"เชี่ย!"
เมื่อมองดูรูปของคุณแม่ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เจียงเซี่ยก็สบถลั่นออกมา
หลี่ซือถงรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงบนหน้าจอมาก เมื่อลองนึกดูดีๆ นี่มันแม่ของเจียงเซี่ยไม่ใช่หรือไง?
เธอค่อยๆ หันมองเจียงเซี่ยที่อยู่ข้างกาย สีหน้าเริ่มซับซ้อนขึ้นมา "อา... โอ๊ะ~"
"เชี่ยเอ๊ย!" หยางเจี๋ยที่นั่งอยู่โยนจานผลไม้ทิ้งแล้วผุดลุกขึ้นยืน แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่ออย่างเปี่ยมล้น
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงในรูปคือวัตถุดิบที่ตัวเองฟูมฟักมาอย่างยาวนาน เฉินข่ายก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ "น่าสนใจ... น่าสนใจเกินไปแล้ว..."
เมื่อเห็นว่าเผ่ามารจำนวนไม่น้อยเริ่มขยับเขยื้อนเตรียมลงมือ เจียงเซี่ยก็รีบลุกลี้ลุกลนล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
บัดซบ!
ก็ยังไม่มีสัญญาณอยู่ดี!
เชี่ย เชี่ย เชี่ย เชี่ย เชี่ย!!!
เขาเงยหน้ามองรูปของคุณแม่ที่ยังคงฉายอยู่บนหน้าจอ หัวใจของเจียงเซี่ยแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากปากอยู่แล้ว
เขารีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะพุ่งพรวดไปยังประตูด้วยความเร็วสูงสุด!
ตอนที่เจียงเซี่ยยังไม่ขยับก็แล้วไปเถอะ แต่พอเขาขยับตัวปุ๊บ เผ่าพันธุ์เดียวกันนับไม่ถ้วนก็พากันพุ่งทะยานไปยังทางออกพร้อมกับเขาราวกับคลื่นน้ำหลาก
เจียงเซี่ยอยากจะพุ่งออกไปเป็นคนแรกเพื่อแจ้งข่าว ทั้งที่ระยะห่างจากทางออกอยู่ใกล้แค่นี้แล้วแท้ๆ แต่จู่ๆ ก็มีหนวดเส้นหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจม พันตวัดรอบขาของเขา แล้วกระชากร่างเขาล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
"พ่องมึงสิ!" หยางเจี๋ยคว้าที่เขี่ยบุหรี่ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของผู้ชายคนที่ทำให้เจียงเซี่ยล้มลง
ชายคนนั้นเจ็บปวด จึงรีบคลายหนวดที่รัดเจียงเซี่ยออก หันขวับมาจ้องหยางเจี๋ยเขม็ง พอทำท่าจะลงมือ หลี่ซือถงก็พุ่งวาบมาขวางหน้า จ้องมองชายคนนั้นแล้วพูดเสียงเย็นชา "ไสหัวไป!"
กลิ่นอายที่หลี่ซือถงแผ่ออกมานั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ ทำให้ชายคนนั้นไม่กล้าตอบโต้ไปชั่วขณะ ได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไป
หยางเจี๋ยมองดูเผ่ามารนับไม่ถ้วนที่กรูกันไปยังประตู แล้วรีบตะโกนบอกหลี่ซือถง "รีบขวางพวกมันไว้สิ!"
การที่ตัวตนของผู้ตื่นรู้ที่ถูกแฉออกมาคือแม่ของเจียงเซี่ย ทำให้หยางเจี๋ยตกตะลึงมากเช่นกัน
ในทำนองเดียวกัน ความเป็นห่วงของเขาก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเจียงเซี่ยเลย
ปกติแล้วคุณแม่ของเจียงเซี่ยก็ดีกับเขาไม่น้อย ทุกครั้งที่ปิดเทอมแล้วไปเที่ยวบ้านเจียงเซี่ย คุณป้าซ่งคนนี้ก็ปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นลูกบุญธรรม!
สำหรับหยางเจี๋ยที่สูญเสียแม่ไปแล้ว สิ่งนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ!
