นักสืบงั้นเหรอ?
โจวจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ตอนอยู่บนรถม้า จูตี๋เคยถามประโยคหนึ่งว่าคุณนักสืบไปไหนแล้ว แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ เพียงแค่ย้อนถามกลับไปตามสัญชาตญาณแล้วตอบว่าไม่รู้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นึกไม่ถึงว่าคำพูดสั้นๆ ไม่กี่ประโยคนี้จะถูกไท่เล่อจำเอาไว้ในใจ "เอ่อ อาจจะเป็นคนให้ข้อมูลมั้ง? ทำไมล่ะ เขาสำคัญมากเหรอ?"
"งั้นฉันขอถามนายอีกคำถามหนึ่ง นายเคยเห็นหน้าตาของพิธีกรไหม?" ไท่เล่อพูด
"ไม่เคย" เรื่องนี้โจวจือมั่นใจมาก "เขาใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา... หรือไม่ก็สองอัน สรุปคือ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอเขา เขาก็มีสภาพแบบนั้นแล้ว"
"หน้ากากงิ้วเปลี่ยนหน้า" ไท่เล่อเน้นย้ำ "เพราะเขาเป็น GameMaster ดังนั้นสำหรับพวกเราแล้ว การที่เขาจะมีรูปร่างหน้าตายังไงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนสวมหน้ากากประหลาดๆ แบบนั้น ไม่มีทางสื่อสารกับคนบนโลกใบนี้ได้ตามปกติหรอก"
โลกใบนี้...
โจวจือพลันตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร
"ถูกต้อง สมมติว่าดินแดนหรรษาไม่ใช่แค่เกมธรรมดาๆ ถ้าอย่างนั้นเวลาพิธีกรต้องการจะสื่อสารกับคนอื่น เขาก็จำเป็นต้องมีตัวตนที่จับต้องได้ และตัวตนที่เหมาะจะนำมาใช้ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง... เห็นได้ชัดว่านักสืบเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย"
"หรือนายกำลังจะบอกว่า คุณนักสืบที่จูตี๋ถามถึง... แท้จริงแล้วก็คือตัวพิธีกรเองงั้นเหรอ?"
"แถมยังไม่ใช่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่เป็นร่างเนื้อจริงๆ ของเขา" ไท่เล่อหัวเราะเบาๆ เขาดูเหมือนจะพอใจกับท่าทางตกตะลึงของโจวจือมาก "แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของฉันเท่านั้น นายอย่าเอาเรื่องนี้ไปถามคุณพิธีกรล่ะ ที่จริงเรื่องที่ฉันสนใจที่สุดไม่ใช่ประเด็นนี้หรอก..."
"งะ... งั้นนายสนใจเรื่องอะไรล่ะ?"
"ก็ต้องเป็นเรื่องค่าตอบแทนอยู่แล้ว นายลองคิดดูสิ... ลองคิดตามตรรกะนี้ดู ในเมื่อความสนุกที่เราตามหาไม่ใช่ภารกิจที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาลอยๆ ถ้าอย่างนั้นใครกันล่ะที่เป็นนายจ้างตัวจริงของเรา?" ชายชาวอังกฤษโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เงาจากตะเกียงน้ำมันทาบทับลงบนใบหน้าของเขาอย่างไม่คงที่ "พิธีกร หรือว่าคุณจูตี๋คนนั้น?"
"มันต่างกันด้วยเหรอ..." โจวจือกลืนน้ำลาย "มีแค่ดินแดนหรรษาไม่ใช่เหรอที่พาพวกเรามาที่นี่ได้?"
"มีสิ เหมือนผู้รับเหมาช่วงกับผู้รับเหมาหลักนั่นแหละ แต่ว่านายยังเด็ก คงยากที่จะเข้าใจประเด็นนี้"
ก็แค่ไม่มีพ่อค้าคนกลางมากินส่วนต่างไม่ใช่หรือไง โจวจือกำลังจะอ้าปากพูด พิธีกรก็พลันปรากฏตัวขึ้นที่ใจกลางห้องรับแขก
"เฮ้ย!" โจวจือตกใจจนสะดุ้งโหยง
"นายเป็นอะไรน่ะ?" เฉาหยางมองไปทางเขา
"เปล่าๆๆ ไม่มีอะไร" โจวจือมองขึ้นไปบนเพดานอย่างรู้สึกผิด "ดินแดนหรรษากำลังจะปิดแล้วเหรอ?"
