เฉินทิงฉวนเอ่ยชม "เกมนี้ทำออกมาใช้ได้เลยนะเนี่ย เปิดตัวได้ค่อนข้างดีเลย! ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นฟอร์มยักษ์ขึ้นเรื่อยๆ! โดยเฉพาะลายเส้นเนี่ย ฉันชอบมาก!
"เพื่อนๆ หน้าใหม่หลายคนอาจจะโดนตกมาจากเกมก่อนหน้านี้อย่าง 'ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า' ตรงนี้ฉันขออธิบายหน่อยนะว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ต้านสวรรค์เกมถนัดที่สุดคือแนวแฟนตาซีตะวันตกต่างหาก!
"พวกนายดูสไตล์สถาปัตยกรรมพวกนี้สิ ดูบรรยากาศสิ มันทำถึงสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ"
ภาพตัดไปที่สุสานบริเวณชานเมืองของเมืองเล็กๆ ที่รกร้างแห่งหนึ่ง
เสียง "ปัง" ดังขึ้น แขนที่ผอมแห้งข้างหนึ่งยื่นออกมาจากฝาโลงศพที่ผุพัง
อาจารย์ติงคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้เป็นอย่างดีแล้ว "โอ้ เปิดเรื่องมาด้วยการพังโลงศพลุกขึ้นมาสินะ ก็เจอบ่อยอยู่หรอก จะว่าไป เกมนี้ก็มีกลิ่นอายของเกมแนวทรมานผู้เล่นอยู่เหมือนกันนะ ทั้ง CG ทั้งลายเส้น ทั้งฉากเปิดเรื่อง ถือว่าเหมือนเลยทีเดียว"
ถึงตอนนี้ ตัวเกมก็เข้าสู่หน้าจอการปั้นหน้าตาตัวละคร
ระบบปั้นหน้าตัวละครของเกมนี้ไม่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมอะไรมากมายนัก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน การตั้งค่าที่ควรมีก็มีครบ ไม่ว่าจะเป็นความสูง ความอ้วนผอม โครงหน้า ทรงผม สีผิว และอื่นๆ ก็สามารถปรับแต่งได้ทั้งหมด
อาจารย์ติงเลือกปรับแต่งตามความชอบของตัวเองเวลาเล่นเกมแนวๆ นี้อย่างลวกๆ โดยลากแถบการตั้งค่าทุกอย่างไปจนสุด ไม่ก็ต่ำสุด
ด้วยเหตุนี้ 'หน้าเทพเจ้าโบราณ' ตามมาตรฐานก็ถูกปั้นออกมาจนเสร็จสมบูรณ์
ในหมู่ผู้เล่นคนอื่นๆ ก็มีคนที่ค่อนข้างชอบการปั้นหน้าตัวละครอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพิจารณาว่านี่คือเกมออนไลน์ ก็เลยไม่ค่อยกล้าทำให้ทุกคนต้องเสียเวลารอนานเกินไปนัก
สุสานแห่งนี้มีขนาดไม่เล็กเลย ทุกคนต่างฟื้นขึ้นมาจากมุมต่างๆ
หากเป็นเกมอื่น ผู้เล่นอาจจะต้องเข้าเกมไปก่อนแล้วค่อยเชิญเพื่อนมาตั้งปาร์ตี้ แต่ 'ผู้ขโมยไฟ' มีฟังก์ชันที่ดีมากอย่างหนึ่ง นั่นคือผู้เล่นสามารถสร้างกลุ่มเกมบนหน้าแพลตฟอร์มหลักล่วงหน้าได้เลย หากเริ่มเกมโดยใช้กลุ่มเป็นหลัก เมื่อเข้าสู่เกมก็จะถือว่าอยู่ในสถานะปาร์ตี้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากไปได้มาก
ไม่นานนัก ทุกคนก็มารวมตัวกัน ต่างคนต่างพูดคุยกันเจื้อยแจ้ว พร้อมกับทำท่าทางต่างๆ นานา
อาจารย์ติงมองดูหน้าต่างแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ "ข้อแนะนำ: เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุด โปรดใช้ระบบแชทด้วยเสียงที่มาพร้อมกับตัวเกมในการสื่อสาร"
เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเกมนี้มีระบบแชทด้วยเสียงมาให้ในตัว แต่พวกเขาทุกคนต่างก็เปิดโปรแกรมแชทแยกเอาไว้ ตอนนี้เวลาฟังคนอื่นพูดก็เลยมีเสียงสะท้อนนิดหน่อย
"เฮ้ย พวกนายปิดโปรแกรมแชทหน่อยสิ พวกเราใช้ระบบเสียงในเกมคุยกันก็พอแล้ว
"เอาล่ะ ทุกคนเงียบหน่อย ฟังฉันสั่งการ!
