(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 475
บทที่ 475 อวัยวะส่วนไหนของคนเรา ที่นำภัยมาสู่ตัวได้ง่ายที่สุด?
หลังจากต่อสู้อย่างหนักในใจ จ้าวซ่านตงก็ตัดสินใจทำเรื่องที่ขัดต่อคำสอนของบรรพบุรุษ
รับของฝังศพชิ้นนี้ไว้
หลังจากนั้นก็นำมันไปตั้งไว้ในร้านสักพัก แล้วป่าวประกาศว่าเป็นสมบัติประจำตระกูลจ้าว
รอให้ผ่านไปสักปีสองปี ค่อยหาโอกาสขายมันออกไป
"เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมูลค่าสองสิบล้าน โจรขุดสุสานร้อนเงินอยากรีบปล่อยของ เลยยอมลดราคาขายลงมาเอง"
"มองดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่คุณลองคิดดูดีๆ สิ ของเก่ามูลค่าสองสิบล้าน โจรขุดสุสานกลับขอแค่สี่ล้าน"
"โชคของคุณมันจะดีเกินไปหน่อยไหมครับ?"
"นี่..."
จ้าวซ่านตงถึงกับพูดไม่ออก
เขาเพิ่งเคยทำการค้ากับโจรขุดสุสานเป็นครั้งแรก
จึงไม่ค่อยเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของพวกโจรขุดสุสานนัก
"ผมเปลี่ยนคำถามใหม่ แถวนี้นอกจากร้านขายของเก่าของคุณแล้ว ก็น่าจะมีร้านขายของเก่าร้านอื่นอีกใช่ไหมครับ?"
"โจรขุดสุสานอุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว ทำไมถึงไม่ลองไปเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นดู ทำไมถึงเจาะจงเลือกขายให้คุณล่ะครับ?"
จ้าวซ่านตงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก "หมอเฉิน คุณหมายความว่าโจรขุดสุสานพวกนั้นมีอะไรแปลกๆ งั้นเหรอครับ?"
"โจรขุดสุสานทำอาชีพที่ลดทอนบุญกุศล แถมยังเสี่ยงหัวขาด"
"ในสุสานอันตรายถึงตาย กว่าจะขโมยของฝังศพออกมาได้ ต่อให้อยากรีบปล่อยของ ก็คงไม่กดราคาลงมาต่ำขนาดนี้หรอกครับ"
"คุณยังดูออกเลยว่าเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวองค์นี้มีมูลค่าถึงสองสิบล้าน แล้วพวกโจรขุดสุสานจะดูไม่ออกเลยเหรอ?"
"อย่าลืมสิครับว่าพวกเขาหากินกับอาชีพนี้"
"คุณไม่เคยติดต่อกับพวกโจรขุดสุสานมาก่อน แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องเจาะจงมาหาคุณล่ะ?"
เมื่อได้ยินคำถามของเฉินหยูซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของจ้าวซ่านตงก็เริ่มเต้นรัว
ตอนที่เห็นเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวในมือโจรขุดสุสาน จ้าวซ่านตงที่กำลังหน้ามืดเพราะความโลภก็ไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นเลย
คิดแค่ว่าต้องรีบซื้อมันมาไว้ในมือให้เร็วที่สุด
พอฟังคำถามและคำเตือนของเฉินหยูจบ จ้าวซ่านตงก็ยิ่งมองเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวแล้วรู้สึกทะแม่งๆ
"หมอเฉิน ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะครับว่าเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวเป็นของยุคราชวงศ์เหนือใต้จริงๆ"
"เรื่องของแท้ของปลอมเนี่ยไม่มีปัญหาแน่นอน"
"แต่พอได้ฟังคำเตือนของคุณ หรือว่าคนที่มีปัญหาคือโจรขุดสุสานพวกนั้น?"
"พวกโจรขุดสุสานน่ะมีปัญหาแน่ครับ แต่ตัวเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมีปัญหาใหญ่กว่านั้นอีก"
"ลองคิดถึงคำติดปากในวงการของคุณที่สืบทอดกันมาหลายพันปีให้ดีๆ สิครับ"
"แล้วคุณจะเข้าใจความหมายของผม"
คำตอบนั้นชัดเจนจนแทบจะหลุดออกมาจากปาก จ้าวซ่านตงถึงกับเหงื่อตก
เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมีกลิ่นอายของสิ่งไม่สะอาด
เป็นสิ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่าของอาถรรพ์
เมื่อมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง จ้าวซ่านตงก็ทั้งโกรธแค้นและหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
ที่กลัวก็คือ นอกจากเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวจะมีไอหยินแล้ว ถ้าเกิดข้างในมีสิ่งชั่วร้ายซ่อนอยู่จะทำยังไง?