หลี่ซือถงหันมองหยางเจี๋ย "ขวางงั้นเหรอ จะไปขวางยังไง?"
พวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกันที่กำลังคลุ้มคลั่งเยอะขนาดนี้ ใครจะไปขวางอยู่?
การที่ตัวตนของผู้ตื่นรู้ที่ถูกแฉออกมาคือแม่ของเจียงเซี่ย เรื่องนี้ก็อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอเช่นกัน
ตรงบริเวณทางออก เผ่ามารนับสิบตนต่างขัดขวางกันเอง ไม่มีใครอยากให้พวกพ้องตนอื่นตัดหน้าไปได้ ราวกับว่า "งานเลี้ยงผู้ตื่นรู้" ในครั้งนี้ใครมาก่อนได้ก่อน!
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น!
เผ่ามารส่วนหนึ่งล้มเลิกความตั้งใจที่ทางออกหลัก แล้วเริ่มมองหาประตูหลังเพื่อออกไป ทว่าสถานที่ปิดทึบใต้ดินแบบนี้ย่อมไม่มีทางเข้าออกแค่ทางเดียวแน่ๆ
ข้อมูลตัวตนของผู้ตื่นรู้ที่แม่นยำเพียงหนึ่งเดียว ทำให้พวกมันอดไม่ได้ที่จะบ้าคลั่ง!
นี่เป็นสิ่งยั่วใจที่เหนือกว่ามนุษย์ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์นับร้อยคนเสียอีก!
โดยเฉพาะเผ่ามารส่วนหนึ่งที่ติดแหง็กอยู่ในคอขวดของวิวัฒนาการ พวกมันต้องการเลือดที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานมหาศาลของผู้ตื่นรู้มาช่วยให้วิวัฒนาการสำเร็จอย่างเร่งด่วน!
เจียงเซี่ยอยากจะเป็นคนแรกที่ออกไปได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาทำไม่ได้ ทางออกวุ่นวายเกินไปจริงๆ หนวดสีดำนับไม่ถ้วนต่างแกว่งไกวแย่งชิงกัน
เฉินข่ายเดินมาอยู่ข้างกายหลี่ซือถง กอดอกมองดูพวกพ้องที่กำลังบ้าคลั่งเพราะผู้ตื่นรู้อยู่ตรงประตู "ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าแม่ของเจียงเซี่ยจะเป็นผู้ตื่นรู้..."
หลี่ซือถงหันมองเฉินข่าย "นายไม่ควรไปแย่งออกไปเหมือนพวกเขางั้นเหรอ?"
"ฉันไม่ชอบวิธีการล่าเหยื่อที่หยาบคายแบบนี้ มันไม่มีความสง่างามเอาเสียเลย เหมือนกับฝูงหมูที่รู้จักแต่กิน... เสียดายก็แต่วัตถุดิบที่ฉันอุตส่าห์ฟูมฟักมาอย่างดี!" ใบหน้าของเฉินข่ายปรากฏแววผิดหวังและโกรธแค้น
หลี่ซือถงยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "อย่าพูดแบบนั้นสิ ในเมื่อแม่ของเจียงเซี่ยเป็นผู้ตื่นรู้ งั้นบางทีเธออาจจะรู้ว่านายเป็นเผ่ามาร การที่เธอพัฒนาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับนาย ก็อาจจะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ก็ได้ ใครเป็นเหยื่อกันแน่ก็ยังไม่แน่หรอกนะ"
"อืม ที่พูดมาก็มีเหตุผล!" เฉินข่ายเห็นด้วย
เมื่อมองดูเจียงเซี่ยที่กำลังร้อนรน หลี่ซือถงเองก็อยากจะเข้าไปช่วยเขาเหมือนกัน แต่ในสถานการณ์ที่วุ่นวายขนาดนี้ เธอช่วยอะไรไม่ได้เลย
เธอหยุดยั้งพวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกันที่มากมายขนาดนี้ไม่ได้
ในที่สุด พวงมาลัยหมุนบนประตูก็ถูกหนวดที่หนาเท่าท่อนแขนเส้นหนึ่งเปิดออก!
"บ้าคลั่งดี ฉันชอบ!"
