของภารกิจนี้คือการฆ่าแก แต่ต้องทำให้ดูเหมือนว่าแกตายเพราะอุบัติเหตุ"
"เดี๋ยวก่อน" เสิ่นเย่ขัดจังหวะมัน ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วต่อสายหาเซียวเมิ่งอวี๋
"ฮัลโหล? มีข่าวใหม่อะไรไหม?"
เสียงของเซียวเมิ่งอวี๋ดังขึ้น
"ทางผมจับนักฆ่าได้คนหนึ่ง กำลังสอบสวนอยู่ เขาสารภาพแล้ว" เสิ่นเย่กล่าว
"เขาว่ายังไงบ้าง?" เซียวเมิ่งอวี๋ถาม
เสิ่นเย่ปรายตามองศพ
ศพรีบพูดต่อทันที
"ตอนแรกฉันฆ่าเฉินฮ่าวอวี่ ปลอมตัวเป็นเขา แล้วบอกแกไปว่าฉันนอนอยู่โรงพยาบาล"
"พวกเราจัดฉากที่โรงพยาบาลให้ดูเหมือนเป็นสถานการณ์ 'ภัยพิบัติ' โดยให้พรรคพวกของฉันเป็นคนลงมือ"
"แปลกจริงๆ——"
"พอของสิ่งนั้นทำงาน ตามหลักแล้วแกน่าจะตายอยู่ในโรงพยาบาลไปแล้ว"
"แต่แกกลับไม่ตาย แถมในที่เกิดเหตุยังมีพยานรู้เห็นอีก"
"พวกเราเลยลงมือกันต่อ จนกระทั่งวันนี้ ฉันจะเป็นคนลงมือฆ่าแกด้วยตัวเอง แล้วค่อยจัดฉากอำพราง"
"พวกนายไม่รู้เลยเหรอว่านายจ้างคือใคร?" เสิ่นเย่ถาม
"มีแต่ผู้รับผิดชอบหลักของภารกิจเท่านั้นที่รู้ข้อมูลทั้งหมดของภารกิจ เขาเป็นคนควบคุมทุกขั้นตอนของปฏิบัติการ" ศพกล่าว
"ผู้รับผิดชอบหลักคือใคร?" เสิ่นเย่ถาม
"เขาถูกเรียกว่า 'นักถลกหนัง' เป็นนักฆ่าที่มีชื่อเสียงมากในโลกใต้ดิน วิชาหนังมนุษย์บนตัวฉัน เขาก็เป็นคนใช้ให้" ศพกล่าว
"เขาอยู่ที่ไหน?" เซียวเมิ่งอวี๋ถาม
ศพหันไปมองเสิ่นเย่
"พูดมา" เสิ่นเย่สั่ง
"เขาไปฆ่าพยานรู้เห็นแล้ว" ศพกล่าว
เสิ่นเย่ถาม "ทำไมต้องฆ่าพยานรู้เห็นด้วย?"
"เพราะพยาบาลคนนั้นเห็นตอนที่คำสาปหมื่นวิญญาณสำแดงฤทธิ์ ขืนตระกูลเสิ่นสืบสาวราวเรื่อง ก็จะพบว่าทั้งหมดไม่ใช่อุบัติเหตุ" ศพกล่าว
"พยานรู้เห็นอยู่ที่ไหน?" เสิ่นเย่กล่าว
"เธอหนีไปแถวชานเมืองฝั่งตะวันตก ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมห้าดาวชื่อ 'เฟิงหลิน' เตรียมตัวจะหนีออกจากเมืองนี้"
ศพครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "แต่ว่า 'นักถลกหนัง' เริ่มลงมือแล้ว พยาบาลคนนั้นคงจะตายในไม่ช้า——หรือไม่ก็อาจจะตายไปแล้ว"
"'นักถลกหนัง' เป็นนักฆ่าแบบไหน เขามีจุดอ่อนอะไรบ้าง?" เสิ่นเย่ถาม
ศพกล่าว "ฉันไม่กล้าขัดคำสั่งเขาเลยสักนิด และดูไม่ออกเลยว่าเขามีจุดอ่อนอะไร"
"ในเมื่อเขาเก่งขนาดนั้น ทำไมถึงไม่มาฆ่าผมด้วยตัวเองล่ะ?" เสิ่นเย่ถาม
"เขาไม่ได้กะจะลงมือเองอยู่แล้ว"
"ทำไม?"
"พูดตามตรงนะ ด้วยฐานะและสถานะของเขาในวงการนักฆ่า การลงมือฆ่าเด็กมัธยมต้นด้วยตัวเองจะกลายเป็นรอยด่างพร้อยในอาชีพการงานของเขา วันหน้าคงโดนเพื่อนร่วมวงการหัวเราะเยาะเอาได้"
เสิ่นเย่กล่าว "เพราะงั้นเขาเลยทำแค่ควบคุมแผนลอบสังหารทั้งหมดอยู่เบื้องหลังงั้นสิ?"
"เขารู้สึกว่าแค่มาคอยคุมงานให้ ก็ถือว่าไว้หน้าผู้บงการผู้อยู่เบื้องหลังภารกิจนี้มากแล้ว" ศพกล่าว
"เขาไม่มีลักษณะเด่นอะไรเลยเหรอ?" เสิ่นเย่ถามอีก
"ถ้าให้พูดล่ะก็ เขามีงานอดิเรกที่แปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง——"
"กินคน"
เมื่อศพพูดจบทั้งหมด วิญญาณก็จากไป
เสียงของเซียวเมิ่งอวี๋ดังมาจากโทรศัพท์มือถือ "ฉันจะไปเจอกับ 'นักถลกหนัง' คนนี้เอง"
สายโทรศัพท์ถูกตัดไป