"นี่ใครเนี่ย ทำไมถึงทำท่าทางแปลกๆ แบบนี้ได้ด้วยล่ะ"
อาจารย์ติงเห็นหมอนกคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้ากำลังทำท่าทางที่เข้าใจยากออกมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งชี้โบ๊ชี้เบ๊ วันทยหัตถ์ แหงนหน้ามองฟ้า หรือแม้กระทั่งชูนิ้วกลาง... ระบบท่าทางนี่ก็ทำลูกเล่นออกมาเยอะดีเหมือนกัน
ไม่นานนัก ทุกคนก็ค่อยๆ เงียบลง และปิดโปรแกรมแชทด้วยเสียง เปลี่ยนมาใช้ระบบเสียงในเกมแทน
"เอาล่ะ เท่าที่ฉันรู้นะ เกมนี้เป็นแนวเอาชีวิตรอดและสร้างฐาน ดูจาก CG แล้ว น่าจะสามารถไป 'ขโมยไฟ' ซึ่งก็คือการหาวัตถุดิบ หรือจะอยู่บ้านเพื่อก่อสร้างก็ได้
"พวกเรามาแบ่งหน้าที่กันคร่าวๆ ก่อนดีไหม ไม่มีกฎเกณฑ์ก็ทำงานลำบาก
"ฉันค่อนข้างใจกล้า ฝีมือการเล่นก็ค่อนข้างดี ยังไงก็ต้องไปสำรวจอยู่แล้ว ทุกคนถนัดอะไรก็พูดมาทีละคนเลย"
อาจารย์ติงพูดจบ ก็หันไปมองเฉินทิงฉวนที่อยู่ในตำแหน่งหมายเลขสอง
เฉินทิงฉวนยังไม่ทันตอบก็บ่นออกมาก่อน "เสี่ยวติง นายปั้นตัวอะไรออกมาเนี่ย ทำเอาฉันเกือบเกิดอาการหลอนแบบปรากฏการณ์หุบเขาประหลาดซะแล้ว"
อาจารย์ติงหัวเราะหึๆ "งั้นก็ยังดีกว่านายนั่นแหละ ทำไมนายถึงเล่นตัวละครหญิงล่ะ แถมยังปั้นหน้าอกซะใหญ่เบ้อเริ่มอีก!"
เฉินทิงฉวนพูดอย่างมีเหตุผล "ทำไมล่ะ หรือว่านายชอบมองก้นตัวละครชายเวลาเล่นเกม? ฉันปั้นตัวละครหญิงนี่แหละถึงจะเป็นพฤติกรรมปกติของลูกผู้ชายอกสามศอก! สรุปก็คือฉันไม่ค่อยชอบเล่นเกมผีสางเท่าไหร่ เกมนี้ดูเหมือนจะน่ากลัวอยู่เหมือนกัน ฉันขออยู่บ้านก่อสร้างก็แล้วกัน"
หลี่เหวินฮ่าว "ฉันก็ค่อนข้างขี้ขลาดเหมือนกัน ฉันขออยู่บ้านก่อนดีกว่า พวกนายไปสำรวจกันเถอะ ถ้ามันไม่น่ากลัวมากเดี๋ยวฉันค่อยตามไป"
เหลียงชุน "ฉันไปสำรวจเอง หลักๆ คืออยากทำความเข้าใจระบบการเล่นหลักของเกมนี้ก่อน พอเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วค่อยกลับมาก่อสร้าง"
ในเวลาไม่นาน ทุกคนก็บอกความต้องการคร่าวๆ ของตัวเองออกมา ในบรรดาคนสิบหกคน มีประมาณหกคนที่เต็มใจจะออกไปสำรวจ ห้าคนยืนกรานที่จะอยู่บ้าน ส่วนที่เหลือยังไงก็ได้ จะออกไปสำรวจหรืออยู่บ้านก็ได้ทั้งนั้น
"โอเค งั้นพวกเราก็มุ่งหน้ากันต่อไปเถอะ"
อาจารย์ติงพากลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินขบวนออกจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่รกร้างแห่งนี้อย่างยิ่งใหญ่ เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็บังเอิญพบกับผู้คุมงานคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็น NPC คอยแนะนำผู้เล่น