"พยัคฆ์ขาว" บนอัฒจันทร์มองดูความวุ่นวายอันแสนคึกคักเบื้องล่าง รู้สึกพึงพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตัวเองเป็นอย่างมาก
ความจริงแล้วความคิดเดิมของเขาคือการจับผู้ตื่นรู้คนนี้มาที่นี่ ตั้งเวทีประลอง แล้วให้ "แขกผู้มีเกียรติ" ทุกคนที่อยู่ในงานขึ้นประลอง ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว!
แต่วิธีนี้เคยเล่นไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาเลยอยากจะลองอะไรที่แตกต่างออกไป
ถ้าเป็นไปได้ เขาหวังว่า "แขกผู้มีเกียรติ" ในคืนนี้จะก่อเรื่องใหญ่โตขึ้นมาสักหน่อย ทางที่ดีก็ทำให้เมืองซิงเหอทั้งเมืองตกอยู่ในความวุ่นวายไปเลย
เขาชอบความคึกคัก!
ชอบ "ความคึกคัก" ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองแบบนี้แหละ!
...
กว่าจะวิ่งออกมาข้างนอกได้ก็แทบแย่ เจียงเซี่ยพุ่งพรวดออกจากห้องบิลเลียดด้วยความร้อนใจ รีบลุกลี้ลุกลนต่อสายหาคุณแม่
"รับสิ!"
"รีบรับสิ!"
—ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด!
เจียงเซี่ยร้อนใจดั่งไฟลุ่ม ร้อนรนราวกับมดบนกระทะร้อน หัวทั้งหัวเหมือนกับหม้อต้มที่ใกล้จะระเบิด
ในที่สุด โทรศัพท์ก็รับสาย!
ทว่าเสียงที่ดังมากลับขาดๆ หายๆ พร้อมกับเสียงซ่าเป็นระยะ...
"เชี่ย สัญญาณห่วยแตกอะไรวะเนี่ย!"
เจียงเซี่ยสบถลั่น โมโหจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง เขาชูโทรศัพท์วิ่งพล่านไปทั่วตรอกที่มืดมิด เพื่อหาสถานที่ที่สัญญาณจะกลับมา
จนกระทั่งเห็นขีดสัญญาณกลับมา เขาถึงได้หยุดฝีเท้า หอบแฮ่กๆ แล้วโทรหาคุณแม่อีกครั้ง
ครั้งนี้ โทรศัพท์ติดอย่างราบรื่น!
"ฮัลโหล เสี่ยวเซี่ย ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับอีก?" เสียงของคุณแม่ดังมาจากปลายสาย
ก่อนที่จะมาคลับแห่งนี้ เจียงเซี่ยได้ส่งข้อความบอกคุณแม่ทางมือถือแล้ว ว่าคืนนี้อาจจะกลับดึกหน่อย
"แม่ หนี! รีบหนีไป!"
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ตัวตนผู้ตื่นรู้ของแม่ถูกแฉแล้ว ตอนนี้มีเผ่ามารจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปที่บ้าน! พวกมันจะล่าแม่!"
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับความตาย
"ฮัลโหล? ได้ยินไหม?" เจียงเซี่ยตื่นเต้นจนมือสั่น
"เสี่ยวเซี่ย แม่ขอถามอะไรอย่างนึง ลูกเป็นเผ่ามารหรือเปล่า?"
เจียงเซี่ยตอบกลับทันควัน "ไม่ใช่! เรื่องนี้อธิบายตอนนี้ไม่ได้ เอาเป็นว่าแม่รีบหนีไป ออกไปจากเมืองซิงเหอ วางใจเถอะ เสี่ยวหลิงน่ะผมจะปกป้องเธอเอง!"
"ตกลง!"
เมื่อวางสาย เจียงเซี่ยก็เอนหลังพิงกำแพง หอบหายใจแฮ่กๆ อย่างหนักหน่วง
เจียงเซี่ยรู้สึกว่าการมาที่นี่กับหลี่ซือถงในคืนนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่เขาเคยทำมาตลอดสิบแปดปีนี้เลย
สมมติว่าไม่ได้มาที่นี่กับหลี่ซือถง ตัวเขาก็คงไม่ได้รับข้อมูลมือแรก และไม่สามารถแจ้งคุณแม่ได้ทันท่วงที—
ผลที่ตามมานั้น ไม่อยากจะจินตนาการเลย!