"ยัง ภารกิจอัปเดตแล้ว กำจัดผู้บงการผู้อยู่เบื้องหลัง ขุยฉี อธิบดีกรมตำรวจเขตเหนือ พวกคุณเปิดหน้าต่างภารกิจดูรายละเอียดได้เลย"
"ว้าว ก่อนหน้านี้ยังไม่มีหน้าต่างภารกิจเลยนี่นา พวกคุณพัฒนากันเร็วจัง" โจวจือพูดพลางกดเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมา "แต่รอบนี้ให้เวลาตั้งนานแฮะ ความรู้สึกเหมือนได้เจอกับเควสต์หลักเลย"
"ฉันมีคำถาม คุณพิธีกร" ไท่เล่อที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปาก "ผู้เล่นจำเป็นต้องอยู่จนกว่าภารกิจจะจบเลยเหรอ? ถ้าเกิดมีคนอยากออกไปก่อนล่ะจะทำยังไง?"
"ดินแดนหรรษายึดความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ทั้งสองท่านสามารถเลือกที่จะยุติเกมได้ทุกเมื่อ" เฉาหยางตอบกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาทำท่าจะดีดนิ้ว "คุณไท่เล่อ คุณอยากจะจบการเดินทางในดินแดนหรรษาลงเพียงเท่านี้ไหมครับ?"
"ไม่ๆๆ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันก็แค่ลองถามดูเฉยๆ" ไท่เล่อรีบโบกมือปฏิเสธ
เฉาหยางลดมือลง
ทางด้านโจวจืออ่านรายละเอียดภารกิจจบแล้ว ก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ "หมอนี่มันจะเลวร้ายเกินไปแล้วนะ โจวป๋าผียังมีมโนธรรมมากกว่ามันอีก!"
"โจวป๋าผีคือใคร?" ไท่เล่อถาม "ญาติบ้านนายเหรอ?"
"ญาติบ้านนายสิ!" โจวจือถลึงตาใส่ตาเฒ่าชาวอังกฤษ "แต่พวกเราเหลือกันแค่สองคน อีกฝ่ายยังมีบอดี้การ์ดอีก ไม่ว่าจะคิดยังไง โอกาสที่จะบุกเข้าไปฆ่าได้ก็มีน้อยมากเลยนะ"
"ภารกิจช่วงใหม่จะปลดล็อกไอเทมสำหรับแลกเปลี่ยนใหม่ด้วย พวกคุณลองเข้าไปดูในหน้าต่างแลกเปลี่ยนอาวุธอีกรอบสิ"
"ถึงยังไงความยากของภารกิจนี้มันก็สูงเกินไปหน่อย..." พูดไปได้ครึ่งประโยคโจวจือก็พลันชะงักงัน เพราะเขาเห็นอาวุธชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาคุ้นตาเหลือเกินอยู่ในช่องแลกเปลี่ยน
ปืนไรเฟิลจู่โจมอัตโนมัติที่มีชื่อว่า CQ-B
แต้มที่ใช้แลกคือ 1,000 แต้ม
ในขณะเดียวกัน ตัวเลขที่อยู่ด้านบนของหน้าต่างแลกเปลี่ยนก็เริ่มกระโดดไปมา ปรากฏข้อความ +1200 ขึ้นมา
"ภารกิจช่วงก่อนหน้านี้ได้ทำการสรุปผลเรียบร้อยแล้ว รางวัลเควสต์หลักรวมกับรางวัลพิเศษมีทั้งหมด 1,200 แต้ม พวกคุณสามารถนำไปใช้ในภารกิจช่วงใหม่ได้" เฉาหยางพูดเสริม
สำหรับเฉาหยางแล้ว นี่ก็ถือเป็นการเดิมพันครั้งหนึ่งเช่นกัน ตัวปืนน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่กระสุนแต่ละนัดที่ใช้กับปืน ไม่ได้ให้มาฟรีๆ เขาจำเป็นต้องใช้พลังปรารถนาในการสร้างพวกมันขึ้นมา และเมื่อนำกระสุนหลายร้อยนัดมารวมกัน อัตราการสิ้นเปลืองก็มีมากกว่าตัวปืนหลายเท่านัก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้อาวุธสมัยใหม่ตั้งแต่แรก