ดูเหมือนว่าเขากำลังสั่งการการก่อสร้างในเขตก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้า และปลีกเวลาจากความยุ่งเหยิงมาต้อนรับ 'ลูกค้าใหม่' เหล่านี้สักหน่อย
สิ่งที่จะต้องสร้างในเขตก่อสร้างแห่งนี้ค่อนข้างเรียบง่าย นั่นก็คือ ฉือเต้า หนึ่งสาย
ฉือเต้าประกอบไปด้วยวัสดุสามชนิดที่แตกต่างกันเป็นหลัก ชั้นล่างสุดคือการปูพื้นด้วยหินกรวด บนหินกรวดคือหมอนรองรางไม้แบบพิเศษที่ใช้สำหรับค้ำยัน ส่วนชั้นบนสุดคืออิฐหิน
ถนนนั้นราบเรียบและกว้างขวาง
และที่สองข้างทางของฉือเต้าก็มีการปลูกดอกไม้ใบหญ้าเอาไว้ ดูคล้ายกับพื้นที่สีเขียว
ตอนนี้ฉือเต้ายังสร้างไม่เสร็จ แต่ก็พอมองออกลางๆ ว่ามันทอดยาวไปสู่ลานกว้างที่อยู่ไม่ไกลนัก
บนลานกว้างมีแท่นสูงที่ก่อขึ้นจากหินก้อนยักษ์ ท้องฟ้าเป็นสีเทาหม่น ไม่เหมือนตอนกลางวันและไม่เหมือนตอนกลางคืน แต่สามารถมองเห็นแสงสว่างส่องประกายเรืองรองอยู่บนแท่นสูงนั้นได้ นั่นน่าจะเป็นตำแหน่งที่เพลิงเทพตั้งอยู่ใน CG
และที่ด้านข้างของแท่นสูง ยังมีหอระฆังขนาดมหึมาที่คล้ายกับสถาปัตยกรรมในยุคกลาง บนยอดมีระฆังใบใหญ่อยู่หนึ่งใบ
โลกใบนี้มีขนาดไม่เล็ก แต่ดูค่อนข้างว่างเปล่า โดยเฉพาะคนที่กำลังสร้างฉือเต้าอยู่นั้น มี NPC อยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น ดีไม่ดีอาจจะน้อยกว่ากลุ่มของอาจารย์ติงเสียด้วยซ้ำ
ในตอนนั้นเอง ผู้คุมงานที่ถือแส้ สวมชุดเกราะเต็มยศ และดูมีความสูงกว่าสองเมตรคนนั้นก็เอ่ยปากขึ้น
"เป็นกลุ่มคนอมตะที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพราะเสียงเพรียกของเพลิงเทพอีกแล้วสินะ ดีมาก เมื่อมีพวกเจ้ามาร่วมด้วย โครงการนี้น่าจะเสร็จเร็วขึ้น!
"เริ่มทำงานเดี๋ยวนี้! อย่าคิดที่จะอู้งาน มิฉะนั้นพวกเจ้าอาจจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ กลายเป็นคนเสียสติที่เลื่อนลอย หรือไม่ก็กลายเป็นศพริมทางที่ถูกหมาป่าแทะกินได้ทุกเมื่อ!
"ตราบใดที่พวกเจ้าตั้งใจทำงาน เมื่อทำผลงานได้ถึงจำนวนที่กำหนดแล้ว ก็จะสามารถกลายเป็นผู้คุมงานเหมือนกับข้า หรือแม้กระทั่งได้ออกแบบโครงการใหม่ด้วยตัวเอง!
"หากเจ้าโชคดีได้รับเลือกให้เป็น 'ผู้ขโมยไฟ' ก็จงพยายามขนของในอาณาจักรเทพออกมา! ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ท่อนไม้ หรือเมล็ดพันธุ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าเห็นในอาณาจักรเทพล้วนมีค่าทั้งสิ้น!
