เช้าวันนั้นเอง ขณะที่เย่ฉุยนั่งกินมื้อเช้าอยู่กับแม่และน้องสาว เขาก็ได้รับการติดต่อจากจั่วเสี่ยวโยว
เย่ฉุยรีบรับสาย "เสี่ยวโยว โพสต์ปั่นกระแสพวกนั้นหายไปหมดแล้ว ต้องขอบคุณคุณจริงๆ นะครับ"
"เรื่องเล็กน้อยค่ะ ฉันควรทำอยู่แล้ว" จั่วเสี่ยวโยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทชอบพูดจาไร้สาระ จึงพูดต่อทันทีว่า "จริงสิ ฉันถูกไล่ออกแล้วนะคะ สองวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะออกเดินทางไปเยียนจิง"
"คุณถูกไล่ออกงั้นเหรอ?" เย่ฉุยอึ้งไป จั่วเสี่ยวโยวถือเป็นบรรณาธิการที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในสหพันธ์ซอฟต์แวร์ จะถูกไล่ออกได้อย่างไร?
ไม่นานเย่ฉุยก็คิดถึงสาเหตุขึ้นมาได้ "เป็นเพราะปกป้องผมหรือเปล่าครับ?"
"นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งค่ะ" จั่วเสี่ยวโยวตอบ "ความจริงเมื่อคืนบรรณาธิการใหญ่ก็มาหาฉัน อยากให้ฉันกลับไป แต่ฉันไม่ตกลง ตอนนี้ฉันอยากช่วยคุณทำเว็บไซต์เกมนั้นให้ดีที่สุดค่ะ"
"..." เย่ฉุยเงียบไป ไม่รู้ว่าที่จั่วเสี่ยวโยวพูดแบบนี้เพื่อปลอบใจเขาหรือเปล่า พอตั้งสติได้ เขาก็รีบถามว่า "งั้นตอนที่คุณมาถึงเยียนจิงต้องติดต่อผมมาให้ได้นะครับ บางทีผมอาจจะช่วยหาที่พักให้คุณได้"
"ได้ค่ะ ถึงตอนนั้นฉันจะติดต่อไปนะคะ" จั่วเสี่ยวโยวไม่ปฏิเสธ เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
เธอติดต่อเย่ฉุยมาก็เพื่อบอกข่าวนี้ เมื่อพูดจบ เธอก็วางสายไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
แต่อารมณ์ของเย่ฉุยกลับขุ่นมัวขึ้นมาทันที เขาเกลียดที่สุดเวลาที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนอื่นต้องเดือดร้อน จั่วเสี่ยวโยวที่เป็นถึงบรรณาธิการระดับทองของบอร์ดสหพันธ์ซอฟต์แวร์ต้องมาลาออกไปแบบนี้ ทำให้เย่ฉุยรู้สึกไม่สบอารมณ์เอามากๆ
"พี่คะ เหมือนจะเป็นเสียงผู้หญิงนะ เธอสวยหรือเปล่า?" เย่หลิงถามเย่ฉุยอย่างซุกซน ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ
โจวหย่าอวิ๋นผู้เป็นแม่ที่อยู่ข้างโต๊ะอาหารก็มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เห็นได้ชัดว่าสนใจผู้หญิงที่คุยโทรศัพท์กับเย่ฉุยอยู่ไม่น้อย
"แค่เพื่อนที่รู้จักกันทางเน็ตน่ะ" เย่ฉุยกระแอมไอแล้วอธิบาย
"รับแซ่บ" เย่หลิงพูดด้วยน้ำเสียงเกินจริง "หนูกับพ่อแม่เปิดกว้างมากนะ รักออนไลน์อะไรพวกนี้รับได้สบายมาก ใช่มั้ยคะแม่?"
โจวหย่าอวิ๋นมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า ก่อนจะถามเย่ฉุยว่า "อีกสองวันเขาจะมาเยียนจิงแล้วไม่มีที่พัก ลูกก็รับมาอยู่ที่บ้านสิ อย่าไปพักโรงแรมเลย"
"..." เย่ฉุยพูดไม่ออก ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง?
เขารีบซดโจ๊กครึ่งชามที่เหลือลงคอ แล้วรีบเดินกลับห้องตัวเองอย่างทนรอไม่ไหว "ผมกลับห้องก่อนนะครับ..."
ด้านหลังมีเสียงหัวเราะพูดคุยเบาๆ ของแม่กับน้องสาวดังแว่วมา
เย่ฉุยหน้าแดงหูแดงไปหมด
ดูเหมือนว่าคราวหน้าถ้าจะคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงคงต้องหาที่ลับตาคนซะแล้ว
แต่จะว่าไป ถ้าดูแค่จากรูป จั่วเสี่ยวโยวคนนี้ก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากจริงๆ แถมดูท่าทางจะเป็นคนดีไม่เบา
พอคิดมาถึงตรงนี้ เย่ฉุยก็โมโหขึ้นมาอีกครั้ง ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งออกแรงปกป้องเขาเต็มที่ แต่ผลสุดท้ายกลับถูกบริษัทไล่ออก...