เมื่อเทียบกับดาบ กระบี่ และหน้าไม้แล้ว ค่าใช้จ่ายในการใช้งานพวกมันนับว่ามหาศาลเกินไปจริงๆ
ก็ต่อเมื่อได้รับพลังปรารถนาของจูตี๋มาแล้ว เฉาหยางถึงพอจะมีกำลังเหลือไปสร้างของพวกนี้ หากภารกิจในครั้งนี้ล้มเหลว ก็เท่ากับว่าสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมดสูญเปล่า และช่วงเวลาก่อนที่พันธสัญญาฉบับต่อไปจะมาถึง เขาก็คงต้องกินแกลบไปตามระเบียบ
ในระหว่างที่โจวจือกำลังเหม่อลอย ไท่เล่อก็แลกปืนกระบอกนั้นออกมาแล้ว พร้อมกับปลดล็อกเซฟตี้อย่างชำนาญ เสียงดังกริ๊กดังขึ้นเมื่อเขาดึงสไลด์ขึ้นลำค้างไว้
"ฮ่าๆๆ... เจ้านี่มันของดีชัดๆ น่าเสียดายที่คุณอานตงหนีกับโจเพื่อนของฉันอยู่รอไม่ถึง"
"ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่นายแตะปืนกระบอกนี้นะ"
"แน่นอน M4 เวอร์ชั่นก๊อปปี้นี่นา ฉันกับโจก็เล่นมาไม่น้อยหรอก" ไท่เล่อไม่ปฏิเสธ "แต่ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เอาไปใช้ที่สนามยิงปืน นี่เป็นครั้งแรกที่เอามาใช้จริง"
"แต่ฉันไม่เคยใช้ปืนจริงมาก่อนเลย..." โจวจือรู้สึกไม่มั่นใจอยู่ในใจ ถึงเขาจะเกเรไปบ้าง แต่กับเรื่องผิดกฎหมายเขาก็ขอถอยห่างไว้ก่อน "จริงสิ ในเมื่อมีเต้าหู้แปลภาษา แล้วจะมีเต้าหู้ทักษะยิงปืนมาให้บ้างไหม?"
คำถามนี้เล่นเอาเฉาหยางถึงกับใบ้กิน สิ่งที่เรียกว่าเต้าหู้แท้จริงแล้วก็คือความทรงจำในระดับวิญญาณ ซึ่งจำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เขาสามารถครอบครองได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงจะสามารถนำมาแชร์ให้กับผู้เล่นในดินแดนหรรษาได้ ส่วนเงื่อนไขล่วงหน้าในการสร้างวัตถุเสมือนจริงก็คือ เขาต้องเคยสัมผัสกับวัตถุชิ้นนั้นมาก่อน และหลังจากที่ทำการบันทึกข้อมูลของวัตถุในสถานที่จริงเสร็จสิ้นแล้ว ถึงจะสามารถนำมาทำซ้ำในดินแดนหรรษาได้ ทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เขาไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้สิ่งของที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเสมอไป
ทว่าเฉาหยางก็คิดหาวิธีแก้ปัญหาออกอย่างรวดเร็ว "ขออภัยด้วยครับ ทางดินแดนหรรษายังไม่มีไอเทมประเภทนั้นให้บริการในตอนนี้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมจะให้อีกผู้เล่นหนึ่งมอบประสบการณ์ในการใช้ปืนให้กับคุณ จิตสำนึกของเขาจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ จากนั้นก็คอยแนะนำคุณแบบเรียลไทม์ ส่วนผมจะช่วยลดปฏิกิริยาต่อต้านระหว่างทั้งสองฝ่ายลง เพื่อให้คุณมีอำนาจในการควบคุมร่างกายให้ได้มากที่สุด"
"เอ๋... ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ!?"