"โดยเฉพาะประกายเพลิงเทพ! นั่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มโครงการใหม่ของพวกเรา!
"เอาล่ะ ข้าพูดมามากพอแล้ว ตอนนี้เริ่มลงมือ ทำงานได้!"
ทุกคนเริ่มเล่นเกมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงง
ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำนั้นง่ายมาก ไม่ไกลจากฉือเต้ามีวัสดุต่างๆ กองรวมกันอยู่ มีทั้งก้อนหิน ท่อนไม้ หินกรวด แล้วก็ยังมีเมล็ดพันธุ์พืชอีกด้วย
ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมล้วนมีตะกร้าสะพายหลังอยู่ เพียงแค่เดินไปตรงหน้าวัสดุที่ต้องการแล้วกดปุ่มโต้ตอบ ก็สามารถนำวัสดุเหล่านั้นใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังได้
และในส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จของฉือเต้าที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้ จะมีกรอบเส้นประสีฟ้าปรากฏขึ้นมา ซึ่งเป็นการร่างคร่าวๆ ว่าต้องใช้วัสดุอะไรและต้องวางไว้ตรงไหน
เมื่อเลือกวัสดุที่ถูกต้อง จากนั้นก็เล็งเคอร์เซอร์เมาส์ที่อยู่ตรงกลางมุมมองไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วทำการ 'ก่อสร้าง' วัสดุก็จะถูกจัดวางซ้อนทับกันอย่างมั่นคง
แน่นอนว่าในปัจจุบัน ตัวฉือเต้าเองไม่ได้ต้องการความแม่นยำในการก่อสร้างมากนัก อย่างเช่นหมอนรองรางไม้และก้อนหิน โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถปูทับลงไปตามขนาดเดิมได้เลย
แต่ในอนาคตจะมีสิ่งก่อสร้างที่ซับซ้อนกว่านี้ ถึงเวลานั้นก็จำเป็นจะต้องให้ผู้เล่นนำวัสดุเหล่านี้มาแปรรูปอีกครั้ง โดยแยกส่วนออกเป็นขนาดต่างๆ แล้วค่อยนำมาประกอบกัน
"ให้ตายเถอะ โปรแกรมจำลองแบกอิฐใช่ไหมเนี่ย?
"ทำเอาฉันนึกถึงภาพตอนที่เล่น 'ซิซีฟัส' ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลย"
อาจารย์ติงบ่นไปพลาง ขนของไปพลาง
ยังดีที่สมรรถภาพของตัวละครในเกม 'ผู้ขโมยไฟ' นี้ยังถือว่าไม่เลว ถึงแม้จะแบกหินก้อนใหญ่เดินก็ยังไม่ช้า การขนหินและการก่อสร้างก็สามารถทำเสร็จได้ในพริบตา ไม่ถึงกับทรมานเหมือนตอนที่ควบคุมซิซีฟัส
แต่หลังจากที่ทั้งสิบหกคนช่วยกันขนของไปมาอยู่หลายรอบ ไม่นานก็มีคนรู้สึกว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบมาพากลเสียแล้ว
เฉินทิงฉวนรู้สึกงุนงงมาก "เกมนี้ให้แบกแต่หินอย่างเดียวเหรอ? ไหนบอกว่าเป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดและสร้างฐานไง พวกเราสร้างเองไม่ได้เหรอ?"
หลี่เหวินฮ่าวพูดขึ้น "บางทีฟังก์ชันก่อสร้างอิสระอาจจะยังไม่เปิดให้ใช้งานมั้ง?
"พวกนายไม่ได้ยินที่ผู้คุมงานคนนั้นบอกเหรอ ตราบใดที่ตั้งใจก่อสร้าง พอทำโครงการเสร็จเยอะๆ ก็สามารถเป็นผู้คุมงานเหมือนเขาได้ หรือแม้กระทั่งออกแบบสิ่งก่อสร้างได้เอง
"ฟังก์ชันพวกนี้อาจจะค่อยๆ ปลดล็อกออกมาก็ได้"
เฉินทิงฉวนถึงกับบางอ้อ "อ้อ อย่างนี้นี่เอง ฟังดูเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลดีนะ"