เปลี่ยนเป็นใครก็คงรู้สึกแย่ทั้งนั้น!
จากนั้นความโกรธของเย่ฉุยก็พุ่งเป้าไปที่หวังจ้าวหมิงแทน
แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่ใครๆ ก็คิดออกว่าพวกหน้าม้าปั่นกระแสเหล่านั้นเป็นคนที่เทพsbหวังจ้าวหมิงหามาทั้งนั้น
และบังเอิญเหลือเกิน ตอนนั้นเองหวังจ้าวหมิงก็โทรศัพท์มาขอโทษเย่ฉุยพอดี—
"ไอ้โง่เอ๊ย แกยังกล้าโทรมาหาฉันอีกเหรอ?" เย่ฉุยย่อมไม่มีอารมณ์มาพูดดีด้วย เขาเปิดฉากด่าทอ "ขอโทษแล้วมันได้ประโยชน์บ้าอะไร ไม่งั้นจะมีตำรวจไว้ทำไม? บอกไว้เลยนะ—แกได้กินขี้แน่!"
หวังจ้าวหมิงที่อยู่ปลายสายก็อึ้งไปเช่นกัน เขาหน้าถอดสีแล้วพูดว่า "ศาสตราจารย์ชา ฉันอุตส่าห์หวังดีมาขอโทษนาย แต่นายทำแบบนี้มันไม่ไว้หน้ากันเกินไปแล้วนะ"
"หน้าของไอ้โง่อย่างแกฉันจะไปไว้ทำซากอะไร!" เย่ฉุยด่ากราดต่อ "คุยกับคนโง่ๆ อย่างแกมีแต่จะทำให้ไอคิวฉันต่ำลง ไปกินขี้ไป๊!"
พูดจบเย่ฉุยก็ตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี
อืม ได้ด่าระบายออกไปแบบนี้ อารมณ์ดีขึ้นเยอะเลยแฮะ...
อยู่ในห้องได้ไม่นาน เย่ฉุยก็เดินออกมาอีกครั้ง
บนตักของเขามีกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งวางอยู่ ข้างในมีเสื้อผ้าของเขาอยู่จำนวนหนึ่ง—ที่สตูดิโอเจี่ยนฝานมีห้องว่างให้เย่ฉุยพักอาศัยได้ เย่ฉุยจึงตั้งใจว่าจะย้ายไปอยู่ที่สตูดิโอเจี่ยนฝานชั่วคราวก่อน
สตูดิโออยู่ห่างจากบ้านของเย่ฉุยค่อนข้างไกล การเดินทางไปกลับลำบากมาก การเข้าไปพักในสตูดิโอยังสะดวกต่อการพูดคุยเรื่องงานด้วย
สตูดิโอเจี่ยนฝานคือจุดเริ่มต้นของเย่ฉุย จากตรงนี้เย่ฉุยจะสร้างอาณาจักรเกมขึ้นมา!
เมื่อผู้เป็นแม่อย่างโจวหย่าอวิ๋นได้ยินว่าเย่ฉุยคิดจะไปอยู่ข้างนอก ตอนแรกเธอย่อมไม่เห็นด้วย
เธอเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเย่ฉุยมาก กลัวว่าเขาจะดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ
ดังนั้นเย่ฉุยจึงอดไม่ได้ที่จะต้องคอยอธิบายอย่างใจเย็นว่า แม้ขาทั้งสองข้างของเขาจะพิการ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายวัยยี่สิบสองปีที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีประสบการณ์ชีวิตมากพอ และสามารถดูแลตัวเองได้สบายมาก
อีกอย่าง เขาจะมัวแต่อยู่แต่ในบ้านให้แม่คอยดูแลตลอดไปไม่ได้หรอกใช่ไหมล่ะ?
หลังจากเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ในที่สุดโจวหย่าอวิ๋นก็ยอมตกลง แต่มีข้อแม้ว่าเย่ฉุยต้องติดต่อหาเธอทุกวัน—ซึ่งเรื่องแค่นี้ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ช่วงใกล้เที่ยง เย่ฉุยก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านม่อเหอที่อยู่แถบชานเมืองอีกครั้ง
เจ้าอ้วนฟางซีมารออยู่ที่นี่แต่เนิ่นๆ แล้ว พอเห็นเย่ฉุยลงจากรถ เขาก็รีบเดินหน้าบานเข้ามาหาอย่างทนรอไม่ไหว "พี่เอ็กซ์ พี่นี่โคตรเจ๋งเลย เกมจับคู่ว่าสุดยอดแล้วนะ นึกไม่ถึงเลยว่าผลตอบรับของเกมเรียงเพชรจะยิ่งปังกว่าอีก ฮี่ๆ ไอ้เทพsbนั่นคราวนี้ได้กินขี้ชัวร์ๆ"
การเดิมพันครั้งนี้ฟางซีเป็นคนท้ากับหวังจ้าวหมิง ดังนั้นเขาจึงกระตือรือร้นกับผลลัพธ์มากเป็นพิเศษ ตอนนี้เขายังเป็นแกนนำในเว็บบอร์ดเรียกร้องให้เทพsbรีบมาไลฟ์สดกินขี้ไวๆ อีกด้วย
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เย่ฉุยอาจจะเตือนเจ้าอ้วนว่าให้อภัยได้ก็ควรอภัย แต่หลังจากได้รับโทรศัพท์จากจั่วเสี่ยวโยวเมื่อเช้า เขาก็ขี้เกียจจะห้ามฟางซีแล้ว
ระหว่างที่เข็นเย่ฉุยมาถึงอพาร์ตเมนต์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสตูดิโอ ฟางหนานก็ยังคงยืนต้อนรับอยู่ที่ประตูด้วยท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเคย ใบหน้าสวยหวานมีแววเขินอายเล็กน้อย ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
"ฉุยฉุย คุณมาแล้ว" ฟางหนานพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน—อันที่จริงตอนเจอกันครั้งก่อนเธอยังไม่รู้ชื่อของเย่ฉุยด้วยซ้ำ แต่ต่อมาพอรู้ชื่อของเย่ฉุยจากปากน้องชาย เธอก็เลยแอบตั้งชื่อเล่นให้เขาว่าฉุยฉุย
เย่ฉุยไม่ชอบชื่อเล่นนี้เลย สู้เรียกว่าต้าฉุยยังจะรื่นหูกว่าซะอีก...
แต่ใครใช้ให้มันออกมาจากปากของเด็กสาวที่แสนจะใสซื่อบริสุทธิ์แบบนี้กันล่ะ?
ยังไงก็รู้สึกดีอยู่ดี
"สวัสดี ฟางหนาน" เย่ฉุยยิ้มทักทาย
"เรียกฉันว่าหนานหนานเถอะค่ะ" ฟางหนานพูดพร้อมรอยยิ้ม
"ก็ได้ครับ หนานหนาน" เย่ฉุยตอบรับ
ฟางซีที่ยืนอยู่หลังรถเข็นถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว พระเจ้าช่วย ต้องเลี่ยนขนาดนี้เลยเหรอ?
"ด้วยผลงานของเกมเรียงเพชรในตอนนี้ ผมเข้าร่วมสตูดิโอได้แบบไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่มั้ยครับ?" เมื่อเข้ามาในอพาร์ตเมนต์และเห็นเจี่ยนฝาน เย่ฉุยก็เอ่ยถามยิ้มๆ
เจี่ยนฝานปรายตามองกระเป๋าที่เย่ฉุยนำมาด้วย นึกในใจว่านายหอบกระเป๋าเดินทางมาขนาดนี้แล้วจะถามคำถามนี้ไปทำไม?
เขาเผยรอยยิ้มต้อนรับพลางกล่าวว่า "แน่นอน ตั้งแต่วันนี้ไปนายคือสมาชิกของสตูดิโอเจี่ยนฝานของเราแล้ว หวังว่าต่อไปพวกเราจะร่วมงานกันด้วยดี สร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ที่ดียิ่งขึ้นออกมา...แต่ว่า ฉันยังมีข้อเรียกร้องอีกนิดหน่อย"
เปรี้ยะๆ—
ไม่ได้พูดเกินจริงเลย วินาทีนั้นในดวงตาของฟางหนานมีประกายไฟปะทุออกมาจริงๆ
เจี่ยนฝานอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งเฮือก รีบพูดขึ้นว่า "ฉันไม่ได้มีข้อเรียกร้องอะไรเกินเลยหรอกนะ แต่ในเมื่อเย่ฉุยนายเข้าร่วมสตูดิโอของเราแล้ว เรื่องที่เป็นหน้าที่ของสมาชิกในสตูดิโอยังไงนายก็ต้องปฏิบัติตาม"
"หน้าที่อะไรล่ะ คุณพูดมาเถอะ" เย่ฉุยถามเสียงเรียบ
บนใบหน้าของเจี่ยนฝานปรากฏแววตาโลภขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาพูดต่อว่า "ฉันอยากให้นายมอบลิขสิทธิ์ของเกมจับคู่กับเกมเรียงเพชรให้กับสตูดิโอ..."
***
วันนี้วันอาทิตย์ จะอัปเดตสามตอน นี่คือตอนแรก ช่วงเช้ามืดจะมีอีกหนึ่งตอน สัปดาห์หน้าจะเริ่มไต่อันดับอย่างเป็นทางการแล้ว~~ ทุกคนช่วยสนับสนุนด้วยนะครับ~