เวลาผ่านไปทุกนาทีทุกวินาที ขณะพิงกำแพงอยู่ เจียงเซี่ยรู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองใกล้จะพังทลายลงแล้ว!
เขาแอบภาวนาต่อสวรรค์ในใจ: ขอเพียงให้คุณแม่ปลอดภัย จะแลกด้วยอายุขัยห้าสิบปีของเขาก็ยอม!
ระหว่างนั้น หลี่ซือถงโทรมาหาเขา คุยกันได้สองประโยคเจียงเซี่ยก็รีบวางสายทันที เพราะกลัวว่าคุณแม่จะโทรมาแล้วสายไม่ว่างจนเขารับไม่ได้
ยี่สิบนาทีผ่านไป โทรศัพท์ของคุณแม่ก็โทรมา
"ฮัลโหล เสี่ยวเซี่ย ตอนนี้แม่ปลอดภัยแล้วนะ!"
เจียงเซี่ยพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด รู้สึกแขนขาอ่อนแรงลงในพริบตา "ตอนนี้แม่อยู่ไหน?"
"กำลังออกจากเมืองซิงเหอ วางใจเถอะ พวกมันตามแม่ไม่ทันแล้ว ดูท่าในระยะเวลาอันสั้นนี้แม่คงยังกลับไปไม่ได้!"
"ไม่เป็นไร ปลอดภัยก็ดีแล้ว หลิงหลิงน่ะผมจะดูแลเอง!"
"แล้วลูกล่ะ? สถานการณ์ของลูกเป็นยังไงบ้าง?"
"ผมไม่เป็นไร วางใจเถอะ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี จริงสิแม่ แล้วต่อไปแม่จะไปไหน?"
"วางใจเถอะ แม่มีที่ไป ถึงที่นั่นแล้วแม่จะโทรหา พอแม่ตั้งตัวได้เมื่อไหร่ จะรับพวกลูกมาอยู่ด้วยกัน!"
"ทางผมแม่ไม่ต้องห่วง ดูแลทางแม่ให้ดีก่อนเถอะ!"
ทั้งสองคนเอาแต่พูดย้ำคำว่าวางใจเถอะ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อยากให้อีกคนต้องเป็นห่วง
คุยกันอีกสองสามประโยค ในวินาทีก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด เจียงเซี่ยก็วางสาย ไม่อยากทำให้เวลาหนีของคุณแม่ต้องล่าช้า!
พิงกำแพงอยู่ เจียงเซี่ยยังคงไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นัก
ตัวเขาเองกลับได้รู้ตัวตนผู้ตื่นรู้ของคุณแม่ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ!
เขาไม่ได้ไปโทษ "พยัคฆ์ขาว" ที่แฉตัวตนของคุณแม่ ตรงกันข้าม กลับรู้สึกเหมือนต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ? ถ้าพยัคฆ์ขาวไม่ทำแบบนี้ แต่เลือกที่จะลงมือกับคุณแม่โดยตรง เรื่องราวก็อาจจะเลวร้ายกว่านี้เป็นร้อยเท่า!
เมื่อมองดูโทรศัพท์ที่กดเปิดเครื่องยังไงก็ไม่ติด เจียงเซี่ยก็รีบออกจากที่นี่ เขาต้องรีบเอาโทรศัพท์ไปชาร์จแบตทันที เพื่อไม่ให้พลาดสายตอนที่คุณแม่โทรกลับมา
ณ ปากตรอกแห่งหนึ่ง เจียงเซี่ยหยุดฝีเท้าลง
ภายในตรอกตรงหน้า มีร่างหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายของพวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกันกำลังเดินเข้ามาหาเขาทีละก้าว ปากเป่าผิวปากเป็นจังหวะกังวานใส
เสียงผิวปากที่คุ้นเคย ทำเอาเจียงเซี่ยขนลุกซู่ไปทั้งตัว หนังหัวชาหนึบ!