"แกเป็นตัวอะไรวะ ฉันกำลังคุยกับสาวสวย แกมีสิทธิ์อะไรมาสอด" นักสืบโจวมองตู้หย่งเซี่ยวด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ท่าทีแย้มยิ้มของตู้หย่งเซี่ยวจางหายไป เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระว่า "งั้นก็คือไม่เล่นสินะ"
"เล่นพ่อเล่นแม่แกสิ! แกไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร กล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง" นักสืบโจวโมโหจัด
"แกก็คือคนเลวไง คนเลวก็หน้าตาแบบแกนี่แหละ รังแกผู้หญิงผู้ชาย ทำเรื่องเลวทรามทุกอย่าง!" ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มเยาะ
โดนเหน็บแนมขนาดนี้ นักสืบโจวกับนักสืบอู๋จะทนได้อย่างไร
"ไอ้เวรเอ๊ย ฉันว่าแกวอนหาที่ตายแล้วล่ะ!" นักสืบอู๋ด่าตามมาติดๆ
"วันนี้ฉันจะให้แกได้รู้สำนึกเสียบ้าง!" นักสืบโจวเพิ่งจะลงมือชักปืน แต่ตู้หย่งเซี่ยวกลับเร็วกว่าก้าวหนึ่ง เขาเลิกชายเสื้อ ชักปืน หมุนปากกระบอกปืนลูกโม่จุดสามแปด
พลั่ก!
เขาใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่หน้านักสืบโจวอย่างจัง
"อ๊าก!" นักสืบโจวร้องลั่นเสียงหลง ล้มตึงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะบ้วนฟันร่วงหลุดออกจากปากหนึ่งซี่
"เกิดอะไรขึ้น กล้าทำร้ายตำรวจหรือ" นักสืบอู๋อีกคนเพิ่งจะคิดชักปืน ตู้หย่งเซี่ยวก็เหยียบลงบนแผ่นหลังของคนที่นอนกองอยู่กับพื้น หมุนตัว ตวัดมือ ปากกระบอกปืนจ่อเข้าที่กลางหน้าผากเขาเรียบร้อยแล้ว "ขยับสิ แกก็ลองขยับดูสิ! ไม่เชื่อใช่ไหมว่าฉันจะยิงหัวแกกระจุย"
นักสืบอู๋ชะงักงัน มือของเขายังคงจับอยู่ที่เอว ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย วินาทีนี้เขาถึงเพิ่งมองเห็นชัดเจนว่า อีกฝ่ายถือปืนลูกโม่จุดสามแปดอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบเช่นเดียวกัน
"ท่านคือใครหรือครับ" นักสืบอู๋พยายามยกมือขึ้น ปากกระบอกปืนยังคงจ่ออยู่ที่หน้าผาก เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"สารวัตรถนนนาธาน ตู้หย่งเซี่ยว!"
"หา คุณคือตู้หย่งเซี่ยวหรือครับ" นักสืบอู๋มีสีหน้าตกตะลึง ช่วงนี้ตู้หย่งเซี่ยวมาแรงมาก จะไม่ให้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามก็คงยาก "พวกเรามาจากสถานีตำรวจโหยวหมาตี้ครับ! น้ำท่วมศาลเจ้ามังกรแท้ๆ คนกันเองดันไม่รู้จักคนกันเอง!"
"ใครเป็นคนกันเองกับพวกแก" ตู้หย่งเซี่ยวเอาปืนจ่อดันหน้าผากอีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบ "วันนี้ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกแกก็มาหาเรื่องกันถึงที่ เก็บค่าคุ้มครองสินะ ฉันเข้าใจ แต่มีที่ไหนที่เก็บมันทั้งสองฝั่งแบบพวกแก ใครให้ความกล้ากับพวกแก และใครตั้งกฎเกณฑ์ให้พวกแก"
นักสืบอู๋ยกสองมือขึ้นสูงปรี๊ด กลัวว่าตู้หย่งเซี่ยวจะลั่นไกปืน ได้ยินมาว่าสารวัตรตู้ตรงหน้านี้เป็นพวกบ้าบิ่น
"ขอโทษด้วยครับ สารวัตรตู้ คุณอาจจะเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นาน เลยยังไม่รู้สถานการณ์ สถานที่ตรงนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างมงก๊กกับโหยวหมาตี้ เมื่อก่อนฝั่งมงก๊กเป็นคนเก็บก็จริง แต่ตอนนี้เบื้องบนมีคำสั่งว่า เดือนหน้าต้องเก็บค่าคุ้มครองเพิ่มเป็นสองเท่า พวกเราก็ไม่มีทางเลือกเลยต้องล้ำเส้นมา!"
"งั้นหรือ นั่นก็หมายความว่าพวกแกตั้งกฎกันเอาเองสินะ!" ตู้หย่งเซี่ยวเลิกคิ้วกระบี่ เอาปืนเคาะหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ ทุกครั้งที่เคาะ ร่างของนักสืบอู๋ก็ทรุดต่ำลงไปสามส่วน ไม่มีท่าทีอวดดีเหมือนก่อนหน้านี้อีกเลย
"อย่าครับ สารวัตรตู้ ลูกพี่พวกเราคือสารวัตรจี้ จี้ซื่อชาง ไว้หน้ากันหน่อยได้ไหมครับ" นักสืบอู๋ตกใจกลัวจนปากคอสั่นพูดจาไม่รู้เรื่อง
"ไว้สิ ทำไมฉันจะไม่ไว้หน้าล่ะ" ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มเหี้ยม "ส่งปืนมา!"
"เอ๊ะ"
"ส่งปืนมาสิวะ ไอ้เวรเอ๊ย!"
นักสืบอู๋สะดุ้งโหยงไปทั้งตัว รู้ว่าวันนี้คงผ่านด่านนี้ไปได้ยากแล้ว จึงยอมปลดซองปืนแต่โดยดี แล้วส่งปืนกระบอกหลักกับกระบอกรองให้กับตู้หย่งเซี่ยว
"เกิดอะไรขึ้น"
ตึกตึกตึก!
เหวินหัวโตกับจวีฟันเหยินที่กำลังยกกระเป๋าเดินทางอยู่ชั้นบนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งลงมา พอลงมาเห็นภาพตรงหน้าก็อดชะงักไม่ได้
โบตั๋นขาวยกมือปิดปาก ท่าทางตกใจอย่างเห็นได้ชัด แต่สายตาที่มองตู้หย่งเซี่ยวกลับเต็มไปด้วยความยกย่องเทิดทูน
ส่วนเถ้าแก่ร้านทาร์ตไข่ก็ซ่อนตัวอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ตัวสั่นงันงก
บนพื้นมีคนหมอบอยู่หนึ่งคน และอีกคนก็กำลังถูกตู้หย่งเซี่ยวเอาปืนจ่ออยู่ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อเห็นว่าพวกเหวินหัวโตลงมาแล้ว ตู้หย่งเซี่ยวก็ออกคำสั่งให้พวกเขายึดปืนของนักสืบอู๋กับนักสืบโจวทันที และยังใช้กุญแจมือสับกุญแจไว้ จากนั้นก็สั่งเหวินหัวโตว่า "ไป ไปบอกจี้ซื่อชางให้รู้ว่าลูกน้องของเขาอยู่ในมือฉัน ให้เวลาเขามาไถ่ตัวภายในสามสิบนาที คนละหนึ่งหมื่นเหรียญ! ไม่อย่างนั้น ก็รอเก็บศพได้เลย!"
"หา จะให้บอกแบบนี้จริงๆ หรือ" เหวินหัวโตชะงัก
"นายคิดว่าไงล่ะ" ตู้หย่งเซี่ยวนั่งลงด้วยท่าทีเย็นชา คาบบุหรี่ไว้ในปาก "เหตุผลก็คือไอ้สวะสองตัวนี้มีเจตนาจะฆาตกรรมสารวัตรอย่างฉัน!"
เมื่อพูดจบ ตู้หย่งเซี่ยวก็หันขวับไปมองเถ้าแก่ร้านทาร์ตไข่ที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปนานแล้ว "ขอโทษทีนะ ทาร์ตไข่มันเย็นหมดแล้ว ขอเปลี่ยนถาดใหม่หน่อย!"
……
"สารวัตรจี้ นังหนูวันนี้ท่านพอใจไหมครับ" ภายในเรือสำราญเกาลูน แมงดาโค้งตัวลงงอเข่า พูดด้วยสีหน้าประจบประแจงกับจี้ซื่อชางที่กำลังดึงกางเกงขึ้น
"พอใจบ้าอะไรล่ะ!" บ้านเกิดของจี้ซื่อชางอยู่ที่เหอหนาน ปกติเวลาพูดกับพวกเหยียนสยงเขาจะพูดภาษากวางตุ้ง แต่พอพูดกับพวกลูกน้องเขาจะพูดภาษาถิ่น "หล่อนทำอะไรไม่เป็นเลย มีดีแค่หน้าตาขาวจิ้มลิ้ม!"
"สารวัตรจี้โปรดระงับโทสะด้วยครับ ก็ตอนแรกท่านเป็นคนบอกเองว่าจะหาเด็กบริสุทธิ์ ตอนนี้ผู้หญิงแบบเธอหาได้ยากแล้วนะครับ!" แมงดากลัวว่าจะทำให้จี้ซื่อชางโมโห จึงเอ่ยขอโทษไม่หยุด
เดิมทีการทำธุรกิจโสเภณีเถื่อนแบบพวกเขาก็ไม่ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะกิจการอย่างเรือสำราญเกาลูน แม่น้ำหนึ่งสายมีเรือเป็นร้อยลำ แต่ละลำก็มีหญิงสาวเป็นร้อยคน พอถึงตอนกลางคืน ไฟสลัวๆ กลิ่นหอมฟุ้ง ผู้หญิงที่ยืนเรียกลูกค้าอยู่หัวเรือยังมีมากกว่าแขกเสียอีก การแข่งขันจึงดุเดือดสุดๆ
ประกอบกับจี้ซื่อชางไม่ใช่แค่ลูกค้าประจำ แต่ยังเป็นสารวัตรจีนแห่งโหยวหมาตี้ ฐานะจึงพิเศษมาก
คราวก่อนมีหญิงสาวรักนวลสงวนตัวคนหนึ่งถูกตาต้องใจเขา แต่เธอไม่ยอม สุดท้ายก็ถูกจี้ซื่อชางใช้กำลังบังคับขืนใจ หลังจากนั้นยังปล่อยให้พวกลูกน้องของเขาได้ประโยชน์ไปอีก ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือจ่ายเงินแค่ค่าตัวคนเดียว นับว่าเลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าเดรัจฉานจริงๆ
"ถุย!" จี้ซื่อชางถ่มเสมหะข้นคลั่กคำโตลงบนรองเท้าของแมงดาพอดี "ไอ้หลานตะพาบอย่างแกอย่ามาหลอกฉันนะ ถ้าขืนฉันรู้ว่าที่นี่แกยังมีนังหนูคนอื่นอยู่อีก ฉันเอาแกตายแน่!"
"ไม่กล้าครับ! ไม่กล้า!" แมงดารีบประสานมือโค้งคำนับ
ตอนนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็เคาะประตูเดินเข้ามา "สารวัตรจี้ เสร็จธุระหรือยังครับ"
"เสร็จตั้งนานแล้วโว้ย ไสหัวเข้ามา!"
"ครับผม!" ลูกน้องรีบแทรกตัวเข้ามา ก่อนอื่นเขามองจี้ซื่อชางที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโห แล้วค่อยพูดอย่างระมัดระวังว่า "รายงานสารวัตร ข้างนอกเกิดเรื่องแล้วครับ..."
"เรื่องอะไร" จี้ซื่อชางหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมา แล้วยกปากกาขึ้นดื่มน้ำชาเย็นๆ อึกหนึ่ง
"เหล่าโจวกับเหล่าอู๋ถูกคนจับตัวไปแล้วครับ"
"แกว่าไงนะ โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว ยังมีกฎหมายอยู่ไหม เป็นตำรวจก็ยังถูกคนจับได้ด้วย ไอ้เวรที่ไหนมันเป็นคนจับ"
"สารวัตรถนนนาธาน ตู้หย่งเซี่ยวครับ!"
"เอ๊ะ ตู้หย่งเซี่ยว ชื่อนี้ทำไมถึงคุ้นๆ นัก" ไม่นานจี้ซื่อชางก็นึกขึ้นได้ นี่มันไอ้หนุ่มที่เพิ่งเจอตอนประชุมประจำเมื่อหลายวันก่อนไม่ใช่หรือไง หน้าตาเหมือนพวกหนุ่มหน้าขาว อายุยังน้อยแต่กลับหยิ่งยโสไม่เบา แม้แต่เหลยลั่วก็ยังชื่นชมเขาเป็นพิเศษ
ลูกน้องคอยสังเกตสีหน้า แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังรอบหนึ่ง ก่อนจะพูดปิดท้ายว่า "ทางนั้นบอกมาว่า ให้ท่านเตรียมเงินไปไถ่ตัว คนละหนึ่งหมื่นเหรียญ ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาชีวิตเหล่าโจวกับเหล่าอู๋ครับ!"
เพล้ง!
จี้ซื่อชางสะบัดมือปากาน้ำชาทิ้งจนแตกกระจาย!
ทำเอาทุกคนสะดุ้งตกใจ
"มันกล้าหรือ!" จี้ซื่อชางโกรธจนตาแทบถลน เส้นเลือดปูดโปน "ทางนั้นมีกันกี่คน"
"สามคนครับ"
"แค่สามคนก็กำแหงขนาดนี้เลยหรือ ฉันก็นึกว่าสามสิบ หรือสามร้อยคน! ไป พาพี่น้องสิบคนไปเจอมันหน่อย!"
"ไม่แจ้งตำรวจหรือครับ"
"แจ้งตำรวจบ้าอะไรล่ะ! แกกับฉันแม่งก็เป็นตำรวจโว้ย!"