ส่วนที่โกรธแค้นก็คือ โกรธตัวเองที่ตาบอด หน้ามืดตามัวเพราะความโลภ
ปัญหาต่างๆ ที่เฉินหยูพูดมา อันที่จริงก็ไม่ได้สังเกตยากอะไรเลย
โทษได้แค่จ้าวซ่านตงที่เห็นแก่เงิน คิดว่าตัวเองได้ของดีราคาถูกมาครอบครอง
ยอมจ่ายเงินสี่ล้านซื้อเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมาเก็บไว้ในมือสักปีสองปี
อีกเดี๋ยวก็สามารถเปลี่ยนเป็นเงินยี่สิบล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้นได้แล้ว
เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวนอกจากจะเป็นของฝังศพแล้ว ยังแกะสลักมาจากหยกอีก
ข้อห้ามใหญ่สองประการในวงการของเก่า จ้าวซ่านตงดันละเมิดมันไปซะหมด
"หมอเฉิน เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมีสิ่งไม่สะอาดสิงอยู่ใช่ไหมครับ?"
"ถ้าคุณอยากจะเข้าใจแบบนั้น มันก็ย่อมได้ครับ"
เฉินหยูพยักหน้าเบาๆ
"ในทางวิทยาศาสตร์ หยกมีสนามแม่เหล็กพิเศษอยู่ในตัวของมันเอง"
"หลังจากที่คนเราตายไปแล้ว จะกลายสภาพเป็นคลื่นพลังงานพิเศษสายหนึ่ง"
"คลื่นพลังงานที่ว่าถูกสนามแม่เหล็กนั้นดักจับเอาไว้ มันก็เลยสถิตอยู่ภายในเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมาตลอด"
"แม่เจ้า!!!"
จ้าวซ่านตงร้องโอดครวญ หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย
กลัวอะไรก็ได้อย่างนั้นจริงๆ
สนามแม่เหล็กพิเศษอะไร คลื่นพลังงานพิเศษอะไรกัน
เฉินหยูกำลังจะบอกชัดๆ เลยว่า วิญญาณในสุสานถูกเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวดูดเข้าไป
จ้าวซ่านตงจับมือเฉินหยู ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากพื้นด้วยร่างกายที่อ่อนปวกเปียก "หรือว่าข้างในจะมีผีสิงอยู่ครับ?"
เฉินหยูกำลังจะตอบ จ้าวซ่านตงก็พึมพำกับตัวเองขึ้นมาอีก "ถ้าเกิดข้างในมีผีซ่อนอยู่จริงๆ ทำไมมันถึงทำร้ายแค่ลูกชายผม แต่ไม่ยักกะทำร้ายผมกับพนักงานในร้านล่ะครับ?"
"ผมเป็นคนซื้อเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวองค์นี้มา สมมติว่าวิญญาณเจ้าของสุสานเกิดความเคียดแค้น เกลียดชังคนที่ไปรบกวนความสงบของมัน"
"มันก็ควรจะมาแก้แค้นผมสิ ทำไมถึงไปลงที่ลูกชายผมได้?"
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของจ้าวซ่านตง
เขาเป็นคนตกลงทำการค้ากับพวกโจรขุดสุสาน
และเขาเองก็เป็นคนนำเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวมาตั้งไว้ในร้าน
ด้วยความที่กลัวว่าลูกชายกับพนักงานในร้านจะซุ่มซ่าม จนทำให้เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวองค์นี้เสียหาย
จ้าวซ่านตงจึงไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าใกล้เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว
แม้แต่งานทำความสะอาด ก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาทำ
โดยเขาจะเป็นคนลงมือทำเองทั้งหมด
ทั้งที่คลุกคลีกับเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวสุดอาถรรพ์องค์นี้มาตั้งนาน ทำไมจ้าวซ่านตงถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?