โจวจือกำลังจะอ้าปากถามว่าต้องทำยังไง จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดหนึบที่หัว ตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาในหัวโดยตรง `'เฮ้ คุณพิธีกร ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ!'`
"พี่จาง!" โจวจือตกตะลึงไปพักใหญ่ "พี่ยังไม่ตาย!"
`'อะไรที่เรียกว่าฉันยังไม่ตาย นี่พูดจาไม่เป็นหรือไง!'`
"เปล่า ความหมายของฉันคือ พี่อุตส่าห์กลับเข้ามาในเกมได้อีกครั้ง..." เขามองไปทางเฉาหยางด้วยความดีใจ "ถ้าอย่างนั้นอีกหลายๆ คนก็คงจะ..."
"พวกเขาก็สามารถมองเห็นความคืบหน้าของพวกคุณสองคนได้เช่นกัน อย่างที่ผมเคยบอกไปก่อนหน้านี้ พวกคุณคือทีมเดียวกัน มีเพียงตอนที่พวกคุณถูกทำลายจนหมดสิ้นเท่านั้น เกมถึงจะถือว่าจบลงด้วยความล้มเหลว" เฉาหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แน่นอนว่าเขารู้ดี ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถตัดสินใจได้เลยว่าจะตัดการรับรู้ทางวิญญาณเมื่อไหร่ เพื่อปล่อยให้คนพวกนี้หลับใหลไปตลอดกาล หรือไม่ก็ส่งตัวพวกเขากลับคืนสู่ร่างเดิมไปเลยตรงๆ แต่ในเวลาแบบนี้เขาไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดมากมายขนาดนั้น
"พวกคุณจะเข้าใจว่าคนอื่นๆ กำลังอยู่ในโหมดผู้ชม (OB) ก็ได้ครับ ส่วนเรื่องข้อสงสัยของคุณจาง... เป็นเพราะผมสัมผัสได้ว่าหลังจากที่คุณได้รับรู้ถึงสถานการณ์ของไห่ย่าหมีลาแล้ว เกิดความผันผวนทางอารมณ์อย่างรุนแรง ผมจึงตัดสินใจทำแบบนี้ หากคุณรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม ผมสามารถยกเลิกข้อเสนอนี้ได้ครับ"
เสียงของจางจื้อหย่วนชะงักไปในทันที `'ฉะ... ฉันไม่ได้บอกให้ยกเลิกสักหน่อย... แค่ครั้งหน้าช่วยถามความคิดเห็นของฉันก่อนได้ไหมล่ะ?'`
"แล้วทำไมไม่ให้พวกโจฟื้นคืนชีพกลับมาซะเลยล่ะ?" ไท่เล่อถามอย่างไม่เข้าใจ "มีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกคน โอกาสที่จะทำภารกิจสำเร็จก็มีสูงขึ้นเยอะไม่ใช่เหรอ?"
"เดี๋ยวก่อนนะ ฉันจำได้ว่าในหน้าต่างแลกเปลี่ยนมันมีใบชุบชีวิตอยู่นี่นา แค่ต้องใช้ 1,000 แต้ม" โจวจือค่อนข้างจะคุ้นเคยกับไอเทมพวกนี้ดีแล้ว
"ถูกต้อง ผมไม่เคยพูดเลยตั้งแต่แรกว่าฟื้นคืนชีพไม่ได้ แต่น่าเสียดาย ที่มันไม่สามารถนำมาใช้กับภารกิจช่วงใหม่ได้"
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะเวลาครับ" เฉาหยางอธิบาย "การสร้างร่างเนื้อขึ้นมาใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง และในตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนจะสว่าง ทันทีที่ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มทอแสง แล้วพวกคุณยังไม่สามารถกำจัดขุยฉีได้ ภารกิจจะถือว่าล้มเหลว หากพวกคุณต้องการคว้าชัยชนะในตอนท้าย ก็ต้องรีบลงมือทำได้แล้ว"