จ้าวซ่านตงที่คิดยังไงก็คิดไม่ตก จึงได้เอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกมาจนหมดเปลือก
พร้อมกับขอร้องให้เฉินหยูช่วยบอกคำตอบให้เขารู้ที
ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุอะไร จ้าวซ่านตงก็รับได้ทั้งนั้น
เพราะถึงยังไง เขาก็เป็นคนแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง
แถมภัยร้ายนี้ เขายังเป็นคนชักนำไปสู่ลูกชายเองกับมืออีก
"ประโยคสุดท้ายที่คุณพูดมา ถือว่าถูกต้องมากเลยล่ะครับ"
"ปัญหาทั้งหมดเป็นเพราะคุณจริงๆ ที่ชักนำมันไปสู่ลูกชายของคุณเอง"
เฉินหยูเผยรอยยิ้มแปลกๆ ก่อนจะพูดขึ้น "ผมขอถามคุณอีกสักประโยค อวัยวะส่วนไหนของคนเรา ที่นำภัยมาสู่ตัวได้ง่ายที่สุดครับ?"
"อวัยวะส่วนไหนของคนเรา ที่นำภัยมาสู่ตัวได้ง่ายที่สุดงั้นเหรอ?"
จ้าวซ่านตงยกมือขึ้นมานวดขมับด้วยความมึนงง
จังหวะที่กำลังจะเอามือลง จ้าวซ่านตงก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ปาก! โบราณว่าไว้ ภัยเกิดจากปาก"
"สิ่งที่นำภัยมาสู่ตัวได้ง่ายที่สุดก็คือปากนี่แหละ"
เฉินหยูพูดพลางหัวเราะ "คุณน่ะดีไปซะทุกอย่าง จะมีข้อเสียอยู่ก็แค่อย่างเดียว คือชอบดื่มเหล้า แถมเมาแล้วยังเรื้อนอีก"
"ทุกครั้งที่ไปดื่มเหล้ากับคนอื่น คุณก็มักจะพูดจาไม่รู้จักระวังปาก"
"ที่ลูกชายของคุณต้องกลายมาเป็นแบบนี้ เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวก็เป็นแค่อาวุธเท่านั้นแหละครับ ต้นตอของเรื่องร้ายๆ ทั้งหมด มันมาจากปากของคุณต่างหาก"
"ปากของคุณทำให้ธุรกิจร้านขายของเก่าเจริญรุ่งเรือง"
"แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเพราะปากของคุณ ที่เปลี่ยนเพื่อนให้กลายเป็นศัตรู"
"และทำให้เขาเกิดจิตสังหารอันแรงกล้าต่อลูกชายของคุณด้วย"
เฉินหยูตบไหล่จ้าวซ่านตงเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณกับภรรยาของคุณ มีเพื่อนสนิทร่วมกันอยู่คนหนึ่ง"
"พวกคุณทั้งสามคนเป็นเพื่อนซี้ที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก"
"แถมเพื่อนสนิทคนนี้ของคุณ ก็ยังเคยตามจีบภรรยาของคุณแข่งกับคุณด้วย"
"น่าเสียดาย ที่ชายมีใจ แต่หญิงกลับไม่เหลียวแล"
"สุดท้ายภรรยาของคุณก็เลยเลือกคุณ"
"ถึงแม้เขาจะจีบไม่ติด แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพวกคุณเลย"
"พวกคุณก็ยังคงเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากที่สุดอยู่ดี"
จ้าวซ่านตงโพล่งออกมาทันที "หวังคัง เป็นหวังคัง!"
"เป็นเขาที่ทำร้ายลูกชายของผม!"
"ลูกชายผมเป็นลูกทูนหัวของเขานะ เขาลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้ได้ยังไง?"
หวังคัง จ้าวซ่านตง และภรรยาของจ้าวซ่านตง
ทั้งสามคนเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาก่อน
พอโตเป็นผู้ใหญ่ หวังคังและจ้าวซ่านตงก็ดันไปตกหลุมรักเธอเข้าพร้อมๆ กัน
แต่จ้าวซ่านตงเป็นฝ่ายชนะ และได้ครองใจสาวงามไปในที่สุด
ชีวิตที่แสนมีความสุขดำเนินไปได้ไม่นาน ไม่กี่ปีต่อมา ภรรยาก็ต้องมาเสียชีวิตลงเพราะคลอดลูกยาก
จ้าวซ่านตงที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียถึงกับทรุดฮวบ
เป็นหวังคังที่คอยช่วยเหลือจัดการงานศพให้
หลังจากนั้น หวังคังก็ยังรับจ้าวหย่ง ลูกชายของจ้าวซ่านตงเป็นลูกทูนหัวอีก
เขาดูแลจ้าวหย่งเป็นอย่างดี ราวกับเป็นลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง







